ภายหลังเมื่อข้อพิพาทระหว่างหลี่ชางม่าวกับนางเก๋อซื่อเสร็จลงหลี่ชางม่าวจึงไปศาลากลางหมู่บ้านนางเก๋อซื่อส่งหลี่ชางม่าวแล้วเมื่อกลับเข้าห้องมองเห็นพู่ห้อยที่ฮวาหว่านบรรจงทำให้
ขณะที่นางเก๋อซื่อหยิบพู่ห้อยในใจก็สับสนจนไม่รู้เป็รสชาติอะไรนางเห็นใจกับความเคราะห์ร้ายของฮวาหว่าน
ได้ยินเสียงเปิดประตูรั้วบ้านดังแว่วมา นางเก๋อซื่อซ่อนเก็บอารมณ์เพื่อไปทำงานต่อก่อนหยิบพู่ห้อยผูกไว้ตรงเข็มขัด
พอถึงตรงลานบ้านเห็นฮวาหว่านนางเก๋อซื่อเตรียมจะปั้นหน้าหาได้ยากที่ฮวาหว่านจะชิงเอ่ยปากขึ้นก่อน
"ท่านป้าคะเมื่อครู่ท่านอาโม่เห็นปิ่นหญ้าที่ข้าทำบอกว่าเครื่องประดับหญ้านี้หากนำไปขายในเมืองหลวงชิ้นหนึ่งสามารถขายได้สามเหรียญปกติกลางวันข้ามีเวลาว่างจึงคิดจะทำไปขายในเมืองหลวงให้มากหน่อย"
นางเก๋อซื่อเหลือบตามองเล็กน้อยต้องกล้ำกลืนคำสบถที่มักเอ่ยออกมาเป็ประจำลงคอไปคิ้วของนางขมวด"บ้านของเราทำให้เ้าอดอยากเหน็บหนาวหรืออย่างไรถึงต้องหาเื่อีก เงินที่เ้าหาได้ยังไม่พอซื้อซาลาเปายัดไส้สักชิ้นหรอกนะ"
" ไม่ใช่ค่ะท่านป้าวันหนึ่งข้าสามารถร้อยเครื่องประดับหญ้าได้ยี่สิบชิ้นคำนวณแล้วก็จะได้เงินหกสิบเหรียญนะคะพอได้เงินมาแล้วข้าจะมอบให้ท่านภายหลังพี่ชายจะได้แต่งเ้าสาวอย่างสมฐานะ" ปกติฮว่าหว่านเป็คนไม่ค่อยพูดจาแต่ชอบยิ้มแย้มความยินดีบนใบหน้าไม่แฝงเลศนัยอันใดบริสุทธิ์จนสะกดใจผู้คน
ในใจของนางเก๋อกลายเป็ความสับสน" เ้าได้ยินหมดแล้วนี่? "
" อา? ข้าแค่ได้ยินบิดาของเซียงลี่กำลังปรึกษาเื่การแต่งงานของพี่สาวคนที่สองของเซียงลีถึงคิดขึ้นมาได้" ฮวาหว่านกระพริบตาอันสดใส"ต่อไปพี่ชายแน่นอนว่าจะต้องเป็ขุนนางร่ำรวยคนหนึ่ง"
นางเก๋อซื่อถอนใจฮวาหว่านเป็เด็กสาวที่ทำให้ผู้คนอยากทะนุถนอม หน้าตางดงามหากไม่ใช่เพราะว่าครอบครัวประสบเคราะห์ร้ายกลายเป็ตัวโชคร้ายแล้วล่ะก็นางเองก็คงไม่รังเกียจที่จะให้เป็คู่ของบุตรชาย
"เหรินเอ๋อร์คงไม่อยากได้เงินสองเหรียญของเ้าหรอกนะเ้าเก็บไว้เองเถอะ"นางเก๋อซื่อหน้าตึงแต่ก็ไม่ได้ต่อว่านางอีก
ฮวาหว่านยังคงหิ้วตะกร้าอาหารที่นางเก๋อซื่อจัดเตรียมไว้เป็อาหารกลางวันไปส่งที่อำเภอกวงหยาง
พอถึงตอนเย็นหลี่ชางเม่ากับหลี่จงเหรินรู้เื่ที่ฮวาหว่านวางแผนไว้โดยเฉพาะเื่ที่นางจะเข้าเมืองคนเดียวจึงรีบคัดค้านทันทีแต่ก็จนใจกับความตั้งใจของฮวาหว่าน
