“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า งานประลองยุทธ์ครั้งนี้มีอีเว้นท์ตลกให้ดูด้วยงั้นรึเนี่ย ’’
“ ฮี่ๆไม่คิดเลยว่างานประลองยุทธ์ปีนี้จะได้จัดเตรียมเื่ตลกที่ไม่ตลกให้ข้าได้ดูชม ’’
“ เฮ้ปิ๋งเินี่ใครคิดเื่ตลกที่จะให้ิญญาขั้นหนึ่งสู้กับอวตารขั้นหนึ่งกัน ?ฮ่าๆแต่ข้าก็ต้องยกนิ้วให้ไอ้เ้าคนคิดนี้เลยว่ามันเข้าใจสร้างเื่ให้ข้าขําโดยแท้จริง’’
ทุกคนที่อยู่รอบๆสนามประลองัคลั่งต่างหัวเราะพร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานาปิ๋งเิที่ทําหน้าที่เป็กรรมการก็ได้กล่าวขึ้นด้วยนํ้าเสียงเคร่งขึม “ทุกท่านโปรดเงียบก่อน เื่ครั้งนี้เรามิได้จัดเตรียมไว้ ’’ทันทีที่ปิ๋งเิกล่าวชี้แจงเหล่าผู้ชมและคนที่อยู่รอบๆทุกคนก็ได้หัวเราะออกมาหนักยิ่งกว่าเดิมก่อนจะะโถามออกมาทีละคน
“ เฮ้ เ้าหนุ่มนี่เ้าคงจะไม่ได้ตั้งใจที่จะสู้กับกงอี้จิงจริงๆหรอกใช่ไหม ?’’
“ ข้าก็คิดอยู่แล้วเชียวว่ามันแปลกๆการที่งานประลองยุทธ์ประจําเมืองเผิงจือจะจัดการเตรียมเื่ตลกแบบนี้ไว้มันคงจะเป็ไปไม่ได้นอกจากตัวผู้เข้าแข่งขันเอง’’
“ นี่แสดงว่าเฟิงฉือจินที่เป็คู่ต่อสู้ของกงอี้จิงมันเป็คนบ้าสินะ ’’
“ ผิดแล้ว มันน่าจะตั้งใจทําให้พวกเราขําขันซะมากกว่าเพราะแม้จะบ้าและโง่มากแค่ไหนก็คงจะไม่มีใครกล้าสู้ตัวต่อตัวกับผู้ที่มีระดับพลังมากกว่าตั้งหลายขั้นหรอก! ’’
“ จริง ข้าเห็นด้วย ’’
ทุกๆคนต่างคิดว่าเฟิงฉือจินมิได้ตั้งใจที่จะต่อสู้แต่ตั้งใจสร้างเื่ขบขันให้พวกมันหัวเราะซะมากกว่าเพราะว่าระดับพลังของเฟิงฉือจินนั้นอยู่ในชั้นิญญาขั้นหนึ่งกงอี้จิงอยู่ในชั้นอวตารขั้นหนึ่ง ทั้งสองคนมีระดับพลังต่างกันมากเกินไปแล้วอย่างนี้มันจะเป็คู่ต่อสู้กันได้อย่างไร แน่นอนว่ามันเป็ไปไม่ได้ !
