บทที่ 18 งานเลี้ยงอสรพิษ (รีไรต์)
เจียงอี้อิ่นสังเกตเห็นว่ากู้ไฮว่ถิงขยับตัวเปลี่ยนตำแหน่งอย่างไม่ตั้งใจ ใช้ร่างกายของตนเองบังเธอไว้ด้านหลังอย่างแเี
ดูเหมือนเขาไม่้าให้คนที่กำลังพูดเห็นเธอ แต่การกระทำนี้ไม่ได้ผล คนผู้นั้นเห็นพวกเราั้แ่แรกแล้ว ตอนนี้สายตากำลังจ้องมองชายเสื้อของเธอที่ไม่ได้ถูกบังเอาไว้ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มแปลก ๆ
“กัปตันกู้พาคนรู้ใจมาเดินเล่นเหรอ”
สีหน้าของเธอเริ่มขุ่นมัว น้ำเสียงแบบนี้ทำให้นึกถึงคนบางคน
กู้ไฮว่ถิงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “ผู้หญิงคนนี้เป็เพื่อนของฉัน นายมีธุระอะไรกันแน่”
“โอ๊ะ ยังทำภารกิจไม่สำเร็จ กัปตันกู้ไม่กังวลหน่อยเหรอ”
“รีบร้อนไปก็เท่านั้น หรือว่าพวกนายมีวิธีล่ะ”
“ชางซิ่งกับอู๋ถงก็ร่วมมือกันให้จบ ๆ สิครับ”
ที่แท้ก็เป็คนจากฐานชางซิ่ง มิน่าล่ะน้ำเสียงถึงคุ้นหูแปลก ๆ
เจียงอี้อิ่นชะโงกหน้าออกไปมอง ใครจะรู้ว่าสายตาอีกฝ่ายจะจ้องมองมาทางนี้ตลอด ทำให้สายตาทั้งสองประสานเข้ากันพอดี
จู่ ๆ เจียงอี้อิ่นก็รู้สึกได้ว่าสายตาของอีกฝ่ายที่จ้องมองมาชะงักงันไปครู่หนึ่ง ราวกับว่าเขากำลังประหลาดใจ
จิตใจเจียงอี้อิ่นคล้อยตาม จึงตัดสินใจก้าวออกมาข้างหน้า เอ่ยถามว่า “กัปตันกู้ เขาเป็ใคร”
แม้คำพูดจะเอ่ยถามกู้ไฮว่ถิง แต่สายตาของเธอกลับจับสังเกตสีหน้าของชายผู้นั้นไม่วางตา ดังนั้นเธอจึงมองเห็นความตื่นตระหนกที่ฉายชัดขึ้นในดวงตาของเขาหลังได้ยินคำถามนี้
ทำไมเขาต้องตื่นตระหนก เป็เพราะเธอแสดงท่าทางไม่รู้จักเขาหรือเปล่านะ
กู้ไฮว่ถิงตอบเธอไปว่า “เขาชื่อเจิ้งหยวน หนึ่งในผู้รับผิดชอบฐานชางซิ่ง”
เจิ้งหยวนปรับสีหน้าให้กลับมาเป็ปกติอย่างรวดเร็ว ไม่เหลือช่องโหว่ให้ได้จับผิดก่อนจะเอ่ยทักทายหญิงสาว
“สวัสดีครับสาวสวย”
เธอตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ “สวัสดีค่ะ”
เธอก้มหน้าลงราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
ร่างเดิมของเธอในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่ง การเคลื่อนไหวถูกจำกัด แม้กระทั่งตอนที่ถูกบังคับพาตัวออกไปเป็เหยื่อล่อ เธอยังไม่มีโอกาสได้เห็นใบหน้าของคนเ่าั้อย่างชัดเจน
ฉะนั้นเธอจึงไม่รู้ว่าต้องล้างแค้นให้ร่างเดิมยังไง แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เบาะแสจะถูกส่งมาถึงหน้าประตูบ้านเธอแล้ว
