บทที่11 เริ่มต้นค้าขาย
หากนับั้แ่ลู่ชิงฟื้นมาอยู่ในโลกใบนี้ ก็ผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้ว วันนี้เป็วันแรกที่นางจะเดินทางไปตลาด แต่เป็เพียงแค่ตลาดในตัวอำเภอเท่านั้น เื่ซาลาเปาที่นางไปปรึกษาท่านป้า ทีแรกท่านป้าและท่านปู่แอบไม่เห็นด้วย
ท่านป้าบอกว่าแค่การหาของป่าหรือจับสัตว์น้ำก็เพียงพอใช้จ่ายกันในครอบครัวแล้ว ไม่อยากให้นางเหนื่อยออกไปค้าขายในเมือง แต่นางใช้ลูกตื้อทั้งอ้อนวอน ขอร้อง และยกเหตุผลต่าง ๆนานามาใช้ จนสุดท้ายท่านปู่และท่านป้าตอบตกลง แต่ยอมให้นางไปขายแค่เพียงตลาดเช้าในตัวอำเภอใกล้หมู่บ้านเท่านั้น
เมื่อคืนนางเตรียมทำซาลาเปาไส้ต่าง ๆไว้พร้อมแล้ว ขายครั้งแรกนี้ นางจะทำซาลาเปาหน้าตาปกติไปก่อน เพราะเกรงว่าทำหน้าตาแปลกไปอย่างพวกรูปสัตว์ ชาวบ้านอาจแปลกตาจนไม่กล้าซื้อ
นางสอบถามท่านลุงว่า เมื่อถึงเวลานำซาลาเปาไปขายมันคงเย็นไม่อร่อยนางควรทำอย่างไรดี นางอยากได้เตาไว้สำหรับอุ่นซาลาเปาให้ร้อน เวลาขายให้คนกินจะได้ยิ่งอร่อยมากขึ้น ท่านลุงบอกว่าวันนี้ท่านลุงได้เช่าเกวียนเทียมวัวจากผู้ใหญ่บ้านมาแล้ว เนื่องจากท่านลุงจะนำหมูป่าและกวางที่ล่าได้ไปขายด้วย นางจึงสามารถนำเตาและข้าวของเครื่องใช้อย่างอื่นติดไปด้วยได้
ลู่ชิงมาถึงตลาดของตัวอำเภอในต้นยามเหม่า(05.00-06.59) ท่านลุงได้ช่วยจัดแจงให้นางเตรียมตัวขายซาลาเปาก่อน จากนั้นท่านลุงจะนำสัตว์ที่ล่าได้ไปขายให้แก่เหลาอาหารหลงจิ่ว แล้วถึงจะกลับมาช่วยนางขาย
แน่นอนว่าท่านลุงย่อมไม่ปล่อยให้นางต้องอยู่ขายคนเดียว เพราะวันนี้2หนุ่มน้อยลู่เหวินและลู่ฉีก็ตามมาช่วยนางเช่นกัน หลังจากจัดเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วก็ลงมือะโร้องเรียกลูกค้าทันที
“ซาลาเปาร้อนๆ ซาลาเปาร้อนๆจ้า หอมหวานแสนอร่อย ไส้เยอะ อิ่มนาน มีให้ลองชิมก่อนตัดสินใจซื้อด้วยเ้าค่ะ”
ลู่ชิงะโร้องเรียกผู้คนที่เดินผ่านไปมาหน้าตลาด
“แม่หนู เ้าของกินที่ชื่อซาลาเปามันคืออะไรเหรอ แล้วที่ว่ามีให้ลองชิมจริงรึ ข้าขอรองชิมดูสักหน่อย”
“มันก็คล้ายหมั่นโถวเ้าค่ะท่านยาย แต่มันมีไส้หลายอย่าง ทั้งแบบหวานแบบเค็ม ท่านยายลองชิมดูเ้าค่ะ ท่านจะได้เข้าใจ”
ลู่ชิงยื่นถาดซาลาเปาจิ๋วส่งให้ท่านยายลองชิม นางทำไว้สำหรับแจกเป็ตัวอย่างให้ผู้คนได้ลองชิมก่อนตัดสินใจซื้อ นางคิดว่า คงขายได้ยากหากของที่ขายไม่เคยมีใครรู้จักและกินมาก่อน พวกเขาอาจไม่กล้าเสียเงินซื้อ
“เป็อย่างไรบ้างเ้าคะท่านยาย อร่อยไหมเ้าคะ”
“อืม อร่อย อร่อยมากจริงๆ ข้าชอบมันมาก”
