บทที่ 24 พวกผู้าุโจอมจู้จี้
สะใภ้จี้กลัวว่าเฉินเถียนเถียนจะไม่เข้าใจเื่ราว และไปทำให้ผู้าุโในตระกูลไม่พอใจ จึงรีบเข้าไปประคองเฉินเถียนเถียนพร้อมกับกระซิบบอกนาง
“เถียนเถียน ท่านนี้คือผู้าุโที่ทรงเกียรติที่สุดในตระกูลของเรา เ้าเรียกท่านว่าท่านตาสี่ก็พอ” เฉินเถียนเถียนมองตามสายตาของสะใภ้จี้ไป ผู้าุโท่านนี้ดูท่าทางน่าเคารพนับถือ ทำให้นางรู้สึกวางใจขึ้นมาไม่น้อย
“ส่วนท่านโน้น เ้าเรียกท่านว่าท่านตาหกก็ได้ พวกท่านเป็พยานรับฟังคำสั่งเสียสุดท้ายของมารดาเ้า พวกท่านจะต้องช่วยเ้าเอาความยุติธรรมกลับคืนมาได้แน่” มีเพียงผู้าุโอีกท่านหนึ่งที่ใบหน้าแดงก่ำ ยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่ เฉินเถียนเถียนเคยเห็นคนประเภทนี้มาไม่น้อยตอนที่ยังเป็ตำรวจ พวกเขามักจะเป็เสือยิ้มหรือไม่ก็เป็พวกชอบประนีประนอม
ต้องยอมรับว่าความประทับใจแรกของเฉินเถียนเถียนนั้นถูกต้อง ท่านตาหกเดินเข้ามาพร้อมกับกล่าวยิ้ม ๆ ว่า
“เ้าลองคิดดูสิ นี่ก็แค่คนในครอบครัวทะเลาะกันเท่านั้นเอง นั่งลงคุยกันให้รู้เื่ก็พอแล้ว จะต้องเอะอะโวยวายไปทำไมกัน” สะใภ้จี้คงจะรู้ว่าท่านตาผู้นี้เป็คนเช่นไร จึงรีบก้าวเข้าไปกล่าวอย่างนอบน้อมว่า
“ท่านตา พวกเราไม่ได้ก่อเื่โดยไม่มีเหตุผลนะเ้าคะ แต่สะใภ้หลินทำเกินไปจริง ๆ”
“ท่านดูสิ เด็กคนนี้ก็คือเถียนเถียน ลูกสาวที่สะใภ้อวิ๋นทิ้งเอาไว้ เป็เด็กดีขนาดนี้แท้ ๆ แต่กลับถูกทำให้ผอมโซจนน่าสงสาร ทั้งยังใส่เสื้อผ้าบางเบาเกินไปด้วย ท่านก็รู้ว่าสำหรับสตรีแล้ว สุขภาพร่างกายเป็สิ่งสำคัญ ที่ผ่านมาหญิงสาวผู้นี้ขาดแคลนอาหารมากเกินไป ไม่รู้ว่าต่อไปจะส่งผลต่อการมีบุตรหรือเปล่า” สะใภ้จี้เป็คนที่ฉลาดมาก เพียงไม่กี่ประโยคก็วางเฉินเถียนเถียนไว้ในจุดที่น่าสงสารที่สุด หวังให้ผู้าุโทั้งสองเห็นใจ
โดยเฉพาะเื่การมีบุตร ซึ่งมีผลต่อการออกเรือนของลูกหลานตระกูลเฉินในอนาคต เพราะถ้ามีสาวคนหนึ่งมีลูกไม่ได้ บางคนอาจจะสงสัยว่าเป็กรรมพันธุ์ของตระกูล ท่านตาที่หกมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันที
“นี่มันเกินไปจริง ๆ”
นี่ถือเป็ประโยคที่รุนแรงที่สุดที่ท่านกล่าวออกมาได้แล้ว เพราะท่านตาที่หกผู้นี้ชอบประนีประนอมเสมอ ไม่ชอบเห็นคนในตระกูลทะเลาะเบาะแว้งกัน
ส่วนท่านตาสี่อีกฝั่งนั้นเป็คนเข้มงวดกวดขัน กล่าววาจาตรงไปตรงมาโดยไม่เกรงใจใคร ยิ่งสะใภ้หลินเป็แค่แม่ม่ายที่ไม่มีพื้นฐานอะไรอยู่แล้ว
“สะใภ้หลิน เ้าทารุณกรรมลูกสาวตัวเองเช่นนี้ ไม่มีอะไรจะกล่าวหรือ” ประโยคนี้พุ่งตรงไปที่เฉินผิงอัน เฉินผิงอันแม้จะหยาบคายและหยิ่งยโสในชีวิตประจำวัน แต่ต่อหน้าผู้าุโในตระกูลกลับไม่กล้ากระทำการเยี่ยงนั้น
“ใช่ที่ไหนกันเล่า… ใครจะทำการร้ายแรงขนาดนั้น เด็ก ๆ ก็เป็แบบนี้กันทั้งนั้นไม่ใช่หรือ?”