หลังจากที่เจิ้งหยวนคุยกับกู้ไฮว่ถิงอีกสองสามประโยค เธอก็ไม่ได้สนใจที่จะฟัง จนกระทั่งเจิ้งหยวนหันมาคุยกับเธอ
“ได้ยินมาว่ากัปตันกู้พาลูกน้องคุ้มกันนักธุรกิจ คงจะเป็เถ้าแก่เจียงสินะครับ”
เจียงอี้อิ่นคลี่ยิ้มบาง “ใช่ค่ะ ต้องขอบคุณกัปตันกู้กับทุกคนที่ช่วยเหลือ”
เขาแกล้งบ่น “เถ้าแก่เจียงจะทำธุรกิจทำไมไม่เลือกชางซิ่งล่ะครับ ชางซิ่งทั้งคนเยอะ พื้นที่ก็กว้างกว่า”
พูดจบเขาก็หันไปหัวเราะกับกู้ไฮว่ถิง “กัปตันกู้ อย่าหาว่าผมแย่งคนนะ ผมได้ยินมาว่าเถ้าแก่เจียงทำอาหารยุคก่อนวันสิ้นโลกได้ แถมรสชาติยังอร่อยเหาะ คนแบบนี้ฐานไหน ๆ ก็อยากแย่งตัวกันทั้งนั้น”
กู้ไฮว่ถิงเหลือบมองเธอปราดหนึ่ง แล้วเอ่ยอย่างเฉยเมย “แน่นอน สิทธิ์เลือกอยู่ที่เถ้าแก่เจียง เธออยากไปที่ไหนก็ได้”
เธอรีบตอบในทันที “ฉันมีความสุขที่ได้ร่วมมือกับกัปตันกู้ ฐานอู๋ถงเป็ตัวเลือกแรกในการทำกิจกรรมอยู่แล้ว”
หนุ่มสาวสองคนเข้ากันดีเป็ปี่เป็ขลุ่ย เมื่อเห็นเจิ้งหยวนพูดอะไรไม่ออก กู้ไฮว่ถิงจึงถือโอกาสขอตัว
หลังจากที่เดินออกมาไกลแล้ว เขาถึงพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “เจิ้งหยวนคนนี้ไม่ธรรมดา เขาสนิทกับจ้าวเซี่ยงเทียน ตอนนี้คงรู้เื่ของคุณแล้ว ถ้าวันหลังเขาไปที่ร้านคุณ คุณก็ระวังตัวด้วยล่ะ”
“เข้าใจแล้วค่ะกัปตันกู้ วางใจเถอะ ตราบใดที่ยังอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ฉันดูแลตัวเองได้”
“อย่างนั้นก็ดี”
พริบตาเดียวเวลากลางคืนก็มาเยือน เธอกลับไปที่พักพร้อมกับทีมของกู้ไฮว่ถิง
พวกเขามีส่วนร่วมกับฐานอย่างมาก ดังนั้นพวกเขาจึงได้รับบ้านหลังเล็ก ๆ สามชั้นแยกออกมาต่างหาก ภายในบ้านมีทั้งหมดแปดห้อง แต่พวกเขามีกันแค่ห้าคน ห้องว่างสามห้องถูกใช้เป็ห้องเก็บของและห้องนันทนาการ
กู้ไฮว่ถิงยกห้องของตัวเองให้เจียงอี้อิ่น และเขาจะนอนที่ห้องนันทนาการคืนหนึ่ง
เธอออกมาข้างนอกคราวนี้สร้างปัญหาให้คนอื่นมากมาย ย่อมรู้สึกเสียใจเป็พิเศษ เพราะฉะนั้นจึงเสนอขึ้นว่า “ขอโทษที่รบกวนทุกคนนะคะ คืนนี้ฉันจะจัดงานเลี้ยงอสรพิษเป็การตอบแทนพวกคุณ”
กู้ไฮว่ถิงอยากจะบอกว่าไม่ต้องขอบคุณ ไม่ต้องเตรียมอะไรให้หรอก แต่ร่างกายเขากลับซื่อสัตย์ น้ำย่อยทำงาน เมื่อคิดถึงฝีมือของเจียงอี้อิ่นก็พูดปฏิเสธไม่ออก
อาสยงยิ่งดีใจร้องออกมาว่า “เยี่ยมไปเลย!”
