จ้าวหลงและหนานกงหลัวเดินตามกลุ่มคนทั้งสีหายเข้าไปภายในหน้าผา
ภาพที่จ้าวหลงเห็นหลังจากที่เข้ามาเป็นพื้นที่กว้างกวางเป็นอันมากแต่บรรยากาศชวนให้วังเวงถ้าจะมีผีออกมาก็คงไม่แปลกและยังมีแรงกดดันพลังวิญญาณอยู่มากหากมาฝึกทำสมาธิภายในนี้จะทำให้พลังวิญญาณพัฒนาไปได้แบบก้าวกระโดดเลยทีเดียวแต่หน้าเสียดายตรงที่ว่าประตูเข้าสู่พื้นที่ป่าไผ่เป็นพื้นที่หวงห้ามของตระกูล จะเปิดให้เข้าเพียงกรณีพิเศษ
ภาพตรงหน้ากับต้องทำให้เขาประหลาดใจ เพราะภาพตรงหน้ามี อสูรวิญญาณอยู่กันอย่างเกลือนกราด ระดับตำสุดคือวิญญาณอสูรขั้นสูงมีแม้กระทั้งวิญญาณจ้าวอสูร
" พวกเรารีบจับวิญญาณแล้วรีบออกไปกันดีกว่าข้าไม่ชอบบรรยากาศที่นี้เลยมันอึมครึมชอบกล "
" หูเฉิน เจ้าตัวก็โตยังจะกลัวผี ใจยังกับปลาซิว "
หูพานชายหนุ่มร่างเล็กผู้มีแผลเป็นที่หน้าพูดด้วยน้ำเสียงเยอะเย้ย ชายร่างกายใหญ่โตนามว่า หูเฉิน
" เฮ่อะใครบอกเจ้าว่าข้ากลัวผีข้าก็แค่ไม่ชอบ บรรยากาศแบบนี้เท่านั้นเอง ลองโพลออกมาดูสิ คนก็จับทำเมียมานักต่อนักแล้ว ลองผีบ้างจะเป็นไร "
หูเฉินหลังจากพูดจบก็ยืดอกพูดอย่างผ่าเพย
" เจ้าสองคนอย่ามัวแต่คุยมาช้วยกันจับให้ไว ใครไม่ทำงาน ข้าจะไปรายงานผู้อาวุโสให้หมดเลย"
หญิงร่างอ้วนมีนามว่าหูเย่จวน ผู้มีใบหน้าบึงตึงจ้องมองไปทางทั้งสองคน
จ้าวหลงยืนดูการกระทำของคนทั้งหมด เขาวางแผนที่จะตบยึดวิญญาณสัตว์ของทั้งสี่โดยที่เขาไม่ต้องออกแรงจับ ทำไมเขาจะต้องไปจับเองในเมื่อมีคนอาสาจะจับให้ทั้งที
จ้าวหลงว่างกับดักผนึกรอบทางออกอย่างเงียบๆโดยที่ทั้งสี่ไม่สังเกตุเห็นการกระทำของเขาผนึกที่เขาวาง ซับซ้อนเป็นอย่างมาก แต่ผนึกนี้ไม่ได้ต้องการชีวิต ถึงอย่างไรทั้งสี่เป็นคนของตระกูลหูถึงแม้หูเฉิน กับหูพาน สมควรตายแต่พวกมันทั้งสี่ก็เป็นคนของตระกูลหูก็ควรให้ตระกูลเป็นผู้ลงโทษกับพวกมัน
ระหว่างที่จ้าวหลงสลักผนึกอยู่นั้นมีแรงกระตุกมาจากชายเสื้อด้านหลัง
" เจ้าจะดึงทำไมแม่นางหนานกงไม่เห็นหรือไงข้ากำลังยุงอยู่เจ้าอย่าเพิ่งกวนข้าได้ใหม"
จ้าวหลงพูดด้วยใบหน้าเคร่งขรึม โดยไม่ได้หันไปดูต้นเหตุที่มาของแรงกระตุกของเสื้อ
