ตอนที่ 9 หนูน้อยหลินหลินมีมิติ
“โอ้โห น้องเล็กขายได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ”
“อาอันเพื่อนสนิทของผมช่วยขายให้นะครับ เขาเป็คนที่เพื่อนในห้องให้ความสนใจ เลยช่วยขายได้เยอะน่าดูเลย”
“สมกับเป็โรงเรียนประจำตำบลฉี ที่มีแต่ลูกคนรวย ลูกคุณหนูมาเรียนเยอะ”
โรงเรียนไท่หยางเป็โรงเรียนประถมอันดับ 1 ที่ตั้งอยู่ตำบลฉี ซึ่งเป็ตำบลที่อยู่ติดกับตัวอำเภอ
ทำไมถึงบอกว่าให้เป็โรงเรียนอันดับ 1 ก็เพราะผลการสอบข้อสอบกลางระดับมณฑลโรงเรียนประถมแห่งนี้ คะแนนเป็อันดับ 1 ของมณฑลมาโดยตลอดหลายปี ทำให้โรงเรียนแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนจากทางมณฑลทั้งด้านการเงินและความช่วยเหลืออื่นๆ รวมทั้งได้รับเงินสนับสนุนจากผู้ปกครองที่ร่ำรวย ที่้าให้บุตรหลานของตนเองได้เข้ามาเรียนที่นี่นั่นเอง
ทำให้โรงเรียนนี้มีขนาดใหญ่มีอาคารเรียนสวยงามหลายอาคาร ทัศนียภาพแวดล้อมล้วนตกแต่งอย่างสวยงามเพื่อรองรับจำนวนนักเรียนที่มาเรียนจำนวนมากและครอบครัวร่ำรวยที่ส่งเหล่าคุณหนูและคุณชายมาเรียน
แต่โรงเรียนนี้ก็มีนักเรียนที่ฐานะทางบ้านยากจนเช่นเดียวกันเพราะทุกคนที่สามารถเข้าโรงเรียนนี้ได้จะมีการสอบวัดความสามารถก่อนเข้าเรียน และต้องจ่ายค่าเล่าเรียนภาคเรียนละ 10 หยวน จึงจะสามารถเรียนที่นี่ได้
ถ้านักเรียนที่จบชั้นประถมจากโรงเรียนนี้แล้ว จะต้องเข้าเรียนต่อในโรงเรียนชั้นมัธยมในตัวอำเภอต่อไป ซึ่งมีด้วยกันหลายระดับคือโรงเรียนมัธยมอันดับ 1 อันดับ 2 และอันดับ 3 แต่นักเรียนที่จบจากโรงเรียนประถมไท่หยางโดยส่วนมากจะสามารถสอบเข้าโรงเรียนมัธยมอันดับ 1 ในตัวอำเภอได้
จึงทำให้ผู้ปกครองที่มีลูกหลานที่สามารถสอบเข้าโรงเรียนมัธยมอันดับ 1 ของอำเภอล้วนมีหน้ามีตาเป็ที่ยกย่องของคนอื่นๆ ด้วย แต่ถ้าคนไหนพลาดจากโรงเรียนมัธยมอันดับ 1 ก็ต้องเข้าเรียนโรงเรียนอันดับ 2 และ 3 ตามความสามารถของตนเองนั่นเอง
สองพี่น้องตระกูลมู่
“ถ้าลูกอมจำนวนเยอะขนาดนี้ น้องเล็กจะเอาไปได้ยังไง”
“ผมก็คิดถึงปัญหานี้เหมือนกันครับพี่รอง แค่ 5 ห่อที่เอาไปวันนี้กระเป๋าผมก็เต็มแล้ว ถ้าต้องแบกลูกอมไปเยอะกว่านี้ ผมก็คิดว่าน่าจะไปไม่ไหว”
“เอาอย่างนี้ดีไหมน้องเล็ก พี่รองจะเอาลูกอมตามไปส่งที่หน้าโรงเรียน ฝากผู้ดูแลที่อยู่หน้าโรงเรียนไว้ให้ แล้วตอนเที่ยงหลังกินข้าวเสร็จน้องเล็กก็ค่อยมาเอาไปแจกเพื่อนดีไหม”
มู่หลินที่คินหาวิธีอยู่ตั้งนาน ก็คิดออกแค่วิธีนี้วิธีเดียวเพียงเท่านั้น
“เยอะขนาดนี้พี่รองจะแบกไปไหวเหรอครับ เอามาแบ่งให้ผมเอาไปตอนเช้าช่วยสักครึ่งดีไหมครับ”