หลี่จงเหรินก้มลงไตร่ตรองชั่วขณะ"น้องสาวเ้าอย่าเพิ่งรีบเข้าเมืองหลวงไว้รอวันมะรืนสำนักปราชญ์จะหยุดเรียนสิบวันข้าจะไปเป็เพื่อนเ้าเอง"
ไม่ต้องรอให้ฮวาหว่านอ้าปาก นางเก๋อซื่อตวาดเสียงดัง"เ้าไม่ต้องทบทวนบทเรียนแล้ว? เข้าเมืองไปเที่ยวเล่นไม่สู้พีกผ่อนอยู่บ้านหรอกนะ"
หลี่จงเหรินไม่ตอบคำนางเก๋อซื่อเป็หลี่ชางม่าวที่ถลึงตาใส่นางเก๋อซื่อแทนนางเก๋อซื่อขมุบขมิบปากสุดท้ายไม่กล้าสอดคำ
หลี่ชางม่าวกล่าวยิ้มๆ"เหรินเอ๋อร์พูดถูกแล้ววันนั้นข้าจะไปนำรถลากลับมาเ้าสองคนพี่น้องไปเดินเที่ยวที่ตลาดในเมืองก่อนเหรินเอ๋อร์ควรจะเพิ่มกระดาษส่วนเด็กน้อยเ้าชอบสิ่งใดก็ซื้อกลับมา"
รอจนถึงวันที่เข้าเมืองหลี่ชางม่าวออกเดินทางแต่เช้าตรู่ไม่นานก็จูงลาแคระร่างตระหง่านสีดำหูยาวกลับมา ด้านหลังของลาแคระยังลากถังสำหรับใส่ถ่านหินมาด้วย
หลี่จงเหรินกับฮวาหว่านรูปผอมบอบบางเมื่อนั่งในถังนั้นกลับดูกว้างไปเลย
ลาแคระกินหญ้าจนอิ่มหนำแล้ว ไม่จำเป็ต้องให้หลี่จงเหรินคอยกระตุกบังเหียนก็วิ่งตะบึงไปเบื้องหน้าไม่ถึงหนึ่งชั่วยามรถลาก็มาถึงเมืองหลวงผ่านทางประตูหนานเฮย
ฮวาหว่านั้แ่ถูกท่านลุงรับมาอยู่ด้วยที่หมู่บ้านหยิวเซียวก็ไม่เคยกลับมาเมืองหลวงความคักคึกของเมืองหลวงยังติดอยู่ในความทรงจำบางครั้งเมื่อเผชิญกับคุณชายสูงศักดิ์บนม้าตัวใหญ่ฮวาหว่านก็รีบชักลาหลบเลี่ยงไปด้านข้างหลี่จงเหรินกับรู้จักขี่ม้าอดใจไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองหลายครั้ง
วันนี้แผงขายของของโม่ฟู๋ตั้งอยู่ด้านนอกประตูของร้านสมุนไพรหอมสองพี่น้องมาถึงถนนพันโหลว อย่างรวดเร็วก็แลเห็นท่านอาโม่ฟู๋และร้านสมุนไพรหอมที่ท่านอาโม่ฟู๋เคยกล่าวถึง
แม้ว่าจะไม่ได้เข้าไปในร้านก็สามารถได้กลิ่นหอมฉุนรุนแรงถึงฮวาหว่านจะไม่มีความรู้ด้านสมุนไพรแต่ก็พอรู้ว่าที่กำลังเผาอยู่ในนั้นมีเครื่องเทศราคาแพงอยู่ไม่น้อยเลย
ฮวาหว่านเงยหน้าขึ้นมองป้ายของร้านสมุนไพรหอม "อี้เซียงถาง-ศาลาสุคนธรส" กลับเคยได้ยินมาก่อนเป็ร้านที่มีชื่อเสียงมากในเมืองหลวงแต่วันนี้เป็ครั้งแรกที่นางได้มาเยือน
หลี่จงเหรินพาฮวาหว่านเข้าไปทักทายโม่ฟู๋ พร้อมหยิบผลไม้แห้งที่ห่อกระดาษเล็กๆจากในผ้าคลุม"ท่านอาโม่ฟู๋นี้เป็ท่านพ่อกับท่านแม่ให้ข้านำมามอบให้ท่าน"
" อ๋ายส์ พ่อแม่เ้าเกรงใจเกินไปแล้ว"โม่ฟู๋รับผลไม้แห้งหันไปพูดกับฮวาหว่าน"เ้าหว่านน้อยนำเครื่องประดับหญ้ามาหรือไม่?"
