เศษบุปผา :พลิกชะตาบุปผาพร่างพราว (จบ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 47 ข้ากับพ่อและพี่ชายเจ้าก็ยังอยู่

            ชายหนุ่มเพิ่งเอ่ยจบบิดาและน้องสาวทั้งสองพลันหันขวับมองทันใดการแสดงออกเช่นนั้นตัวเขาเองก็เดาไม่ออกว่ากำลังชื่นชมเขาหรือไม่อย่างไร

            “เอ่อข้าเห็นว่าความคิดเขารอบคอบ เรื่องทำนองนี้ คงเรียกมาปรึกษาหารือได้ใช่หรือไม่?” เฉินอี้เหอระมัดระวัง พิจารณาก่อนครู่หนึ่งก่อนเอ่ย

            “ก็จริงในเมื่อหมั้นหมายกับเฉินจิ้งเจียแล้วเช่นนั้นก็ควรช่วยคิดอ่านเพื่อจวนป๋อชางโหวสักหน่อย” ป๋อชางโหวกล่าวจริงจังจากนั้นจึงโบกมือใส่เฉินอี้เหอ “เจ้าไปเรียกเขามาเถิด”

            นับว่าความคิดของเฉินอี้เหอช่วยหาทางไปต่อได้แล้วทำเอาเจ้าตัววิ่งเต้นไปด้วยความดีใจ

            ครั้นเห็นท่าทางเฉินอี้เหอป๋อชางโหวอดที่จะหวาดผวาเผยฉางชิงยิ่งขึ้นเสียมิได้ เพิ่งผ่านมานานเท่าไรเองเจ้าลูกชายโง่ของเขาก็ถูกซื้อตัวไปแล้ว

            เขาคิดก่อนหันมองเฉินจิ้งเจียบุตรสาวแก้วตาดวงใจที่ตนคอยถนอมมาโดยตลอดนั้น เพื่อตัวนางตนไม่มีทางถูกเผยฉางชิงเกลี้ยกล่อมไปเร็วเพียงนี้เด็ดขาด!

            ไม่นานเผยฉางชิงก็กลับมาพร้อมเฉินอี้เหอครั้นย่างเข้าประตู ก็สะดุดตากับเฉินจิ้งเจียที่อยู่ข้างกายป๋อชางโหวทันทีทำเอาทั้งสองจ้องตากันอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันไปทำความเคารพป๋อชางโหวข้างๆ

            ไหนเลยการกระทำเล็กๆนี้จะเล็ดลอดสายตาป๋อชางโหวไปได้ เขาทำหน้าไม่สบอารมณ์ทันใดนี่บุตรสาวบ้านตนเชียวนะ แล้วไฉนเจ้าหมอนั่นถึงเอาแต่จ้องไม่วางตาเล่า?

            อีกทั้งในห้องนี้นอกจากเฉินอี้เหอและเผยฉางชิงแล้ว ก็มีเพียงป๋อชางโหวและเฉินจิ้งเจียสองคนเท่านั้นซึ่งเฉินอี้เหอพูดแค่ว่าป๋อชางโหวมีธุระอยากหารือด้วยหาได้เอ่ยว่าเฉินจิ้งเจียก็อยู่ด้วย เขายังจ้องตาเป็นมันขนาดนี้เชียว

            “มิทราบว่าท่านโหวเรียกข้าน้อยเผยมามีเรื่องอันใดหรือขอรับ?” เผยฉางชิงถามอย่างนอบน้อม

            ต่อให้เขาจะเคารพเปี่ยมมารยาทเพียงใดแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ขวางหูขวางตาป๋อชางโหวอยู่ดี “อี้เหอ เจ้าบอกเขาว่าอย่างไร?”

            เผยฉางชิงลูบจมูกตัวเองด้วยความประหม่าไม่รู้ว่าตนไปยั่วโทสะป๋อชางโหวเข้าตรงไหนเช่นกันจึงทำได้เพียงหันหน้ามองเฉินอี้เหอข้างกาย

            เฉินอี้เหอเองก็มิได้คิดมาบอกเรื่องราวให้ฟังทันที “เฉินจิ้งโหรว พวกไร้สมองนี่รู้ทั้งรู้ว่าหากพูดเช่นนี้ตนจะได้รับความสนใจแต่ไม่คิดบ้างว่านี่เทียบเท่ากับการเอาจวนป๋อชางไปสุมเพลิงน่ะ”

            แค่เขาเอ่ยแรงโทสะพลันตีขึ้นทันใด “นางเองก็ไม่คิดเสียบ้าง หากจวนป๋อชางโหวล่มจมขึ้นมาอย่าว่าแต่เป็นคุณหนูอะไรเลยเกรงว่าแม้แต่คนใช้บ้านอื่นนางก็ยังเทียบไม่ได้ด้วยซ้ำ!”

