โรงเตี๊ยมสนธยา สเน่หาชั่วข้ามคืนไม่ลืมเลือน

    ตอนที่ 57: คืนแห่งความโกลาหล และกรงขังมิติมืด

    ยามวิกาลคืบคลานเข้ามาปกคลุมโรงเตี๊ยมสนธยา ทว่าภายในโถงใหญ่กลับไม่มีความมืดมิดแม้เพียงกระผีกริ้น แสงเทียนที่วูบไหวสะท้อนกับละอองเกสรจากผง "ลืมวิญญาณ" ที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ กลายเป็นม่านหมอกสีชมพูจาง ๆ ที่บิดเบี้ยวประสาทสัมผัส ฤทธิ์ยาและค่ายกลกลืนใจที่อาหลางวางไว้เริ่มสำแดงเดชอย่างรุนแรงเมื่อปราณธรรมะของเหล่านางเซียนถูกความร้อนรุ่มจากภายในกัดเซาะจนกร่อนสลาย

     

    ภายนอกโรงเตี๊ยม บัดนี้ถูกห่อหุ้มด้วยโดมพลังงานสีม่วงทองขนาดยักษ์ที่โปร่งแสงทว่าตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง คนพเนจรที่เดินผ่านไปมาจะมองเห็นเพียงโรงเตี๊ยมเก่า ๆ ที่ปิดไฟเงียบสนิท ทว่าภายในนั้นกลับเป็นนรกขุมที่สิบแปดที่เต็มไปด้วยรสชาติแห่งสวรรค์

     

    เสียงกรีดร้องเบา ๆ ของ เซียวหลิง ศิษย์น้องเล็กที่อ่อนแอที่สุดดังขึ้นเป็นคนแรก นางกำลังต่อสู้กับความรู้สึกที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต ร่างกายที่เคยเย็นเยียบดุจน้ำแข็งเริ่มร้อนผ่าวจากภายใน เหงื่อไคลเริ่มซึมออกมาตามผิวหนังขาวเนียน ทำให้เสื้อผ้าบาง ๆ เปียกชื้นและเกาะติดกับรูปร่างที่เริ่มเปลี่ยนแปลงจากเดิม

     

    "หัวหน้า... ข้ารู้สึกแปลก ๆ" นางหันไปมองฉิวเสวี่ยด้วยดวงตาที่เริ่มขุ่นมัว "ร่างกายของข้าเหมือนมีไฟลุกไหม้อยู่ข้างใน แต่มันไม่เจ็บ... มันทำให้ข้าอยาก..."

     

    คำพูดของนางขาดหายไปเมื่อความรู้สึกใหม่นี้ทำให้นางไม่สามารถคิดได้อย่างชัดเจน นางเริ่มขยับตัวไปมาอย่างกระสับกระส่าย มือเรียวงามเริ่มลูบไล้ไปตามแขนและคอของตัวเอง เหมือนกำลังพยายามบรรเทาความรู้สึกที่แปลกประหลาดนี้

     

    ฉิวเสวี่ยมองดูศิษย์น้องด้วยความตกใจ นางพยายามใช้วิชาปราณหิมะขั้นสูงสุดเพื่อระงับความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นในร่างกายของตัวเองเช่นกัน แต่ยิ่งนางเดินปราณ ความรู้สึกร้อนรุ่มกลับยิ่งแรงขึ้น เหมือนกับการเติมน้ำมันใส่ไฟ

     

    "ทุกคนสงบสติ!" นางพยายามสั่งด้วยเสียงที่เริ่มสั่นเครือ "นี่คือกับดักของมาร พวกเราต้องรวมพลังกันเพื่อ..."

     

    แต่คำสั่งของนางไม่ได้รับการตอบสนอง เหล่าศิษย์สาวทุกคนจมอยู่กับความรู้สึกใหม่ที่พวกนางไม่เคยรู้จักมาก่อน เหมยซู่เริ่มถอดเสื้อคลุมสีฟ้าออกจนเหลือแต่เสื้อชั้นในที่บาง ๆ ลิงเอ๋อร์นั่งขยับไปขยับมาไม่หยุด ใช้มือกอดตัวเองแน่น ๆ เหมือนกำลังพยายามควบคุมบางสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุม

     

    อาหลางยืนมองดูการเปลี่ยนแปลงของเหล่านางเซียนด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด เขาค่อย ๆ ปลดหน้ากากเสี่ยวเอ้อที่นอบน้อมออกไป เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา ใบหน้าที่หล่อเหลาและมีเสน่ห์อย่างน่าหลงใหล แต่แฝงด้วยความโหดร้ายและอำนาจที่น่าสะพรึงกลัว

