18 (2-2)
ตอนที่22ฟันต่อฟัน (2)
สิ่งที่บรรดาฝูงชนร้องฮือฮาออกมาหาใช่เพราะความว่องไวของเขาแต่เป็แสงสีเขียวมรกตสดใสที่เฉิดฉายเปล่งประกายบนค้อนั์สองมือนั่นต่างหากปรากฏว่าเป็ผู้บำเพ็ญตบะขอบเขตเสาหลักเขียว!
อย่างที่เคยกล่าวเล่าไป แม้ภายในอาณาจักรตงหลี่แห่งนี้ยังมีผู้บำเพ็ญตบะขอบเขตเสาหลักเขียวอยู่บ้างแต่จำนวนกลับไม่มากมายนักเพียงเห็นรัศมีแสงสีเขียวมรกตปะทุคลั่งออกมาจากทั่วร่างของชายร่างกำยำเคราหนาบรรดาผู้ชมทั้งหลายโดยรอบต่างเปล่งเสียงกันจ้าละหวั่น
สีหน้าของชายร่างสูงโปร่งถึงกับซีดเซียวภายในใจตื่นตระหนกใอย่างยิ่งยวดรอบแรกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับระดับาุโขอบเขตเสาหลักเขียวแล้วแม้ตนจะมีระดับลมปราณอยู่ที่ขอบเขตเสาหลักเขียวเช่นกันแต่เมื่อพินิจจากรัศมีความเข้มข้นของสีเขียวมรกตที่แผ่ซานออกมาจากชายร่างกำยำเคราหนาแล้วน่าจะอยู่ในขอบเขตเสาหลักเขียวขั้นสูงในขณะที่ตัวเขามีระดับลมปราณอยู่เพียงขอบเขตเสาหลักเขียวขั้นกลางเท่านั้นหาดนำมาเปรียบเทียนกัน ค่อนข้างห่างชั้นแตกต่างกันค่อนข้างมาก
เมื่อค้อนั์สองมือปะทะคมกระบี่ของชายร่างสูงโปร่งชายเคราหนาพลันแสยะยิ้มขึ้นทันใด รัศมีแสงสีเขียวมรกตเข้มข้มยิ่งทวีความสว่างวูบวาบอยู่บนค้อนั์ก่อนจะควบแน่นพลังทั้งหมดบีบอัดที่ปลายค้อนและะเิคลั่งทำลายล้างรัศมีโดยรอบแม้ชายร่างสูงโปร่งจะตตอบสนองได้ทันท่วงที แต่ก็ยังสายเกินไปคมกระบี่ที่เข้าประจัญบานแตกระแหงเป็ชิ้นเล็กชิ้นนอก ทั้งยังถูกคลื่นพลังทำลายล้างกวาดร่างซัดกระเด็นปลิวออกไปจนตกสนามกระพ่นเืสดออกมาคำโต นอนหมดสภาพคาพื้นดินในพริบตา
“์!ขอบเขตเสาหลักเขียวขั้นสูง!”
“เพียงว่าก่อนหน้านี้เขาระงับขุมพลังความแข็งแกร่งเอาไว้เท่านั้นทีแรกข้าเองก็คิดว่า น่าจะมีระดับชั้นอยู่ที่ขอบเขตเสาหลักเขียวขั้นกลางเท่านั้นที่ไหนได้...ปรากฏว่าเป็ขั้นสูง!”
บรรดาผู้ชมรอบอัฒจันทร์ต่างจับกลุ่มสนทนากันร้อนแรง
แม้ว่าระหว่างขอบเขตเสาหลักเขียวขั้นสูงกับขั้นกลางจะอยู่ห่างกันเพียงหนึ่งระดับชั้นย่อยแต่ความแตกต่างของพลังความแข็งแกร่งกลับกว้างใหญ่เกินจินตนาการ กล่าวได้ว่าเพียงหนึ่งกระบวนเคลื่อนไหลของผู้บำเพ็ญตบะขอบเขตเสาหลักเขียวขั้นสูงก็สามารถพิฆาตผู้บำเพ็ญตบะขอบเขตเสาหลักเขียวขั้นกลางได้ในพริบตา ทั้งความเร็วพละกำลังและวรยุทธ์ต่อสู้ ล้วนเหนือชั้นกว่าทั้งสิ้น
เซียถงเฝ้ามองภาพฉากตรงหน้าอย่างสงบสงสัยเพียงว่า ขุมพลังความแข็งแกร่งของชายเคราหนาคนนี้อยู่แค่ขอบเขตเสาหลักเขียวขั้นสูงจริงๆงั้นเหรอ? แม้กระทั่งนางยังสามารถปราบปรามระงับความแข็งแกร่งจากขอบเขตเสาหลักฟ้าลงมายังขอบเขตเสาหลักเขียวได้เลย หากนางทำได้ คนอื่นเองก็ต้องทำได้จริงหรือไม่?