"พกมาด้วยข้าทำมาตั้งสามสิบอัน"
ฮวาหว่านจะหยิบปิ่นปักผมให้โม่ฟู๋ดูโม่ฟู๋กลับโบกมือ"นำมาก็ดีแล้วข้าทราบดีถึงฝีมือของเ้าแค่ตามข้าเข้าไปพบเถ้าแก่ในร้านก็พอ"
เถ้าแก่อันของศาลาสุคนธรสกำลังให้ลูกค้าชั้นสูงทดสอบกลิ่นหอมหลังจากที่พนักงานในร้านช่วยถ่ายทอดคำพูดของคนทั้งสามแล้วผ่านไปสิบห้านาทีเถ้าแก่ร้านจึงค่อยลงมา
โม่ฟู๋โค้งคำนับเถ้าแก่ร้านเถ้าแก่พยักหน้าให้โม่ฟู๋สายตาเพ่งไปยังฮวาหว่านใบหน้าที่งดงามหาได้ยากเสียดายที่สวมใสดสื้อผ้าเก่าเสื่อมสภาพเถ้าแก่อันแค่เพียงพูดอย่างไม่ใส่ใจ"นำมาให้ข้าดู"
ความจริงแล้วเถ้าแก่ไม่ใคร่สนใจเครื่องประดับหญ้ามากนักแต่ว่าเมื่อวันก่อนโม่ฟู๋โอ้อวดไว้มากมายเขาจึงรับคำไปอย่างนั้นเอง
ในมุมมองของเถ้าแก่เพิ่มของกำนัลของแถมให้ลูกค้าไม่ใช่เื่สำคัญอะไรแต่ก่อนปกติเขาใช้ยาลูกกลอนทำเป็ของกำนับภายหลังก็พบว่าไม่ค่อยเป็ที่พึงพอใจนัก ลูกค้าของศาลาสุคนธรสส่วนใหญ่เป็คนชั้นผู้ดีมีตระกูลแขกชั้นสูงต่างก็มีสิ่งที่ตนเองชื่นชอบอื่นๆอีกล่ะโดยเฉพาะอย่างยิ่งของแถมราคาถูกย่อมไม่อยู่ในสายตาหบายครั้งที่มอบให้ลูกค้ายังไม่สนใจจะนำกลับไปด้วยตอนหลังเขาเลยเปลี่ยนมาเป็รูปปั้นคนเล็กๆกลับมีคุณชายคุณหนูจำนวนไม่น้อยรู้สึกสนใจในความแปลกใหม่
ฮวาหว่านเปิดผ้าคลุมเถ้าแก่หยิบเครื่องประดับหญ้าหลายชิ้นเคาะในอุ้งมือเห็นว่าน่าสนใจอยู่บ้างรูปแบบส่วนมากเมื่อเปรียบกับเครื่องประดับที่วางขายบนถนนเดียวกันยังแปลกใหม่กว่าชิ้นละสามเหรียญก็ราคาถูกมากเพียงแต่ไม่รู้ว่าลูกค้าชั้นสูงพวกนั้นจะรังเกียจเครื่องถักหญ้าของเล่นแแบนี้หรือไม่อีกอย่างหญ้าถักยังไม่มีราคากว่ารูปปั้นดินเสียอีก
ขณะที่เถ้าแกกำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดแขกชั้นสูงที่กำลังทดสอบกลิ่นหอม้านั้นค่อยๆเดินลงมา