     

    ดวงตาของเขาเปลี่ยนจากสีน้ำตาลธรรมดากลายเป็นสีทองอำพันที่เจิดจ้า เส้นผมดำเริ่มมีแสงสีม่วงแฝงอยู่ และที่สำคัญที่สุดคือพลังมารที่เขาปิดบังไว้เริ่มแผ่ซ่านออกมาอย่างไม่มีขีดจำกัด

     

    "ในที่สุด..." เขาเอ่ยด้วยเสียงที่เปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง เสียงที่ทุ้มต่ำและเซ็กซี่ แต่แฝงด้วยอำนาจที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกหวาดกลัวและหลงใหลไปพร้อม ๆ กัน "ข้าไม่ต้องแกล้งเป็นมนุษย์ธรรมดาอีกต่อไป"

     

    เขาเหยียดมือออก พลังสีทองอำพันพุ่งออกมาจากฝ่ามือและแผ่กระจายไปทั่วโถง เส้นใยวิญญาณที่ฝังอยู่ใต้พื้นไม้เริ่มเรืองแสงขึ้นมา สร้างลวดลายเรขาคณิตที่ซับซ้อนและสวยงามแต่น่าสะพรึงกลัว

     

    "ค่ายกลกลืนใจ" ที่เขาเตรียมไว้เริ่มแสดงพลังที่แท้จริง เส้นใยเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะกักขังเหล่านางเซียนไว้ในโรงเตี๊ยมเท่านั้น แต่ยังจะค่อย ๆ กัดเซาะจิตใจและวิญญาณของพวกนาง เปลี่ยนพวกนางจากนางเซียนผู้ทรงศีลให้กลายเป็นทาสีแห่งตัณหาที่จะรับใช้เขาตลอดไป

     

    ฉิวเสวี่ยรู้สึกถึงอันตรายที่แท้จริงเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของอาหลาง นางพยายามรวบรวมพลังที่เหลืออยู่เพื่อต่อสู้ แต่ร่างกายของนางกลับทรยศ ความร้อนที่เกิดขึ้นภายในทำให้นางแทบจะยืนไม่ไหว

     

    "เจ้า... เจ้าคือใคร?" นางถามด้วยเสียงที่สั่นเครือ พลางพยายามชักกระบี่ออกจากฝัก แต่มือของนางสั่นมากจนไม่สามารถจับด้ามกระบี่ได้แน่น

     

    "ข้าคืออาหลาง พญามารแห่งตัณหา" เขาตอบด้วยรอยยิ้มที่น่าหลงใหลแต่โหดร้าย "และเจ้าทั้งหลายจะกลายเป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดในคลังสมบัติของข้า"

     

    เขาเดินเข้าใกล้ฉิวเสวี่ยอย่างช้า ๆ ทุกก้าวที่เขาเดินทำให้พลังมารในอากาศหนาแน่นขึ้น เหล่านางเซียนที่ยังพยายามต่อต้านเริ่มอ่อนแอลงทีละคน

     

    "อย่าเข้ามาใกล้!" ฉิวเสวี่ยตะโกนพลางปล่อยพลังปราณหิมะออกมา แต่แทนที่จะเป็นน้ำแข็งที่เย็นเยียบ สิ่งที่ออกมาจากนางกลับเป็นไอน้ำร้อน ๆ ที่มีกลิ่นหอมแปลก ๆ

     

    อาหลางหัวเราะเบา ๆ "ปราณหิมะของเจ้ากลายเป็นไอราคะแล้ว ยิ่งเจ้าใช้พลัง เจ้าจะยิ่งตกอยู่ในอำนาจของข้ามากขึ้น"

     

    อู๋ซวงที่ยืนอยู่ในมุมห้องเริ่มเดินออกมา นางถอดหน้ากากหญิงรับใช้ออกไป เผยให้เห็นใบหน้าที่สวยงามและเซ็กซี่ ดวงตาของนางเปล่งประกายด้วยความโหดร้ายและความพึงพอใจ

     

    "นายท่าน" นางเดินเข้าไปกอดแขนอาหลางอย่างเซ็กซี่ "ดูพวกนางสิคะ กำลังสู้กับตัวเองอย่างน่าสงสาร"

     