“ว่าแต่เ้าขายมันอย่างไร? ข้าอยากจะซื้อไปฝากคุณชายน้อยที่จวนสักหน่อย”
“ลูกละ10อีแปะเ้าค่ะ ท่านยายจะรับกี่ลูกดีเ้าคะ”
“เอามาให้ข้าทุกไส้เลยนะอย่างละ5ลูก”
“ได้เ้าค่ะท่านยาย” ลู่ชิงหันไปหยิบซาลาเปาที่ลู่เหวินและลู่ฉี จัดเตรียมให้เรียบร้อยแล้วส่งให้แก่ท่านยาย
ก่อนท่านยายจะเดินจากไปลู่ชิงนึกบางอย่างได้ จึงเอ่ยเรียกท่านยายเอาไว้
“เดี๋ยวก่อนเ้าค่ะท่านยาย”
หญิงชราหันหลังกลับมามองลู่ชิงอย่างสงสัย
“อันนี้ช้าแถมให้เ้าค่ะ ข้าขอฝากไปให้คุณชายน้อยนะเ้าคะ พวกเด็กๆมักชอบสัตว์น่ารัก ซาลาเปาพวกนี้ข้าปั้นเองกับมือเ้าค่ะ น้องชายที่บ้านของข้าชอบให้ปั้นเป็รูปเ้าสัตว์พวกนี้มาก ข้าหวังว่าคุณชายน้อยเองจะชื่นชอบหน้าตาและรสชาติของมันเช่นกัน”
ลู่ชิงนำซาลาเปารูปกระต่ายส่งให้ท่านยาย คราแรกนางทำซาลาเปากระต่ายมาไว้กินเองเป็มื้อเช้า แต่เห็นว่าท่านยายพูดถึงคุณชายน้อย นางจึงนึกถึงน้องชายตัวป้อมอย่างลู่จิว เด็กๆมักชอบสิ่งของน่ารักแปลกตา นางจึงคิดฝากไปให้ หวังเพียงว่าคุณชายน้อยจะติดอกติดใจจนให้คนในครอบครัวมาซื้อที่ร้านนางอีกในวันต่อๆไป
หลังจากท่านยายอุดหนุนเป็รายแรกแล้ว รายต่อๆไปก็ตามมาเรื่อยๆ จนสองหนุ่มผู้ช่วยมือเป็ระวิง ผู้คนที่ผ่านไปมาในตลาดต่างชื่นชอบซาลาเปาของนางมาก
“ข้าไม่คิดว่าวันแรกก็ขายหมดเร็วขนาดนี้ วิธีการให้ชิมก่อนซื้อได้ผลดียิ่งนักชิงเอ๋อร์”
ลู่ฉีกล่าวออกมาขณะช่วยกันเก็บของกลับ
“ข้าบอกท่านแล้วว่ามันต้องได้ผล” นางยกยิ้มส่งให้ลู่ฉี
“ท่านพี่รองเ้าคะในอำเภอนี้มีร้านขายสมุนไพรที่รับซื้อสมุนไพรอยู่ไหมเ้าคะ? ข้าอยากให้ท่านพาข้าไปเสียหน่อย”
ลู่ชิงตอบกลับไปอย่างยิ้มแย้ม
“เ้ารอง นี่เ้าสนิทสนมกันั้แ่เมื่อไหร่ นางเรียกเ้าว่าพี่รอง เ้าเรียกนางว่าชิงเอ๋อร์เรียกกันแบบสนิทสนม ทีกับข้าทำไมนางไม่เรียกข้าว่าพี่ใหญ่บ้าง”
ลู่เหวินเอ่ยออกมากับลู่ฉี สีหน้าบึ้งตึง แต่น้ำเสียงที่ใช้คล้ายคนผิดหวัง น้อยใจ
เขาเป็พี่ใหญ่ของบ้านน้องทุกคนควรให้ความเคารพและพึ่งพาเขาสิ นี่อะไรแทนที่นางจะถามเขาขอให้เขาช่วยเป็คนแรก แต่นางไปขอให้เ้ารองพาไปร้านยา นี่เขาดูพึ่งพาไม่ได้หรือไรกัน
ลู่เหวินแอบคิดอยู่ในใจ
ลู่ฉีและลู่ชิง หันไปมองลู่เหวิน อย่าง งงงวย
‘อะไรของเ้านี่ ไบโพล่ารึไง เมื่อกี้ก็ยังดีๆอยู่ มาดึงดราม่าทำหน้าหมาหงอยซะงั้น’
เมื่อนางได้ยินว่าลู่เหวินอยากให้นางเรียกว่าพี่ใหญ่ก็เลยคิดขึ้นมาได้ว่า ตัวนางเองก็ไม่เคยเรียกลู่เหวินว่าพี่สักครั้ง มีแต่เรียกชื่อของเขามาโดยตลอด เขาคงรู้สึกน้อยใจว่านางปฏิบัติต่อเขาไม่เหมือนกับคนอื่น เมื่อคิดได้ดังนั้น นางจึงเดินเข้าไปจับแขนของลู่เหวินแล้วพูดว่า