ชายร่างสูงโปร่งกำลังนอนนอนซีดเซียวอยู่ด้านล่างสนามสักพักต่อมาค่อยถูกสหายที่มาด้วยกันหามออกไปก่อนที่กรรมการจะประกาศให้ชายเคราหนาเป็ผู้ชนะในรอบนี้
ชายเคราหนาในยามนี้ยืดอกแข่งขันดูภาคภูมิใจอย่างที่สุดตนสามารถโค่นคู่ต่อสู้ลงได้ภายในหนึ่งกระบวนท่าเดียวยิ่งได้เห็นบรรดาฝูงชนโดยรอบทั้งหลายจับกลุ่มพูดเกี่ยวกับตนอย่างร้อนระอุเช่นนี้เขาก็ยิ่งเหิมเกริม เหวี่ยงค้อนั์สองมือกระแทกพื้นสนามประลองป่าวประกาศคำรามเสียงดังลั่นว่า
“ใครที่เป็คู่ต่อสู้รอบต่อไปของข้า?เข้ามาได้เลย! ข้าพร้อมเสมอ! เมื่อครู่เพียงยืดเส้นยืดสายเท่านั้น!”
เมื่อกรรมการบอกให้เขาลงไปก่อนชายเคราหนากลับไม่ฟังทั้งยังจะหวดค้อนั์ทุบใส่อีกและตะคอกอย่างโกรธเกรี้ยวขึ้นว่า
“ไฉนเ้าถึงเื่มากปานนี้?ให้ข้าประลองควบทีเดียวสองรอบไปเลยมิเห็นจะเป็ไร!นี่ถือว่าช้าช่วยประหยัดเวลามากแล้ว!”
วาจาคำกล่าวช่างเปี่ยมล้นความเย่อหยิ่งยอดฝีมือผู้ซึ่งคุมสนามหมายเลขสองสีหน้ามืดทมิฬลงทันทีขณะเตรียมขึ้นสนามมาลากตัวขายเคราหราลงทันใดนั้นทุกคนทั่วบริเวณพลันสังเกตเห็นกลีบบุปผาร่วงโรยลงมาจากฟากฟ้าโปรยปรายลงสู่สนามประลอง
ทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจเห็นเพียงหญิงงามสี่นางในชุดแพรพรรณนาสีแดงเพลิงบนท้องนภาประดับเคียงคู่บุผาโปรยปรายดั่งพิรุณสีหลายสีสันนางทั้งสี่ช่างงดงามและสวยสง่าหาที่ใดเปรียบไม่กำลังยืนอยู่ทั้งสี่มุมจัตุรัสรอบสนาม พร้ะกร้าบุปผาที่ใช้หยิบโปรย
“คุณชายหลัวซีปรากฏกายแล้ว”
สุ้มเสียงหญิงงามทั้งสี่ขับขานขึ้นโดยพร้อมเพรียงจากสี่มุมจัตุรัส กึกก้องไปทั่วสนามประลองหมายเลขสองก่อนจะปรากฏชายหนุ่มในชุดสีขาวกำลังร่อนลงมาสู่ใจกลางสนามท่ามกลางพิรุธบุปผาโปรยปรายั้แ่หัวจรดเท้านุ่งห่มแพรพรรณผ้าไหมชั้นเยี่ยมสีขาวประดุจหิมะอากัปกิริยาดูชดช้อยสง่าราศี ประดับเคียงฉากหลังเป็ฝนบุปผายิ่งเสริมบารมีดั่งเทพเซียนเสด็จลงมาสู่ผืนพิภพ
บรรยากาศทั่วทั้งสนามหมายเลขสองพลันเงียบสงัดชั่วขณะแต่ละคนต่างเบิกตาโตอ้าปากค้างขากรรไกรแทบร่วงพลางจับจ้องไปยังร่างของชายหนุ่มหน้าหยกที่กำลังร่อนลงมาเหยียบย่างบนสนามประลอง
“สวัสดีทุกคน ข้านามว่าหลัวซีอย่าได้ตื่นตะลึงกับความหล่อเหลาของข้าเลย”
หลัวซีคลี่ยิ้มบางอันทรงเสน่ห์ออกมามือข้างขวาถือดอกกุหลาบสีแดง โค้งคำนับสี่ทิศทักทายทุกคนด้วยท่าทีแสนสง่างาม
รอยยิ้มสีจางที่ประดับประดาบนใบหน้าอันหล่อเหลาดั่งหยกต้องกล่าวเลยว่า ช่างเป็ภาพฉากที่ตราตรึงไม่มีชายใดเทียบเคียงได้เลยจริงๆสิ่งที่ต่างทำให้หญิงสาวทุกคนโดยรอบอัฒจันทร์ใจสั่นโดยไม่รู้ตัวก่อนจะพวกนางจะกรีดร้องออกมาดั่งว่า้าเป็ทาสรักก็มิปาน
“คุณหนูคุณหนู...คุณชายผู้นี้หล่อเหลาเทียบเคียงอัครมหาเสนาบดีเย่ได้เลย!”
