2 เมื่อเราเจอกันอีกครั้ง
“คมบังวะ อิรัชชะอิมะเสะ โกะจูมงวะ นะนิ นิ นะ ไซมะสุกะ” (สวัสดีตอนค่ำค่ะ ยินดีที่มาใช้บริการ จะรับอะไรดีคะ)
เสียงหวานนุ่มเอื้อนเอ่ยขึ้นท่ามกลางบรรยากาศเคร่งเครียดและอึดอัดจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจที่ออกจากชายวัยกลางคนผมสีขาวปนเทาและหนึ่งหนุ่มหน้าละอ่อนที่เพิ่งจะพ้นวัยเรียนมาไม่กี่ปีซึ่งมีสีหน้าขลาดกลัวผสมปนเปกับโกรธแค้นเกลียดชัง ส่วนหนุ่มร่างใหญ่ในชุดขาว สีหน้าและแววตานิ่งสนิทไม่แยแสสิ่งใดเหมือนกับสวมหน้ากากเอาไว้เหลียวไปมองคนพูด
เซกิจิโร่มองคนที่เข้ามาด้วยความรู้สึกคุ้นในน้ำเสียงที่ได้ยินคิ้วคมเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันเมื่อเห็นหน้าคนที่กล้าเข้ามาทำลายการเจรจาธุรกิจของเขากับสองพ่อลูกที่ผู้เป็พ่อเขี้ยวลากดินและเห็นแก่ตัวอย่างร้าย ในขณะที่ลูกชายก็อารมณ์ร้อนมุทะลุ เอะอะก็ใช้แต่อารมณ์พาลหาเื่ชวนต่อยตีก่อนเขาจะร้องครางในลำคอเมื่อจำหญิงตรงหน้าได้
‘นี่มันยายเด็กที่เหยียบเท้าเขาเมื่อครู่นี้นี่น่าแล้วแม่คนนี้มาทำอะไรที่นี่’
ดวงตาสีนิลมองกายอรชรที่ดูแปลกตาไปคงจะเป็เพราะเธอถอดคราบชุดเก่าที่เป็เสื้อยืดกางเกงยีนออกไปแล้วเปลี่ยนมาใส่ชุดยูคาตะสีกุหลาบส่งให้เรือนกายเล็กเหมือนเด็กโตเป็สาวแรกแย้มทำให้มีเสน่ห์เสียจนเขาไม่อาจที่จะละสายตาได้
“ฉันยังไม่เรียก เข้ามาทำไม ไม่มีใครบอกหรือไง”หนุ่มหน้าละอ่อนตวาดเสียงเขียวเข้ม แต่พอได้เห็นใบหน้าหวานละมุนหวานแกมเศร้าที่สะท้อนแสงไฟชายหนุ่มก็เปลี่ยนท่าทีไปในฉับพลัน น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปก็ดูอ่อนนุ่มทุ้มขึ้นมาเล็กน้อย
“ไม่มีใครบอกหรือไง ว่าถ้าไม่เรียกก็ยังไม่ต้องเข้ามา”
“ต้องขอประทานโทษจริงๆ ค่ะ ดิฉันเพิ่งเข้ามารับงาน เลยทำให้ไม่ทราบเื่”าาวดีรีบเอ่ยเสียงหวานกายอรชรโน้มไปด้านหน้าจนศีรษะแทบจะแนบชิดติดสองมือที่วางอยู่บนพื้นเพื่อขอโทษ
หญิงสาวเหลือบสายตาไปมองชายชุดขาวที่เธอเพิ่งจะสร้างวีรกรรมไว้อย่างจำได้แม่นดวงตาสองคู่สบกันก่อนที่เธอจะเป็ฝ่ายอายจนหน้าแดง หัวใจเต้นรัวเร็วกระหน่ำเหมือนกับรัวปืนกล
ประกายในดวงตาสีเทาแฝงเร้นด้วยความ้าของคนวัยหนุ่มทำให้เซกิจิโร่รู้สึกสงสารแมลงเม่าตัวน้อยที่บินเข้าในกองเพลิงอย่างไม่รู้ตัวประกายในดวงตาคมกริบแวววาว รู้สึกหวงข้าวของอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนเลยเสียดายแม่สาวน้อยตรงหน้าที่คงจะหนีไม่พ้นเงื้อมมือของหนุ่มหน้าละอ่อนที่จ้องจะงาบเพียงแค่เห็นหน้าครั้งแรกเท่านั้น
