หนี่เฟิ่งจิวชอบท่านอ๋อง ชอบมากด้วย!
แต่ท่านอ๋องซื่อบื้อเกินไป ไม่รู้แม้กระทั่งวิธีเอาอกเอาใจหญิงสาว เื่แก้คำสาปเธอต้องขอชะลอไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด มันยากเย็นหนักหนาเกินไปสำหรับบทบาทนี้
เ้าของปานพระจันทร์เสี้ยวอย่างหนี่เฟิ่งจิว เกิดมาเพื่อช่วยสรรพชีวิตให้พ้นจากความทรมาน
แต่ก็ไม่คิดว่าการช่วยต้องดุเดือดถึงเพียงนั้น ความลับที่เธอได้รู้อีกอย่างคือ ท่านอ๋องเองก็มีปานพระจันทร์เสี้ยวเหมือนกันแต่อยู่ตรงเอว
เนื้อคู่ที่์สร้าง พรหมลิขิตเขียนมาแล้วว่ายังไงท่านอ๋องต้องเป็ของเธอ ก็ไม่คิดว่าเนื้อคู่จะอยู่กันคนละภพคนละชาติแบบนี้
มัวแต่นั่งใจลอยไปกับเื่ที่ผ่านมา เลยไม่ทันสังเกตุเห็นคุณหนูหลี่เหมยที่กำลังหัวเราะอยู่กับเจียงเหวิน สติกลับคืนมาเมื่อได้ยินเสียงแหลมๆ ว่าแต่สองคนนั้นไปสนิทสนมกันั้แ่ตอนไหน
สระบัวที่เคยมีเื่มีราว แต่ตอนนี้มีคุณหนูนั่งอยู่บนเรือ ส่วนเจียงเหวินอยู่ในน้ำ
“เจียงเหวิน ข้าจะเอาอันนั้น ลากเรือของข้าไปตรงนั้นที”
“ขอรับคุณหนู”
รอยยิ้มจากใบหน้าหล่อๆนั้นทำใจสั่นได้เหมือนกัน ก็บอกแล้วว่ายุคนี้มีแต่คนหล่อ หล่อเนื้อแท้ หล่อแบบ์ตั้งใจสร้าง ท่านอ๋องของเธอหล่อกว่าใครทั้งนั้น
ให้ตายเถอะหนี่เฟิ่งจิว! เมื่อกี้เธอกำลังชื่นชมว่าท่านอ๋องเป็ของเธองั้นหรือ เสียเชิงสาวเฉิงตูหมดสิแบบนี้ ท่านอ๋องไม่เห็นจะตื่นเต้นเหมือนเธอเลยยังทำหน้านิ่งเป็น้ำแข็ง ใช้เธอถูจวนแต่เช้า
“หนี่เฟิ่งจิว!”
“ท่านอ๋อง มาทำอะไรคะ”
“งานยังไม่เสร็จ มานั่งยิ้มทำไมอยู่ตรงนี้”
“ห๊ะ!????”
“ตามมา เ้ายังไม่ถูห้องนอนของข้าเลย” นี่สินะที่เขาเรียกว่าชีวิตคือบทละคร ท่านอ๋องกำลังจีบกับเธออยู่ไม่ใช่หรอ แล้วทำไมยังทำเหมือนเธอเป็สาวใช้อยู่อีก
“ท่านอ๋อง!”
“อะไร?”
“จีบกันอยู่ไม่ใช่หรอคะ ท่านอ๋องทำเหมือนฉันไม่ใช่คนที่ชอบเลย”
“หือ??”
“หรือท่านอ๋องไม่ได้ชอบฉัน”
“เด็กโง่! จะให้ข้าเรียกหญิงอื่นมาเป็สาวใช้แทนเ้าหรือไง?”
“ไม่!!!”
“อืม ก็เท่านั้น”
อะไรของเขาวะ...ไม่มีคำอธิบายหรือพูดจาปลอบโยน ยังคงเป็คนพูดน้อยยิ้มน้อย ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิมเลยแม้แต่อย่างเดียว หนี่เฟิ่งจิวไม่อยากให้ท่านอ๋องอยู่กับหญิงอื่น
แล้วเป็ไงล่ะ ก็ต้องทำหน้าที่สาวใช้ของตัวเองต่อไปให้ดี ทำทุกอย่างที่ท่านอ๋องสั่ง เขาเรียกว่ารักแบบเทิดทูลถวายหัว ทำทุกอย่างเพื่อผู้ชายอันเป็ที่รัก
ท่านอ๋องอ่านหนังสืออยู่ในห้องทำงาน หนี่เฟิ่งจิวยกของว่างมาให้ ชายหนุ่มเพียงแค่พยักหน้ารับแล้วก็อ่านหนังสือต่อ ไม่สนใจจะเงยหน้ามาสนทนาสักคำ
หนี่เฟิ่งจิวน้ำตาจะไหลแล้วนะ แบบนี้มันไม่เรียกว่าจีบกันแล้วไหม ท่านอ๋องคิดว่าตัวเองกำลังแสดงละครอยู่หรือไง นี่คิดว่าตอนนี้กำลังอยู่หน้ากล้องหรอ
“ท่านอ๋อง! ไม่ต้องมาจีบแล้ว ไม่ให้จีบ!”