            เทียบกับเฉินอี้เหอยามหัวเสียเกรี้ยวกราดแล้วนั้นเฉินจิ้งเจียดูสงบสุขุมอย่างเห็นได้ชัด นางมองเผยฉางชิง“แม้นข้าจะหาข้อเสริมแก้ต่างให้แล้วบ้างแต่คนอื่นตั้งไม่รู้เท่าไรยังคงสนใจคำพูดก่อนหน้าของเฉินจิ้งโหรวอยู่ดี”

            เรื่องพวกนี้ไม่จำเป็นต้องให้นางพูดเผยฉางชิงก็เข้าใจได้ เขาพยักหน้ารับ “สถานการณ์ในยามนี้จวนป๋อชางโหวควรต้องสงวนตัวไว้ขอรับ”

            “แค่นี้ยังต้องให้เจ้าบอกอีกหรือ?” ป๋อชางโหวโพล่งขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์

            เฉินจิ้งเจียรู้สึกจนปัญญาบ้างแล้วพ่อของนางอะไรก็ดีไปหมดทุกอย่าง อะไรก็ตัดสินแยกแยะได้อย่างขัดเจนทว่าพอเป็นเรื่องตัวเองก็มิอาจสงบนิ่งลงได้เสียอย่างนั้น

            เผยฉางชิงหาได้ถือสาเขากล่าวต่อ “หากข้าเดาไม่ผิด จากนี้ต้องมีคนอีกไม่น้อยมาสืบข่าวถึงหน้าประตูแน่อาจคิดเรื่องแต่งงานกับคุณหนูรอง หรือไม่ก็...”

            เขาหันมองเฉินอี้เหอข้างๆ“หรือไม่ก็ต้องการแต่งงานกับท่านแม่ทัพ”

            ทั้งสามตาค้างโตเท่าไข่ห่านเฉินอี้เหอขมวดคิ้วยุ่งเหยิงเสียยิ่งกว่าใคร “ข้า? ไม่มีทางน่าพระอาจารย์ใหญ่เจี้ยอู้บอกว่าเหล่าคุณหนูมีโชค แล้วเกี่ยวอันใดกับข้าเล่า”

            แม้นปากบอกไม่ใส่ใจทว่าในใจเขากลับเต้นตุ้มต่อมดุจรัวกลองขึ้นเสียอย่างนั้น

            เผยฉางชิงส่ายหน้า“หาใช่เช่นนั้นขอรับ หากในบ้านไร้ซึ่งบุรุษที่เหมาะสมเช่นนั้นการแต่งงานกับแม่ทัพเฉินเพื่อดึงเอากลยุทธ์สงครามจากมือท่านก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”

            ประโยคเช่นนี้ของเขาทำเอาเฉินอี้เหอสะท้านไปทั้งตัวเดิมทีในเมืองหลวงก็เสมือนหล่มโคลนบ่อใหญ่ มิสู้ให้เขาไปปกป้องชายแดนแทนดีกว่า!

            “ไม่น่าเป็นไปได้นะจวนของเราเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ต่อให้ต้องการแต่งงานก็ไม่มีทางรีบร้อนกระทั่งไม่สนกฎข้อห้ามได้อยู่ดีจริงหรือไม่?” เฉินจิ้งเจียพูดบ้าง

            นางตัดสินในใจเองด้วยเช่นกันทว่าเรื่องเหล่านี้หาได้เกิดขึ้นในชาติก่อน ขาดหลักฐานพยานบางส่วนไปทำเอานางเองก็เริ่มไม่สงบขึ้นบ้างแล้ว

            เผยฉางชิงขมวดคิ้ว“แม้ไม่ถึงขั้นพูดอย่างโจ่งแจ้งชัดเจนทว่าย่อมต้องเป็นที่พูดกันปากต่อปากอย่างลับๆ แน่หากเบื้องบนผู้นั้นมีข้อคาดเดากับพวกท่านไว้ละก็ เช่นนั้นคาดการณ์ว่า...”

            “อาจส่งคนมาจับตามองจวนของเราไม่ว่าคนที่มาจะมีจุดประสงค์ใดก็ล้วนแล้วแต่พุ่งเป้ามาที่การแต่งงานของพวกเราทั้งสิ้น”ท่าทีของป๋อชางโหวดุดันยิ่งกว่ายามเฉินจิ้งโหรวอยู่ด้วยเมื่อครู่

            ครั้นนึกถึงความเป็นไปได้ที่อาจเกิดขึ้นจากนี้ชั่วเวลานั้นนางมิอาจสนใจเผยฉางชิงได้อีกต่อไป คิ้วโก่งได้รูปย่นเข้าหากันทันใด