" ข้าเปล่านะหน้าจะเป็นเจ้าตัวน้อยที่อยู่ด้านหลัง ท่านมากกว่านะ"
เมื่อคำว่าตัวน้อยหลุดออกไปจ้าวหลงหันควับ ภาพที่เขาเห็น คือสัตว์อสูรตัวหนึ่งแต่ไม่รู้จะเรียกมันว่าแมวหรือเสือดี มันมีสีขาวลายที่ลำตัวสีดำแต่ดูยังไงมันก็ตัวเท่าลูกแมวแน่ๆ
เขาจับหูมันยกขึ้นดูใกล้ๆ
" แฟบ ฟึบ "
เจ้าตัวน้อยตะปบไปที่หน้าจ้าวหลง ใบหน้า จ้าวหลงปรากฏเลือดไหลซิบๆ ใบหน้าเจ้าหลง มีรอยไม่ต่างจาก หนวดของแมว
" ท่านไปเรียกมันแมว มันมีลายเป็นเสือชัดๆ มันคงไม่พอใจท่าน เป็นแน่ไปเรียกมันว่าแมว อิอิ"
หนานกงหลัวเอามือปิดปากหัวเราะหัวคิกคัก จากกากกระทำของจ้าวหลง แต้เมื่อจ้าวหลงเห็นการกระทำของนาง
กับทำให้หัวใจเขาหลนตกวูปไปได้เช่นกัน ท่าทางของนางกับทำให้หัวใจ ของเขาเต้นแรงและเร็วขึ้นมาได้
" ก็เจ้านี้ตัวเล็กแค้นี้ดูยังไง มันก็แมวชัดๆ "
จ้าวหลงจับเจ้าแมวยกขึ้นเขยาเบ่าๆสองสามครั้ง แมบดิ้นรนตะปบไปที่เจ้าหลง แต่ตัวมันเล็กตะปบยังไงก็ไม่โดนเขาอีก
" ดูท่ามันจะชอบท่านนะ"
"พวกกกกเจ้ามาจับวิญญานสัตว์เลี้ยงของข้าาาาา คงเบื่อชีวิตกันแล้วใช้ใหมมม"
ระหว่างที่จ้าวหลงเขย่าเสือน้อยอยู่นั้นมีเสียงที่โหยหวนรอยมาพร้อมกับคลื่นของหมอกที่หนาปกคลุมพื้นดิน พื้นดินจะมองไม่เห็นแล้วในขณะนี้
" นั้น นั้น เสียง ใคร ออกมา " หูเฉินผู้ที่มีร่างกาย ใหญ่โตพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ผ่านไปชั่วครู่มีร่างกายของหญิงชราที่ถูกหมอกปกคลุมไปครึ่งตัวจะมองเห็นแค่ส่วนบนรอยออกมา หญิงชราไส่ชุดสีขาวผมปลิวไสว
นางมีผิวที่เหียวย้น ริมฝีปากมีน้ำสีแดงไหลเป็นทาง นางรอยออกมาอย่างช้าๆ
" พับ พับผี "
หูเฉินโพลงด้วยเสียงอันดังออกมาเป็นคนแรกเขาออกตัววิ่งเป็นคนแรกไปยังทางออกที่จ้าวหลง ลงผนึกไว้ เขาไม่สนใจผนึกที่จ้าวลงสลักไว้เลยวิ่งฝาไปทุกผนึก อีกสามคนที่เหลือเดิมที ยังมีหน้าตาที่มั่นคงแต่เมื่อ หูเฉิน ออกวิ่ง อีกสามคนที่เหลือออกวิ่งตามกันอย่างพร้อมเพียง
ร่างของหญิงชรารอยมาอย่างช้าๆ
" มันจะช้าเกินไปแล้วนะ "
