ตอนที่ 38 ทำงาน
สวี่ม่ายซุ่ย “ฉันมีเรื่องต้องจัดการนิดหน่อยคงไม่ไป พวกเธอไปเถอะ ฉันไปก่อนนะ” พูดจบก็สาวเท้าออกไปจากที่นี่
คนที่เหลือจะพูดอะไรไปบ้างก็ตามใจพวกหล่อน เพราะถึงอย่างไรเธอก็ไม่ได้ยินอยู่ดี
พอเดินไปถึงหมู่บ้าน เวลานี้อากาศก็ร้อนจนไม่รู้จะอยู่อย่างไร ผู้คนพากันเดินเล่นอยู่ด้านนอกไม่น้อย เห็นสวี่ม่ายซุ่ยผ่านมาก็มองประเมินเธอด้วยความประหลาดใจ
สวี่ม่ายซุ่ยก็ไม่กลัว เดินตรงไปที่หน่วยงานในหมู่บ้าน
“เฮ้! หล่อนคือใครน่ะ ทำไม่เดินเข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียงเลย”
“ใครจะไปรู้ล่ะ! ฉันก็ไม่เคยเห็น”
“ทำไมเธอสองคนจะไม่เคยเห็น ไม่ใช่ว่าหล่อนเป็นภรรยาผู้บังคับกองร้อยหลินเหรอ”
“ภรรยาผู้บังคับกองร้อยหลิน?”
“หล่อนมาได้ยังไง?”
“ใครจะไปรู้ล่ะ?”
เวลานี้ฐานะของหมู่บ้านไม่ค่อยดี ต่อให้พูดว่าเป็นหน่วยงานใหญ่ แต่ก็เป็นแค่ห้องดินเหลืองสองห้อง ตอนสวี่ม่ายซุ่ยเข้าไป พวกเขาก็อยู่กันหมดพอดี
หลังสวี่ม่ายซุ่ยเห็นพวกเขาที่กำลังพูดคุยสัพเพเหระ ไม่ได้ประชุม จึงได้เคาะประตู ถามอย่างมีมารยาท “สวัสดีค่ะ ฉันมาหาหัวหน้าหน่วย”
ผู้อาวุโสที่กำลังถือถ้วยชาใบใหญ่ดื่มน้ำอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงจึงเงยหน้าขึ้นมาดู
“เธอคือสวี่ม่ายซุ่ยภรรยาผู้บังคับกองร้อยหลินหรือ?”
สวี่ม่ายซุ่ยผงกหัว “ฉันเองค่ะ”
หัวหน้าหน่วย “เข้ามาสิ! ฉันกำลังรอเธออยู่เลย”
“นี่คือนักบัญชีคนใหม่ของหมู่บ้านเรา ทุกคนก็ต้อนรับหน่อยนะ”
เสียงพูดเพิ่งลอยออกไป ผู้ชายที่ตรงหัวมุมคนหนึ่งก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “หัวหน้าหน่วย ไม่ใช่คุณพูดว่าให้น้องชายผมทำหน้าที่นักบัญชีเหรอ ทำไมหาคนอีกแล้ว”
หัวหน้าหน่วยได้ยินก็ตอกกลับอย่างไม่เกรงใจ “น้องชายนายแม้แต่ตัวอักษรก็ไม่รู้จักสักตัว จะมาเป็นนักบัญชีได้ยังไง?”
“พอได้แล้ว คำพูดหยาบ ๆ ฉันก็พูดได้นะ นักบัญชีของหมู่บ้านเราเป็นฉันที่เชิญคนนอกหมู่บ้านมาเป็นพิเศษ หล่อนไม่รู้จักใคร พวกนายอย่าคิดไปหาหล่อนแล้วติดสินบนล่ะ”
“ไอพวกที่ช่วยคนบ้านตัวจดค่าแรงเยอะ ๆ หาเรื่องอู้กินแรงคนอื่นอย่าได้คิดเชียวนะ”
ฝูงชนฟังจบต่างก็มองกันไปมา สุดท้ายก็ไม่มีใครพูดอะไร
ก่อนที่สวี่ม่ายซุ่ยจะมา ทุกคนต่างก็จ้องตำแหน่งนี้จนแทบจะตีกันตาย ตอนนี้เธอมาแล้ว ฝูงชนที่ไม่ได้เห็นงิ้วฉากใหญ่ก็ไม่ได้ทะเลาะกันอีก
อีกอย่างเมื่อครู่หัวหน้าหน่วยพูดว่าหล่อนคือภรรยาของผู้บังคับกองร้อยหลิน ก็คงไม่มีใครกล้าทำให้เธอลำบากใจ อย่างไรเสียบนเกาะแห่งนี้ ทหารก็คือเทพผู้พิทักษ์ของพวกเขา
หัวหน้าหน่วย “เธอไปหาที่นั่งก่อน แล้วพวกเราค่อยมาคุยเรื่องการจัดการในหมู่บ้านต่อจากนี้”
สวี่ม่ายซุ่ยผงกหัว มองไปรอบ ๆ แล้วเดินไปยังห้องที่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวนั่งอยู่
หล่อนเนื้อตัวขาวอวบ พอยิ้มก็รู้สึกเป็นมิตรเป็นพิเศษ