เฉินเถียนเถียนรีบถลกแขนเสื้อขึ้นมาทันที “ท่านพ่อ ตาของท่านมองไม่เห็นแล้วหรือ าแทั้งหมดบนตัวลูกเกิดจากสะใภ้หลินทั้งนั้น ใช่แล้ว ลูกไม่เคยมีโอกาสได้กินข้าวบนโต๊ะ ท่านพ่อจึงไม่รู้หรอกว่าแค่จะกินข้าวเหลือสักคำ ลูกทำได้ยากเย็นเพียงใด” คำบอกเล่าพร้อมน้ำเสียงสะอื้นของเฉินเถียนเถียน ทำให้ใบหน้าของเฉินผิงอันแดงก่ำไปหมด เื่น่าอับอายแบบนี้ถูกเปิดเผยต่อหน้าคนอื่น เขาเสียหน้ามากจริง ๆ
“เด็กน้อย เ้าไม่รู้หรือว่าสตรีต้องรักษาชื่อเสียงของตัวเอง ต่อหน้าคนมากมายเช่นนั้น เ้ายังกล้าถลกแขนเสื้อขึ้นมา” คำกล่าวนี้มาจากท่านตาสี่ ซึ่งเป็คนที่ให้ความสำคัญกับมารยาทมากที่สุดจึงทนดูพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้
เฉินเถียนเถียนใบหน้าแข็งทื่อไป แต่ในยุคโบราณเช่นนี้ ผู้าุโในหมู่บ้านมีอำนาจมาก นางจึงไม่กล้าไปทำให้ท่านไม่พอใจ
“ท่านตาสี่ข้าไม่ได้ตั้งใจ แล้วก็ไม่เคยมีใครสอนเื่พวกนี้ให้ข้า” ท่านตาเฉินที่สามคงคิดได้ว่าแม่ม่ายอย่างนางจะสอนอะไรดี ๆ ให้เด็กคนนี้ได้
“คราวหน้าระวังหน่อย”
เฉินเถียนเถียนสบถด่าคนแก่จู้จี้เหล่านี้ในใจ แต่ก็ยังคงก้มหน้าตอบรับว่า “เ้าค่ะ”
สะใภ้จี้รีบเดินไปข้างหน้าเพื่อไกล่เกลี่ย
“ท่านผู้าุโ ตอนที่สะใภ้อวิ๋นยังมีชีวิตอยู่ นางได้ทิ้งพินัยกรรมไว้ ท่านทั้งสองก็รู้เื่นี้ดี ตอนนี้บ้านหลังนี้ยังอยู่ในชื่อของเด็กสาวคนนี้ แต่ตอนนี้นางกลับต้องไปนอนในโรงเก็บฟืนเสียได้ มันช่างไม่เหมาะสมเอาเสียเลย”
“ยิ่งไปกว่านั้น ที่นาที่เก็บค่าเช่านี้ก็เป็ของที่สะใภ้อวิ๋นจัดการไว้ ตอนนี้ก็ยังอยู่ในชื่อของเด็กสาวคนนี้ แต่เด็กสาวคนนี้กลับแทบจะไม่มีอะไรกิน พวกข้าในฐานะผู้ใหญ่ ไม่อาจทนดูต่อไปได้อีกแล้ว จึงอยากขอให้ท่านทั้งสองในฐานะผู้าุโของตระกูลช่วยตัดสินใจว่า ตอนนี้ควรจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี” ท่านตาสี่มองไปที่เฉินผิงอัน ด้วยสีหน้าดุดัน
“ในเมื่อสะใภ้หลินเป็ภรรยาของเ้า ข้าก็ไม่อาจทำอะไรนางได้ แต่ถ้ายังคงปล่อยให้ผู้หญิงเช่นนี้อยู่ในหมู่บ้านต่อไป มันจะสร้างความเดือดร้อนให้กับบุตรสาวในตระกูลเฉินของพวกข้าในฐานะผู้าุโของตระกูล เ้ามีสิทธิ์อย่างเต็มที่ที่จะตัดสินใจหย่าขาดจากนาง ตอนนี้เ้าก็กล่าวมาตรง ๆ เสีย ว่าเ้าจะจัดการเื่นี้หรือไม่”