กงอี้จิงมิได้สนใจเสียงของผู้คนรอบข้างแต่กลับหัวเราะออกมาอย่างหยิ่งยโสแทน“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้านี่นะจะเป็คู่ต่อสู้ให้กับข้าถ้าจะสร้างเื่ขบขันก็ขอให้เลิกซะเพราะข้าไม่ใช่คนที่จะมาเสียเวลาเล่นด้วยกับขยะเช่นเ้า ! ’’ เดิมทีมันคิดว่าคู่ต่อสู้ของมันจะต้องยอมแพ้อย่างรวดเร็วทว่ามันกลับไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะปัญญาอ่อนและบ้าจนกล้าที่จะสร้างเื่ขบขันต่อหน้าผู้คนมากมาย
“ มิใช่ ข้ามิได้สร้างเื่ขบขันอันไร้สาระให้เสียเวลาแต่ข้านี่แหละที่จะเป็คู่ต่อสู้ให้กับเ้าในรอบแรกนี้ ’’ เฟิงฉือจินส่ายหน้าพร้อมกับคิดในใจ“ กะแล้วเชียวว่าสถานการณ์มันจะต้องออกมาแบบนี้ ’’เขาเชื่อมั่นอยู่แล้วว่าผลลัพธ์ที่เขาเข้ารวมการประลองยุทธ์มันจะต้องออกมาให้เห็นเช่นนี้
“ หึ นี่เ้ายังไม่เลิกที่จะสร้างเื่ขบขันต่อหน้าข้าอีกรึ ? ’’ กงอี้จิงแค่นเสียงเย้ยหยันก่อนกล่าวอย่างหยิ่งยโสว่า “ เ้าขยะเ้ารีบยอมแพ้แล้วรีบลงไปได้แล้วไม่อย่างนั้นข้านี่แหละจะมอบบทเรียนที่เ้ากล้าบังอาจมาสร้างเื่ขบขันให้ข้าเสียเวลา’’เฟิงฉือจินยังคงหน้านิ่งเช่นเดิมก่อนหันไปกล่าวถามกับปิ๋งเิที่อยู่ข้างๆสนามประลองว่า“ ท่านผู้าุโตอนนี้สามารถเริ่มการต่อสู้ได้แล้วรึยัง ? ’’
ปิ๋งเิพยักหน้าด้วยความประหลาดใจ “ ได้เลย ’’มันประหลาดใจที่เฟิงฉือจินยังคงกล้าสร้างเื่ขบขันต่อไปโดยมิเกรงกลัวกงอี้จิงสั่งสอน
หลังจากที่ได้รับคํายืนยันจากปิ๋งเิแล้วเฟิงฉือจินก็ได้หันกลับมามองกงอี้จิงที่อยู่ห่างออกไปนับสิบจั้งก่อนกล่าว “รีบชักกระบี่ออกมาซะ ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าโหดร้าย ’’ “ อะไรนะนี่เ้ายังกล้าที่จะสร้างเื่ขบขันไม่เลิกอีกรึ ได้ข้าจะสั่งสอนเ้าเอง ’’กงอี้จิงมันเริ่มรู้สึกว่าคู่ต่อสู้ของมันคงมิได้ตั้งใจสร้างเื่ขบขันแล้วทว่าคู่ต่อสู้ของมันคงจะเป็แค่คนปัญญาอ่อนที่รอให้มันสั่งสอนเท่านั้น
