หลังจากนั้นวันต่อมาได้มีการเรียกประชุมทหารฝึกหัดอีกครั้งและหัวหน้าโคลได้ประกาศให้ทหารฝึกหัดทุกนายเริ่มการฝึก โดยพวกเขาจะต้องฝึกเกี่ยวกับการตั้งฐานที่มั่น เรียนรู้อุปกรณ์ต่างๆและพื้นฐานที่จำเป็
มายด์ในฐานะหัวหน้าหน่วยย่อยได้จัดแจงการฝึก เธอมักจะให้โจฝึกมากกว่าคนอื่นๆแต่เขาก็ไม่ได้บ่นอะไรและทำตามที่เธอสั่ง
การฝึกเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายคือวันที่ทุกคนจะไปทำภารกิจบนดาวร้าง และสิ่งแรกที่พวกเขาต้องทำเมื่อลงบนพื้นผิวดาวคือการตั้งฐานและแนวป้องกัน
วันเวลาผ่านไปอย่างราบรื่นจนเกือบถึงวันที่ต้องไปดาวร้าง ทางองค์กรประกาศให้วันหยุดแก่ทหารฝึกหัดทุกคนเป็เวลาหนึ่งวัน
โจที่เบื่อกับการฝึกและอดทนต่อการกดขี่ของหัวหน้า เขารีบไปร้านหนังสือเพื่อหาหนังสืออ่านอีกครั้ง นี่เป็สิ่งเดียวที่จะทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย
“โจ นายมากับฉัน” กลับเข้ามาในองค์กรไม่ทันไร มายด์ที่ยืนดักรอเขาก็ออกคำสั่งให้ตามเธอไป
“ขอโทษทีนะ วันนี้เป็วันหยุดและผม้าพักผ่อน” โจปฏิเสธอย่างไม่แยแส เขาไม่มีความรู้สึกที่ดีต่อเธอสักนิด เพราะวันฝึกเธอมักจะเพ่งเล็งมาที่เขาเสมอ แม้เขาจะรู้แต่ก็ไม่บ่นสักคำ
“นายกล้าขัดคำสั่งของฉันเหรอ!!” มายด์จ้องโจราวกับจะกินเืกินเนื้อ
“ขัดคำสั่ง? ลืมอะไรไปหรือเปล่าครับคุณหัวหน้า วันนี้ทุกคนมีวันหยุดแค่หนึ่งวัน และต่อให้คุณเป็หัวหน้าของผมก็ไม่มีสิทธิ์มาสั่งผมในวันหยุด” โจเหลือบมองเธอก่อนจะเดินผ่านเธอไป
“นาย!! แล้วเราจะได้เห็นดีกัน” มายด์โกรธมาก ั้แ่เกิดมาไม่ว่าเธออยากได้อะไรหรืออยากให้ใครทำอะไรก็ไม่เคยมีใครขัดเธอสักครั้ง นี่เป็ครั้งแรกที่เธอถูกผู้ชายคนหนึ่งปฏิเสธ ไม่รู้ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เธอถูกโจทำแบบนี้ใส่
อันที่จริงในวันนี้เธอแค่อยากชวนเขาไปเลี้ยงข้าวเพื่อขอโทษที่วันนั้นเธอบุกเข้าไปในห้องของเขา ตอนนั้นหลังจากที่เธอกลับมาเธอทบทวนความคิดและรู้ตัวว่าตนเองเป็ฝ่ายผิด
ทว่าด้วยนิสัยเอาแต่ใจั้แ่เด็กและไม่เคยชวนผู้ชายกินข้าวจึงทำให้เธอใช้คำพูดไม่ดีแทน
“พี่…ล้มเหลวสินะ” มิ้นต์ที่รออยู่ในอาคารหน่วยหิมะเห็นพี่สาวเดินมาคนเดียวและยังทำหน้าบึ้งเธอก็เอ่ยถามและขำเล็กน้อย เธอจะไม่รู้นิสัยพี่ตัวเองได้ยังไงเพราะั้แ่เด็กจนโตพี่สาวของเธอไม่เคยชวนผู้ชายกินข้าวเลยสักครั้ง
“หมอนั่นมันไม่รู้จักคว้าโอกาสเอาไว้” มายด์กล่าวอย่างหัวเสีย
“ฮ่าๆ พี่พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ หนูเชื่อว่าพี่ต้องพูดอะไรไม่ดีไปแน่ๆ อย่างเช่น นายตามฉันมา” มิ้นต์หัวเราะชอบใจ
มายด์โกรธจนหน้าแดงและตีแขนน้องสาวจนร้องโอ้ยจากนั้นเธอก็พูดว่า “แล้วจะให้ฉันพูดยังไง?”