“เฟิ่งจิว....”
หนี่เฟิ่งจิวสะบัดตัวเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้อ๋องเสี่ยวเหยานั้นงงว่าเกิดอะไรขึ้น นี่เขาก็กำลังทำตัวเป็ผู้นำ เป็ผู้ใหญ่ เป็คนที่นางสามารถวางใจได้ แล้วมันผิดพลาดอะไรตรงไหนอีก
“เฮ้! จะไปไหนอีกแล้วนั่น”
“ไปสูดอากาศค่ะ”
“อย่าไปหลงทางเข้าอีกล่ะ ท่านพี่ร่างปีศาจไม่ได้ตลกเลยสักนิด” เจียงเหวินพยักหน้ารัวให้กับคำพูดของคุณหนูหลี่เหมย ท่านอ๋องเวลาโมโหน่ากลัวเป็บ้า
ยังไม่ทันก้าวขาออกจากจวน ร่างของเธอก็โดนท่านอ๋องฉุดให้เดินตามจนตัวปลิว หนี่เฟิ่งจิวทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินไปตามแรงดึงของท่านอ๋อง
“บอกแล้วใช่ไหม? ว่าไม่ให้ออกไปไหนถ้าข้าไม่อนุญาต”
“....”
“เ้าโกรธอะไรข้าอีก”
“เปล่าค่ะ”
“มานี่ มานั่งคุยดีๆ” หนี่เฟิ่งจิวตาฝาดหรือเปล่านั่นที่เห็นท่านอ๋องกำลังตบตักของตัวเอง หมายถึงว่าให้เธอไปนั่งบนตักเขาหรอ แบบนั้นก็เข้าทางเลยสิ
“ไม่เอาค่ะ”
“หนี่เฟิ่งจิว จะดื้อไปเพื่อสิ่งใด”
“ท่านอ๋องไม่สนใจฉัน แบบนั้นมันไม่เรียกว่าชอบกัน”
“แล้วต้องแบบไหนถึงเรียกว่าชอบ”
“ไม่รู้ๆ ท่านอ๋องไม่ต้องพูดเลย” หญิงสาวหน้ามุ่ยยิ่งกว่าเดิม ท่าทางแบบนั้นมันดูน่ารักน่าเอ็นดูในสายตาของเขา น่ารักจนอยากจับมากอดไว้แน่นๆ
“ข้าเองก็อยากดูดีในสายตาของเ้า”
“คะ??”
“ที่ข้านิ่งเงียบเพราะอยากเป็ผู้ใหญ่ ข้าสุขุมเพราะอยากให้เ้ามองว่าข้าพึ่งพาได้”
“ท...ท่านอ๋อง”
“เ้าไม่รู้หรือว่าคนคนหนึ่งไม่ใช่แค่ชอบก็เพียงพอ องค์ประกอบหลากหลายอย่างก็ควรมีด้วย” เหมือนโดนลากมาตบหน้า เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าท่านอ๋องกำลังคิดมาก
คนดื้อเลยไปยอมไปนั่งอย่างว่าง่าย เอนหัวซบอีกคนที่นั่งตัวตรง หนี่เฟิ่งจิวทำนิสัยไม่ดีกับท่านอ๋องอีกแล้ว ทั้งที่ท่านอ๋องแสดงออกตั้งหลายอย่างว่าเขาดีกับเธอ
“ขอโทษค่ะ”
“ข้าทำไปตามความคิดของตน ข้าเองก็ผิดที่ไม่ยอมบอกเ้าให้เข้าใจ”
“ฉันทำนิสัยไม่ดี”
“ต้องให้ลงโทษไหม? เ้ากำลังเป็เด็กดื้อนะรู้หรือเปล่า”
“จะตีฉันหรอคะ!”
“อืม ตีให้หายใจไม่ออกเลย”
“ใจร้าย...อื้ออออ อุ๊บ!”