เพลิงไฟร้อนเร่าไหลพล่านอยู่ในกายความคิดเซกิจิโร่เปลี่ยนไป ทำไมเขาถึงจะปล่อยให้คนที่ต้องใจไปเป็ของคนอื่นด้วยล่ะสู้เอามาเชยชมให้สมใจก่อนแล้วค่อยปล่อยเศษซากที่หมดสิ้นความหวานแล้วให้คนอื่นจะดีกว่า
แต่ตอนนี้...กรามหนาขบกัดจนหน้าตอบนูนข่มกลั้นอารมณ์ที่อยากจะยื่นแขนไปคว้ากายอรชรมาเคียงใกล้
“ที่นี่มีอะไรอร่อยๆ บ้าง”
“อาหารที่นี่อร่อยทุกอย่างค่ะ”
าาวดีตอบกลับเป็ภาษาญี่ปุ่นอย่างชัดถ้อยชัดคำเธอส่งเมนูอาหารให้ แต่ปลายนิ้วเรียวััถูกผิวเนื้อที่ทำให้รู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟดูดเข้าหาอีกฝ่ายความร้อนวิ่งขึ้นใบหน้าที่เคลือบไว้ด้วยเครื่องสำอางจนร้อนผ่าว ทำให้เธอรีบดึงมือหนีในเร็วไว
ความไม่ชอบใจผุดขึ้นมาเธอรู้แล้ว ตอนที่อยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าพนักงานประจำบางคนพูดจากึ่งอิจฉาว่าเธอกำลังจะได้ลาภก้อนโตกึ่งตักเตือนให้ระวังตัวให้ดีนั้นหมายความว่าอย่างไรสายตาของผู้ชายบอกเธอหมดแล้วว่าคิดอะไรอยู่ แต่ก็จำต้องข่มกลั้นความโกรธเอาไว้ภายในและทำงานที่รับมาให้ดีที่สุด
“อะไรกัน อาหารญี่ปุ่นทั้งนั้นเลย ใครจะไปกินลง! ”
ชายหนุ่มหน้าตาละอ่อนที่พอยื่นมือไปรับเมนูมาเปิดอ่านเกิดความไม่ชอบใจอย่างรุนแรงรีบเขวี้ยงเมนูอาหารทิ้งอย่างแรงจนกระแทกเข้ากับแขนของาาวดีจนลำแขนกลมกลึงแดงขึ้นมาเล็กน้อย
เมนูอาหารบ้าอะไรเอาใจไอ้บ้าเซกิจิโร่นะซิ ไหนจะซูซิที่ชอบเอาเนื้อปลาดิบๆ มาทำแค่ได้กลิ่นเขาก็คาวจนแทบจะอวกออกมาแล้ว ไหนจะข้าวหน้าปลาไหลใครมันจะไปกินได้ปลาไหลตัวเลือกๆ แถมคาวอีกต่างหากไม่รู้พวกไอ้ยุ่นกระเดือกลงไปได้ยังไงกัน ยังมีปลาซาบะที่ทำให้ดีเท่าไหร่เขาก็ไม่เคยนึกนิยมที่จะแวะเวียนไปกิน
เซกิจิโร่ปรายตาไปมองลูกชายหน้าละอ่อนผู้แสนจะเอาแต่ใจของสิงห์เฒ่าจอมเ้าเล่ห์วัชระอย่างอิดหนาระอาใจชายเ้าเล่ห์้าดันให้ลูกขึ้นมานั่งดำรงแท่นตำแหน่งแทน แต่ดูแล้วเมื่อไหร่ที่สิงห์เฒ่าวางมือ ธุรกิจที่วางรากฐานไว้อย่างดีคงจะพังไม่เป็ท่าภายในไม่ถึงปีเพราะลูกชายที่ใจร้อน มุทะลุ เห็นแก่ตัวและบ้าผู้หญิงด้วย
เซกิจิโร่ปรายตาไปมองลูกชายหน้าละอ่อนผู้แสนจะเอาแต่ใจของสิงห์เฒ่าจอมเ้าเล่ห์วัชระอย่างอิดหนาระอาใจชายเ้าเล่ห์้าดันให้ลูกขึ้นมานั่งดำรงแท่นตำแหน่งแทน แต่ดูแล้วเมื่อไหร่ที่สิงห์เฒ่าวางมือธุรกิจที่วางรากฐานไว้อย่างดีคงจะพังไม่เป็ท่าภายในไม่ถึงปี เพราะลูกชายที่ใจร้อนมุทะลุ เห็นแก่ตัวและบ้าผู้หญิงด้วย