“ ก็ดีงั้นข้าจะเป็ฝ่ายเข้าไปจัดการเ้าเอง ’’เฟิงฉือจินเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เกรงกลัวและประมาทเขา เขาก็ไม่คิดที่จะออมมือให้กับอีกฝ่ายเป็แน่เฟิงฉือจินเคลื่อนไหวพร้อมกับพุ่งเข้าประชิดตัวกงอี้จิงอย่างรวดเร็ว “ออกจากสนามประลองไปซะ ’’สิ้นเสียงเขาก็ได้ซัดลูกเตะอันทรงพลังเข้าปะทะกับร่างของกงอี้จิงทันที
ปัง
กงอี้จินที่ไม่ได้เตรียมตัวจะไปสามารถรับมือได้อย่างไร แน่นอนว่าไม่ร่างของมันได้ถูกลูกเตะอันทรงพลังของเฟิงฉือจินส่งลอยกระเด็นไปยังนอกสนามประลองัคลั่งอย่างรวดเร็ว
ตุบ
กงอี้จิงร่างร่วงหล่นลงพื้นที่รอบๆสนามประลองัคลั่งด้วยความงุนงงก่อนกระอักเลือก“ อั๊ก...เป็ไปไม่ได้ ’’ มันพึมพําก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นพร้อมมองไปยังเฟิงฉือจินที่อยู่ห่างไกลออกไปนับหลายจั้งมันงุนงงเป็อย่างมากที่เฟิงฉือจินสามารถซัดมันมายังนอกสนามประลองัคลั่งได้ง่ายๆแถมอีกฝ่ายยังมิได้ใช้ลมปราณคุ้มกันอีกด้วย
นอกจากนี้เื่ที่มันตะลึงมากที่สุดก็คงจะไม่พ้นเื่ที่อีกฝ่ายมีระดับพลังเพียงชั้นิญญาขั้นหนึ่งแต่กลับสามารถส่งร่างของมันที่อยู่ในชั้นอวตารขั้นหนึ่งมายังนอกสนามประลองัคลั่งอย่างสบายๆโดยมันแทบตอบสนองไม่ทัน“ เป็ไปได้อย่างไรที่ข้าถูกเ้าขยะชั้นิญญาส่งออกมานอกสนามประลอง ? ’’ มันคิดพร้อมกับยืนขึ้นก่อนจะทะยานเข้าไปในสนามประลองอีกครั้ง
“ เ้าควรจะยอมแพ้ไปซะดีๆจะดีกว่านะ ’’เฟิงฉือจินรู้ว่าการประลองยุทธ์ครั้งนี้มิได้มีกฏตายตัวแถมการที่จะชนะคู่ต่อสู้ของตนเองยังต้องให้อีกฝ่ายยอมแพ้หรือไม่ก็ต้องหมดสตินอกจากนี้อีกฝ่ายยังสามารถที่จะยอมแพ้ได้เองอีกด้วยหากไม่แล้วก็สามารถทําได้ทุกวิธีทางที่ทําให้อีกฝ่ายไม่สามารถที่จะต่อสู้ต่อได้อีกดังนั้นแล้วไม่ว่าจะเป็หรือตายหากอีกฝ่ายไม่สามารถต่อสู้ได้แล้วเขาก็จะเป็ฝ่ายชนะทันที
ทว่าเขาที่ยังไม่ได้สังหารกงอี้จิงในกระบวนท่าเดียวมันเป็เพราะว่าอีกฝ่ายยังมิได้ตั้งใจที่จะสังหารเขาอีกอย่างเขาเองก็ตั้งใจที่จะให้โอกาสกงอี้จิงในการยอมแพ้ซึ่งนั่นก็คือการส่งอีกฝ่ายออกนอกสนามไปไต่ตรองว่าตนเองพลังยังด้อยกว่าและไม่อาจเป็คู่ต่อสู้ของเขาได้และถ้าเกิดอีกฝ่ายมิได้ขอยอมแพ้และกลับขึ้นมาสู้กับเขาต่อเขาก็จะจัดการมันด้วยวิธีการต่างๆที่จะทําให้เขาชนะ !