            “เช่นนั้นเราควรทำอย่างไรดี?” เฉินจิ้งเจียเริ่มร้อนรนขึ้นแล้ว

            นับตั้งแต่เกิดใหม่นางคงความสุขุมเยือกเย็นได้เสมอมานั่นเป็นเพราะเรื่องที่นางเคยประสบพบเจอก่อนหน้านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อชาติที่แล้วทั้งสิ้น หากแต่ปัญหาในตอนนี้นางมิอาจหาทางแก้ไขได้

            สายตาเยือกเย็นของเผยฉางชิงมองไปยังเฉินจิ้งเจียจดจ้องดวงตาคู่งามดุจธารวสันตฤดูของเฉินจิ้งเจีย “เจียเอ๋อร์อย่าได้ร้อนใจไปเลยข้ากับท่านพ่อและท่านพี่เจ้าอยู่ตรงนี้”

            ประโยคนี้ทำเอาเฉินจิ้งเจียอดที่จะใจสั่นเสียมิได้สายตาเบนมองดวงตาเผยฉางชิง รู้สึกประหนึ่งถูกดูดเข้าข้างในอย่างไรอย่างนั้นครั้นนึกถึงเรื่องอื่นๆ กลับจำได้เพียงคำพูดของเขาเท่านั้น

            เจียเอ๋อร์อย่ากลัวเลยข้ากับพ่อและพี่เจ้าอยู่ตรงนี้

            น้ำเสียงแสนสุขุมแต่กลับอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด

            “อะแฮ่มเช่นนั้น เช่นนั้นเผยฉางชิง เจ้าคิดว่าเราควรทำอย่างไร?” ที่จริงแล้วเฉินอี้เหอรับไม่ไหวแล้วเขามองพ่อบังเกิดเกล้าของตนด้วยความระมัดระวังกลัวว่าเขาจะไประเบิดโทสะใส่เผยฉางชิงเข้า

            เมื่อได้ยินเสียงเฉินอี้เหอเผยฉางชิงจึงได้สติกลับมา ก่อนมองไปทางป๋อชางโหวที่ยังคงทำสีหน้าเยือกเย็น

            “มิเช่นนั้นท่านโหวลองอ้างว่าป่วยก็ได้ขอรับ”เผยฉางชิงเอ่ย

            อ้างว่าป่วย?

            ป๋อชางโหวจ้องเผยฉางชิง“เจ้าลองว่ามา”

            “สาเหตุที่จวนป๋อชางโหวมาวัดอันเหรินนั้นต่างไปจากเหล่าคุณหนูและ        ฮูหยินคนอื่น ท่านโหวมาเพื่อสวดภาวนาให้แก่ฮูหยินผู้ล่วงลับหลังจากกลับไปแล้วสามารถบอกเหตุผลว่าจิตใจป่วยหนักก็พอฟังขึ้นขอรับ” เผยฉางชิงบอก

            “นับว่าเป็นวิธีการที่ไม่เสียอะไรเลยทีเดียว”ป๋อชางโหวพยักหน้า

            เมื่อเห็นเขาเห็นด้วยเผยฉางชิงจึงเอ่ยต่อ “ท่านเกิดป่วยคุณหนูใหญ่และคุณหนูรองย่อมต้องคอยดูแลปรนนิบัติอยู่ข้างท่านส่วนท่านแม่ทัพไม่จำเป็นต้องฝืนเลี่ยง แต่ให้อยู่นิ่งๆ เงียบๆ ไว้ขอรับ”

            เฉินอี้เหอพยักหน้าตามเช่นกัน“เข้าใจแล้ว ข้าไม่เป็นไร แค่พยายามไม่ออกนอกเรือนก็เป็นพอเลี่ยงมิให้ถูกพุ่งเป้าวางแผนการ”

            ตัวเขาหาได้ห่วงความปลอดภัยของตนแค่กลัวหญิงเจ้าแผนการอย่างจ้าวอี๋เหนียงต่างหาก

            เฉินจิ้งเจียก็เข้าใจขึ้นมาเช่นกันการปรนนิบัติอยู่ในบ้านนับว่ามิใช่ปัญหาใหญ่อย่างไรเสียนางก็มิอยากออกหน้าเรียกร้องความสนใจอยู่แล้ว

            หากออกนอกบ้านไปแล้วโชคไม่ดีเจอเซี่ยยู่จางเข้าละก็เช่นนั้นคงตกม้าตายเสียตรงนี้

            เมื่อคิดได้ดังว่าสีหน้าเฉินจิ้งเจียพลันแปรเปลี่ยนไป ก่อนหันขวับมองไปทางเผยฉางชิง “ถ้าเกิดถ้าเกิดคนของราชวงศ์มาเล่า?”

    คล้ายกับเรื่องเศษบุปผา :พลิกชะตาบุปผาพร่างพราว (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199