เฉินผิงอัน ในใจนั้น จริง ๆ แล้วโกรธมานานแล้ว ตอนที่สะใภ้อวิ๋นยังมีชีวิตอยู่ ทุกคนต่างกล่าวว่าเขาได้ใช้ชีวิตที่ดีขึ้นก็เพราะพึ่งพาสะใภ้อวิ๋น ตอนนี้สะใภ้อวิ๋นตายไปแล้ว ทุกอย่างกลับตกเป็ของเด็กสาวคนนั้น ตัวเขาเองกลับกลายเป็คนที่ไม่มีอำนาจตัดสินใจอะไรเลย ความเกลียดชังที่มีต่อสะใภ้อวิ๋น ทำให้เฉินผิงอันจ้องมองไปที่ เฉินเถียนเถียนอย่างเ็าอีกครั้ง แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ทำอะไร หลินชุนฮวาที่เห็นว่าสถานการณ์ไม่ดี จึงคุกเข่าลงกับพื้นทันที
“เื่นี้ไม่เกี่ยวกับท่านพ่อของเ้าเลย เป็ข้าเองที่ทำเองเถียนเถียนข้าผิดต่อเ้า ข้าสมควรตาย ต่อจากนี้ข้าจะกลับตัวกลับใจเป็คนดี เป็แม่ที่ดีเ้าช่วยให้โอกาสข้าอีกสักครั้งได้หรือไม่?” ตามฐานะแล้วหลินชุนฮวา คือแม่ของเฉินเถียนเถียนแต่ตอนนี้นางกลับคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเฉินเถียนเถียนเพื่อขอขมา ต่อหน้าผู้คนนางแสดงท่าทางเช่นนี้อย่างเต็มที่
เฉินเถียนเถียนรู้ดีว่าหลินชุนฮวาทำแบบนี้ก็แค่เสแสร้ง หวังจะปิดบังความจริง แต่จะให้ทำอย่างไรได้ล่ะ สุดท้ายแล้วตอนนี้นางก็ยังไม่มีทางจัดการพวกเขาได้ เห็นได้ชัดว่าการที่นางเปิดเผยเื่ที่ควรเป็เื่ภายในครอบครัวออกมากล่าวข้างนอกแบบนี้ ผู้าุโทั้งหลายไม่ค่อยพอใจนัก ก่อนหน้านี้นางมีเหตุผลเพียงพอ พวกเขาจึงยังพอยอมรับได้
ตอนนี้ คนที่ทำผิดได้สารภาพผิดแล้ว และยังเต็มใจที่จะกลับตัวกลับใจเป็คนดี ถ้านางยังคงยึดติดกับเื่นี้ไม่ปล่อยวาง ก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกมองว่าเป็ลูกที่ไม่กตัญญูในสายตาคนอื่น และยังไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงอีกด้วย
เฉินเถียนเถียนคิดหาทางอย่างรวดเร็ว ชั่งน้ำหนักถึงผลได้ผลเสีย ถึงแม้จะไม่สามารถเอาทรัพย์สินทั้งหมดคืนมาได้ หรือไล่หลินชุนฮวาออกไป แต่ถ้าทำให้ชีวิตของนางในวันข้างหน้าดีขึ้นได้บ้าง ก็ถือว่าไม่เสียเปล่า
“แน่นอน… เถียนเถียนเชื่อใจได้ แต่ตอนนี้เถียนเถียนยังต้องไปนอนในโรงเก็บฟืน ยังต้องอดมื้อกินมื้ออยู่ทุกวัน แม่คงไม่ได้บอกให้ปฏิบัติต่อเถียนเถียนแบบนี้หรอกใช่หรือไม่” หลินชุนฮวา มีแววโกรธแค้นวาบขึ้นในดวงตา แต่ปากกลับต้องอ่อนลง
“แม่จะให้เ้าย้ายเดี๋ยวนี้เลย จะเปลี่ยนห้องที่สว่างที่สุดให้เ้า ต่อจากนี้เสบียงอาหารพวกนั้นก็จะเก็บไว้ในห้องของเ้า เ้าจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น” เฉินเถียนเถียนหันไปมอง สีหน้าของผู้าุโก็ผ่อนคลายลงไปมากทีเดียว ดูเหมือนว่าวิธีนี้ของหลินชุนฮวาในที่สุดก็ใช้ได้ผล