กงอี้จิงที่ยืนอยู่ห่างไกลจากเฟิงฉือจินเช็ดคราบโลหิตที่มุมปากพร้อมกับจ้องมองไปยังเฟิงฉือจินก่อนกล่าวถาม“ เ้าทําได้อย่างไร ’’ ในตอนนี้มันรู้สึกว่ามันจะประมาทเฟิงฉือจินไม่ได้อีกแล้วเนื่องจากมันเชื่อว่าเฟิงฉือจินจะต้องมีวิธีการลึกลับบางอย่างแน่นอนไม่อย่างนั้นแล้วจะสามารถส่งมันออกจากสนามประลองโดยที่มีระดับพลังห่างจากมันมากมายได้อย่างไรทั้งนี้เฟิงฉือจินยังมิได้ใช้ลมปราณคุ้มกันเข้าเสริมความแข็งแกร่งอีกด้วย
แน่นอนว่าเฟิงฉือจินหลังจากที่เขาได้ทะลวงมายังชั้นิญญาด้วยพลังบ่มเพาะแล้วเขาก็สามารถที่จะต่อกรกับผู้ที่มีระดับพลังมากกว่าตนเองได้ถึงหนึ่ง่ชั้นเนื่องจากความแข็งแกร่งของเขามันมากพอๆกับระดับพลังชั้นอวตารขั้นหนึ่งทั้งนี้หลังจากที่เขาได้ทะลวงขึ้นมาแล้วเขายังมิต้องทดสอบหรือสอบถามจากฮ่าวเหรินด้วยว่าความแข็งแกร่งของเขานั้นอยู่ใน่ไหนเพราะในครั้งที่เขาทะลวงมาอยู่ในชั้นิญญาเขาสามารถััได้เลยว่าความแข็งแกร่งของลมปราณมันได้ผสานหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขาดังนั้นแล้วแม้เขาจะใช้ลมปราณออกมาในยามนี้มันก็คงจะไม่ต่างกันจากคนอื่นๆที่ใช้ลมปราณเสริมความแข็งแกร่งอันน้อยนิดและทั้งหมดนี้มันจึงเป็เหตุที่เฟิงฉือจินไม่ได้ใช้ลมปราณคุ้มกันเพื่อปะทะกับกงอี้จิงที่มีระดับพลังชั้นอวตารขั้นหนึ่ง
เฟิงฉือจินมิตอบคําถามอีกฝ่ายแต่กลับกล่าวแทน “เ้าไม่คิดที่จะยอมแพ้ ?’’ “ ใช่ แม้ข้าจะมิรู้ว่าเ้าใช้วิธีการสกปรกอะไรทว่าข้าก็จะมิยอมแพ้ขยะชั้นิญญาเช่นเ้าแน่ๆ ’’ กงอี้จิงรู้สึกอับอายขึ้นมาที่ถูกเฟิงฉือจินถามราวกับมันเป็ฝ่ายอ่อนแอกว่า
เหล่าผู้ชมที่อยู่รอบๆทุกคนเองก็ตะลึงมิใช่น้อยพวกมันต่างจ้องมองไปยังเฟิงฉือจินด้วยความคิดใหม่ๆที่ค่อนข้างสงสัย
“ เด็กน้อยผู้นี้มันทําได้อย่างไรกัน ’’
“ ใช่ ข้าเองก็อยากที่จะถามคําถามนั้นเช่นกัน ’’
“ หรือว่ากงอี้จิงมันจะประมาทมากเกินไปจึงได้ถูกขยะจัดการได้ง่ายๆแบบนั้นใช่แล้วมันจะต้องเป็แบบนั้นแน่ๆ ’’
ทุกๆคนต่างเชื่อว่าการที่เฟิงฉือจินส่งกงอี้จิงออกจากสนามประลองได้ง่ายๆมันคงจะเป็เพราะกงอี้จิงประมาทมากเกินไปและไม่ทันระวังหากไม่แล้วพวกมันก็คิดเหตุผลไม่ออกจริงๆว่าทําไมถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นทว่าพวกมันในตอนนี้ต่างคาดเดาเหมือนกันหมดว่ากงอี้จิงจะต้องอับอายเป็อย่างมากแน่ฉะนั้นชะตากรรมต่อจากนี้ของเด็กหนุ่มเช่นเฟิงฉือจินคงมีเพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่!
“ งั้นข้าก็คงไม่มีเหตุผลที่จะปรานีเ้าอีกต่อไปแล้ว ’’เฟิงฉือจินไม่รอช้าที่จะพุ่งเข้าหากงอี้จิงพร้อมกับซัดลูกเตะอันทรงพลังที่หนักหน่วงเข้าปะทะอีกครั้งกงอี้จิงคราวนี้มันได้ระวังตัวดังนั้นมันจึงไม่รอช้าที่จะชักกระบี่จากด้านหลังออกมาเพื่อตั้งรับการโจมตีที่กําลังพุ่งเข้ามา
กระบี่ของมันได้ปกคลุมด้วยลมปราณคุ้มกันแน่นอนว่าร่างของมันทั้งร่างเองก็เช่นกันเพราะมันกลัวว่าเฟิงฉือจินจะมีวิธีการบางอย่างที่มันไม่รู้ดังนั้นมันจึงไม่คิดที่จะประมาทอีกฝ่ายเพราะถ้าหากมันพ่ายแพ้ขยะชั้นิญญาขั้นหนึ่ง แม้มันจะมีข้ออ้างมากมายแค่ไหนแต่มันคงจะไม่อาจหลีกหนีคําดูถูกและคําเยาะเย้ยจากผู้คนทั้งหมดต่อไปหลังจากนี้ได้แน่ฉะนั้นแล้วมันต้องทุ่มสุดตัวในการประลองครั้งนี้เท่านั้น !