    จริงอย่างที่อู๋ซวงพูด เหล่านางเซียนกำลังต่อสู้กับความรู้สึกที่พวกนางไม่เข้าใจ พวกนางพยายามใช้วิชาธรรมะเพื่อระงับความรู้สึกเหล่านี้ แต่ยิ่งพยายาม ความรู้สึกเหล่านั้นกลับยิ่งแรงขึ้น

     

    เซียวหลิงเริ่มร้องไห้ นางไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของตัวเอง ความรู้สึกใหม่นี้ทำให้นางรู้สึกอับอายแต่ก็อยากได้มากขึ้นเรื่อย ๆ นางเริ่มถอดเสื้อคลุมออกโดยไม่รู้ตัว เผยให้เห็นรูปร่างที่เคยซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้าหลวม ๆ

     

    "ข้า... ข้าควบคุมตัวเองไม่ได้" นางครวญครางด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความสับสน "มีอะไรเกิดขึ้นกับข้า?"

     

    เหมยซู่ที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ก็เริ่มแสดงอาการคล้าย ๆ กัน นางใช้มือลูบไล้ไปตามแขนและคอของตัวเอง เหมือนกำลังพยายามบรรเทาความรู้สึกที่แปลกประหลาด ดวงตาของนางเริ่มขุ่นมัวและเต็มไปด้วยความปรารถนาที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อน

     

    "ร้อน... ทำไมมันร้อนเช่นนี้" นางพูดพลางใช้มือพัดลมให้ตัวเอง การเคลื่อนไหวนี้ทำให้เสื้อของนางโบกสะบัด เผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่เริ่มชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ

     

    ลิงเอ๋อร์ที่นั่งใกล้เตาผิงเริ่มขยับตัวไปมาอย่างกระสับกระส่าย นางรู้สึกเหมือนมีไฟลุกไหม้อยู่ในร่างกาย แต่มันไม่ใช่ไฟที่เจ็บปวด กลับเป็นไฟที่ทำให้นางอยากได้บางสิ่งที่นางไม่เข้าใจ

     

    "หัวหน้า... ช่วยข้าด้วย" นางหันไปมองฉิวเสวี่ยด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความอ้อนวอน "ข้ารู้สึกแปลก ๆ ข้าอยาก..."

     

    แต่นางไม่สามารถพูดต่อได้ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองอยากได้อะไรกันแน่

     

    อาหลางยกมือขวาขึ้น ศิลาเนตรมารที่ฝังอยู่ใต้ผิวหนังเริ่มเรืองแสงสีทองอำพันอย่างรุนแรง ตัวเลขที่แสดงค่าราคะของเหล่านางเซียนพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

     

    จากตัวเลขที่เริ่มต้นที่ 50-60 เมื่อพวกนางเพิ่งเข้ามา บัดนี้กระโดดขึ้นไปเป็น 200... 300... 400... และยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

     

    "สมบูรณ์แบบ" อาหลางพึมพำด้วยความพึงพอใจ "ค่าราคะของพวกเจ้าเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่ข้าคาดไว้ ดูเหมือนนางเซียนสำนักฟ้าครามจะมีพรสวรรค์ด้านนี้มากกว่าที่คิด"

     

    เขาเดินไปหาศิษย์สาวคนหนึ่งที่กำลังนั่งสั่นเทาอยู่บนเก้าอี้ เขาเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มของนางเบา ๆ การสัมผัสนี้ทำให้นางสั่นสะเทือนทั้งตัว และค่าราคะของนางพุ่งขึ้นไปอีก 50 จุดในทันที

     

    "เห็นไหม?" เขาหันไปพูดกับอู๋ซวง "การสัมผัสเพียงเล็กน้อยก็ทำให้พวกนางตอบสนองได้ขนาดนี้ ข้าไม่ต้องใช้พลังมากเลย"

     

    อู๋ซวงยิ้มอย่างเข้าใจ "นั่นเป็นเพราะพวกนางไม่เคยสัมผัสกับความรู้สึกแบบนี้มาก่อนค่ะ ร่างกายของพวกนางกระหายสิ่งที่ไม่เคยได้รับ เมื่อได้สัมผัสครั้งแรก มันก็เหมือนกับคนที่กระหายน้ำได้ดื่มน้ำใสเป็นครั้งแรก"

     

    ฉิวเสวี่ยพยายามรวบรวมพลังที่เหลืออยู่เพื่อต่อสู้ นางรู้ว่าถ้าไม่ทำอะไรเดี๋ยวนี้ ทั้งนางและศิษย์สาวทุกคนจะตกอยู่ในอำนาจของมารตนนี้ตลอดไป

