บทที่ 11 การแต่งงานหนึ่งปีไม่มีความหมายอะไรเลย
หลีเกอไม่สามารถปฏิเสธคำขอร้องของแม่หลีได้ เธอจึงจำใจยอมตกลงที่จะส่งเงินไปให้น้องชาย เนื่องจากเธองานยุ่งมาก เธอจึงจ้างผู้ดูแลมาดูแลแม่ของเธอตลอด 24 ชั่วโมง จนกระทั่งแม่ของเธอออกจากโรงพยาบาล
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อหลีเกอกลับถึงบ้านก็เป็เวลาสองทุ่มกว่าแล้ว
ขณะที่หลีเกอกำลังจะเข้าไปในบ้าน เธอก็เห็นรถของฟู่อวิ๋นจือจอดอยู่ที่หน้าประตูบ้าน เธอหยุดชะงักเมื่อเห็นประตูถูกเปิดออก
ฟู่อวิ๋นจือเดินออกมาก่อนแล้วตามด้วยแม่สามีของเธอ หลัวหลานยิ้มแย้มพร้อมกับจูงมือผู้หญิงคนหนึ่งออกมาก่อนจะเดินไปที่รถแล้วพูดอะไรบางอย่าง
เมื่อหลีเกอมองชัด ๆ ก็เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นก็คือหัวหน้าของฟู่อวิ๋นจือ
หลีเกอเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็รู้สึกโกรธจนเืขึ้นหน้า
นี่เขากล้าพาเมียน้อยกลับมาบ้านอย่างเปิดเผยเลยเหรอ?
หลีเกอพยายามตั้งสติ ก่อนจะรีบเดินไปยืนหลบมุม เธอเห็นฟู่อวิ๋นจือจูบผู้หญิงคนนั้น ก่อนจะส่งผู้หญิงคนนั้นขึ้นรถกลับไป หลังจากฟู่อวิ๋นจือกลับเข้าบ้านไปแล้วเธอจึงเดินออกมาจากที่ซ่อน
เธอเปิดดูกระเป๋าที่ข้างในมีเอกสารหย่า ซึ่งเตรียมไว้ั้แ่ครึ่งเดือนก่อน
เธอเบื่อหน่ายกับชีวิตแบบนี้เต็มทีแล้ว
เมื่อหลีเกอเข้าไปในบ้านก็เห็นฟู่อวิ๋นจือและหลัวหลานกำลังพูดคุยกันอย่างอารมณ์ดี หลัวหลานยิ้มจนแก้มแทบปริและทำท่าทางราวกับมีเื่ดี ๆ เกิดขึ้น
“อวิ๋นจือ คุณแม่” หลีเกอเปลี่ยนรองเท้าที่บริเวณทางเข้าบ้านก่อนจะเดินเข้ามา
“พอดีคุณแม่ฉันไม่สบาย ต้องนอนโรงพยาบาล ฉันอยู่เฝ้าแม่นานหน่อยเลยกลับมาช้าน่ะ”
“ที่รัก” ฟู่อวิ๋นจือรีบเดินมาแล้วหยิบกระเป๋าเดินทางของเธอส่งให้คนรับใช้ ก่อนจะแกล้งทำเป็พูดอย่างรู้สึกผิดว่า “คุณไปทำงานที่นิวยอร์กก็เหนื่อยมากอยู่แล้ว ทำไมไม่ให้ผมไปดูแลคุณแม่แทนล่ะ?”
“ฉันกลับมาทันพอดีน่ะ คิดว่าเป็เื่เล็กน้อย อีกอย่างคุณก็ยุ่งอยู่ ไม่อยากรบกวนค่ะ” หลีเกอยิ้ม “คุณไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันจ้างคนมาดูแลเรียบร้อยแล้ว”
“ที่รักของผมคงเหนื่อยแย่เลยสินะครับ” ฟู่อวิ๋นจือคิดจะหอมแก้มเธอ
หลีเกอแกล้งทำเป็ไม่รู้เื่ แล้วเบี่ยงตัวออกพร้อมกับพูดเปลี่ยนเื่ “ฉันหิวแล้ว เราไปกินข้าวกันดีกว่าค่ะ”
เมื่อเดินไปที่ห้องทานอาหาร แต่เธอกลับพบว่าไม่มีอาหารเย็นเตรียมไว้เลย
ฟู่อวิ๋นจือรีบตามมาพูดแก้ตัวว่า “พอดีวันนี้ผมกลับมาเร็วน่ะ แล้วก็หิวมากด้วย เลยให้คนทำอาหารให้เร็วหน่อย ผมกับแม่กินแล้ว ถ้าคุณอยากกินอะไรก็ให้คนทำให้ได้เลยนะ”