ท่านอ๋องใช้ปากของตัวเองขยี้ริมฝีปากอมชมพูของหนี่เฟิ่งจิว นี่เป็การจูบที่รุนแรงและต่างจากครั้งแรกโดยสิ้นเชิง หญิงสาวเริ่มหน้าแดงเพราะกำลังขาดอากาศหายใจ
กำปั้นของหญิงสาวทุบลงไปที่อกของท่านอ๋อง นี่กำลังจะลงโทษหรือฆ่ากันให้ตายกันแน่
หนี่เฟิ่งจิวปากบวมเจ่อ หน้าแดงหอบเอาอากาศเข้าปอด ดวงตาถลึงมองท่านอ๋องที่กำลังกระตุกยิ้มอย่างพอใจ จิ้งจอกแสนหางชูออกมาหลอกล่อหญิงสาว
“จะฆ่ากันหรอคะ”
“ลงโทษเด็กดื้อต่างหาก”
ท่านอ๋องโอบกอดเอวของหนี่เฟิ่งจิวไว้แแ่ กลิ่นกายของหญิงสาวกระตุ้นให้เืสูบฉีด แต่เขาต้องยับยั้งชั่งใจเอาไว้ก่อน มันเร็วเกินไปที่หนี่เฟิ่งจิวกับเขาจะไปต่อ
เขากลัวต่างหาก กลัวว่านางจะกลับไปที่ของตนแล้วทิ้งเขาไว้ที่นี่เพียงลำพัง อ๋องเสี่ยวเหยาขอเห็นแก่ตัวสักครั้ง ขอให้เขากับหนี่เฟิ่งจิวได้ใช้เวลาร่วมกันอีกสักนิด
“ยังอยากกลับบ้านอยู่หรือเปล่า”
“ก็ต้องอยากสิคะ อยากให้ท่านอ๋องไปด้วย”
“ข้ามีภาระหน้าที่”
“ฉันเองก็มีหน้าที่เช่นกัน แต่ไม่เป็ไรหรอกค่ะ หน้าที่ของฉันเทียบไม่ได้กับของท่านอ๋อง”
หนี่เฟิ่งจิวกอดท่านอ๋องไว้แน่น เธอกำลังคลั่งรักท่านอ๋องเสียแล้ว เพียงแค่คิดว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน หัวใจของเธอก็ประท้วงว่าไม่ยินยอม
ทำไมฟ้าต้องกลั่นแกล้งให้หญิงสาวคนหนึ่งพบเจอความรัก แต่เป็ความรักที่อยู่คนละยุคสมัย ทำไมต้องเป็เธอที่เจอเื่แฟนตาซีพวกนี้
ความโชคดีของเธอที่ได้ย้อนเวลา แต่ความโชคร้ายคือเราสองคนต้องแยกจากกันสักวัน
“ข้าจะทำทุกทาง เพื่อให้เราอยู่ด้วยกัน”
“ฉันจะรอนะคะ”
“อืม”
มันไม่ใช่คำสัญญาลวงหลอก และก็ไม่ได้พูดออกมาเฉยๆโดยไม่ไตร่ตรอง เสี่ยวเหยารู้ซึ้งแล้วว่าหนี่เฟิ่งจิวมีความหมายต่อตัวเขามากเพียงไหน
หลังจากปลดองค์ชายเสี่ยวตงจากตำแหน่งรัชทายาท ฮ่องเต้เข้าหน้าพระชายาจื่อนั่วอิงไม่ติด การอภิเษกสมรสของอวี้ซินเหอยังคงไม่มีกำหนด
เ้าเมืองหานไม่้าให้อวี้วินเหออยู่รั้งรออีกต่อไป ถึงอย่างไรองค์ชายเสี่ยวตงก็ไม่มีตำแหน่งรัชทายาทมาค้ำประกันอย่างแต่ก่อน ผู้ชายด้วยกันย่อมดูออกว่าหากไม่มีคำว่ารัชทายาท องค์ชายเสี่ยวตงก็ไม่มีความสำคัญใดกับราชวงศ์
การเจรจาของทั้งสองฝ่ายยังคงมีต่อไป พระชายาจื่อนั่วอิงรับรองว่าอย่างไรองค์ชายเสี่ยวตง จะต้องได้ขึ้นครองบัลลังก์อย่างแน่นอน ขอให้เ้าเมืองหานจงเชื่อใจในคำพูดของนาง
ความหนาวเย็นภายในราชสำนักยังคงมีอยู่ เื้ัของวังแห่งนี้มีพระชายาชักใย ฮ่องเต้เองไม่ทรงระแคะระคายสิ่งใดทั้งสิ้น ยังคงนั่งจมในห้องทรงงานเฝ้ามองรูปวาดของอนุที่จากไป
“หลงซู่เหยา เ้าว่าข้าจะทำสำเร็จหรือไม่”
“เสี่ยวเหยาของเรา จะพาบ้านเมืองนี้ไปต่อหรือจะพังลงเพราะตัวข้ากันนะ” ฮ่องเต้ตรัสออกมาเสียงเบา อนุชายาอย่างหลงซู่เหยา ที่เคยทำนายไว้ว่าลูกชายของเราจะพาทุกอย่างเจริญ
คำสาปพวกนั้นไม่ควรเกิดขึ้นกับเสี่ยวเหยา!