เจียวมิ่งที่เห็นพี่รองของเขาตัวเล็กนิดเดียว คงจะไม่สามารถแบกไปไหวอย่างแน่นอน จึงเสนอช่วยผ่อนแรงพี่รองของเขาแค่เพียงเล็กน้อยก็ยังดี
“น้องเล็กอย่าลืมสิจ๊ะว่าพี่รองมีมิติ พี่รองไม่จำเป็ต้องแบกไปนะ พอไปถึงแถวๆ หน้าโรงเรียนพี่รองก็ค่อยเอาออกมาใส่ตะกร้า แล้วหาอะไรปิดไว้จากนั้นก็ไปฝากไว้กับคุณลุงผู้ดูแลที่หน้าโรงเรียนก็เรียบร้อยแล้วจ้ะ”
“จริงด้วยครับผมลืมไปเลย พี่รองฉลาดมาก ผมขอนับถือ” เจียวมิ่งที่พูดเสร็จก็โค้งตัวคารวะพี่รองอย่างล้อเลียน จนสร้างเสียงหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
“แล้วพี่รองจะหาผักป่าทันเหรอครับ เพราะโรงเรียนไกลมากถ้าทั้งเดินไปและกลับน่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเลยนะครับ ถ้าหาผักป่าได้ไม่ถึง 2 แต้ม ย่าต้องหาเื่เราอีกแน่ๆ ”
เจียวมิ่งกลัวย่าของเขาที่สุด เพราะย่าจะตีเขาบ่อยมากและตีแรงจนบางทีเนื้อแตกเป็แผลไปนานหลายวันเลยทีเดียว จึงรู้สึกเป็กังวลกับพี่รองของตนเองที่อาจจะโดนย่าตีก็ได้
“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่น้องเล็ก เรามาหาผักป่าไว้วันนี้ให้มากที่สุด แล้วนำผักป่าเก็บไว้ในมิติก่อน เพื่อที่พรุ่งนี้ค่อยเอาออกมาดีไหม”
ห้างในมิติของเธอติดแอร์อยู่ตลอดเวลา น่าจะคงสภาพของผักป่าให้มีความสดได้อย่างแน่นอน อย่างเช่นโซนแช่ผักและเนื้อสัตว์ ผักยังไม่เหี่ยวเลยแล้วผักป่าของเธอก็ต้องไม่เหี่ยวสิ
“ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราก็มาช่วยกันหาผักป่าให้ได้เยอะกว่าเดิมนะครับ”
แล้วทั้งสองพี่น้องก็รีบเร่งช่วยกันหาผักป่าช่วยกันอย่างขยันขันแข็ง เพราะมีความหวังว่าชีวิตของพวกเขาจะต้องดีขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน
เช้าวันต่อมา
“พี่รองผมไปก่อนนะครับ”
“เดี๋ยวพี่รองตามไป แต่รอให้ทุกคนไปทำงานกันก่อนพี่จะออกเดินทางทันที”
ทั้งสองคนแอบมาคุยกันอยู่หน้าบ้านเบาๆ เพื่อไม่ให้คนอื่นได้ยินบทสนทนานั่นเอง
“อย่าลืมเอาซาลาเปาไส้หมูแดงไปให้เพื่อนด้วยนะ แล้วฝากขอบคุณอาอันด้วยที่ช่วยเหลือพวกเรามาตลอดด้วย”
“ผมไม่ลืมแน่นอนครับ พี่รองก็เดินทางปลอดภัย เดี๋ยววันนี้ผมจะบอกลุงฝูคนเฝ้าหน้าโรงเรียนให้นะครับ ว่าพี่รองจะเอาของฝากไปฝากไว้ แกจะได้อายุอนุญาตให้พี่เข้าไปในบริเวณโรงเรียนได้ งั้นผมไปก่อนนะครับ”
“เดินทางดีๆ น้องเล็ก”
เมื่อมู่หลินเดินเข้ามาในบ้านก็เจอกับป้าสะใภ้รองที่ยืนเท้าสะเอวมองดูพวกเขาสองพี่น้องอยู่ เธอถึงกับสะดุ้งขึ้นมาทันที เพราะกลัวว่าความลับของพวกเขาจะแตกนั่นเอง
“นี่แกนังมู่หลินทำไมแกยังไม่ไปทำงานอีก มัวแต่ยืนโอ้เอ้อยู่แบบนี้ทำไม วันหนึ่งเก็บผักป่าได้แค่ 2 แต้ม ถ้าแกขยันกว่านี้ก็คงจะได้ 3-4 แต้มไปแล้ว มัวแต่ี้เีอยู่แบบนี้ยังไงล่ะ เอาเปรียบกันเกินไปหน่อยหรือเปล่าหะ” ป้าสะใภ้รอง
