"พรุ่งนี้ตอนเช้ามาหาฉันเดี๋ยวฉันจะปรุงยาให้ชุดหนึ่ง นายเอาไปพอกไว้สามวัน"
ถึงในใจต่งเสี่ยวเสี่ยวจะหัวเราะเยาะเขาแต่เงินก้อนนี้ยังไงเธอก็ต้องทวงคืนมาให้ได้อยู่ดีเพราะก่อนหน้านี้เฮ่อเจี้ยนหมิงก็คอยตอดเงินเธอไปไม่ใช่น้อย
โชคดีที่เธอเคยเขียนสัญญากู้ยืมเอาไว้ทำให้ครั้งก่อนทวงเงินคืนมาได้
"รีบหน่อยก็แล้วกัน!" เฮ่อเจี้ยนหมิงวางท่า "ถ้าเธอทำให้ฉันเสียเวลาเธอรับผิดชอบไม่ไหวหรอก"
"ไม่งั้นทำไมนายไม่ไปหาหมอที่อื่นล่ะ?"ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลอกตาถ้าไม่เห็นแก่เงินร้อยหยวนนี่เธอคงไม่เต็มใจรักษาให้เฮ่อเจี้ยนหมิงหรอก
เงินร้อยหยวนนี้ต่งเสี่ยวเสี่ยววางแผนไว้แล้วว่าจะเอาไปใช้ทำอะไรบ้างวันนี้เธอจะไปหาหวังเต๋อจู้ที่หน้าหมู่บ้านให้เขาช่วยเลือกซื้อลูกหมูและลูกไก่สองสามตัวจากในเมืองกลับมาให้เธอ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวจะเลี้ยงพวกมันเอาไว้ในช่วงครึ่งปีนี้ เธอต้องบำรุงร่างกายให้ฉินซู่ดีๆ เขาจะได้รีบกลับมาเดินได้ไว
เขานอนอยู่บนเตียงทุกวันในใจเขาก็คงรู้สึกไม่ดีเหมือนกัน
"ไม่เอา" เฮ่อเจี้ยนหมิงมองต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยท่าทีหงุดหงิดเล็กน้อยก่อนจะรีบปลอบเธอว่า "งั้นพรุ่งนี้เช้าฉันค่อยมาใหม่ก็ได้"
สาเหตุหลักคือเขาไปหาหมอมาจนทั่วแต่นอกจากต่งเสี่ยวเสี่ยวแล้ว ไม่มีใครสามารถรักษาแผลเป็นของเขาได้เลยเพราะอย่างนั้นเขาถึงต้องยอมอ่อนข้อให้เธอถึงขนาดนี้
ถ้ามีวิธีอื่นเขาก็คงไม่มาขอร้องต่งเสี่ยวเสี่ยวแบบนี้หรอก
เขาลูบรอยแผลเป็นบนคอพอคิดถึงงูยักษ์ตัวนั้นในวันนั้น เขาก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นเขาเดินไปแล้วเธอก็เดินกลับเข้าบ้าน
แล้วเล่าเรื่องนี้ให้ฉินซู่ฟัง
"จริงๆ แล้วเธอไม่ต้องบอกฉันก็ได้นะ"ฉินซู่เงยหน้ามองต่งเสี่ยวเสี่ยว แววตาหม่นลง "ตอนนี้ฉันยกบ้านให้เธอดูแล ก็แสดงว่าฉันจะไว้ใจเธอเต็มที่"
"เรื่องในอดีตมันผ่านไปแล้วต่อไปเราก็ใช้ชีวิตให้ดีๆ ไม่จำเป็นต้องจมอยู่กับเรื่องเก่าๆ เธอว่าจริงไหม?"
คำพูดนี้ฟังดูมีเหตุผลมาก
ต่งเสี่ยวเสี่ยวสบตากับฉินซู่ทั้งสองคนรู้สึกได้ว่าในดวงตาของอีกฝ่ายเหมือนจะซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้
แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่ควรที่จะพูด
ยิ่งสบตากันนานๆ ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็รู้สึกผิดเพราะเธอไม่ใช่เจ้าของร่างเดิม
"คือว่า..." ต่งเสี่ยวเสี่ยวเล่าเรื่องที่เธอจะซื้อลูกหมูให้เขาฟัง "ครึ่งปีนี้นายก็พักรักษาตัวอยู่ที่บ้านนะฉันจะพยายามหาทางเลี้ยงดูครอบครัวเราเท่าที่จะทำได้"
"ฉันอยากจะเก็บเงินสักหน่อยครึ่งปีหลังฉันอยากจะไปเปิดร้านอาหารเล็กๆ ในตัวเมือง"
ในเมื่อทั้งสองคนต่างก็พูดว่าจะเชื่อใจกันก็ต้องทำให้ชัดเจน อย่างน้อยถ้าคิดอะไรได้ก็ต้องบอกกัน
"ก็ตามที่เธอว่า"
เอ้า!