ฮวาหว่านแอบเหลือบตามองฮูหยินตระกูลสูงสวมเสื้อสีน้ำผึ้งบางเบาที่ส่วนหน้าของเสื้อเป็ผ้าต่วนท่อนล่างสวมกระโปรงสีเหลืองอ่อนสิบหกจีบบนมวยผมปักด้วยปิ่นทองประดับพลอยสีน้ำทะเลร้อยดอกโบตั๋นด้วยไหมเล็กละเอียดดอกโบตั๋นนั้นสั่นไปมาเมื่อยามที่ฮูหยินท่านนี้ก้าวลงจากบันไดไม้ ยิ่งทำให้คนตาลายพร่าพรายที่ด้านหลังของนางยังติดตามด้วยสาวใช้สวมเสื้อนวมลายดอกอีกสองคน
ชั่วพริบตาเถ้าแก่ก็เปลี่ยนสีหน้า ยิ้มหวานเดินไปหาฮูหยินตระกูลสูงท่านนั้น"ฮูหยินเว่ยเหตุใดจะกลับแล้วข้าเพิ่งจะให้เด็กเตรียมยาจีนผสมน้ำผึ้งและลูกแพรไว้กำลังจะส่งขึ้นไปให้ท่าน
" ไม่ต้องลำบากท่านแล้วที่จวนยังมีเื่อื่นอีกข้าออกมานานแล้วควรจะกลับไปเสียที" ฮูหยินหยิบผ้าเช็ดหน้าที่ทำจากผ้าไหมกดบนขมับเมื่อครู่เพิ่งลองยาเสร็จร่างกายจึงร้อนอยู่บ้าง
"ใช่ๆทุกวันนี้เว่ยฮูหยินเป็ใหญ่ลำดับสองเื่ใหญ่เื่เล็กต้องให้นางจัดการทุกวันล้วนยุ่งมากแต่ไม่รู้ว่าสมุนไพรหอมของวันนี้ฮูหยินเว่ยจะยังคงพอใจคำพูดของเถ้าแก่จึงให้เกียรติเป็พิเศษ
ในเมืองหลวงชนชั้นสูงแซ่เว่ยมีไม่มากนัก ทว่าฮวาหว่านแอบคิดคำนวณ แอบใช้เสียงเล็กเบี่ยงเบนสายตา แกว่งแขนไปมาๆจนมือที่สะบัดผ้าคลุมเริ่มปวดขึ้นมา
ฮูหยินพลันส่งเสียงหัวเราะสองครั้ง“เถ้าแก่อันสมุนไพรในร้านของท่านนั้นดีที่สุดแล้ว `ท่านคัดเลือกพูมารี(พืชมีกลิ่นหอมชนิดหนึ่ง) กำยานและจันทร์หอมส่งไปที่จวนของข้าสักสามตลับ”
“ได้เลยขอรับฮูหยินเว่ยโปรดวางใจ ่บ่ายยามเซิน(บ่ายสามโมงถึงห้าโมงเย็น) รับรองส่งถึงจวนท่านตรงเวลา
แววตาของฮูหยินทอประกายเย่อหยิ่งสายหนึ่งใครเล่าจะไม่รู้กันว่าหากไปส่งของยังจวนฟู่เลย่ยามเซินก็จะไม่ได้รับเงินจำเป็ต้องอีกสองวัน คำพูดเ่าั้ล้วนแต่กล่าวเหมือนกระตือรือร้นเกินไป
่จังหวะที่ฮูหยินเดินถึงฮวาหว่านนั้นนางยกมือขึ้นปิดจมูกโดยไม่ตั้งใจทำเหมือนไม่ตั้งใจแต่แอบชำเลืองมองปิ่นดอกหญ้าเ่าั้
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/31460372a950b4e2a8c09017ed8e19b6
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่บันทึกมงกุฎขนนกที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #บันทึกมงกุฎขนนก #readAwriteด้วยน้า