     

    "ปราณหิมะขั้นสูงสุด... น้ำแข็งพันปี!" นางตะโกนพลางปล่อยพลังออกมา แต่แทนที่จะเป็นน้ำแข็งที่เย็นเยียบ สิ่งที่ออกมาจากนางกลับเป็นไอน้ำร้อน ๆ ที่มีกลิ่นหอมแปลก ๆ

     

    อาหลางหัวเราะเสียงดัง "เจ้ายังไม่เข้าใจหรือ? ยิ่งเจ้าใช้พลัง เจ้าจะยิ่งตกอยู่ในอำนาจของข้ามากขึ้น ผงลืมวิญญาณที่เจ้ากินเข้าไปจะเปลี่ยนพลังธรรมะของเจ้าให้กลายเป็นพลังราคะ"

     

    เขาพูดจริง ทุกครั้งที่ฉิวเสวี่ยพยายามใช้วิชาปราณหิมะ ความร้อนในร่างกายของนางกลับยิ่งแรงขึ้น นางเริ่มหอบหายใจ ใบหน้าแดงก่ำ และเหงื่อไคลเริ่มซึมออกมาตามผิวหนัง

     

    "ไม่... ไม่ใช่แบบนี้" นางพึมพำด้วยความสิ้นหวัง "ข้าเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักฟ้าคราม ข้าไม่สามารถแพ้ได้"

     

    แต่ร่างกายของนางกลับทรยศ ขาของนางเริ่มอ่อนแรง มือที่เคยถือกระบี่ได้แน่นหนาเริ่มสั่น และที่แย่ที่สุดคือความรู้สึกแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นในร่างกายทำให้นางไม่สามารถคิดได้อย่างชัดเจน

     

    ศิษย์สาวคนอื่น ๆ เริ่มแสดงอาการที่รุนแรงขึ้น พวกนางเริ่มถอดเสื้อผ้าออกโดยไม่รู้ตัว เพราะรู้สึกร้อนผิดปกติ เสื้อคลุมสีฟ้าที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ถูกโยนทิ้งไปทั่วพื้น

     

    เซียวหลิงเริ่มใช้มือลูบไล้ไปตามร่างกายของตัวเอง เหมือนกำลังพยายามบรรเทาความรู้สึกที่แปลกประหลาด นางไม่รู้ว่าการกระทำของนางทำให้ค่าราคะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

     

    เหมยซู่เริ่มครางเบา ๆ เสียงที่ออกมาจากปากของนางไม่เหมือนเสียงของนางเซียนผู้ทรงศีล แต่เป็นเสียงของหญิงสาวที่กำลังถูกความปรารถนากัดกิน

     

    ลิงเอ๋อร์เริ่มขยับตัวไปมาอย่างไม่หยุด นางรู้สึกเหมือนมีมดคลานไปทั่วร่างกาย ทำให้นางอยากเกาและลูบไล้ตัวเองเรื่อย ๆ

     

    ศิษย์สาวคนอื่น ๆ ก็แสดงอาการคล้าย ๆ กัน บางคนเริ่มร้องไห้ด้วยความสับสน บางคนเริ่มหัวเราะอย่างไร้สาระ และบางคนเริ่มพูดพึมพำสิ่งที่ไม่มีความหมาย

     

    อาหลางมองดูความโกลาหลเบื้องหน้าด้วยความพึงพอใจ เขารู้ว่าเวลาได้มาถึงแล้ว ค่าราคะของเหล่านางเซียนเพิ่มขึ้นจนถึงระดับที่เขาต้องการแล้ว

     

    "อู๋ซวง" เขาเรียกนางที่ยืนอยู่ข้าง ๆ "เตรียมพิธีกรรม 'ครอบครองถาวร' ได้แล้ว"

     

    อู๋ซวงพยักหน้าแล้วเดินไปที่มุมห้อง นางเอาผ้าคลุมออกจากกองของที่ถูกซ่อนไว้ เผยให้เห็นแท่นบูชาขนาดเล็กที่มีรูปแกะสลักแปลก ๆ และเทียนสีดำหลายเล่ม

     

    นางจุดเทียนทีละเล่ม แสงไฟสีดำแปลก ๆ เริ่มส่องสว่างขึ้น กลิ่นกำยานที่มีฤทธิ์กระตุ้นตัณหาเริ่มหอมหวนไปทั่วห้อง ทำให้อาการของเหล่านางเซียนยิ่งแย่ลง

     

