ในเวลาค่ำ ณ คฤหาสน์หลงในฮ่องกง แสงไฟจากโคมระย้าสาดส่องลงมาเหนือโต๊ะ รับรองที่ตอนนี้รายล้อมไปด้วยเหล่าวัยรุ่นจากตระกูลต่างๆ ที่ทยอยกันเดินทางมาหาหลงจิ้นเทียน เมื่อรู้ว่าเค้าเดินทางกลับมาแล้ว เป็การรวมตัวกันอีกครั้งของเหล่าสหายที่แยกย้ายกันไปเรียน เสียงสนทนาเคร่งเครียดดังไปทั่วห้องขณะที่ทุกคนกำลังประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแง่ร้ายกับตระกูลหลง
หลงจิ้นเทียน – นายน้อยตระกูลหลง สาวสวยผมดำยาวขับสีผิวในชุดสูทสีดำที่เข้ารูปพอดีตัว จิ้นเทียน นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ดวงตาคมจ้องเอกสารตรงหน้าอย่างเงียบสงบ บุคคลิกของเขาเป็ผู้นำโดยกำเนิด ทุกการเคลื่อนไหวสง่างามราวกับเ้าป่า เธอเงียบขรึม แต่ทุกคำล้วนเด็ดขาด ไม่มีใครกล้าขัด รูปร่างสูงเพรียว แข็งแกร่ง และงดงามราวกับรูปสลักจากเทพเ้า คิ้วเข้มเรียวได้รูปกับแววตาเฉียบคมที่สามารถทำให้ศัตรูสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง แต่เมื่อยิ้ม ดวงตาของเขากลับเป็ประกายคล้ายพระจันทร์เสี้ยว ซึ่งเป็สิ่งที่มีเพียงคนสนิทเท่านั้นจะได้เห็น
“เป็ไปตามที่คาดไว้ ศัตรูกำลังลองเชิง ว่าตระกูลหลงไร้ผู้นำที่มีความสามารถ” หลงจิ้นเทียนกล่าวเสียงเรียบพลางวางเอกสารลงเบื้องหน้า
เพื่อนสนิทหลงจิ้นเทียน ฝาแฝดจากตระกูลไป๋ที่เติบโตมากับหลงจิ้นเทียนั้แ่เด็ก ฉายาคู่หูแฝดสายโหด ทั้งคู่มีใบหน้าคล้ายกันจนน่าใ แต่บุคลิกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แม้ว่าจะดูเป็พี่น้องขี้เล่น แต่เมื่อถึงเวลาจริงจัง ทั้งคู่คือดาบคู่ใจของหลงจิ้นเทียนที่พร้อมจะฟาดฟันศัตรูได้ทุกเมื่อ
พี่ชาย ไป๋หยางเฉิง (ชาย) เป็ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผมสั้นสีเขียวเข้ม ดวงตาสีอำพันอบอุ่น แต่ภายใต้ความอ่อนโยนนั้นกลับเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เขามีรสนิยมชัดเจนว่าชอบผู้ชาย และมักจะแซวหลงจิ้นเทียนอยู่เสมอเพื่อหยอกล้อ
น้องสาว ไป๋ซินเยว่ (หญิง) สาวห้าวที่รักผู้หญิง เธอมีผมยาวตรงสีน้ำเงินม่วงที่มักจะรวบไว้สูงเพื่อความคล่องตัว ดวงตาคมกริบและท่าทางมั่นใจ เธอเป็นักเจรจาที่เก่งกาจ และมักจะเป็คนที่ช่วยประสานรอยร้าวระหว่างเพื่อนในกลุ่ม