ต่งเสี่ยวเสี่ยวได้ยินแบบนี้ก็ได้แต่กุมขมับพูดไปก็เหมือนไม่ได้พูด ไม่ได้ช่วยอะไรเลย
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเลยไม่พูดอะไรต่อตอนนี้เป็นช่วงบ่ายพอดี เธอเลยออกไปเดินเล่นรอบๆแล้วหาซื้อสมุนไพรหลักที่จะใช้รักษาแผลให้เฮ่อเจี้ยนหมิง
จริงๆ แล้วสมุนไพรพวกนี้หาง่ายมากเพียงแต่ว่ามีหมอไม่กี่คนที่ปรุงยาเป็นเท่านั้นเอง
ตอนเดินผ่านโรงเลี้ยงลาของป้าหลิวต่งเสี่ยวเสี่ยวยืนอยู่หน้าประตูแล้วลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในหัวก็มีความคิดดีๆผุดขึ้นมา
เธอหยิบภาชนะที่อยู่ข้างๆ มาอันหนึ่งตักอึลาใส่ลงไปในภาชนะนั้น แล้วก็ถือกลับไป
ถึงเธอจะรับปากว่าจะรักษาแผลให้เฮ่อเจี้ยนหมิงแต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าเธอใช้สูตรยาอะไรนี่
ผู้ชายคนนี้ดูแล้วน่าขยะแขยงจริงๆผมเผ้ามันเยิ้ม แถมยังล้อเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นไปทั่วอีก
ให้เขาได้ลิ้มรสชาติของความรู้สึกแบบนั้นบ้างก็คงดี
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ่งคิดก็ยิ่งมีความสุข
พอกลับไปถึงบ้าน เธอก็โยนอึลาทิ้งไว้บนพื้นจากนั้นล้างมือให้สะอาด แล้วก็ไปทำอาหารในครัว
ตอนบ่ายพวกเขากินเนื้อเค็มตากแห้งที่เคยทำเอาไว้ต่งเสี่ยวเสี่ยวยังทำไข่ตุ๋นเพิ่มอีกด้วย
ไข่ตุ๋นที่เธอทำนั้นนุ่มละมุนลิ้นแค่ได้ชิมไปคำเดียว แค่ลิ้มรสก็รับรู้ถึงรสชาติอันแสนอร่อยได้ในทันที
"แม่คะ อาหารที่แม่ทำอร่อยมากๆเลยค่ะ!" ฉินไห่เยว่เคลิบเคลิ้มกับไข่ตุ๋นที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวทำ"พรุ่งนี้เราจะได้กินอีกไหมคะ?"
เธอพูดออกมาอย่างคาดหวังแต่ก็ยังดูระแวงเล็กๆ อยู่ด้วย
เฉินเฉินกับฉินไห่หยางก็หันมามองพวกเขาสองคนก็อยากกินไข่ตุ๋นอีกเหมือนกัน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวแกล้งทำหน้าดุ"พวกเธอเอาแต่ไปเล่นข้างนอกทั้งวัน มอมแมมเหมือนลูกแมวกลับมายังอยากกินไข่ตุ๋นอีกเหรอ?"
"พรุ่งนี้ตื่นไปทำงานด้วยกันต้องเก็บสมุนไพรให้ได้อย่างน้อยคนละสามต้น พรุ่งนี้แม่ถึงจะทำไข่ตุ๋นให้กินอีกดีไหม?"
พูดจบต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ขยิบตาให้ทีหนึ่งทำให้ฉินไห่เยว่ถึงกับอึ้งไป
"เด็กโง่เอ๊ย" ฉินไห่หยางลูบหัวเยว่เยว่ "โดนหลอกแล้วยังไม่รู้ตัวอีกหรือไงพรุ่งนี้เธอจะทำไข่ตุ๋นให้เรากินอีกแน่นอน"
"งั้นก็ดีสิคะ ไข่ตุ๋นอร่อยมากๆ เลย"ฉินไห่เยว่ยิ้มหวานออกมาอีกครั้ง
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มออกมาแล้วก็ลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ "งั้นพรุ่งนี้เช้าก็ตื่นแต่เช้าไปเก็บสมุนไพรกับแม่นะ?"