“สวัสดี สหายม่ายซุ่ย ฉันคือผู้จัดการฝ่ายสตรี”
ในความคิดของสวี่ม่ายซุ่ย เวลานี้ผู้จัดการฝ่ายสตรีผมสั้นผู้ผอมเพรียว ท่าท่างมีความสามารถที่อ่อนโยนเป็นมิตรแบบหล่อนนั้นหาเจอได้ยาก
สวี่ม่ายซุ่ยยิ้มอ่อนโยนให้หล่อน “สวัสดีค่ะ ขอฝากตัวด้วยนะคะ”
ผู้จัดการฝ่ายสตรี “สวัสดี สวัสดี”
หัวหน้าหน่วย “หลานจื่อ พวกเธอสองคนนั่งด้วยกันก็ไม่ต้องพูดแล้ว พวกเราจะประชุมกันตอนนี้”
หลานจื่อฟังแล้วก็ยิ้มสดใสกว่าเดิม “ได้ค่ะ ท่านว่ามา”
หัวหน้าหน่วยพูดเสร็จก็ยกถ้วยชามมาเป่าไปหนึ่งทีแล้วเอ่ยว่า “นี่อีกเดี๋ยวก็ปลายเดือนแปดแล้ว ข้าวโพดกับถั่วลิสงโตพอ ๆ กันแล้ว ต่อมาพวกเราก็ต้องแบ่งหน้าที่”
“ฟู่กุ้ย ฟู่หมิน พวกเธอสองคนก็รับผิดชอบแปลงข้าวโพดด้านตะวันออกของหมู่บ้านผืนนั้นไปนะ”
“โหย่วไฉ โหย่วเหวิน พวกเธอสองคนรับผิดชอบแปลงถั่วลิสงด้านตะวันออกผืนนั้นของหมู่บ้าน”
“ม่ายซุ่ยกับหลานจื่อ พวกเธอสองคนรับผิดชอบการจัดเก็บแจกจ่ายเครื่องมือนะ”
“ตอนที่ให้เครื่องมือพวกเขาต้องจดไว้ให้ดีนะ ใครจงใจทำลายหรือทำหายต้องจดชื่อ ฉันจะได้ไปหาเขาได้”
“การเก็บเกี่ยวช่วงฤดูใบไม้ร่วงทุกปีจะต้องมีพวกผิดแล้วไม่จำอยู่สองสามคน ทำของสาธารณะไม่เป็นของสาธารณะ อยากจะใช้อย่างไรก็ใช้อย่างนั้น”
หลานจื่อ “ท่านวางใจได้ค่ะ พวกเราจะจดไว้ให้ดี”
ฟู่กุ้ย “หัวหน้าหน่วย ปีนี้ยังเหมือนเมื่อก่อนที่พวกฉันต้องจดค่าแรงเองใช่ไหม”
หัวหน้าหน่วยจ้องมองหล่อน “คิดอะไรน่ะ!”
“ฉันยังเข็ดกับเรื่องที่พวกเธอจดไว้จนเละเทะเมื่อครั้งก่อนได้ ครั้งนี้มีนักบัญชีมา ให้หล่อนจด”
ฟู่กุ้ย “หล่อนแค่คนเดียวจะดูเยอะขนาดนี้ได้ยังไง”
หัวหน้าหน่วย “หล่อนดูทางตะวันออก ฉันดูทางตะวันตก”
“สหายม่ายซุ่ย พอถึงเวลาเธอก็จดเอาไว้ให้ฉันให้ดี ใครกล้าหาเรื่องอู้กินแรงคนอื่น เธอก็จดไว้ให้หมด พอถึงเวลาฉันจะไปหาเขา”
“แล้วก็ถ้าใครกล้ามาหาเรื่องเธอ ฉันจะจดแต้มทำงานพวกหล่อนทั้งบ้านเป็นศูนย์ให้หมด”
หัวหน้ากองสองสามคนได้ฟังก็สบตากันทันที ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
สวี่ม่ายซุ่ยฟังจบก็พยักหน้าอย่างเคร่งขรึม มีคำพูดนี้ของหัวหน้าหน่วย คงไม่มีใครมาทำให้เธอลำบากใจแล้ว
หัวหน้าหน่วยพูดเรื่องที่ควรระวังช่วงเร่งเก็บเกี่ยวไม่กี่ประโยคต่อแล้วถึงให้พวกเขาสลายตัว
พอถึงเวลาจากไป หัวหน้าหน่วยก็มองสวี่ม่ายซุ่ยแล้วพูดว่า “สหายม่ายซุ่ย เธอรอสักครู่”
สวี่ม่ายซุ่ยฟังจบก็หยุดรอหัวหน้ากอง
หัวหน้ากอง “เธอไม่ต้องรีบเดิน ในห้องนั้นมีบัญชีในช่วงหลายปีมานี้ที่นักบัญชีทำไว้อยู่ เธอไปดูให้คุ้นเคยเอาไว้”
สวี่ม่ายซุ่ยถึงได้เดินไปห้องข้าง ๆ ที่ติดกัน ผลักประตูเข้าไปทีก็เจอฝุ่นพุ่งใส่หน้า สวี่ม่ายซุ่ยที่สำลักฝุ่นถึงได้ไอออกมาหลายที
หัวหน้าหน่วยไม่รู้ว่าฝุ่นควันมาจากไหนก็สูดเข้าไปหนึ่งทีก่อนเอ่ยว่า “ตั้งแต่ที่เหล่าซุนไป ก็ไม่เคยมีใครมาห้องนี้อีกเลย”
สวี่ม่ายซุ่ย “เมื่อก่อนมีนักบัญชีไหมคะ?”