มิ้นต์ถอนหายใจ “พี่ควรจะพูดดีๆกับเขาไม่ใช่ใช้คำพูดแบบนั้น มันเหมือนเป็คำสั่งมากกว่าการชวน”
“เอาแบบนี้เดี๋ยวหนูจะสอนพี่เอง”
โจกลับมาถึงห้องพักและหยิบหนังสือที่ซื้อมาใหม่ขึ้นมาอ่าน ความเงียบสงบทำให้เขาผ่อนคลาย บางครั้งก็มีเสียงพลิกหน้ากระดาษ
โจใช้เวลาอ่านไปหลายชั่วโมงก่อนที่เขาจะหยุดอ่าน
“พรุ่งนี้แล้วสินะ”
ในวันพรุ่งนี้จะเป็ครั้งแรกที่มนุษย์ได้เผชิญหน้ากับศัตรูตัวใหม่ เขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และจากที่เขาสังเกตุพวกทหารหน้าใหม่เหล่านี้ไม่ได้มีความแข็งแกร่งอะไรเลย เขาเองก็ไม่ใช่คนใจร้ายถึงขนาดปล่อยให้คนตายต่อหน้าต่อตาแต่เขาตัวคนเดียวคงไม่มีทางช่วยพวกเขาได้ทุกคน
โจได้แต่หวังว่าจะไม่มีใครตายมากเกินไป
จากข้อมูลที่ได้จากเมรีทำให้โจรู้ว่าภารกิจบนดาวร้างเป็ภารกิจที่ทางสหพันธ์เป็ผู้จัดการให้และเธอยังบอกอีกว่าดาวร้างดวงนี้่มีแค่สเปคระดับ 1 ทางสหพันธ์ได้ล่อให้พวกสเปคติดกับและไม่สามารถออกไปจากดาวได้
สำหรับโจแล้วพวกสเปคระดับ 1 เป็แค่มดปลวก แต่กับมนุษย์ที่ยังไม่เคยเจอพวกมันเรียกได้ว่าน่ากลัวมากกว่า
นอกจากนี้เขายังได้รู้มาอีกว่า มนุษย์ขายเทคโนโลยีให้กับทางสหพันธ์เพื่อแลกกับข้อมูลและหินพลังงาน โจไม่แปลกใจในเื่นี้เท่าไรเพราะทุกครั้งที่เผ่าพันธุ์ใหม่เดินทางข้ามดวงดาวได้เทคโนโลยีของพวกเขาจะมีค่ามากและเผ่าพันธ์ต่างๆในสหพันธ์จะรีบเข้ามาขอซื้อเทคโนโลยีเ่าั้
ไม่แปลกที่เป็แบบนั้นเพราะเทคโนโลยีแบบใหม่จะทำให้พวกเขาพัฒนาได้มากขึ้น แน่นอนว่ามนุษย์เองก็สามารถขอซื้อเทคโนโลยีของเผ่าพันธุ์ในสหพันธ์ได้เช่นกัน นี่ถือเป็การแลกเปลี่ยนที่ดี
ไกลออกไปราว 300 ปีแสง มีกลุ่มก้อนสีดำทมิฬลอยอยู่ในห้วงอวกาศ กลุ่มสีดำนี้มันดำเสียยิ่งกว่าสิ่งใด ต่อให้อวกาศที่ว่ามืดสนิทแล้วยังไม่อาจเทียบกับสีดำของกลุ่มก้อนเหล่านี้
กลุ่มก้อนสีดำกำลังเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ หากเข้าไปดูใกล้ๆจะเห็นว่าพวกมันไม่ใช่ก้อนพลังงานสีดำเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ที่มีขนาดั์หลบซ่อนอยู่ในกลุ่มพลังงานสีดำเหล่านี้
พวกมันมีจุดหมายชัดเจนและไม่ใช่ที่ใดแต่เป็ดาวร้างดวงหนึ่งที่มนุษย์จะใช้เป็ที่แรกสำหรับการหาประสบการณ์
กลางดึกบนโลก โจที่กำลังนอนหลับพลันลืมตาตื่นขึ้นมา เขาลุกและเดินไปที่หน้าต่างจากนั้นก็เปิดมันออก
เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว
“ความรู้สึกนี้มัน…” ในฐานะที่เคยเสี่ยงเป็เสี่ยงตายมานับไม่ถ้วน เขามีความรู้สึกและลางสังหรณ์เฉียบคม
เช้าวันต่อมา ทุกคนเต็มไปด้วยความคึกคัก วันนี้พวกเขาต่างได้กลิ่นของการผจญภัย ไม่น่าแปลกสำหรับเหล่ารุ่นใหม่ไฟแรงเหล่านี้ นี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาจะได้ออกเดินทางนอกโลก
การออกเดินทางนอกโลกเป็ความฝันของใครหลายคนแต่จะมีสักกี่คนที่ได้ทำตามความฝัน อย่างไรก็ตามยุคสมัยนี้การเดินทางออกนอกโลกเริ่มง่ายมากขึ้นอีกไม่นานคนธรรมดาก็อาจเดินทางออกนอกโลกได้เช่นกัน
โจเดินทางไปที่อาคารหิมะ เขามารายงานตัวและขนของตามคำสั่งของมายด์ แน่นอนว่าเธอไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆและใช้งานเขาอย่างหนัก ทว่าโจที่ร่างกายเกินขีดจำกัดไปแล้วกลับไม่รู้สึกเหนื่อยสักนิด
สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวของเขาตอนนี้คือเื่เมื่อคืน ความรู้สึกอันเฉียบคมของเขามันกำลังร้องเตือนถึงภัยร้ายที่กำลังใกล้เข้ามา
โจวางกล่องเหล็กที่หนักหลายสิบกิโลและพูดพึมพำ “หวังว่าจะไม่มีเื่เลวร้ายเกิดขึ้น”