“กลับมาฮ่องกงไม่ทันไร ก็มีเื่เลยนะจิ้นเทียน” ไป๋หยางเฉิง (ชาย) กล่าวติดตลก ก่อนจะเอนตัวพิงเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย
“เหมือนพวกนั้นเตรียมต้อนรับการกลับมาของนายเลยนะ” ไป๋ซินเยว่ (หญิง) หัวเราะเล็กน้อย
“แล้วนี่.. เราจะปล่อยให้ใครก็ไม่รู้.. มาเล่นงานตระกูลหลงง่าย ๆ อย่างนั้นเหรอ?” ไป๋หยางเฉิงถามพลางจิบไวน์ไปด้วย
ขณะที่ไป๋ซินเยว่กระแทกแก้วไวน์ลงกับโต๊ะพลางกล่าว “ฉันว่า ระดับตระกูลหลง คงไม่ปล่อยให้รอนานหรอก พนันกันไหม”
เซี่ยเทียนเฉิง นั่งอยู่ทางซ้ายมือของหลงจิ้นเทียนคือ เซี่ยเทียนเฉิง บุรุษหนุ่มผู้มีใบหน้าคมคาย มีความเย่อหยิ่งและทะเยอทะยาน ร่างสูงเพรียว สายตาของเขาฉายความเ้าเล่ห์เสมอ ด้วยความที่เกิดมาเป็ลูกเมียรอง ทำให้เขาไม่ได้รับการยอมรับจากตระกูลเซี่ยเท่าที่ควร แม้จะมีความสามารถทัดเทียมหลงจิ้นเทียน แต่ก็ยังเป็“รอง” จิ้นเทียนอยู่เสมอ เค้าพยายามเกาะกลุ่มจิ้นเทียนเพื่อที่จะได้เป็ที่ยอมรับของตระกูล
“ตระกูลเซี่ยไม่เกี่ยวข้องกับเื่นี้นะ” เซี่ยเทียนเฉิงกล่าวขึ้นเสียงเรียบ ราวกับ้าตัดตัวเองออกจากบทสนทนา แต่ภายในดวงตากลับมีแววขุ่นเคืองบางอย่าง
เจียงซิงเหว่ย เป็หญิงสาวร่างโปร่ง สายตาคมกริบ และมักจะอยู่เคียงข้างเซี่ยเทียนเฉิงเสมอ ไม่ว่าจะในฐานะเพื่อนหรือบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้น เขาเป็ผู้ช่วยที่คอยจัดการเื้ัของเซี่ยเทียนเฉิง และไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าสายสัมพันธ์ของทั้งคู่ลึกซึ้งแค่ไหน
“ดูเหมือนว่าคืนนี้คงไม่จบง่ายๆ” เจียงซิงเหว่ยพูดเบา ๆ ขณะที่จ้องมองเอกสารตรงหน้า
หลงจิ้นเทียนเหลือบตามองเขาครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปากโดยไม่พูดอะไรออกมาเพิ่มเติม แต่ท่าทางของเขากลับทำให้บรรยากาศในห้องเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด
ในตอนนั้นเอง ประตูห้องประชุมถูกเปิดออกพร้อมกับคนของตระกูลหลงที่ลากตัวชายหนุ่มร่างซูบเซียวเข้ามา ใบหน้าของเขาซีดเผือดและเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ
“จับตัวมันมาได้แล้วครับนายน้อย” ลูกน้องของหลงจิ้นเทียนกล่าว “มันเป็คนปล่อยข่าวเสียหาย มันเป็คนของตระกูลเซี่ย”
เซี่ยเทียนเฉิงหันไปมองคนที่ลากชายที่ถูกซ้อมเข้ามา “นายกำลังกล่าวหาตระกูลฉัน?”