หัวหน้าหน่วยได้ฟังก็หัวเราะเยาะ “พวกเขาที่รู้หนังสือไม่กี่ตัวจะไปเข้าใจบัญชีที่ไหนได้ล่ะ?”
“ฉันได้ยินเจี้ยนเยี่ยบอกว่าเธอจบม.ปลายเกือบได้เข้ามหาลัย เธอน่าจะอ่านเข้าใจ จากนี้ไปของพวกนี้ก็ให้เธอก็แล้วกัน”
สวี่ม่ายซุ่ย “ได้ค่ะ หัวหน้าหน่วย ตรงนั้นมีกะละมังไหม? ฉันจะเก็บกวาดสักหน่อย”
ดูจากการจัดวางของห้อง นักบัญที่ชื่อว่าเหล่าซุนจะต้องเป็นคนที่พิถีพิถันแน่
หัวหน้าหน่วย “เธอเก็บกวาดที่นี่ไป ฉันจะไปหาให้เธอ” พูดจบก็เดินจากไป
สวี่ม่ายซุ่ยอยู่ในห้องคนเดียวก็มองประเมินตามใจ หยิบสมุดบัญชีบนโต๊ะขึ้นมาดูก็เห็นเนื้อหาด้านในจดไว้อย่างบรรจง ตัวหนังสือก็เขียนได้สะอาดตามาก ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นคนมีความรู้ แค่ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่ทำต่อแล้ว
ยังไม่ทันที่สวี่ม่ายซุ่ยจะเข้าใจ หัวหน้ากองก็เอากะละมังเข้ามา ในมือยังมีกุญแจด้วย
“กะละมังวางไว้ให้เธอตรงนี้ นี่คือกุญแจ เธอเก็บกวาดเสร็จแล้วใส่กุญแจเลยก็พอ” พูดจบเขาก็จากไป
สวี่ม่ายซุ่ยเห็นก็รีบตะโกนเรียกเขา “หัวหน้าหน่วย พวกเราจะเริ่มประชุมเรื่องเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงเมื่อไรคะ?”
หัวหน้าหน่วย “ถึงเวลาเดี๋ยวฉันจะส่งคนไปเรียกเธอ”
รอหัวหน้าหน่วยไปแล้ว สวี่ม่ายซุ่ยก็เก็บห้องคนเดียว แล้วอ่านสมุดบัญชีสักพักเพื่อทำความเข้าใจคร่าว ๆ พอสมควรแก่เวลาแล้วถึงได้เตรียมกลับบ้านไปทำกับข้าว
ใครจะรู้ว่าไปถึงครึ่งทางก็จะเจอหลินเซียวกับหลินฟาน สองพี่นั่งถือถังวิ่งไปที่ทะเลอย่างรีบร้อน
สวี่ม่ายซุ่ยดึงแขนหลินเซียวมาถามได้ทัน “นี่ก็จะถึงเวลากินข้าวแล้ว ลูกสองคนจะไปไหน?”
หลินเซียว “แม่ แม่กลับมาแล้ว ชายหาดน้ำลงแล้วนะ พวกเราจะไปหาของทะเล”
สวี่ม่ายซุ่ยฟังจบก็ไม่กลับบ้านแล้ว ถามอย่างรวดเร็ว “ลูกสองคนหิวไม่หิว รออีกสักพักค่อยกินข้าวได้หรือเปล่า?”
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
มีงานให้ทำเยอะเลย ม่ายซุ่ยจะเข้ากับสังคมการทำงานไหมนะ
ชิวเฟิง