“เปิดหน้าต่างสถานะ”
{ ชื่อ : เซี่ยจิ่งหลิ่น
อายุ : สิบเอ็ดปีสี่เดือน
ระดับการฝึกปราณ :รากฐานฝึกกายขั้นหลอมกลั่นไขกระดูกระดับปลาย
พร์ : ระดับปฐีขั้นกลาง
คัมภีร์ยุทธ์ : คัมภีร์เกาทัณฑ์ทะลวง์
: คัมภีร์ดาบเบญจธาตุกลืนกิน
: คัมภีร์รวบรวมลมปราณาฉบับสมบูรณ์
โรคประจำตัว: ตันเถียนตีบตันโดยกำเนิด(พาหะแฝง)}
“ระบบบอกข้าถึงวิธีออกจากถ้ำนี่ที”
“ถ้าออกไปแล้วสามารถกลับมาอีกได้หรือไม่?”
หลังจากพิจารณาถึงแนวทางในการเพิ่มความแข็งแกร่งของตนเองแล้วก็ถึงเวลาเสียทีที่จะออกไปโลกภายนอก
ด้วยวัยสิบเอ็ดปี ก็เหมาะสมเป็อย่างยิ่งในการทดสอบเข้าสำนักฝึกปราณระดับสูงสักแห่ง!
เพื่อจะได้ทรัพยากรฝึกปราณอันไร้ขีดจำกัด! เพื่อประหยัดตังค์ในกระเป๋า!
แม้ความจริงจะไม่มีเงินเลยสักแดงเดียว..
ระบบ “…”
[วิธีออกจากถ้ำนี้ให้ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายทางไกลระดับสูง]
[เนื่องจากพลังงานจากหินลมปราณาระดับสูงเหลือเพียงหนึ่งในสามส่วน]
[สามารถใช้เคลื่อนย้ายทางไกลได้เพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น]
[ข้อจำกัดภายในรัศมีหนึ่งหมื่นลี้โดยรอบ]
หมื่นลี้!
น่าทึ่งยิ่งนักที่พลังงานจากหินประหลาดเพียงก้อนเดียวสามารถทำให้เราเดินทางข้ามผ่านห้วงอากาศได้ไกลถึงหมื่นลี้!
“ระบบเ้ามีหินลมปราณานั่นอีกหรือไม่?”
“ขอข้าสักห้าหกก้อน..”
[เหลือเพียงก้อนเดียวเท่านั้น]
[แต่โฮสต์สามารถนำหินลมปราณาระดับต่ำไปได้]
“จริงรึ!?”
“รีบเอาให้ข้าเร็วเข้า!”
[โฮสต์สามารถเก็บมาได้ด้วยตนเอง]
[ตำแหน่งที่ตั้งของหินลมปราณเ่าั้คือเพดานถ้ำ]
“เ้าอย่าบอกนะว่า..”
“หินส่องแสง!”
เซี่ยจิ่งหลินเขาตกตะลึงเข้าแล้วจริงๆ
นั่นเพราะั้แ่ที่ตนเข้ามาในถ้ำแห่งนี้ครั้งแรกแสงสว่างสีเขียวครามละลานตาตามทางที่เดินเข้ามายังถ้ำ..
ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากผลึกหินส่องแสง้า!
จำนวนมากมายมหาศาล!
ลองคำนวณดูแล้วนับได้เกือบพันก้อน!
“นี่ถ้าเราเก็บไปสักร้อยก้อนคงไม่เป็ไรหรอกมั้ง?ฮิฮิ”
เด็กชายเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์มุมปากพร้อมกับคำอุทานแปลกๆมือหนึ่งพลันหยิบมีดออกจากอกเสื้อ
……
ณ แดนดาราใจกลางโลกธารดาราซย่าจื่อ
เมื่อถึงเวลาเที่ยงวันในวสันตฤดูใบไม้ผลิดอกออกผล อากาศอบอุ่นสดชื่น
เสียงจอแจของผู้คนดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศครื้นเครงท้องถนนคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมาย
ในโรงเตี๊ยมที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ดูน่าพิศวงแห่งหนึ่งมีเด็กชายคนหนึ่งแต่งตัวมอซอแต่ผิวกายกลับเนียนใสดุจหยกเนื้องาม ความเนียนสว่างสุกใสขับเน้นให้เห็นถึงความขัดแย้งและกลมกลืนบางอย่าง
บวกกับผมสีดำขลับเงางามทิ้งตัวประบ่าช่างชวนให้รู้สึกน่าทะนุถนอมยิ่งนัก
นั่นคือเซี่ยจิ่งหลินนั่นเอง
หลังจากที่ระบบใช้การเคลื่อนย้ายทางไกลจากถ้ำใต้ดินปริศนาระยะทางกว่าหลายพันลี้ ในที่สุดเขาก็มาโผล่ที่แดนดาราใจกลางแห่งนี้
เด็กชายเข้าเมืองมาได้หนึ่งสัปดาห์แล้วและเขากำลังสืบข่าว นั่งฟังบทสนทนาของผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาโดยรอบ
“นี่สหายจินปีนี้ลูกชายเ้าอายุสิบสองปีแล้วมิใช่รึ”
“เ้าจะให้ลูกเ้าเข้ารับการทดสอบเข้าสำนักใดเล่า”
“อย่าบอกนะว่าเป็สำนักกระบี่พิรุณโลหิต?”