เหยียนซือหยู ชายหนุ่มรูปร่างสมส่วน ผมยาวประบ่าที่รวบไว้อย่างเรียบร้อย ดวงตาเรียวแฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เขาเป็ลูกหลานตระกูลเหยียนที่เป็ลูกไล่ของเซี่ยเทียนเฉิงมาโดยตลอด แต่ความจงรักภักดีของเค้าถูกเงินซื้อได้โดยง่าย เดินมายืนข้างๆ หลงจิ้นเทียน
“เื่วุ่นวายที่เกิดขึ้นมีคนของตระกูลเซี่ยเกี่ยวข้อง” เหยียนซือหยูกล่าวเรียบ ๆ พลางเลื่อนแฟ้มข้อมูลเป็ภาพจากกล้องวงจรปิดไปข้างหน้าให้ทุกคนดู
“หลักฐานอยู่ตรงนี้ มีคำสั่งจากหัวหน้าของตระกูลเซี่ย ที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวในเหตุการณ์ครั้งนี้”
“และดูเหมือนว่า ตระกูลเหยียนไม่จำเป็ต้องอยู่ใต้อำนาจของตระกูลเซี่ยอีกต่อไป”
“พวกแกคิดจะลองของกับเพื่อนฉันเหรอ?” ไป๋หยางเฉิงกล่าวเสียงเย็น ก่อนจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อชายคนนั้นแล้วซัดหมัดใส่ชายที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงกลางห้อง เืกระเซ็นออกจากริมฝีปากของชายที่ถูกจับตัวมา เขาเงยหน้าขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มเยาะ
“ฮ่ะ... ตระกูลเซี่ยไม่ได้อ่อนแออย่างที่พวกแกคิดหรอก”
เพียงเท่านั้น กลุ่มเพื่อนของหลงจิ้นเทียนก็ลุกขึ้นจากที่นั่ง สายตาของทุกคนเต็มไปด้วยความโกรธ โดยเฉพาะ ไป๋หยางเยว่ ที่กำหมัดแน่น
เสียงหมัดปะทะดังสนั่น ชายที่ถูกจับตัวมากระอักเืออกมา ขณะที่บรรยากาศในห้องตรึงเครียดสุดขีด เซี่ยเทียนเฉิงลุกขึ้นยืน เขาปัดเอกสารบนโต๊ะลงพื้น ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“ก็ดี! ถ้าพวกแกคิดว่าตระกูลหลงแข็งแกร่งนัก ฉันจะทำให้ดูเองว่าทุกอย่างของพวกแกต้องเป็ของตระกูลเซีย!”
บรรยากาศในห้องเงียบลงในพริบตา สายตาของหลงจิ้นเทียนเ็าเป็น้ำแข็ง ขณะที่ทุกคนรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
“งั้นหรือ?” เสียงของหลงจิ้นเทียนต่ำลง ดวงตาของเขาเปล่งประกายดูน่ากลัว
เพียงพริบตา เซี่ยเทียนเฉิงพุ่งเข้าหาไป๋หยางเฉิง ทั้งสองปะทะกันอย่างดุเดือด หมัดแลกหมัดกันไม่มีใครยอมใคร แต่ในจังหวะที่ไป๋หยางเฉิงเผลอ เซี่ยเทียนเฉิงคว้ามีดจากใต้โต๊ะเตรียมจะแทง!
แต่แล้ว…
หลงจิ้นเทียนคว้าข้อมือของเขาไว้ทัน ก่อนจะฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าเซี่ยเทียนเฉิงอย่างแรง!