"ค่ะ!"
เด็กทั้งสามคนดีใจกันใหญ่พากระโดดโลดเต้นกันไม่หยุด
เฉินเฉินเข้ากับพวกเขาได้เร็วมากไม่มีท่าทีอึดอัดเลยแม้แต่น้อย
วันรุ่งขึ้น
ต่งเสี่ยวเสี่ยวตื่นแต่เช้ามาพรวนดินอยู่ที่แปลงผักด้านนอก เธอยกมือกุมขมับ พลางพึมพำเบาๆ"เมื่อวานดันลืมให้หวังเต๋อจู้ช่วยซื้อลูกหมูกับเมล็ดผักซะได้วันนี้ห้ามลืมเด็ดขาด"
พูดจบเธอก็หันกลับไปมองเด็กน้อยสามคนก็ตื่นพอดี จากนั้นพวกเขาก็ขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรด้วยกัน
พอกลับมาเฮ่อเจี้ยนหมิงกับป้าเฮ่อก็มายืนรออยู่ที่หน้าประตูแล้ว
"นี่เธอไปไหนมา? เมื่อวานนัดกันไว้แล้วว่าจะรักษาฉันตอนเช้าไม่ใช่รึไง!" เฮ่อเจี้ยนหมิงรู้สึกหงุดหงิด "นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ?"
"แล้วตกลงจะรักษาไหม?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ชินกับนิสัยแย่ๆแบบนี้ของเขาสักที "ถ้านายไม่อยากรักษาตอนนี้ก็ไสหัวไปเลยเลิกพล่ามไร้สาระได้แล้ว!"
เธอไม่ชอบคนแบบนี้เลยสักนิด
"รักษาสิๆ" ช่วงสองวันนี้เขาเอาแต่หลอกสาวสวยบ้านรวยคนนั้นว่ากำลังเรียนอยู่ที่บ้านเลยยังไม่ได้เจอกัน
ถ้าอีกสองวันยังไม่ได้เจอสาวสวยคนนั้นเธออาจจะทิ้งเขาไป เพราะอย่างนั้นเขาต้องรีบแล้ว
"เข้ามา"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดจบก็ให้เขาเข้ามาส่วนตัวเองก็เปิดประตูบ้านทิ้งไว้
ฉินไห่หยางกับคนอื่นๆ มองอย่างระแวงถ้าพวกเขาเห็นว่าเฮ่อเจี้ยนหมิงมีเจตนาไม่ดีเมื่อไหร่เขาก็จะพุ่งเข้าไปเป็นคนแรกทันที
ที่เธอเปิดประตูทิ้งไว้ก็เพื่อไม่ให้คนอื่นเอาไปนินทาได้
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเดินเข้าไปข้างในเพื่อผสมยาพอกลับออกมาก็ถือกระปุกใบใหญ่ออกมาด้วย เธออดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึกๆ
กลิ่นนี้มันสุดยอดจริงๆ!
กลิ่นอึลาไม่สามารถปกปิดได้ถ้าต้องพอกไว้ทั้งวันทั้งคืน ไม่รู้ว่าเฮ่อเจี้ยนหมิงจะทนไหวไหม
"นี่มันอะไร?"
"มันเป็นกลิ่นอึลานี่?"
เฮ่อเจี้ยนหมิงไม่ใช่คนโง่พอได้กลิ่นก็รู้ได้ในทันที
เขาดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ป้าเฮ่อที่อยู่ข้างๆ ก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะด่าเธอไม่หยุด"พวกเราให้เงินเธอไปเยอะขนาดนี้แล้วเธอยังไม่ยอมรักษาแผลให้เขาดีๆ อีก เธอคิดอะไรอยู่กันแน่!"
"ต่งเสี่ยวเสี่ยว ฉันบอกเธอเลยนะถ้าเธอทำให้ฉันโกรธ ฉันก็จะทำให้เธอไม่มีความสุขเหมือนกัน!"
พูดจบเขาก็ถกแขนเสื้อของตัวเองขึ้น
ต่งเสี่ยวเสี่ยวทำหน้าบึ้ง"พวกคุณสองคนมารักษาแผล หรือจะมาหาเรื่องกันแน่ฉันรักษาแผลของเขาได้แน่ ไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน แต่ถ้ารักษาไม่ได้ฉันจะคืนเงินให้พวกคุณทันที!'"
"ฉันถามเป็นครั้งสุดท้าย จะรักษาไหม?"