“ท่านพี่ ท่านอย่าน้อยใจชิงเอ๋อร์เลยนะเ้าคะ ชิงเอ๋อร์ขอโทษต่อไปจะให้ความเคารพท่านไในฐานะพี่ใหญ่ของบ้าน มีอะไรข้าจะคิดถึงท่านเป็คนแรกดีหรือไม่”
นางเงยหน้ามองเขาแสดงท่าทีออดอ้อน
“เ้า..เ้าต้องเรียกข้าว่าพี่ใหญ่สิ ไม่ใช่ท่านพี่ คำนั้นห้ามใช้เด็ดขาดกับเ้ารองก็ห้ามพูดนะ”
เขาเอ่ยกับนางด้วยใบหน้าขึงขังเรียบนิ่ง แต่นางแอบเห็นใบหูของเขาแดงก่ำ เ้าเด็กนี่เขินอะไร นางเรียกท่านพี่ ก็ถูกแล้ว วันก่อนนางก็เรียกลู่ฉีว่าท่านพี่ บางทีนางี้เีเรียกยาวๆว่า ท่านพี่รอง ท่านพี่ใหญ่ นางก็ว่านางใช้คำถูกต้องอยู่นะ คำว่าท่านน่าจะเป็คำที่เรียกขึ้นต้นแบบให้เกียรติเท่ากับคำว่าคุณในโลกก่อนของนาง คำว่าพี่ก็หมายถึงผู้ที่อายุมากกว่าเรา โลกก่อนนางยังเรียกลูกค้าที่แก่ว่านางว่าคุณพี่เลย ที่นี่นางก็คิดว่าไม่น่าต่างกัน แค่เปลี่ยนคำว่าคุณเป็คำว่าท่านเท่านั้นเอง แล้วทำไมตอนนี้บอกห้ามเรียกอีกล่ะ
“แต่ข้าก็เคยเรียกท่านพี่รองว่าท่านพี่นะเ้าคะ บางทีข้าี้เีเรียกยาวๆ ว่าท่านพี่รอง ข้าก็มีเรียกท่านพี่บ้างประหยัดคำพูดดี ไม่เห็นพี่รองห้ามเลย”
ลู่เหวินหันไปส่งสายตาคาดโทษให้แก่น้องชาย
ฝ่ายลู่ฉีทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แต่ใจจริงแอบหวาดหวั่นกับสายตาที่พี่ชายเพ่งมองมา เขารีบเอ่ยบอกไปว่า
“ตอนนั้นข้าน่าจะไม่ทันได้ฟังที่นางพูดจึงปล่อยผ่าน ข้าเลยไม่ได้แก้ไขความเข้าใจผิดให้นางน่ะ พี่ใหญ่”
แหะๆๆ เขาหัวเราะกลบเลื่อน แล้วรีบเก็บของตรงหน้าที่ค้างไว้ทันที
โป๊ก! “อุ๊ย! ข้าเจ็บนะท่านพี่”
ลู่ชิงขยี้หน้าผากของตนเพราะถูกลู่เหวินดีดนิ้วใส่
“ยังจะเรียกแบบนี้อีก ท่านพี่เป็คำที่ภรรยาใช้เรียกสามี อย่าใช้คำนี้เรียกใครต่อใครไปทั่วมันไม่งามรู้หรือไม่”
“อ๋ออออออ”
“เ้าค่ะ ข้าจะจำไว้ต่อไปจะเรียกท่านพี่ใหญ่ท่านพี่รอง หรือเรียกแค่พี่ใหญ่พี่รอง แค่นี้ดีหรือไม่เ้าคะ”
“ดี” ลู่เหวินพยักหน้าตอบรับ
“หากเ้าจะไปร้านสมุนไพร รอให้ท่านพ่อกลับมาเสียก่อนเถอะ สักเดี๋ยวก็คงมาแล้ว หากเ้าแยกไปจะคลาดกันกับท่าน ประเดี๋ยวจะหากันไม่เจอ”
ลู่เหวินเอ่ยเตือนลู่ชิง
“ว่าแต่เ้าเถอะจะไปทำไมกันร้านยา หากอยากได้สมุนไพรในห้องของท่านปู่มีอยู่เยอะแยะ บางทีข้ายังแอบนำมันมาขายเสียด้วยซ้ำ”
ลู่ฉีที่เพิ่งจะยกของชิ้นสุดท้ายขึ้นเกวียนเสร็จแล้วหันมาถามนาง
“ข้าจะไปขายโสม 100ปี”
“ฮะ! เ้าว่าอะไรนะ?”
เสียงร้องใของสองพี่น้องลู่เหวินและลู่ฉีดังขึ้น