ซุนเฮาตบเขาไปทีหนึ่ง “นายรู้จักเกรงใจบางไหมเนี่ย”
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่เขาก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่
เธอเม้มริมฝีปากก่อนจะพับแขนเสื้อขึ้นแล้วเดินเข้าไปสำรวจในครัว
ภายในครัวดูทรุดโทรมสมกับที่ไม่ได้ใช้งานมานาน แต่โชคดีที่หม้อไห กระทะ กะละมังอยู่ครบ
เธอกวาดตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะพบว่ากู้ไฮว่ถิงเดินตามหลังเธอเข้ามา พร้อมกับร้องเรียกให้ทุกคนเข้ามาช่วยงาน
ตอนแรกเธอตั้งใจจะปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นสภาพครัวที่ดูเหมือนไม่ได้ใช้งานมานาน จึงจำใจยอมรับความช่วยเหลือจากพวกเขา
เหล่าชายฉกรรจ์ต่างขะมักเขม้นช่วยกันทำความสะอาดครัวอย่างแข็งขัน ส่วนเธอก็เริ่มลงมือจัดเตรียมเนื้องูเขียวไผ่กลายพันธุ์ทีละอย่าง
เริ่มจากการล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าหลาย ๆ ครั้ง จากนั้นจึงค่อย ๆ แบ่งเนื้อออกเป็ส่วน ๆ ตามขนาด
วัตถุดิบหลายอย่างขาดหายไป เธอจึงต้องเลือกใช้วัตถุดิบอื่นทดแทน
เธอใส่ต้นหอม ขิง และเกลือลงไปในเนื้องูส่วนที่หั่นเป็ชิ้นเล็ก คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นจึงนำไปนึ่งบนเตา อีกด้านหนึ่งก็นำหัวของพืชกลายพันธุ์มาปอกเปลือก ล้างน้ำ แล้วใส่ลงในหม้อดินเผาต้มกับน้ำสะอาด
ส่วนเนื้องูที่เหลือเธอแบ่งส่วนหนึ่งมาหมักกับเครื่องปรุง และอีกส่วนหนึ่งนำไปลวกในน้ำเดือด
หลังจากนั้น เธอนำเนื้องูส่วนที่นึ่งจนสุกแล้วออกมาพักไว้ให้เย็นลง จากนั้นจึงสวมถุงมือแล้วเริ่มต้นแกะเนื้องูออกจากกระดูกอย่างพิถีพิถัน
บางทีอาจเป็เพราะการกลายพันธุ์ เนื้องูเหล่านี้หลังจากนึ่งแล้วดูแวววาวราวกับหยก ไม่ได้กลิ่นเหม็นคาวเลย แค่มองดูก็ชวนให้น้ำลายสอ
สุดท้ายก็ฉีกเนื้องูออกมาได้ครึ่งหม้อ เธอเติมเครื่องปรุง นำลงไปผัดด้วยไฟแรงไม่กี่วินาที จากนั้นห่อด้วยผ้าขาวบาง ใส่ลงในหม้อดิน เติมน้ำ เคี่ยวบนไฟอ่อน ๆ
เธอหรี่ไฟเตาหม้อดินลง จากนั้นก็ยกหม้อสเตนเลสใบใหญ่ขึ้นมา ใส่น้ำซุปลงไปครึ่งหนึ่ง ใส่เนื้องูที่ลวกน้ำร้อนแล้วลงไปต้มต่อ
เนื้องูที่หมักไว้ครึ่งหนึ่ง เธอใส่พริกเขียว พริกแดง ขิง กระเทียม ผัดจนหอมทำเป็งูผัดเผ็ด