“นั่นเป็ถึงสำนักอันดับหนึ่งแห่งแดนดาราใจกลางเลยนะ!”
“คิดการใหญ่เกินตัวไปหรือไม่? ข้าว่าอย่าทำอะไรเกินตัวเลยสหาย”
เสียงสนทนาของโต๊ะด้านข้างดึงดูดจิ่งหลินอีกครั้ง
เวลาผ่านมาหลายวันมานี้เขาได้รับข้อมูลมากมายจากการสอบถามและนั่งฟังบทสนทนาของผู้ฝึกยุทธ์มากหน้าหลายตาและชาวบ้านในพื้นที่
ทำให้รู้ว่าสำนักอันดับหนึ่งในแถบนี้คือสำนักกระบี่พิรุณโลหิตวิชายุทธ์กระบี่เป็เลิศ เงากระบี่ราวกระแสมายาพิรุณโลหิตแผ่ปกคุลมไปทั่วทุกอนาเขต!
สำนักอันดับสองคือสำนักดาบชิงเหิง ด้วยวิชาดาบใหญ่ ภายใต้คมดาบหนักแน่น แหวกฝ่าพสุธาเลิศล้ำเกรียงไกร ดุดันไร้ผู้ใดเทียบ!
สำนักอันดับสามคือสำนักทวนทองอาคเนย์ โดดเด่นปราดเปรียว ความเร็วล้ำเลิศ จัดเป็สำนักทวนที่แข็งแกร่งที่สุด!
เด็กชายนั่งพินิจข้อมูลต่างๆในหวงความคิด เขาวิเคราะห์และเปรียบเทียบถึงสำนักที่ตนจะเข้าร่วมในอนาคตอย่างรอบคอบ
“จากข้อมูลที่รวบรวมมาได้เ้าคิดว่าสำนักใดที่เหมาะสมกับเป้าหมายของข้ามากที่สุดรึระบบ?’
[เมื่อนำข้อมูลของโฮสต์มาวิเคราะห์และเปรียบเทียบ]
[สำนักที่เหมาะสมที่สุดคือสำนักศาสตราวุธเหอหยาง]
“สำนักศาสตราวุธเหอหยาง..”
สำนักอันดับที่เก้าแห่งสิบสุดยอดสำนักฝึกปราณระดับสูง!
“เรานี่ใจตรงกันกว่าที่คิดนะเนี่ย” จิ่งหลินตกตะลึงเล็กน้อยที่ตนดันคิดเห็นไปทางเดียวกันกับระบบ
[เป็หัวสุนัขย่อมดีกว่าหางราชสีห์]
“เ้าเข้าใจสำนวนการเปรียบเปรยด้วยรึระบบอย่างเจ๋ง! ฮาฮ่าฮ่า”
เป็เวลากว่าสี่แล้วที่ระบบกลายเป็ส่วนหนึ่งในชีวิตของเด็กชายอย่างยากจะแยกขาดทำให้เขาอดที่จะอุทานถ้อยคำประหลาดๆเสียมิได้
“เหลือเวลาอีกสามวันก่อนการทดสอบเรามาหาข้อมูลเกี่ยวกับสำนักศาสตราวุธเหอหยางเพิ่มกันเถอะ”
จิ่งหลินพึมพำแ่เบาก่อนเดินออกจากโรงเตี๊ยมไป
...
สามวันต่อมา ณ ลานกว้างด้านหน้าสำนักศาสตราวุธเหอหยาง
พื้นที่อาณาเขตของสำนักนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแดนดาราใจกลางกินพื้นที่กว่าหลายพันผิงฟางหมี่(1)
แม้สำนักแห่งนี้จะจัดอยู่ในอันดับท้ายๆแห่งสิบสุดยอดสำนักระดับสูง
แต่ยังคงได้ชื่อว่าสำนักฝึกปราณระดับสูง! ความเป็มาและรากฐานไม่ใช่สิ่งที่สำนักระดับกลางทั่วไปสามารถเทียบชั้นได้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสำนักระดับต่ำ!
“บัดนี้ได้ถึงเวลาแล้ว ผู้ที่้าทดสอบเข้าสำนัก พวกเ้าจงมาเข้าแถวด้านหน้าโต๊ะไม้ตัวนี้”
“เกณฑ์ในการทดสอบด่านแรก วัดอายุกระดูกและตรวจสอบพร์!”
(1)ผิงฟางหมี่คือ หน่วยวัดพื้นที่ของจีน แปลว่า ตารางเมตร