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังสนั่น เซี่ยเทียนเฉิงเซถอยไปสองก้าว ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น เขาเช็ดเืที่มุมปากก่อนจะหัวเราะเยาะออกมา
“ฮ่ะ ๆ ๆ ที่แท้แกก็หมาหมู่ไม่ต่างจากฉันหรอก จิ้นเทียน” เขาชี้หน้าหลงจิ้นเทียน ดวงตาเต็มไปด้วยเพลิงริษยา
“จิ้นเทียน! แกมันก็แค่ผู้หญิง แต่กลับคิดว่าตัวเองอยู่เหนือฉันล่ะซิ อย่าคิดว่าตระกูลเซียะจะยอมแพ้แกง่าย ๆ ? ฉันจะทำลายแก! ฉันจะแย่งทุกอย่างของตระกูลหลงมาเป็ของฉันเอง! แกคอยดู”
หลงจิ้นเทียนจ้องเขาด้วยสายตาเ็า “งั้นหรือ? ก็น่าสนุกดีนี่”
เซี่ยเทียนเฉิงกวาดตามองไปรอบห้อง ก่อนจะยิ้มเหยียดแล้วกล่าวประโยคที่ทำให้ทุกคนชะงัก
“รวมถึงสาวน้อยตระกูลฟู่ด้วย” กลุ่มเพื่อนจะเข้ารุม เซี่ยเทียนเฉิงแต่ หลงจิ้นเทียนห้ามไว้
“พอแล้ว ปล่อยมันออกไป” เจียงซิงเหว่ย เดินเข้าไปพยุง เซี่ยเทียนเฉิงขึ้นแล้วพาเดินออกไปจากตระกูลหลง
นี่ไม่ใช่แค่เื่ธุรกิจอีกต่อไป แต่มันคือาระหว่างตระกูล และหลงจิ้นเทียนจะไม่มีวันยอมให้ใครมาแตะต้องสิ่งที่เป็ของเขา!
"เอาไอ้หมอนี่ ไปให้อากงจัดการตามความเหมาะสม" จิ้นเทียนสั่ง
"ครับนาย" พ่อบ้านตระกูลหลงรับคำสั่ง และนำตัวคนร้ายออกไป
เมื่อเซี่ยเทียนเฉิงและเจียงซิงเหว่ยจากไปแล้ว จางเหว่งหลงเพื่อนสนิทอีกคนของหลงจิ้นเทียนที่พึ่งเดินทางมาถึง ซึ่งสวนทางกลับเซี่ยเทียนเฉิง ที่ถูกพยุงออกไปพร้อมรอยบอบช้ำ
“ฉันว่า... ฉันต้องพลาดอะไรสนุกๆ แน่ๆ เลย” จางเหว่งหลง พูดพลางเดินเขาไปกอดไหล่หลงจิ้นเทียน
"ไงว๊ะไอ้หนู กลับมาถึงก็มีอะไรสนุกเล่นอยู่เรื่อยเลยนะ สบายดีใช่ไหม..” บรรยากาศกลับมาดีเหมือนเดิมทุกคนนั่งดื่มกันสนุกสนาน
จางเหว่งหลง อายุ 32 แต่วางตัวเป็พี่สาวจิ้นเทียน ผู้มีรอยยิ้มสดใส เ้าชู้ ปากหวาน เธอเป็สายลับมือหนึ่งของตระกูลหลงจากตระกูลจาง นิสัยร่าเริงและเ้าชู้เป็ที่หนึ่ง แอบชอบไป๋ซินเยว่เพื่อนสนิทของจิ้นเทียน แต่ไม่กล้าอย่างเปิดเผยได้แต่หยอกล้อไปเรื่อยๆ นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาพร้อมถือแก้วไวน์ในมือ
“โอ้ ที่แท้ก็เป็แบบนี้เอง” จางเหว่งหลงเอ่ยเสียงหวาน พลางเอนหลังพิงโซฟา
“จิ้นเทียน~ เื่คู่หมั่น มันน่าใตรงไหน? เื่นี้ก็รู้มานานแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่เห็นมีอะไรใหม่”
จางเหว่งหลง ปรายตาไปทางไป๋ซินเยว่แล้วยิ้มหวาน แต่อีกฝ่ายเชิดใส่ ขณะที่หลงจิ้นเทียนเพียงแค่ยิ้มอ่อน ๆ และจิบไวน์ต่อไป