“ ฮึ่ม ’’เฟิงฉือจินแค่นเสียงอย่างเ็าก่อนใช้ลมปราณคุ้มกันให้กับร่างของเขาจากนั้นเขาก็หยุดลูกเตะที่ได้พุ่งออกไปเมื่อกี้ดึงมันกลับเข้ามาและได้ง้างฝ่ามือเหมือนดั่งกงเล็บของัพุ่งออกไปโดยหมายที่จะคว้ากระบี่จากอีกฝ่ายมากงอี้จิงที่รู้ว่าเฟิงฉือจิน้าจะทําอะไรก็ได้แค่นเสียงเย้ยหยัน “ หึแม้เ้าจะมีวิธีการประหลาดมากมาย ทว่าการที่จะแย่งชิงกระบี่จากมือของข้าไปมันไม่ง่ายดายอย่างที่เ้าหวังนักหรอก เ้าขยะ ’’มันไม่รอช้าที่จะเปลี่ยนรูปแบบกระบี่ที่กําลังตั้งรับพุ่งเข้าหาฟาดฟันมือของเฟิงฉือจินที่กําลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“ บ้าไปแล้ว นี่กงอี้จิงมันถึงกับใช้ลมปราณเลยรึ ? ’’
“ ไอ้หยา แบบนี้ไอ้เ้าหนุ่มนั่นมันคงจะไม่รอดแน่ๆแถมมันยังหยิ่งยโสหรือบ้าก็ไม่รู้ ดันกล้าที่จะคิดแย่งชิงกระบี่ของกงอี้จิงไปแบบนี้มือของมันคงจะขาดสะบั้นแน่ๆ ’’
“ หึเป็เพียงขยะก็ดีอยู่แล้วแต่ยังกล้าที่จะบ้าปัญญาอ่อนเช่นนี้มันก็สมควรแล้วที่จะตาย! ’
ทุกคนที่ได้ชมเหตุการณ์ตรงหน้าต่างคาดเดาผลลัพธ์ของการปะทะที่กําลังจะเกิดขึ้นเอาไว้เหมือนๆกันหมดเนื่องจากพวกมันทั้งหมดต่างไม่เชื่อว่าเฟิงฉือจินจะสามารถที่จะชิงกระบี่ในมือของกงอี้จิงที่ได้เอาจริงไปได้ทั้งนี้ระดับพลังของทั้งสองยังต่างกันราวกับ์และปฐี มีหรือเฟิงฉือจินที่ได้ใช้โอกาสลอบโจมตีกงอี้จิงที่ได้ประมาทในตอนแรกจะชิงกระบี่ในมือของกงอี้จิงตอนเอาจริงไปได้แน่นอนว่าไม่ !
