แม่โขงสะอื้น Behind Enemy Heart

    ตอนที่ 6 ระเบิดค่ายบึงสาน

             ประมาณสองยามกว่าๆ ขณะที่ทุกคนกำลังนอนหลับใหลอยู่ในค่าย หวอเตือนภัยทางอากาศดังขึ้น ทุกคน๻๠ใ๽ตื่นกลางดึก เสียงนั้นเตือนให้ทุกคนหนี อีกไม่ถึงห้านาทีจะมีเครื่องบินมาทิ้ง๱ะเ๤ิ๪ เสียงประกาศให้ทุกคนออกจากที่พักแล้วหาที่ซ่อน ดังไปทั่วบริเวณ  มณฑา๼๥๱๱๦์ พาคนอื่นๆวิ่งออกจากกระท่อมหาที่ซ่อนตัว  เชลยและผู้ลี้ภัยวิ่งกันกระจัดกระจาย บางคนถือโอกาสตอนนี้หลบหนี ซึ่งทหารกำลังชุลมุนอยู่กับการเตรียมอาวุธ  ป้าแก้วกลัวจนทำอะไรไม่ถูก วิ่งตามมณฑา๼๥๱๱๦์ไป

    “คุณพระ คุณเจ้า ผีสาง นางไม้ ช่วยด้วย  ไหมแก้วมาทางนี้เร็ว”  ป้าแก้วพึมพำสวดมนต์ พลางจูงมือไหมแก้ว วิ่งหอบผ้าห่ม ตามทุกคนไป“ตายแล้วพวกเวียต บุกแล้ว แกวบุกลาวแล้ว หนีเร็วๆ ทางนี้ๆ ” เสียงตะโกนดังลั่น  โหวกเหวก โวยวาย  วิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น             เสียงประกาศให้ทุกคนหลบอยู่ห่างๆค่าย  และให้ดับตะเกียงให้หมด เครื่องบินโจมตีวอจ์ต คอร์แซร์ สองลำ ทิ้งระเบิดสองลูกแรกลงหน้าค่าย เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว ท้องฟ้าสีแดงระเรื่อเป็นสีเลือด ไฟ ลุกไหม้กำแพงค่ายและรถจีเอ็มซีหลายคัน เครื่องบิน บินต่ำลงแล้วยิงกราดไปทั่ว  ทหารฝรั่งเศสยิงต่อต้าน และตายหลายคน เชลยหลายคนถูกยิงบาดเจ็บ เรือเร็วทหารที่ริมโขงโดนระเบิดเสียหายหลายลำ           ผู้กองเชอร์วี่  วิ่งไปที่โกดังน้ำมันและโกดังเสบียง บอกให้ทุกคนออกจากที่นั่น ได้แต่ภาวนาในใจว่าให้ทุกคนปลอดภัย ทั้งๆที่เขารู้ดีว่าเป็นไปได้ยาก ทุกคนรู้ชะตาลิขิตของสงคราม ระเบิดลงที่ป้อมปืน ที่เรือลำใหญ่ คลังน้ำมัน คลังอาวุธ และคลังเสบียง ทหารบาดเจ็บกันระนาว เสียงร้องครวญคราง อย่างเจ็บปวด ท่ามกลางควันไฟ และเปลวเพลิงแห่งความพินาศ ลุกลามไปทั่วผู้กองเชอร์วี่  ร้องตะโกนพร้อมกับวิ่ง ฝ่าควันไฟหวังจะหาผู้รอดชีวิต ทันใดนั้นจ่าปิแอร์พยุงทหารคนหนึ่งมาทหารบาดเจ็บมากโดนปืนยิงที่ขา ผู้กองเชอร์วี่  ถามด้วยความตกใจ “มีใครเป็นอะไรจ่า หมอล่ะ แล้วหมอไปไหน หมออยู่ไหน”  เขาถามซ้ำๆ เสียงเริ่มแหบแห้ง “ผู้กอง หมอไป โรงหมอท่าแขก ตั้งแต่เมื่อวานครับ บอกว่าจะไปรอผู้กองที่นั่น จะไปเบิกยาควินิน ระเบิดลงก่อน แต่ แต่ ตอนนี้ ที่นี่มีคนเจ็บมากและตายด้วย” จ่าปิแอร์เสียงสั่น