พลิกชะตาบุปผาข้ามภพ

    เตรียมรับมือภัยหนาว

            จิ่นฮวาให้บ่าวไปซื้อเนื้อหมูที่ตลาดในหมู่บ้านมาหลายจิน นางจะแปรรูปไว้สำหรับกินในหน้าหนาว หน้าหนาวหิมะจะตกยาวนานถึง 3 เดือน นางจึงกะว่าจะเตรียมอาหารแห้งไว้มากหน่อย ส่วนเ๱ื่๵๹ข้าวและผักสามารถเพาะปลูกได้ตลอดอยู่แล้วจึงไม่ต้องกักตุน


            ได้เนื้อหมูมาถึง 50 จินนางจะทำ หมูแดดเดียว หมูหย็อง นอกจากนั้นจิ่นฮวายังไปดักปลาที่ลำธารมาได้อีกจำนวนมาก นางคิดว่าจะทำ ปลาเค็ม และปลาหวาน ที่สามารถเก็บไว้กินได้หลายเดือน อย่างน้อยหากหิมะตกหนักจนชาวบ้านไม่อาจเปิดร้านขายของได้ นางก็ยังมีเนื้อสัตว์แปรรูปไว้กินได้ จะให้กินแต่ผักคงเบื่อแย่


            เนื้อหมู 50 จินนางแบ่งเป็๲ 2 ส่วนแรกทำหมูแดดเดียว นางให้สาวใช้ช่วยกันหั่นเนื้อหมูเป็๲ชิ้นเล็กๆ จากนั้นนางกับมารดานำหมูที่หั่นเสร็จมาปรุงด้วย เกลือ ซีอิ๊ว และน้ำตาลมาหมักทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วยาม เมื่อเครื่องปรุงซึมเข้าไปในเนื้อหมูดีแล้ว ให้สาวใช้ช่วยกันวางเรียงบนตะแกรง แล้วนำไปตากให้แห้ง


            นางนำเครื่องเทศ โป้ยกั๊ก อบเชย และลูกผักชี คั่วในกระทะจนหอม จากนั้นนำผ้าบางๆ มาห่อเอาไว้ เตรียมหม้อต้มน้ำให้เดือด นำห่อเครื่องเทศลงไปต้ม และ นำเนื้อหมูใส่ลงไป ต้ม 1 ชั่วยาม นำหมูที่สุกได้ที่ขึ้นมาพักจนเย็น จากนั้นหั่นเป็๲ชิ้นเล็กๆ ให้บ่าวชายทุบเนื้อหมูให้แตกเป็๲เส้นๆ ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำตาลและซีอิ๊ว คั่วให้ละลายเข้ากัน นำเนื้อหมูที่ทุบเป็๲เส้นแล้วใส่ลงไป คั่วเรื่อยๆ จนแห้งฟู นำมาผึ่งไว้ จากนั้นก็เก็บไว้กินได้นานหลายเดือนแล้ว


            ส่วนปลานำมาทำความสะอาด ผ่าท้องเอาไส้ออก ส่วนหนึ่งนำมาหมักเกลือแล้วตากเป็๲ปลาเค็ม อีกส่วนนำมาผ่าแล้วแบะออกเป็๲แผ่นหมักใส่ซีอิ๊ว เติมน้ำตาล หมักจนได้ที่ วางบนตะแกรงแล้วโรยงาขาวตากแดดให้แห้งก็จะได้ปลาหวานเก็บไว้รับประทานได้นาน


            “ทั้งหมูแดดเดียว หมูหย็อง ปลาเค็มและปลาหวาน สามารถนำมากินกับข้าวต้มได้ หรือจะนำปลาเค็มไปผัดกับผักคะน้าก็อร่อยมากเชียวล่ะ หรือนำหมูหย็องมายัดไส้ซาลาเปาก็อร่อยมากๆ” จิ่นฮวากล่าวให้ทุกคนฟัง ถึงความอร่อยของอาหารแปรรูปที่นางทำ


            “ข้าอยากลองกินแล้วขอรับท่านพี่” จิ่นหยางได้ยินพี่สาวบอกว่าของพวกนี้อร่อยมาก เด็กน้อยก็ถึงกับกลืนน้ำลาย


            “หมูหย็องนี่สุกแล้ว เ๽้าลองชิมดู” จิ่นฮวาหยิบหมูหย็องที่พักไว้จนเย็นแล้วให้น้องชายลองชิม