รู้ว่าโรงแรมแห่ง้าเอาใจเขาและลูกน้องเป็พิเศษด้วยห้องพักที่เลียนแบบกลิ่นไอบ้านเขารวมถึงอาหารการกินและทุกๆ อย่างเพราะเขาและลูกน้องคือลูกค้าประจำที่เดินทางมาเมืองไทยเมื่อไหร่จะจับจองห้องพักชั้นบนสุดทั้งชั้นแต่ในคราวนี้เขาอยากจะกินอาหารไทยและลากเอาหญิงไทยขึ้นห้องด้วยสักคนเริงรักอย่างเร่าร้อนบนเตียงนุ่มๆ ตลอดทั้งคืน เพียงแค่คิดเขาก็กระชุ่มกระชวยจนไม่อยากจะสั่งอาหารเลย
“เซกิจิโร่ซัง! ”
วัชระข่มความหงุดหงิดร้องเรียกอีกฝ่ายเสียงเรียบ ตอนแรกเขาคิดว่างานนี้หมูๆเพียงแค่มาคุยและตกลงเื่งานกับไอ้หนุ่มหน้าละอ่อนที่เขาคิดว่าเคี้ยวได้ง่ายๆที่เพิ่งจะก้าวเข้ามาทำงานเป็หัวหน้าคนอื่นได้ไม่กี่ปี แต่พอได้เจอกับอีกฝ่ายกลับตรงกันข้ามกับที่คิดไว้ลิบลับ
ชายหนุ่มที่หน้าตาดูอ่อนเยาว์ ท่าทางเหมือนกับไร้พิษสงแต่การเจรจากลับรู้จักหลบหลีกพาออกนอกเื่เก่ง
ดวงตาคมเหมือนกับพญาเหยี่ยวที่เมื่อปรายมองมาเหมือนกับดึงเอาความกลัวที่ซุกซ่อนอยู่ภายในของแต่ละคนผุดขึ้นมาเวลามองจะพินิจพิเคราะห์ พิจารณาอย่างถ้วนถี่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ยินจะต้องคิดแล้วคิดอีก นิ่งเงียบแต่คอยดูเหตุการณ์อย่างไม่คลาดคลา
รัศมีแห่งอำนาจที่แฝงซ่อนเร้นและไอดำมืดมิดที่แผ่กระจายมาล้อมรอบกายทำให้เขาที่แม้จะคร่ำเคร่งอยู่ในวงการธุรกิจมานานหลายปียังอดที่ใจสั่นหวั่นไหวหวาดหวั่นไม่ได้ไม่รู้ว่าพอถึงคราวของลูกชายที่หวังจะให้สืบทอดกิจการแทนจะมีปัญญามีความเก่งกาจ กล้าสู้คนอื่นได้หรือเปล่า ยิ่งคิด ก็ยิ่งมีแต่ความกังวลที่คงได้แต่ต้องรอดูต่อไปเท่านั้น
“เื่ที่ตกลงกัน” วัชระเอ่ยด้วยความหวังถ้ามีเซกิจิโร่หนุนหลัง การเปิดตลาดการค้าในญี่ปุ่นก็จะเป็ไปได้อย่างราบรื่น
ดวงตาคมกริบตวัดไปมองเฒ่าเ้าเล่ห์คิ้วคมเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทันความคิด แม้เขาจะทำงานมีส่วนหนึ่งผิดกฎหมายแต่ก็เลือกที่จะสรรหาคนมาร่วมงาน ไม่อย่างนั้นองค์กรคงจะไม่อยู่มานานถึงเพียงนี้
“แล้วจะกลับไปคิดดู” ชายหนุ่มตอบสั้นๆทั้งที่ความจริงนั้นมีคำตอบเป็ที่เรียบร้อยแล้วเขาจะร่วมงานกับตาเฒ่าที่คิดแต่จะเอาเปรียบคนอื่นกับไอ้ลูกชายอารมณ์มุทะลุและดุเดือดเหมือนกับน้ำเดือดๆที่อยู่วันะเิออกมาทำให้คนอื่นพลอยเดือดร้อนไปด้วยเด็ดขาด
เซกิจิโร่มองพนักงานเสิร์ฟที่เขาคิดว่าคงจะรับทำอาชีพอย่างว่าด้วยไม่ใช่จะดูถูก แต่คนที่มารับดูแลแขกที่มาจากบ้านเขามักจะรับจ๊อบพิเศษเพื่อหารายได้เพิ่มและคนตรงหน้าก็คงไม่เว้นเช่นกัน
“ว่าไง มีอะไรแนะนำ”