    "พิธีกรรมนี้จะเปลี่ยนพวกเจ้าให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของข้าตลอดไป" อาหลางเดินไปหาฉิวเสวี่ยที่กำลังนั่งสั่นเทาอยู่บนพื้น "พวกเจ้าจะไม่ใช่นางเซียนอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นทาสีแห่งตัณหาที่จะรับใช้ข้าตลอดไป"

     

    เขาก้มลงคว้าคางของฉิวเสวี่ยขึ้นมา มองลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มขุ่นมัว "และเจ้า... จะเป็นราชินีของพวกเขา"

     

    ฉิวเสวี่ยรู้สึกถึงอันตรายที่แท้จริง นางรวบรวมพลังใจที่เหลืออยู่เพื่อต่อสู้ครั้งสุดท้าย แม้ว่าร่างกายจะทรยศ แต่จิตใจของนางยังคงแข็งแกร่ง

     

    "ข้า... ข้าจะไม่ยอมแพ้" นางพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ข้าเป็นศิษย์ของสำนักฟ้าคราม ข้าจะไม่ให้เจ้าทำร้ายศิษย์น้องของข้า"

     

    นางพยายามลุกขึ้นยืน แต่ขาของนางอ่อนแรงมาก นางสะดุดล้มลงไปอีกครั้ง แต่นางไม่ยอมแพ้ นางคลานไปหากระบี่ที่ตกอยู่ไม่ไกล

     

    อาหลางมองดูการต่อสู้ของนางด้วยความสนใจ "น่าชื่นชม จิตใจที่แข็งแกร่งเช่นนี้จะทำให้เจ้ากลายเป็นทาสีที่มีคุณค่าที่สุด เมื่อจิตใจที่แข็งแกร่งนี้ถูกหักหลังแล้ว เจ้าจะกลายเป็นของเล่นที่น่าสนใจที่สุด"

     

    เขาไม่รีบร้อนที่จะหยุดนาง กลับยืนมองดูด้วยความเพลิดเพลิน เหมือนกำลังดูการแสดงที่น่าสนใจ

     

    ฉิวเสวี่ยคลานไปถึงกระบี่ นางพยายามหยิบขึ้นมา แต่มือของนางสั่นมากจนไม่สามารถจับได้แน่น กระบี่ตกลงไปอีกครั้ง

     

    "ไม่..." นางร้องไห้ด้วยความสิ้นหวัง "ข้าไม่สามารถปกป้องพวกเขาได้"

     

    นางมองไปรอบ ๆ เห็นศิษย์น้องทุกคนกำลงจมอยู่กับความรู้สึกที่พวกนางไม่เข้าใจ พวกนางไม่ใช่นางเซียนผู้ทรงศีลอีกต่อไปแล้ว แต่กลายเป็นหญิงสาวที่เต็มไปด้วยตัณหาและความปรารถนา

     

    "เพียงพอแล้ว" อาหลางเดินเข้าไปหาฉิวเสวี่ย "เวลาแห่งการต่อสู้จบลงแล้ว ถึงเวลาเริ่มต้นชีวิตใหม่"

     

    เขาก้มลงยกร่างของฉิวเสวี่ยขึ้นมา นางพยายามต่อต้าน แต่ร่างกายของนางอ่อนแรงเกินไป เขาอุ้มนางไปวางไว้กลางห้อง ล้อมรอบด้วยเหล่าศิษย์น้องที่กำลังคลุ้มคลั่ง

     

    "คืนนี้... พวกเจ้าทุกคนจะได้เป็นส่วนหนึ่งของวิมานนิรันดร์ของข้า" อาหลางกระซิบด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ ก่อนจะลากฉิวเสวี่ยเข้าสู่กลางวงล้อมของเหล่านางเซียนที่กำลังคลุ้มคลั่ง เพื่อเริ่มต้นพิธีกรรม "ครอบครองถาวร" ที่จะเปลี่ยนสำนักฟ้าครามให้กลายเป็นข้ารับใช้ในจวนราคะของเขาตลอดไป

     

    ทุกเสียงครางถูกกักขังไว้ภายใต้โดมพลังงานที่มองไม่เห็น ไม่มีใครภายนอกรู้เลยว่า ภายในโรงเตี๊ยมสนธยาแห่งนี้ จิตวิญญาณอันสูงส่งกำลังถูกย่ำยีและหลอมรวมกลายเป็นพลังมารที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา

    คล้ายกับเรื่องโรงเตี๊ยมสนธยา สเน่หาชั่วข้ามคืนไม่ลืมเลือน ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740