“หนูกำลังไปตอนนี้ล่ะค่ะ ขอตัวไปเอาตะกร้าก่อนนะคะ”
มู่หลินตอบป้าสะใภ้รองออกไป ว่าเธอี้เีอย่างนั้นเหรอเธอเป็เด็กตัวเล็กนิดเดียวแต่กลับต้องมาทำงานพวกนี้ ส่วนลูกๆ ของป้าสะใภ้รองก็อายุเท่าเธอ ไม่เห็นพวกเขาจะต้องออกจากโรงเรียนมาทำงานเหมือนอย่างเธอเลย ใครกันแน่ที่เอารัดเอาเปรียบคนอื่น แค่แต้มค่าแรงของพ่อแม่และพี่ใหญ่ของเธอก็แซงทุกคนไปเยอะแล้ว ยังมีหน้ามาว่าเธออีก
แต่เธอก็แสดงกริยาออกมามากไม่ได้ เพราะอาจจะถูกป้าสะใภ้รองด่ามากกว่านี้อีก อีกทั้งมองเข้าไปในบ้านแล้วก็เห็นว่าย่าและป้าสะใภ้ใหญ่กำลังมองดูเธอกับป้าสะใภ้รองทะเลาะกันอยู่นั่นเอง
เมื่อได้ตะกร้าแล้วมู่หลินก็เดินออกจากบ้านไปทางูเาอีกลูกหนึ่งที่อยู่ฝั่งหน้าหมู่บ้านเธอ
คิดว่าถ้าไปูเาลูกนี้จะได้ไปส่งลูกอมที่โรงเรียนของน้องเล็กได้เลย แต่คงต้องรอให้ทุกคนเริ่มทำงานก่อนจะได้ไม่มีใครเห็นเธอเดินออกจากหมู่บ้านนั่นเอง
โรงเรียนไท่หยาง โรงเรียนประถมประจำตำบลฉี
“คุณลุงคะ หนูชื่อมู่หลินเอาของมาฝากให้น้องชายที่ชื่อมู่เจียวมิ่งค่ะ เดี๋ยวตอนพักเที่ยงเขาจะลงมาเอานะคะ”
“มู่เจียวมิ่งหรือหนู อ้อ..... ลุงจำได้แล้วเมื่อเช้าเขาบอกลุงไว้แล้วล่ะ มาๆ เอามาวางไว้ในห้องนี้ก่อน ไม่ต้องกลัวหายนะ แล้วหนูก็กลับได้เลยเพราะที่โรงเรียนไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าเดี๋ยวลุงจะยกเข้าไปเองนะ”
“ขอบคุณคุณลุงฝูมากค่ะ อันนี้เอาไว้ให้คุณลุงเอาไว้ดื่มชานะคะ”
“ขอบใจหนูมากนะ ช่างมีน้ำใจเหลือเกิน เดี๋ยวลุงจะส่งให้ถึงมือพ่อหนุ่มน้อยเจียวมิ่งเอง”
การมอบน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเป็ใบเบิกทาง เป็เื่ที่ผู้คนเขาทำกันทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้ว เธอไม่เสียดายเงินเลยสักนิด ถ้ามันแลกด้วยความสะดวกสบายที่จะได้รับ
เธอก็เลยลงทุนในครั้งนี้ถึง 1 หยวนเลยทีเดียวถึงจะเป็เงินจำนวนเยอะมากในยุคสมัยนี้แต่เธอคิดว่ามันคุ้มมากที่จะลงทุน เพราะเธอคงค้าขายกับโรงเรียนนี้ไปอีกนานนั่นเอง
เวลาพักเที่ยง
“อาอันนี่ซาลาเปาไส้หมูแดงของนาย พี่รองฝากบอกว่าขอบคุณนายมากที่ให้การช่วยเหลือในครั้งนี้ ก็เลยให้นายมาตั้ง 4 ลูกแน่ะ” เจียวมิ่งพูดพร้อมกับเอาซาลาเปาจากกล่องเก็บความร้อนที่พี่รองเอาออกมาจากในมิติออกมายื่นให้อาอันทันที
“โอ้โห.. ได้ตั้ง 4ลูกแน่ะ ฝากขอบคุณพี่รองของนายมากนะ เมื่อวานฉันไปเล่าให้แม่ฉันฟังเื่ซาลาเปาไส้หมูแดง จนแม่ฉันน้ำลายไหลเลยล่ะ ได้เยอะขนาดนี้ฉันจะเก็บไว้ไปฝากแม่เหมือนกัน ส่วนนี่ยอดสั่งซื้อลูกอมจากญาติของฉันเอง”