            “อร่อยขอรับ ท่านพี่เก่งที่สุด” จิ่นหยางชมพี่สาวไม่หยุดปาก


            จิ่นฮวานึกถึงเมื่อภพก่อน สมัยยังวัยรุ่นนางมักไปช่วยคุณป้าที่อยู่ข้างบ้านทำของพวกนี้ขาย แบบโฮมเมค เป็๲ประจำ แถมยังช่วยไลฟ์สดขายอีกด้วย จึงได้วิธีแปรรูปอาหารพวกนี้มา แต่เพราะเครื่องปรุงที่นี่มีจำกัด นางจึงประยุกต์ใช้แค่ของที่มี ผลออกมาก็ใช้ได้ทีเดียว


            “ท่านแม่ข้าคิดว่าเราควรมีชุดสำหรับฤดูหนาวให้ทุกคนนะเ๽้าคะ เผื่อมีธุระต้องออกไปด้านนอกจะได้ไม่ลำบาก” เมื่อเตรียมเ๱ื่๵๹เนื้อสัตว์เรียบร้อย นางจึงเอ่ยกับมารดาเ๱ื่๵๹เสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาว


            “เช่นนั้น แม่จะออกไปเลือกซื้อผ้าที่ตลาด ซื้อมากหน่อย ให้บ่าวตัดเย็บให้พวกเราคนละสองชุด และให้พวกบ่าวคนละชุดดีหรือไม่” มารดากล่าว


            “ดีเ๽้าค่ะท่านแม่ ข้าเคยเห็นในป่าชั้นนอกมีต้นนุ่น ข้าจะพาคนไปเก็บมา เราจะได้เอามายัดในชุดเพื่อเพิ่มความอบอุ่นได้เ๽้าค่ะ” จิ่นฮวาบอกมารดาอย่างดีใจ


            มารดายิ้มน้อยๆ แล้วพยักหน้ารับ แม้จะไม่เข้าใจว่านุ่นหน้าตาเป็๲ยังไง แต่นางเชื่อว่าสิ่งที่บุตรสาวนำมาล้วนเป็๲ของดี


            จิ่นฮวาพาบ่าวชายสามสี่คนเข้าไปยังป่าหมอกอาถรรพ์ชั้นนอก ลึกเข้าไปไม่มาก มีต้นนุ่นอยู่หลายต้น ที่ฝักเริ่มแก่แล้ว นางจึงให้บ่าวเขย่าให้ฝักนุ่นร่วงลงมา แล้วช่วยกันเก็บใส่ตะกร้า


            ต้นนุ่นนั้นเมื่อฝักแก่จะมีสีน้ำตาล พอแตกออกจะมีนุ่นสีขาวอยู่ภายใน ชาวบ้านมักจะหลีกเลี่ยงไม่ให้ปุยนุ่นสีขาวนี้ปลิวมาติดเสื้อผ้า เพราะเอาออกลำบาก จึงไม่มีใครเคยมาเก็บพวกมันไปใช้ เพราะไม่รู้ว่าสามารถเอาไปยัดใส่ในเสื้อผ้าหรือทำผ้านวมได้


            ผ่านไปครึ่งชั่วยามนางได้นุ่นมาสิบตะกร้าใหญ่จึงให้บ่าวขนกลับมาที่บ้าน และให้พวกบ่าวจัดการแกะฝักนุ่นที่ลานหน้าบ้าน


            “พวกเ๽้าแกะฝักนุ่นพวกนี้ออก นำปุยนุ่นสีขาวแยกไว้ในตะกร้า จากนั้นก็ใช้ไม้ปั่นแล้วตีแบบนี้เพื่อแยกเม็ดนุ่นออก เสร็จแล้วก็เอาไปตากไว้เข้าใจหรือไม่” จิ่นฮวาอธิบายพร้อมทำท่าทางให้ดู


            “เข้าใจแล้วขอรับ” พวกบ่าวตอบอย่างแข็งขัน การที่ได้มาทำงานที่นี่ พวกเขามีชีวิตที่ดีอย่างมาก มีเรือนพัก พร้อมอาหารสามมื้อ เสื้อผ้าตามฤดูกาล แถมยังได้เงินเดือนละหนึ่งตำลึง บ่าวในจวนอื่นไม่มีทางได้รับการดูแลดีแบบนี้แน่นอน เวลาเ๽้านายเรียกใช้งานพวกเขาจึงตั้งใจทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง


            “ดีมาก ข้าจะไปดูพวกสาวใช้ที่ตัดเย็บชุด พวกเ๽้าทำงานกันไปก่อน หากเกิดปัญหาให้คนมาตามข้า” จิ่นฮวาสั่งงานแล้วจึงเดินไปดูการตัดเย็บชุดที่เรือนใหญ่


            “เป็๲อย่างไรบ้างเ๽้าคะท่านแม่” จิ่นฮวาเข้าไปถามไถ่มารดาที่กำลังให้บ่าวเตรียมผ้ามาตัดเย็บชุด


            “แม่กำลังจะให้บ่าวเตรียมร่างแบบชุดน่ะ” มารดาตอบ


            จิ่นฮวาเดินเข้าไปขอดูแบบชุดต่างๆ ชุดของนางเป็๲ชุดสตรี 1 ชุด บุรุษ 1 ชุด ของบิดามารดาและน้องชายคนละ 2 ชุด ที่เหลือเป็๲ของบ่าวชายหญิงคนละชุด


            “แก้ไขตรงนี้ ต้องเย็บชุดตัวในให้มีสองชั้นสำหรับยัดนุ่นเข้าไปได้ แบบนี้ เหลือช่องเล็กๆ ไว้ยัดนุ่นแล้วเย็บปิด จากนั้นเย็บตามแนวนี้ทั้งหมดเพื่อไม่ให้นุ่นไหลไปกองรวมกัน” จิ่นฮวาบอกให้สาวใช้แก้ไขแบบชุด นางวาดให้ดูพร้อมอธิบายรายละเอียด จนพวกเขาเข้าใจ


            เมื่อบ่าวชายแยกนุ่นเสร็จและตากจนแห้ง ก็ทยอยยกเข้ามาให้ การตัดเย็บชุดฤดูหนาวจึงดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงสองวันก็ตัดเย็บชุดทั้งหมดได้เสร็จเรียบร้อย


            วันเวลาล่วงเลยไปจิ่นฮวา ก็ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ดูแลสวนผัก ฝึกวิชาต่างๆ และขุดสมุนไพรมาปลูกเพิ่มเติม นอกจากนี้จิ่นฮวายังหาดอกไม้มากมายมาปลูกที่เรือนทั้งสามหลัง ทำให้บรรยากาศดูงดงามชวนมองอย่างมาก


            วันนี้สาวใช้ที่ไปตลาดบอกว่าอากาศภายนอกเริ่มหนาวเย็นมากแล้ว จิ่นฮวานั่งเล่นอยู่หน้าเรือน มองไปบนท้องฟ้า ในที่สุดหิมะแรกก็มาเยือน ปุยหิมะสีขาวตกลงมาจากฟ้า เมื่อกระทบกับเขตแดนของค่ายกลที่ครอบอยู่ก็พลันสลายไป หิมะไม่สามารถผ่านเข้ามาในอาณาเขตของนางได้ อากาศก็เย็นสบายไม่ได้หนาวแต่อย่างใด


            “เยว่เอ๋อร์ จิ้นซื่อ ออกไปดูข้างนอกกัน” จิ่นฮวาอยากรู้ว่าภายนอกเป็๲อย่างไรบ้างจึงชวนภูติน้อยทั้งสองออกไปดูที่หน้าประตูใหญ่


            เมื่อบ่าวเปิดประตูให้ลมหนาวพัดมาปะทะใบหน้า ทำให้นางขนลุกซู่ นางใส่เสื้อผ้าธรรมดา ไม่ได้เปลี่ยนเป็๲ชุดสำหรับฤดูหนาว เมื่อออกมาเผชิญกับลมหนาวกะทันหันนางจึงสั่นน้อยๆ จิ่นฮวายื่นมือออกไปข้างหน้า เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ตกลงมาบนมือนางแล้วละลายหายไป นางเหม่อมองความสวยงามเบื้องหน้าอยู่สักครู่ หิมะเริ่มตกหนักแล้ว ถนนหนทางเริ่มถูกปกคลุมด้วยสีขาว ตัดกับใบมั้ยที่เปลี่ยนเป็๲สีเหลืองและสีแดงดูลงตัว เป็๲ความงามที่รังสรรค์โดยธรรมชาติ แต่ก็เป็๲มหันตภัยสำหรับบางคนเช่นกัน


    อากาศเย็นขึ้นเรื่อยๆ แล้วจิ่นฮวาและภูติทั้งสองจึงชวนกันกลับเข้าเรือนไป