หลงจิ้นเทียน นั่งนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เพราะมักจะถูกเพื่อนแซวเขาเื่ความสัมพันธ์กับตระกูลฟู่เสมอๆ เหมือนเื่สนุกของกลุ่มเพื่อน
ไป่หยางเฉิง : "หลงจิ้นเทียน..., ฟู่หลินซี... ก็ไม่เลวน้า...ตอนนี้น่าจะโตเป็สาวแล้ว สาวน้อยจากตระกูลฟู่ ได้ยินว่าผู้เฒ่าตระกูลฟู่รักมากขนาดไม่เคยขัดใจ เหมือนดวงใจของผู้เฒ่าฟู่ กล้าเอาหัวใจมาไว้ให้ตระกูลหลงดูแล เขาต้องเชื่อมั่นนายมากจริงๆ"
จางเหว่งหลง :"ได้ยินว่า ฟู่จิ้งเหวิน พ่อของฟู่หลินซีสนใจแต่การขยายการค้า เปิดบริษัทที่ประเทศไทย และได้พบรักกับแม่หลินซี หลานสาวก็เกิดและโตที่ประเทศไทย ตระกูลฟู่ไม่มีทายาทอีก ก็ไม่แปลกที่ต้องขอความช่วยเหลือจากตระกูลหลงในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับตระกูล เห็นว่าเด็กนั่นน่าจะนิสัยเป็คนไทยไปแล้ว แต่เหมือนจะกลับมาทุกปีตอนตรุษจีนใช่ไหม เคยเจอกันบ้างหรือเปล่า?"
ไป่หยางเย่ว: "ข่าวว่าเ้าเด็กนี่แสบไม่เบานะ ฟู่หลินซีขนาดเด็กๆ ยังแกล้งไปทั่ว! ใครจะไปคิดว่าเธอจะได้เป็นายหญิงตระกูลหลง?"
หลงจิ้นเทียน ยิ้มขำๆ แต่อีกด้านหนึ่งก็รู้สึกเหนื่อยใจกับคำพูดของเพื่อนๆ
"เธอก็เป็แค่เด็กผู้หญิงธรรมดา ฉันไม่ได้คิดว่าเธอจะจริงจังอะไรกับการหมั้นครั้งนี้หรอก"
ไป่หยางเฉิง:"เฮ้ย! มีใครได้ยินเหมือนกันไหม... จิ้นเทียนผู้ซึ่งอยู่ในโอวาทอากงเสมอ จะกล้าขัดคำสั่งได้เหรอ?"
"แต่ถ้านายจะยกเลิกการหมั้น ไหนลองบอกเหตุผลที่ดีๆ สักหน่อยซิ ไม่งั้นเื่นี้จะเป็เื่ใหญ่แน่"
จางเหว่งหลง: "หลงจิ้นเทียนผู้ซึ่งไม่เคยขัดคำสั่ง แต่คราวนี้จะทำยังไงหนอ? จะปฏิเสธได้ยังไง เื่นี้เป็คำสัญญาของสองตระกูลที่ต้องช่วยเหลือกัน ข่าวว่าตระกูลฟู่อ่อนแอจนไม่สามารถปกป้องการรุกร้านจากตระกูลอื่นได้ และกำลังจะตกเป็เป้าของตระกูลที่แข็งแกร่ง ผู้เฒ่าฟู่คงตายตาไม่หลับแน่ หากหลานสาวอันเป็ที่รัก ตกไปอยู่ในตระกูลที่ไม่เห็นค่า ไหนจะทรัพย์สินและชื่อเสียงของตระกูลที่จะล่มสลายในรุ่นนี้"
หลงจิ้นเทียน เริ่มนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง คำพูดของเพื่อนทำให้เขาคิดหนัก
"ถ้าฝ่ายที่ปฏิเสธไม่ใช่ฉัน... และหากไม่มีการหมั้น ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูลจะเป็ยังไง... ฟู่หลินซีน่าจะเด็กเกินไป เธอพร้อมที่จะแบกรับตระกูลฟู่ได้จริงเหรอ?"