หลีเกอเดาได้ว่าอาหารเย็นมื้อก่อนหน้านี้เป็ของผู้หญิงคนนั้น ฟู่อวิ๋นจือและแม่สามีของเธอก็ร่วมกินด้วยกัน
เธอเม้มปากแน่นก่อนจะพูดว่าไม่ค่อยหิวมาก ไม่กินก็ได้
หลังจากที่หลีเกอขึ้นห้องไปแล้วก็หยิบหนังสือหย่ามาวางไว้บนหัวเตียง เธอคิดว่าจะคุยกับฟู่อวิ๋นจือเมื่อเขาขึ้นมา แต่หลังจากที่เธออาบน้ำเสร็จ ฟู่อวิ๋นจือก็ยังไม่ขึ้นมา
เธอคิดว่าฟู่อวิ๋นจือคงกลับไปนอนห้องนอนของเขาแล้ว จึงถือหนังสือหย่าไปที่ห้องนอนของเขา
ไฟในห้องน้ำเปิดอยู่ ข้างในมีเสียงน้ำไหลออกมา ฟู่อวิ๋นจือกำลังอาบน้ำอยู่ หลีเกอเก็บเสื้อผ้าบนพื้นขึ้นมาเพื่อจะนำไปใส่ตะกร้าให้เขา
แล้วจู่ ๆ มือถือสีดำเครื่องหนึ่งก็กระเด็นออกมาจากกระเป๋ากางเกงตกลงบนพรม
เธอและฟู่อวิ๋นจือไม่มีนิสัยดูโทรศัพท์ของกันและกัน เพราะเชื่อใจกัน แต่ในตอนนี้ หลีเกออยากรู้ว่าฟู่อวิ๋นจือกับผู้หญิงคนนั้นคุยกันเื่อะไรกันบ้าง
หลีเกอเคยเห็นฟู่อวิ๋นจือกรอกรหัสผ่านมาก่อน จึงปลดล็อกมือถือได้อย่างง่ายดาย เธอลังเลสักพักก่อนจะกดเข้าไปที่ไอคอนแอปพลิเคชันวีแชต
การสนทนาที่ปักหมุดไว้เป็ของหัวหน้าของเขา
หลีเกอกดเข้าไปก็พบว่าทั้งสองคนคุยกันอย่างสนิทสนม ผู้หญิงคนนั้นยังส่งรูปที่จูบกับเขามาด้วย ทำให้หลีเกอรู้สึกคลื่นไส้ เธอเลื่อนดูข้อความขึ้นไป้าก็พบข้อความที่น่าใ
ผู้หญิงคนนั้นถามฟู่อวิ๋นจืออยู่เรื่อย ๆ ว่าเมื่อไหร่จะหย่า และยังให้คำแนะนำรวมถึงวิธีการด้วย
[ได้ข่าวว่าเดือนหน้าก็จะเป็วันเกิดลูกชายลูกพี่ลูกน้องของคุณแล้ว ฉันคิดว่าทางนั้นจะต้องเชิญคนไปกินเลี้ยงสังสรรค์แน่นอน ถึงตอนนั้นฉันจะสั่งให้คนไปมอมเหล้าหลีเกอให้เมาแล้วพาหลีเกอไปนอนที่โรงแรม พอรุ่งเช้าก็ให้คุณทำทีว่าพาคนไปจับได้ เท่านี้หลีเกอก็จะถูกตั้งข้อหาว่าเป็ฝ่ายนอกใจ คุณก็ไม่ต้องแบ่งสินสมรส แถมแม่นั่นยังถูกไล่ออกจากบริษัทอีกด้วย]
หลีเกออ่านข้อความจบก็รู้สึกไม่ยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น เธอตัวสั่นไปทั้งตัวและยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่ทำให้เธอยอมรับไม่ได้คือ ฟู่อวิ๋นจือกลับเห็นดีเห็นงามกับแผนของผู้หญิงคนนั้น มิหนำซ้ำยังชมว่าเธอคิดได้ละเอียดรอบคอบมาก และทั้งสองได้ปรึกษากันว่าจะให้เพื่อนร่วมงานในแผนกคนไหนเป็คนทำเื่นี้
แม้ในคืนวันครบรอบแต่งงาน หลีเกอจะรู้ว่าฟู่อวิ๋นจือนอกใจเธอ แต่เธอก็คิดมาตลอดว่าเป็เพราะความผิดของเธอเอง ที่เป็โรคกลัวการมีเพศสัมพันธ์จึงต้องเสียเขาไป และคิดจะหย่ากับเขาดี ๆ ให้เธอแบ่งอะไรเธอก็ยอม
แต่ไม่คิดเลยว่าเขากลับคิดวางแผนหย่ากับเธอมาตลอด ไม่เพียงแค่้าให้เธอออกจากบ้านไปเฉย ๆ แต่เขายัง้าให้เธอเสื่อมเสียชื่อเสียงในที่ทำงานด้วย
แล้วการแต่งงานในหนึ่งปีที่ผ่านมา มันไม่มีความหมายสำหรับเขาเลยงั้นเหรอ?