อิ๋งเอ๋อร์กลุมมือนางซะแน่น
เซียถงจับจ้องไปที่หลัวซีอดเม้มปากกลั้นหัวเราะมิได้ ภาพฉากการปรากฏตัวของชายคนนี้ ทำให้นางนึกถึง พิสเซสอะโฟรไดต์ ในเซนต์เซย่า ขึ้นมา ทุกครั้งที่เขาปรากฏตัวขึ้นมามักจะมีกลีบกุหลาบสีแดงโปรยปรายทั่วท้องนภา และจะมีคำพูดติดปากอยู่เสมอส่วนหลัวซีคนนี้จะมีกับเขาบ้างหรือไม่?
ก็หวังเพียงว่าหลัวซีจะไม่ใช่พวกเก่งแต่ปาก็แล้วกันเซียถงหยักไหล่ไปทีหนึ่งก่อนจะกลับมาสนใจสถานการณ์ภายในสนามประลองต่อ
ชายเคราหนาเองก็ตกตะลึงมิใช่น้อยกับรูปโฉมและภาพฉากการปรากฏกายของหลัวซีพอได้สติฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง เขาก็ลอบสังเกตเห็นว่ารัศมีที่แผ่ซ่านออกมาทั่วร่างของหลัวซีค่อนข้างละเอียดลออและงดงามทว่าปราศจากความดุร้ายหรือแรงกดดันคุกคามใดๆ เลย ยิ่งเห็นแบบนี้เขาก็ยิ่งได้ใจมากขึ้นไปอีกเปล่งเสียงดังกล่าววาจาสุดหยิ่งผยองขึ้นว่า
“เ้าหนุ่มใบหน้าของเ้างดงามดั่งอิสตรี แถมท่าทางก็ยังดูบอบบางข้าเองก็ไม่อยากหวดค้อนั์นี้ใส่ตุ๊กตาแก้วอย่างเ้าเช่นกันรีบยอมแพ้และลงสนามไปเสียดีกว่า”
ทว่าหลัวซีกลับมิได้สนใจฟังคำพูดของชายเคราหนาเลยแม้แต่น้อยทำราวกับอีกฝ่ายไม่มีตัวตนเป็ธาตุอากาศไปเสียอย่างนั้นเขาหันไปหาบรรดาหญิงสาวบนอัฒจันทร์และส่งยิ้มหวานกระชากใจให้อีกคราทั้งหมดทั้งมวลนี้ ทุกอากัปกิริยาของเขาดูเป็ธรรมชาติอย่างมากไม่มีตื่นเกรงหรือประหม่าใดๆ และดูท่าจะไม่เห็นหัวของชายเคราหนาเลย
ทันทีทันใดก็มีเสียงกรีดร้องจากฝั่งอัฒจันทร์ขึ้นเป็ครั้งที่สอง
เซียถงถึงกับะเิหัวเราะลั่นนางอดจำมิได้จริงๆ ชายคนนี้จะหลงตัวเองไปถึงขนาดไหนกัน?
“เ้าหมูโสโครกหล่อเหลาแล้วช่วยอะไรได้? บนสนามประลองแห่งนี้วัดกันที่ฝีมือหาใช่หน้าตา!”
ชายเคราหนาโกรธเกรี้ยวยิ่งยวดต่อท่าทีอันเมินเฉยของอีกฝ่าย
“หน้าตาของเ้าน่าเกลียดไปหน่อยก็จริงแต่หากมีฝีมืออยู่บ้างก็นับว่าพอใช้ แต่ดูท่าแล้ว...เ้าทั้งน่าเกลียดและอ่อนแอเช่นนั้นเดินลงสนามไปเถิด ข้าไม่อยากทำร้ายเ้า”
หลัวซีกอดอกพร้อมยกมือข้างหนึ่งลูบไล้ใบหน้าของตนเองก่อนจะหัวเราะเสียงแ่อ่อนดูมีมารยาท
“เช่นนั้นก็ลองลิ้มรสค้อนั์ของข้าดูก่อนเถอะ!!”
ชายเคราหนาเริ่มเคลื่อนไหวทันทียกค้อนหวดใส่ทางหลัวซีทุ่มสุดกำลังบริเวณหัวค้อนั์สองมือถูกเคลือบไปด้วยกระแสลมปราณสีฟ้าอ่อนเลือนรางห่อหุ้มเอาไว้เป็ชั้นหนาในพริบตา
“เสาหลักฟ้า!ขอบเขตเสาหลักฟ้า!!”
เมื่อเห็นชายเคราหนาปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาฝูงชนโดยรอบต่างก็ลุกฮือเดือดดาลจ้าละหวั่นขึ้นอีกครั้ง!