เสียงเลื่อนประตูดังขึ้นเรียกสติของฮ่องเต้ ตามมาด้วยหญิงสาวหน้าตาสวยโฉบเฉี่ยว แววตาแข็งกร้าวราวกับนางมารร้าย
“โอรสของพระองค์ออกจากคุกหลวง จะไม่ทรงดูดำดูดีสักหน่อยหรือเพคะ?”
“.....”
“ใจคอจะขลุกอยู่กับคนตายที่นี่โดยไม่สนคนเป็”
“พระชายาพูดสิ่งใดก็ควรระวังสักหน่อย”
“หม่อมฉันพูด เพราะมันเป็เื่ที่ควรพูด จะมีไหมวันที่ฝ่าาจะทรงเหลียวแลหม่อมฉัน” คำพูดของพระชายาจื่อนั่วอิงไม่ได้ทำให้ฮ่องเต้รู้สึกผิด เขามองว่านางนั้นอยากกุมอำนาจเพื่อตนเอง นางพร้อมจะพาทุกคนไปลงนรก หากว่ามีผู้ใดขัดขาขึ้นมาสักคน
“อำนาจในมือของชายาทุกวันนี้ ยังยิ่งใหญ่ไม่มากพออีกรึ??”
“หม่อมฉันไม่ได้สนความยิ่งใหญ่ หากว่าฝ่าาเลือกหม่อมฉัน ก็ควรเลือกต่อไปสิเพคะ”
“เสี่ยวตงจึงได้เป็เช่นนี้ ไม่สนเื่ถูกผิด”
ฮ่องเต้ตวัดสายตาหาพระชายาจื่อนั่วอิง สองสายตาประสานเข้าหากันโดยไม่มีใครยอมใคร นางจิ้งจอกมากประสบการณ์เ้าเล่ห์เพทุบาย สอนลูกชายให้มักใหญ่ใฝ่สูงจนลืมตน
“หากยังเป็เช่นนี้ ข้าคงคืนตำแหน่งให้เสี่ยวตงไม่ได้”
“หม่อมฉันมีอีกหลายพันวิธี ที่จะทำให้เสี่ยวตงนั่งบัลลังก์ของฝ่าา ยามพระองค์ไปยมโลกเพื่อเจอรักที่โหยหา เพราะฉะนั้นแล้วควรคิดให้ดีนะเพคะ”
“เ้าขู่ข้า?”
“เปล่าเลยเพคะ หม่อมฉันรักลูกชายของเราต่างหาก”
“แล้วอีกสองคนนั่นเล่า เ้าไม่มีแก่ใจจะดูดำดูดีเลยหรืออย่างไร??”
“จะให้หม่อมฉันเ็ปใจไปจนตายเลยไหมเพคะ เสี่ยวเหยาเกิดจากความรักของฝ่าา แต่เสี่ยวตงกลายเป็เพียงเื่จำเป็ ที่ฝ่าาจำใจต้องมีขึ้นมา”
“ข้าไม่เคยคิดเช่นนั้นสักครั้งพระชายา หยุดก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป”
“หม่อมฉันไม่ได้ทำสิ่งใดผิด”
“สักวันเ้าจะเสียใจที่เลือกทางเดินนี้ อย่างน้อยก็คิดถึงเสี่ยวตงในวันข้างหน้าบ้าง” พระชายาจื่อนั่วอิงยังคงเฉยชากับคำพูดของฮ่องเต้ อนาคตข้างหน้าของเสี่ยวตงคือนั่งบัลลังก์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่เธอต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว
อวี้ซินเหอเองนั่งใจลอย หลังจากบิดาของเธอกลับเมืองหาน ชีวิตของหญิงสาวก็ต้องมานั่งคิดเื่ของชีวิต และหนทางข้างหน้าหลังจากแต่งงาน
แผนการทั้งหมดของพระชายาจื่อนั่วอิง หากแม้พลาดพลั้งสักเล็กน้อย ก็นำพาชีวิตอันอัปยศมาสู่เธอและบ้านเมืองแน่นอน แบบนั้นเธอจะยอมได้อย่างไรกัน