ไป่หยางเฉิง: "ฮึๆๆ.. นายรู้ตัวหรือยังว่าการเป็คนหน้าตาดีเกินไป.. มันทำตัวลำบากแค่ไหน ใครๆ ก็อยากจะยกลูกหลานให้ แต่นาย..คงไม่มีสิทธิได้เลือกแล้ว ยังไงเสียคู่ของนายก็ต้องเป็ฟู่หลินซี นอกเสียจากฟู่หลินซีเป็ฝ่ายปฏิเสธจริงๆ"
จางเหว่งหลง: "อาจจะเป็ไปได้นะ เพราะฟู่หลินซีแสบซะขนาดนี้ คงไม่ยอมให้บังคับง่ายๆ หรอก แต่ถ้าผู้ใหญ่ใช้ไม้แข็งบังคับ คงสร้างปัญหาให้ตระกูลฟู่และตระกูลหลงได้เยอะเลย"
หลงจิ้นเทียน หัวเราะเบาๆ "นั่นสิ... เ้าตัวแสบ คงจะต้องทำให้หัวใจของคนในตระกูลหลงตื่นเต้นทุกวันแน่ๆ เลย"
ไป่หยางเฉิง: "อ้าว... หมายความว่านายจะยอมรับการผูกมัดแบบไม่สมัครใจจริงๆ หรือ?"
"คิดให้ดีนะ ไม่งั้นต้องเตรียมรับมือกับเ้าตัวปัญหา ที่จะก่อกวนชีวิตนายเลยนะ ไหวไหม"
หลงจิ้นเทียนยิ้มเบาๆ "เอาเถอะ เื่นี้คงต้องให้เวลาพิสูจน์กันไป แต่ตลอดเวลาเด็กนั่นก็พยายามหลีกเลี่ยงการพบกันโดยตลอด"
เพื่อนๆ ยังคงแซวและหัวเราะ แต่ความคิดของจิ้นเทียนยังกังวลเกี่ยวกับการตัดสินใจที่จะต้องทำในไม่ช้า ใช้เวลาทบทวนหลังจากเพื่อนๆ แยกย้ายไปหมดแล้ว หลงจิ้นเทียนออกมาเดินคิดวนไปวนมาจนกระทั่งถึงหลังสวน และภาพในอดีตก็ย้อนกลับมาเมื่อ 3 ปีก่อนที่เค้าจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ
ในครั้งแรก เมื่อผู้ใหญ่ของทั้งสองตระกูล้าให้ทายาททั้ง 2 ได้พบหน้ากันครั้งแรก หาแต่ว่าที่คู่หมั้นตัวแสบก็ชิงหนีกลับประเทศไทยก่อน ปล่อยให้ทางผู้ใหญ่ของตระกูลรับหน้าทายาทตระกูลใหญ่ด้วยใบหน้าอันชาพร้อมกับความอับอาย
และในครั้งที่ 2 เมื่อทางผู้ใหญ่เตรียมการณ์รัดกุมมาอย่างดี ให้ทายาทตระกูลหลงเดินทางไปรับคุณหนูตระกูลฟู่ด้วยตัวเอง ที่สนามบินก็ปรากฎว่าคุณหนูฟู่ ไม่ได้เดินทางมาที่จีนในปีนั้นโดยอ้างว่าต้องเตรียมตัวสำหรับการสอบในมหาวิทยาลัยของไทย
และในครั้งที่ 3 เมื่อทายาทตระกูลฟู่จัดการเดินทางเหมือนควบคุมตัวหลานสาวตัวแสบไปถึงบ้านพักตากอากาศก็เป็อันว่าหลานสาวคนเก่งแอบหนีออกจากบ้านไป และได้ข่าวอีกทีก็เดินทางกลับไทยก่อนกำหนด ด้วยเหตุต่างๆ ตระกูลฟู่ต้องหาเหตุผลต่างๆเพื่อแก้ตัวให้กับหลานสาว ซึ่งหลงจิ้นเทียนก็มองเพียงแค่เื่ตลกฆ่าเวลาเท่านั้น ไม่ได้ใส่ใจอะไร