หอบ ตื่นเต้น พูดเกือบไม่เป็นภาษา     ผู้กองเชอร์วี่  เห็นท่าจะไม่ดี จึงประกาศเสียงดังๆ สั่งให้ทุกคนที่รอดรีบออกมาจากค่าย กลัวว่าเครื่องบินจะกลับมาทิ้งระเบิดรอบสอง เพราะตอนนี้ทั้งที่ค่ายและฐานป้อมปืนที่ท่าแขก ตกเป็นเป้าทิ้งระเบิดแล้ว “มีคำสั่งให้ทหารทุกคน พาคนเจ็บออกจากค่าย ไปหลบที่หลุมหลบภัยในสวนกาแฟ เดี๋ยวนี้! อย่าเข้าไปในบริเวณคลังน้ำมันเวลานี้ค่ายเราเป็นเป้าทิ้งระเบิด” ทหารนายหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่น“ผู้กองครับ ตอนนี้ค่ายเราเสียหายมาก มีคนตายและเจ็บมากมาย หมอไม่อยู่ คนเจ็บไปไม่ไหว ทำยังไงดี”  ทหารรีบเร่ง รายงานทางจ่าปิแอร์เห็นว่าไม่สมควรเคลื่อนย้ายคนเจ็บตอนนี้  จึงรายงาน ไปตามความเหมาะสม“ผู้กองครับ ตอนนี้มีคนเจ็บมากมาย เราจะทำยังไงดีคับ ถ้าไปไม่ได้ เราจาอยู่ที่นี่..” จ่าปิแอร์บอกผู้กองเชอร์วี่  หันขวับมาออกคำสั่งเสียงดัง “ไม่ได้ !!  นี่คือคำสั่ง ให้ทหารทุกคน ช่วยคนที่บาดเจ็บ ออกจากที่นี่ เดี๋ยวนี้!!!”  ทหารทุกคนตอบรับคำสั่ง“รับทราบ ครับผม”   ทุกคนแยกย้ายกันไปท้ายสวน        ผู้กองเชอร์วี่  วิ่งไปที่ห้องพยาบาล ค้นหายาและอุปกรณ์ทำแผลบางส่วนที่เหลืออยู่ ใส่ถุงผ้า แล้วรีบวิ่งไปช่วยทหารพยุงคนเจ็บออกจากค่ายโดยเร็ว      
    บึ้ม!!!!!!!!!!!!     เครื่องบินขับไล่บินมารอบสอง ทิ้งระเบิดลงที่ค่าย พร้อมกับยิงกราดไปทั่ว เสียงระเบิดดังสนั่นราวฟ้าจะถล่ม เขาพร้อมที่จะรับความพ่ายแพ้ สักวัน วันนี้ก็จะต้องมาถึงจนได้ ภาพเหล่านั้น เปลวไฟลุกไหม้ไปทั่ว เรือลำใหญ่ กลายเป็นเรือไฟลำใหญ่ลุกไหม้และกำลังจะจมลงสู้ใต้แม่น้ำโขง ภาพทหารบาดเจ็บ เสียงร้องครวญคราง เจ็บปวดทรมาน นี่แหละสงคราม ไม่มีฝ่ายไหน ไม่สูญเสีย มีเลือด มีน้ำตา มีเจ็บ มีตาย ไม่ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายชนะ ก็ต้องพบกับความสูญเสีย ไม่ต่างกับฝ่ายที่แพ้        บรูโน่พยายามมองหา มณฑาสวรรค์กับป้าแก้ว ท่ามกลางฝุ่นและควันไฟ แต่ไม่เจอใคร เขาจึงวิ่งหนีเสียในคืนนี้   เครื่องบินคอร์แซร์ บินกลับมาอีกรอบ ทิ้งระเบิดบริเวณด้านหลังค่าย ไฟไหม้บ้านพักเชลยหลายหลัง กำแพงค่ายโดนระเบิดพังเกือบหมด ผู้ลี้ภัยและเชลย ต่างวิ่งกระจัดกระจายหนีเข้าป่า ถึงคราวค่ายแตก เสียงคนเจ็บร้องโหยหวน พร้อมกับเปลวไฟลุกไหม้ ท้องฟ้าบริเวณนั้นแดงระเรื่อไปทั่ว อนิจจา ชีวิต