“ลองข้าวห่อใบบัวไหมคะข้าวสวยหุงด้วยหม้อดินจนได้กลิ่นหอมของข้าวผสมกลิ่นดินและยังเป็อาหารเพื่อสุขภาพเป็อาหารขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของโรงแรมเรา ตามต่อด้วยคะน้าหมูกรอบผัดด้วยน้ำมันหอยสูตรของทางโรงแรม อีกหนึ่งก็คือขนมจีนแกงเขียวหวานไก่มีต้มยำกุ้งหรือจะเป็ต้มยำข่าไก่ก็ได้ตบท้ายด้วยวุ้นลอยแก้วกะทิหรือจะรับเป็ซ่าหริ่มก็ได้คะ” าาวดีนำเสนอรายการอาหารขึ้นชื่อของทางโรงแรมด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงหวานนุ่ม
“ฉันไม่รับอาหารแต่รับเป็เธอได้ไหม”
หนุ่มหน้าตาอ่อนที่สุดในห้องเอ่ยสวนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหื่นกระหายทำเอาาาวดีหน้าตึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็แดงก่ำดวงตากลมโตใสเหมือนลูกแก้ววาววับดุกร้าวเหมือนกับดวงตาเสือโมโหปากเน่าเสียยิ่งกว่าอมสุนัขของคนตรงหน้าจนอยากจะกางเล็บทั้งสิบแล้วลากแรงๆให้หมดรอยยิ้มโลมเลียให้เป็แผลยิ่งกว่าสุนัขที่โดนน้ำร้อนลวก
ฟันซี่เล็กๆเรียงตัวกันอย่างสวยงามขบกัดจนมีเสียงดังกรอดด้วยต้องพยายามระงับสติอารมณ์เอาไว้อย่างสุดความสามารถด้วยการท่องเอาไว้ในใจ
ลูกค้าคือพระเ้า...ลูกค้าทำผิดได้ แต่พนักงานต้องไม่ทำผิด
าาวดีสูดเข้าเต็มปอด ขบกัดฟันบนกลีบปากล่างจนเจ็บกำหมัดจนปลายเล็บตำผิวเนื้อ
อดทน...อดทนเอาไว้ช่อม่วง อดทนไว้ แต่สายตาคมวาวและหื่นกระหายที่มองเหมือนจะปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจากกายแม้จะตวัดสายตาเกรี้ยวกราดเหมือนคมมีดตอบกลับไป แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่สนใจเลยกลับจ้องตอบและยื่นมือมาหา จนเธอต้องรีบขยับเอี้ยวกายไปอีกทาง
“โอ๊ะ...ขอโทษค่ะ”
าาวดีเอ่ยคำขอโทษไปโดยที่ไม่รู้ว่าความจริงไม่ใช่เธอที่เป็ฝ่ายขยับตัวไปชน แต่เป็เซกิจิโร่ที่ยื่นมือไปเอื้อมคว้ากายอรชรมาแนบชิดแขนแกร่งสอดกระชับเอวเล็กคอดทาบ ฝ่ามือหนาทาบบนเนินทรวงอวบอิ่มที่ขยับเคลื่อนพลางทาบริมฝีปากร้อนผ่าวต้นคอระหง
ใบหน้ารูปไข่แดงด้วยเืฝาด าาวดีรีบปลดแขนใหญ่ออกจากตัวแต่เหมือนหนีเสือปะทะจระเข้ที่ร้ายกาจยิ่งนัก เพราะรู้ว่าจะแตะต้องตรงไหนที่จะทำให้เธอนั้นอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจนขยับกายหนีไม่ได้
“ปะ...ปล่อยฉันนะคุณ” หญิงสาวบอกเสียงสั่นหัวใจเต้นแรงและเร็วจนแทบจะหลุดออกมาจากทรวงเธอทาบมือบนลำแขนแข็งแกร่งเหมือนคีมเหล็กที่กอดกระชับเอวเล็กจนเกือบจะหักออกเป็สองท่อนจิกลงไปเต็มๆ แรง
“ปล่อยค่ะ ฉันจะไปเอาอาหารมาเสิร์ฟให้คุณ” เสียงที่ออกจากปากตะกุกตะกักสั่นพร่าระคนโกรธเมื่ออีกฝ่ายยังไม่ยอมปล่อยตัวาาวดีข่มกลั้นความกลัวที่มีเอาไว้ให้ลึกสุดใจกัดฟันเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าจะดังที่สุด
“ถ้าฉันไม่ปล่อย แล้วเธอจะทำยังไงละสาวน้อย”