เซียวอันที่ติดใจในรสชาติซาลาเปาไส้หมูแดง ถึงกับกลับบ้านไปเล่าให้แม่ฟังถึงความนุ่มของแป้ง ความหอมและความอร่อยของไส้ซาลาเปา จนแม่ของเขาก็อยากกินด้วยเหมือนกัน เขาเลยสัญญากับแม่ของเขาว่าวันนี้เพื่อนจะเอามาให้อีกแล้วเขาจะเก็บเอาไว้ให้แม่ด้วย
“ถ้านายจะเอาซาลาเปากลับไปบ้านให้แม่ของนายด้วย ถ้าอย่างนั้นนายเอากล่องเก็บความร้อนนี้ใส่ไปแล้วกัน มันเก็บความร้อนได้นานมากแล้วซาลาเปาของนายก็จะยังอุ่นอยู่ตลอด
กลับถึงบ้านแล้วก็ไม่แข็ง แล้วก็ไม่เสียรสชาติด้วย”
“ขอบใจนายมากอามิ่ง เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันเอากล่องมาคืนนายนะ”
“ไม่เป็ไร แต่ว่าญาตินายสั่งของเร็วขนาดนี้เลยเหรอ วันนี้ฉันให้พี่รองเอามาให้แค่ยอดสั่งซื้อเมื่อวานเองนะ ยอดนี้คงจะได้พรุ่งนี้ในรอไหวหรือเปล่า”
“ไม่ต้องห่วง ฉันก็บอกญาติๆ ฉันไว้แล้วว่าอาจจะได้ภายใน 2-3 วันนี้ ว่าแต่ของวันนี้อยู่ไหนล่ะ ฉันไม่เห็นนายแบกอะไรเข้ามาเลยนะ”
“พี่รองบอกจะเอามาฝากไว้ที่ลุงฝูน่ะ แล้วรีบกินข้าวเถอะจะได้ลงไปเอาของที่หน้าโรงเรียน”
เมื่อกินข้าวเสร็จทั้งสอง ก็ได้เดินไปที่หน้าโรงเรียนเพื่อไปเอาลูกอมมาส่งให้เพื่อนที่ได้ฝากซื้อนั่นเอง เมื่อรับของมาแล้วพวกเขาก็ช่วยกันแบกตะกร้าขึ้นไปบนห้องเรียน
“พี่รองของนายแบกมาได้ยังไงเนี่ย หนักขนาดนี้ แถมบ้านนายยังไกลมากอีกด้วย”
“ฮ่าๆๆ อย่าห่วงไปเลย พี่รองของฉันแข็งแรงมาก แบกมาแค่นี้สบาย”
เมื่อเดินมาถึงห้องเรียน พวกเขาก็เห็นว่าเพื่อนๆ ได้ขึ้นห้องมากันหลายคนแล้ว
“อ้าวๆ ทุกคนฟังทางนี้ วันนี้ฉันเอาลูกอมมาให้พวกนายแล้วมารับเอาของไปพร้อมกับจ่ายเงินมาซะโดยดี”
เซียวอันได้จากะโขึ้นมาจากหน้าห้อง เพื่อให้เพื่อนเตรียมตัวมารับของและจ่ายเงินค่าลูกอมกับเขา
“ไม่ต้องแย่งกัน พวกนายถอยออกไปก่อน เดี๋ยวฉันจะเรียกชื่อตามที่พวกนายลงชื่อฝากซื้อลูกอมไว้ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้เพราะของได้ครบทุกคน”
เซียวอันที่เห็นเพื่อนต่างมารุมล้อมอยู่ที่ตะกร้าบนโต๊ะของเขา เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนใหม่นั่นคือให้ของตามรายชื่อที่ลงไว้นั่นเอง
“อ้าว คนแรกจางมีมี่ ห่อเล็ก 1 ห่อ ห่อใหญ่ 1 ห่อ จ่ายเงินมา 5หยวน”
“คนที่ 2 ฮุ่ยเฟยหลง ห่อเล็ก 2 ห่อ ห่อใหญ่ 1ห่อ จ่ายเงินมา 7 หยวน”
………………………………………………………………………………………………………….
น้องหลินหลินน้อยของเรา เริ่มขายของได้แล้วนะคะ
เป็กำลังใจให้น้องด้วย
ให้น้องได้แยกบ้านเร็วๆ นะคะ
นิยายเื่นี้ไม่ได้อิงประวัติศาสตร์นะคะ
ไรท์แต่งตามจินตนาการ
อ่านเพื่อความสนุกและความเพลิดเพลินเท่านั้น
ขอบคุณค่ะ