เนื้องูอีกครึ่งหนึ่งเธอนำมาเสียบไม้และย่างบนเตาไฟ
ส่วนที่เหลือ เธอเอาเนื้องูที่ลวกน้ำร้อนแล้วมาคลุกเคล้ากับแป้งและชุบไข่ ตั้งกระทะใส่น้ำมัน พอน้ำมันร้อนก็ใส่เนื้องูลงไปทอดจนกลายเป็สีเหลืองทอง
อาหารจานแล้วจานเล่าที่ทำจากเนื้องูถูกนำมาวางบนโต๊ะ อาสยงและคนอื่น ๆ เห็นแล้วต่างน้ำลายสอ จนกระทั่งหม้อซุปสุดท้ายถูกยกขึ้นมา พวกเขาก็พร้อมที่จะเริ่มงานเลี้ยงอสรพิษแล้ว
แต่ขณะนั้นก็เห็นเธอถือหนังงูเข้าไปในครัว
อาสยงถามขึ้น “ลูกพี่ หนังงูกินได้ด้วยเหรอครับ”
กู้ไฮว่ถิงก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนนี้พวกเขาเลยพากันมาเบียดเสียดอยู่หน้าครัว มองดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เจียงอี้อิ่นนำหนังงูที่ล้างสะอาดแล้วมาหั่นเป็ชิ้นเล็ก ๆ วางเรียงกันบนเขียง ปลายมีดวูบไหวราวกับภาพติดตา เพียงครู่เดียวหนังงูก็ถูกแล่เป็เส้นบางเฉียบ
จากนั้นเธอก็นำหนังงูไปลวกน้ำร้อนอย่างรวดเร็ว ตักขึ้นมาแช่น้ำเย็น แล้วใส่ลงในชาม ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงนานาชนิด คลุกเคล้าให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็เป็อันเสร็จสิ้นสำหรับยำหนังงู
เธอวางจานยำหนังงูที่มีหนังงูกองพะเนินลงบนโต๊ะ พร้อมกับประกาศว่า “กินข้าวกันเถอะ!”
อาสยงเป็คนแรกที่พุ่งตัวไปที่โต๊ะ ตักซุปงูเต็มชามก่อนจะยื่นให้เจียงอี้อิ่นอย่างลังเล “เถ้าแก่เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว คุณทานก่อนเลยครับ”
เธอยิ้มรับน้ำใจก่อนจะเอ่ยขึ้นหลังจากรับชามมาว่า “ทุกคนลองชิมฝีมือฉันดูสิ น่าเสียดายที่หาส่วนผสมอีกหลายอย่างไม่ได้ วันนี้เลยทำอาหารได้ไม่กี่อย่าง”
ทุกคนเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ “แบบนี้ยังเรียกว่าไม่กี่อย่างเหรอ”
ส่วนอาสยงนั้นไม่แม้แต่จะพูดคุย เขาตักซุปงูชามที่สองให้กู้ไฮว่ถิง จากนั้นเขาก็รีบตักชามที่สามให้ตัวเองทันที และยกซดเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
ครู่หนึ่งเขาก็ะโออกมาว่า “อร่อยมาก!”
ทุกคนอิ่มหนำสำราญไปกับเมนูงู อาสยงถึงกับบอกว่าไม่เคยทานอาหารอร่อยแบบนี้มาก่อนในชีวิต
หลังจากที่ท้องฟ้ามืดลง ทุกคนก็หลับใหลหลังจากที่กินอิ่มนอนหลับ
ทันใดนั้นก็มีเงาดำสองร่างปรากฏขึ้นนอกอาคาร