หนานกงหลัวบัดนี้มีหน้าตาที่ซีดเผือกเช่นกัน นางผนึกแต่อสูรไม่เคยผนึกผี จะให้ไปสู้ยังไงกับผีกันแต่เมื่อจ้าวหลงพูดออกมานางดึงสติจากความกลัวออกมาเพ่งมองเช่นกัน
จะเห็นร่างของหญิงที่แก่ชราเคลื่อนตัวออกมาช้าๆ ผ่านไปสักครู่ หญิงชราเคลื่อนตัวผ่านหมอก ไต้เท้าของหญิงชราจะเห็นเป็นกบตัวใหญ่ตัวหนึ่ง หญิงชรายืนอยู่บนกบ ตัวใหญ่สีแดงตัวหนึ่ง
" นี้ยายแก่เจ้าเลิกกินผลไม้นั้นได้แล้วนะมันทำให้เจ้าดูหน้ากลัว เจ้าจะเรียกข้าออกมาทำไม ก็แค่เด็กน้อยสองคนเองนี้... "
เสียงที่ดังออกมาจากตัวกบเป็นเสียงของเด็กหนุ่ม
" นี้เขาเรียกชาณหมากเป็นผลไม้วิญญาณขั้นสูง แล้วก็นะเดี่ยวนี้ไม่มีเรื่องข้าก็เรียกเจ้ามาไม่ได้แล้วใช้ใหม ใช้สิข้าแก่แล้วนี้ทีเมื่อก่อนตอนข้าท่องยุทธภพใหม่ๆไม่เห็นจะต้องเรียก เจ้าก็เสนอหน้ามาตลอด เจ้ามันไม่เหมาะกับคำว่า พรตกบ เอาเสียเลย"
ยายแก่กระทืบเท้าเบ่าๆไปบนร่างกบหนึ่งครั้ง
" ว่าแต่เจ้าหนุ่มและแม่นางตรงนั้นนะ เข้ามาทำไมที่นี้ เจ้าสองคนไม่รู้หรือว่าเส้นทางนี้จะพาพวกเจ้าไปใหน"
หญิงชราในยามที่มองไปที่กลุ่มของ หูเย่จวน ยังมีใบหน้าบึ่งตึ่งแต่กลับกันกับเมื่อมองไปทางจ้าวหลงกับมีใบหน้าที่ออนโยนลง ทำให้จ้าวหลงรู้สึกแปลกใจไม่น้อย
" ข้าไม่ทราบว่าเส้นทางนี้จะไปยังที่ใดอย่างงั้นรึ ข้าทั้งสองแอบตามกลุ่มของคนทั้งสี่นั้นมา "
จ้าวหลงตอบกลับไปด้วยใบหน้าให้ความเคารพกับหญิงชราตรงหน้า
" อื่ม มันยังไม่ถึงเวลาที่เจ้าควรจะรู้เมื่อถึงเวลาเจ้าจะทราบเอง ...." หญิชราเงียบไปชั่วครู่แล้วพูดต่อ
" ใหนๆพวกเจ้าทั้งสองก็มีบุญวาสนาได้พบกับข้าแล้วงั้นข้าจะให้โชคกับพวกเจ้าคนละอย่างแล้วกัน "
หญิงชราผู้มีใบหน้าออนโยนมองไปยังทั้งคู่
" ว่าแต่ เจ้าหนู่มเจ้าชื่ออะไร และแม่นางน้อยนั้นละเป็นอะไรกับเจ้า นางชื่ออะไร"
" ข้าน้อย เฒ่าฮวย "
" ข้าน้อยหนานกงหลัว อื่มข้าเป็น ...เป็นเพื่อนกับเขานะ"
ขณะนั้นหนานกงหลัวกับมีใบหน้าแดงอมชมพูอ่อนๆ แต่จ้าวหลงกับไม่รู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เขาคิดว่านางเพียงจะแค่ตกใจกลัวหญิงชราหญิงชราหรี่ตาเล็กจ้องมองจ้าวหลง
" อืมอย่างงั้นรึ งั้นแม่นางหนานกง เจ้าตามข้ามา "