อย่างไรก็ตามชั่ววินาทีที่ฝ่ามือของเฟิงฉือจินจะปะทะเข้ากับกระบี่ของกงอี้จิงทันใดนั้นมันก็ได้ปรากฏวงเวทย์สีเงินขนาดเล็กขึ้นมาเคลื่อนผ่านแหวนผนึกมาร ชั่วพริบตามันก็ได้หายไปอย่างรวดเร็วในตอนนี้แม้จะมีความเร็วมากแค่ไหนหากไม่ใช่เฟิงฉือจินก็คงจะไม่มีทางสังเกตเห็นได้ทันแน่ๆใช่แล้วความเร็วนั้นมันเร็วเป็อย่างมากที่จะมองตามได้ทันดังนั้นจึงมีเพียงเฟิงฉือจินเท่านั้นที่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
เคร้ง
ควับ
เสียงปะทะดังขึ้นจนทุกๆคนที่กําลังชมยังต้องตะลึงพวกมันทั้งหมดต่างตะลึงและอ้าปากค้างพร้อมกับจ้องมองไปยังฝ่ามือของเฟิงฉือจินด้วยดวงตาที่เบิกกว้างจนถึงขีดสุดเนื่องจากในตอนนี้ฝ่ามือของเฟิงฉือจินได้ง้างรับคมกระบี่ของกงอี้จิงได้อย่างสบายๆราวกับกงเล็บัอันแข็งแกร่ง
“ เป็ไปได้ไม่ได้ นี่เ้าทําได้อย่างไรกัน ’’ขนาดทุกๆคนที่อยู่รอบๆยังตะลึง มีหรือกงอี้จิงที่เป็เ้าของกระบี่มันจะไม่ตะลึงมันในตอนนี้ได้มองไปยังกระบี่ของมันที่กําลังถูกคว้าจับด้วยฝ่ามือของเฟิงฉือจินด้วยใบหน้าที่ตะลึงมันไม่เข้าใจเลยว่าทําไมอีกฝ่ายถึงสามารถคว้าจับอาวุธของมันได้ด้วยมือเปล่าๆ
ฟรึ่บ
เฟิงฉือจินไม่ตอบคําถามแต่กลับดึงกระบี่ในมือของกงอี้จิงมาเป็ของตัวเองแทน“ ในโลกนี้ไม่มีคําว่าเป็ไปไม่ได้ ’’เขาไม่รอช้าที่จะส่งลูกเตะอันทรงพลังที่มีลมปราณคุ้มกันซัดไปยังกงอี้จิงที่กําลังตะลึงอยู่อย่างรวดเร็วกงอี้จิงที่ไร้กระบี่เห็นว่าเฟิงฉือจินซัดลูกเตะมาจึงได้ใช้แขนทั้งสองข้างตั้งรับรอ
ปัง
กร็อบ
เมื่อลูกเตะอันทรงพลังของเฟิงฉือจินปะทะเข้ากับแขนทั้งสองข้างของกงอี้จิงมันก็ได้ทําลายกระดูกแขนทั้งสองข้างของกงอี้จิงจนแหลกละเอียด “ อ๊ากกกก ’’กงอี้จิงส่งเสียงร้อยโหยหวนอย่างเ็ปด้วยความช่วยไม่ได้ออกมา
เฟิงฉือจินไม่ได้สนใจเสียงร้องโหยหวนของอีกฝ่ายจึงได้พุ่งฝ่ามือไปซัดที่ด้านหลังคอของอีกฝ่ายโดยหมายจะให้อีกฝ่ายหมดสติกงอี้จิงที่กําลังเ็ปอยู่มีหรือมันจะดึงความสนใจไปตั้งรับการโจมตีที่กําลังพุ่งเข้ามาได้แน่นอนว่าไม่
ปัง
ตุบ
ร่างของกงอี้จิงกระแทกเข้ากับสนามประลองัคลั่งอย่างแรงก่อนที่จะหมดสติไปอย่างรวดเร็วในเวลานี้เองผู้ชมทั้งหมดก็ได้ตะลึงไม่เว้นแม้แต่ฉินฮูหลิงและเย่เหว่ยซวนรวมทั้งปิ๋งเิโดยเฉพาะเย่เหว่ยซวนที่นั่งอยู่ในที่นั่งพิเศษของตระกูลเย่มันในเวลานี้ถึงกับต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัยในขณะที่จ้องมองไปยังใบหน้าของเฟิงฉือจิน“ ทําไมหน้าของมันถึงได้คุ้นๆราวกับข้าเคยพบเจอมัน ? ’’