โคโรนาซอมบี้

    บทที่ 14

    ในเวลาเดียวกันนั้นเองกลุ่มของโจที่ได้เรียกตัวเองว่า ‘กลุ่มแสนสุข’ พวกเขาร่วมกันตั้งชื่ออย่างนี้เพราะว่าอพาร์ทเม้นท์แห่งนี้มีชื่อว่าแสนสุข หลังจากที่ทุกคนต่างร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างขยันขันแข็ง งานต่างๆมันก็เสร็จได้โดยง่าย ไม่ว่างานอะไรก็เสร็จเร็วกว่าเป้าที่กำหนดเอาไว้ พี่ก้อยที่ท้องอยู่ก็ไม่ได้นิ่งนอนอยู่เฉยๆ เธอขอทำงานในส่วนธุรการเกี่ยวกับจำนวนสิ่งของที่ต้องใช้ลงสมุด ซึ่งโจก็เห็นด้วยที่จะทำมัน เพราะมันจะง่ายต่อการใช้มากขึ้น โดยที่โจให้ตึก C ทั้งตึกเป็นที่จัดเก็บวัตถุดิบ แน่นอนว่าทุกคนเองก็เห็นด้วย การแบ่งประเภทสิ่งของเป็นห้องๆมันง่ายต่อการจัดเก็บเป็นอย่างมาก หลังจากที่พวกเขาทำงานในส่วนต่างๆแล้วเสร็จก็ต่างพากันค้นห้องพัก เพื่อหาสิ่งของที่สามารถนำมาใช้ได้ อย่างพวกเสื้อผ้าเองก็จำเป็นเช่นกัน แน่นอนว่าพวกมันถูกแยกออกมาทั้งของที่ยังใช้งานได้ และเสียหายไปแล้ว นอกจากนี้พวกเขายังพบว่าอาหารจำพวกอาหารแห้งมีมากกว่าที่คิด ถ้าบริหารกันดีๆ สามารถอยู่ได้นานหลายเดือนเลยทีเดียว โจที่ได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มสบายใจมากขึ้น “ทุกคนครับ วันนี้พอแค่นี้ก่อน พระอาทิตย์จะตกดินแล้ว พวกซอมบี้มันจะพร้อมกว่าช่วงกลางวัน..” โจกล่าวออกมา แน่นอนว่าทุกๆคนก็เดินมารวมตัวกันที่หน้าทางเข้าตึก B บนดาดฟ้าตึกบีทั้งหมดนั้นถูกเปลี่ยนเป็นสองอย่างที่จำเป็น หนึ่งคือห้องครัว กับสองคือโซนซักผ้า โจยังเชื่อว่าของพวกนี้มันอยู่ยิ่งสูงเท่าไรพวกเขาจะยิ่งปลอดภัย เพราะว่ากลิ่นพวกนี้มันจะลอยขึ้นไปในอากาศทำให้กลิ่นไม่กระจายในแนวราบพื้นดิน ตามหลักวิทยาศาสตร์ กลิ่นพวกนี้จะหายไปในอากาศ และพวกเขาจะปลอดภัย“วันนี้ทำอะไรกินกันดีครับ .. เอาเป็นข้าวหุงกับปลากระป๋องเป็นอย่างไรครับ” นพที่วันนี้ทำงานมาหนักมาทั้งวัน เขาไม่เคยจะต้องทำงานหนักขนาดนี้มาก่อนเอ่ยเสนอ เขาอยากจะทานข้าวที่พวกเขาต่างก็คิดถึงรสชาติของมัน แน่นอนว่าทุกคนเห็นด้วยตามที่นพเสนอ เหล่าแม่ครัวก็เข้าช่วยกันทำอาหารในทันที โดยมีป้าแจ่มเป็นหัวหน้าแม่ครัว“พี่นพครับ ผมมีเรื่องอยากจะปรึกษาสักหน่อยครับ..” โจกล่าวออกมาพร้อมกับทำหน้าจริงจัง มันเป็นเรื่องที่เขาคิดไม่ตกจริงๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ การถามกับวิศวกรโดยตรงน่าจะได้คำตอบอะไรหลายอย่าง นพที่เห็นว่าโจทำหน้าตึงๆก็พยักหน้า และเดินไปคุยกันอีกโซนหนึ่ง ทั้งคู่เดินตามกันมาที่มุมหนึ่งของดาดฟ้าที่เป็นส่วนตัว ก่อนที่นพจะเริ่มกล่าวถามก่อน“มีอะไรอย่างนั้นเหรอโจ เห็นทำหน้าเครียดเลย..” นพกล่าวถาม“คืออย่างนี้ครับพี่ จากประสบการณ์ และความคิดของผม การที่เราจะออกไปยังข้างนอกนั้น เราจำเป็นต้องมีรถที่สามารถใช้การได้อย่างดี ให้จัดบุคคลที่มีความสามารถเป็นคาราวานไป เอาคนมากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ดี แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้นครับ มีอยู่สองประเด็นหลักที่ผมหนักใจอยู่..” โจกล่าวกับพี่นพตรงๆ เมื่อนพได้ยินอย่างนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “มันติดปัญหาในส่วนไหนอย่างนั้นเหรอโจ ถ้าพี่ช่วยได้พี่จะช่วยอย่างเต็มที่เลย..” นพพูดออกมา“เรื่องแรกเลยคือรถครับพี่ อย่างที่พี่รู้ ในตอนนี้ซอมบี้นั้นอยู่ทุกที่ของมุมเมืองจริงๆ เราต้องการรถที่สามารถเข้าปะทะกับพวกมันได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ อีกอย่างถนนหนทางเองก็ไม่ได้เอื้อต่อการขับขี่สักเท่าไร เราต้องการรถที่สามารถขนของได้ในจำนวนที่มากๆ แล้วก็ทนต่อการปะทะครับ พี่พอจะมีความเห็นเรื่องนี้ไหมครับ..” โจกล่าวถึงปัญหาที่เขาคิดไม่ตกอยู่หลายชั่วโมง นพที่ได้ยินอย่างนั้นก็ทำท่าคิดอะไรบางอย่างอยู่สักพัก ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา“เรื่องรถนั้นมันไม่สามารถเป็นไปได้เลยที่จะทำให้มันทนอย่างที่โจต้องการ แต่เรื่องนี้พี่คิดว่าเราสามารถแก้ไขปัญหาได้โดยการใช้รถอย่างน้อยสองคัน และจะต้องจัดแต่งพวกมันเล็กน้อย เพื่อให้มันสามารถทำอย่างที่โจต้องการได้..” พี่นพกล่าวตามความเห็นที่มันควรจะเป็นไปได้ รถถึงแม้ว่าจะแต่งให้มันพร้อมปะทะมากแค่ไหน มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกสร้างให้เป็นสิ่งของที่ต้องปะทะมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ถึงภายนอกอาจจะไม่เป็นอะไรแต่ภายในหากกระเทือนเพียงครั้งเดียวมันก็อาจจะทำให้เสียหายไปเช่นกัน“แล้วเราต้องใช้รถแบบไหนบ้างครับพี่นพ ที่เราเห็นๆกันตอนนี้ก็คงจะเป็นรถตู้เท่านั้น ขนของทีก็ได้ทีละเล็กน้อยเท่านั้น เราสามารถนำรถเมล์มาดัดแปลงได้ไหมครับ นี่ยังไม่รวมถึงว่าจะต้องขนน้ำมันกันอีก แผนการออกไปข้างนอกของเรามีหลายจุดเลยที่ต้องไป..”โจกล่าวออกมาอย่างเหนื่อยใจ เพราะถ้าต้องคำนวณดีๆแล้ว สิ่งที่ต้องใช้สำหรับการดำรงชีพนั้น ก็มีอาหาร ยารักษาโรคพื้นฐานอย่างน้อยๆก็ต้องมีไว้สำหรับพี่ก้อยที่ต้องคลอดลูกอีก นอกจากนี้ยังมีจำพวกทรัพยากรน้ำมัน และไฟฟ้าอีกด้วย โจอยากจะได้โซล่าเซลล์มาไว้ใช้งาน พวกเขาจะต้องออกไปด้านนอกกี่ครั้งถึงจะได้ทั้งหมดตามที่พวกเขาต้องการ“โจต้องใจเย็นๆ พี่ว่าเราต้องเรียงลำดับความสำคัญก่อน เรื่องรถปะทะนั้นเราทำมันแค่คันเดียวก็ได้ พี่ว่าเราจัดแต่งจากพวกรถที่เรามีก่อนก็ได้ สิ่งต่อมาพี่คิดว่าน่าจะเป็นยา และเครื่องมือการแพทย์นิดหน่อยที่ใช้สำหรับคุณก้อยเขา การคลอดแบบธรรมชาติก็ยังมีสามารถใช้ได้อยู่ เรื่องยานั้น พี่ว่าน่าจะใช้น้อยอยู่ ต่อมาเรื่องอาหารนั้น จากที่เราทำห้องเย็น และตรวจสอบแล้ว อย่างน้อยๆเดือนนี้อาหารก็ยังไม่หมดไปหรอก..” พวกเขาทั้งสองคุยกันเรื่องแผนที่เป็นไปได้ และจะต้องเร่งมือทำ อาวุธจำพวกปืนเองก็จำเป็น ร้านขายอาวุธมีอยู่ไม่กี่แห่งในเมือง แต่ที่ใกล้พวกเขาที่สุดก็อยู่ไกลพอสมควร เรื่องนั้นควรจะจัดการทีหลังเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกลุ่ม  โจเริ่มเห็นทางออกของปัญหานี้แล้วจากการคุยปรึกษากับพี่นพ สมชื่อของวิศวกรเสียจริงๆ วันพรุ่งนี้พวกเขาจะเริ่มแผนการที่พวกเขาได้วางเอาไว้ เพราะพวกเขานั้นรอไม่ได้แล้ว พี่ก้อยก็ใกล้ที่จะคลอดเต็มทนแล้ว“ทั้งสองคนมาทานข้าวก่อนเร็วเข้า..” ไม่นานอาหารก็เสร็จพร้อมทาน พวกเขาก็ต่างทานไปออกความเห็นเกี่ยวกับแผนการไปด้วย แน่นอนว่าคนอื่นก็ต่างมาช่วยกันออกความเห็นเพื่ออุดช่องว่างช่องโหว่ของแผนนี้ จนมันออกมาเป็นรูปร่างที่ดีขึ้น โจมองทุกคนที่ช่วยกันอย่างซาบซึ้งใจ น้ำใจในโลกที่โหดร้ายเช่นนี้ยังมีอยู่ ไม่มีใครกั๊กความรู้ความสามารถของตัวเองเลยสักคน มันถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วในตอนนี้“โชคดีจริงๆที่มีทุกคนอยู่ครับ..” โจกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา“นี่ก็เพื่อกลุ่มแสนสุขของเรา.. เราจะปรับตัวกับเหตุการณ์ร้ายนี้ไปด้วยกัน..” ทุกคนพยักหน้าให้กันและกัน....