หนานกงหลัวเดินตามหญิงชราหายไปในม่านหมอกไม่รู้ว่าเมื่อไหรกันที่เจ้าเสือน้อยไปนั่งอยู่บนใหลของหญิงชรา พื้นที่ตรงนี้จะเหลือก็เพียงแต่กบตัวใหญ่กับจ้าวหลง
จ้าวหลงยืนงงมองไปทางเจ้ากบ เจ้ากบจ้องมองจ้าวหลง ผ่านไปชั่วครู่จ้าวหลงรู้สึกอึดอัดขึ้นกับบรรยากาศที่เงียบนี้เขาพูดขึ้นว่า
" ผู้อาวุโสพานางไปที่ใดหรือท่านน้องกบ "
" ใครน้องเจ้า เห็นอย่างนี้ข้าอายุ สามพันกว่าปีแล้ว ข้าแก่กว่าบรรพบุรุษเจ้าอีก"
" แฟบ เปลี้ยง"
เจ้ากบไม่พอใจเมื่อถูกเรียกจากเด็กหนุ่มที่มีอายุยังไม่ถึงเศษเสี่ยวของอายุมัน แต่เมื่อเรียกขาน บรรพบุรุษของจ้าวหลง กับเกิดเหตุการณ์ประหลาด มีฟ้าผ่ามาจากกลางอากาศ แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
และที่นี้ยังเป็นพื้นที่ปิดไม่มีท้องฟ้า แล้วสายฟ้านี้มากจากใหน พลังงานของสายฟ้าถึงกับทำให้เจ้ากบตกใจกลัว ถึงขนาดฝันหนีดีฝ่อไปเลยทีเดียว ต้องรู้ด้วยว่าเจ้ากบมีอายุมานานมาก พลังวิญญาณก็สูงจนยากจะหยั่งถึง โชคดีที่สายฟ้านี้ไม่ได้ผ่ามาที่มัน สายฟ้านี้หน้าจะเป็นแค้เพียงการเตือนเจ้ากบเท่านั้น
ภายในมิติความว่างเปล่าในตัวจ้าวหลงมีดวงตาคู่หนึ่งลืมตาตื่นขึ้นหลังจากที่มีฟ้าผ่าลงมา
" นั้นสายฟ้าของใคร ถึงแม้จะเพียงบางเบาแต่กับทรงพลังยิ่งนักแม้แต่ข้าตอนมีชีวิตโดนเข้าไป ก็ไม่เหลือแม้แต่วิญญาณ ....เจ้าหนุ่มนี้มันเป็นใครกันแน่ "
ร่างเงามังกรหลังจากนั้นมันก็ไม่ได้สนใจสิ่งใดหลับตาทำสาธิต่อ
เจ้ากบจ้องเขม่งไปยังจ้าวหลงเป็นการใหญ่ ว่าตามความจริงแล้วเจ้ากบรู้ดีว่าเบื้องหลังจ้าวหลงเป็นหลานของไป๋หลิน แต่มันกับต้องตกใจหนักเข้าไปอีก ว่ายังมีเบื้องหลังขนาดใหญ่ของจ้าวหลงอยู่อีกดูแล้วเบื้องหลังเด็กหนุ่มคนนี้ ยากเกินที่ระดับของมันในขณะนี้จะจะสัมผัสถึงตัวตนระดับนั้นได้แค่สายฟ้าที่ผ่าลงมาเพียงเส้นเดียวก็ทำให้มันตายไปนับสิบล้อบได้แล้วกระมัง
" ตามข้ามาเจ้าหนูแล้วชื่อของข้าคือ ' หานเต้าหยี่ ' หรือจะเรียกข้าว่า ' พรตกบ' ก็ได้ข้ากำลังบำเพ็ญเพียรเป็นเซียนกบ "
จ้าวหลงตลึง เขาไม่รู้เลยว่ากบก็สามาถเป็นเซียนได้