วายุเดินเก็บการ์ดไอเท็มตามชายหาดที่กระจายเกลื่อนกราด นำมาแบ่งให้กับสตอเบอร์รี่อย่างเท่ากัน
วายุได้การ์ดไอเท็มมาทั้งหมด 36 ใบ สตอเบอร์รี่ได้ไปทั้งหมด 37 ใบ เขาไม่อยากเอาเปรียบผู้หญิงจึงให้เธอมากกว่า แค่ใบเดียวเขาไม่คิดมาก
วายุคิดว่าจะเดินสำรวจตามชายฝั่งแนวชายป่าบริเวณนี้สักพัก ทว่ายังไม่ทันได้ทำอะไรต่อ น้ำทะเลสีครามคลื่นลมแปรปรวนผิดปกติ ฟองอากาศผุดขึ้นผิวน้ำทั่วผืนสมุทรราวกับทะเลเดือด
ตืด..ตืด.. ขณะเดียวกันพ็อกเก็ตจำกัดของสตอเบอร์รี่ชีสเค๊กดังขึ้น มีคนติดต่อเข้ามา สาวน้อยมองด้วยความดีใจรีบรับสาย
“โฮล...พี่ลูกชุบ”
“ยัยน้อง เธออยู่ที่ไหน ปลอดภัยใช่ไหม พวกนั้นไล่ตามเธออยู่หรือป่าว ตอนนี้พวกพี่ไล่ตามพวกมันแต่ไม่เจอเงาน้อง เธอปลอดภัยดีใช่ไหม อยู่ไหนบอกพี่มา ไม่าเ็ใช่ไหม” พี่ชายร่ายยาวด้วยความร้อนใจเป็ห่วงน้องสาว
“ชีสเค๊กปลอดภัยค่ะ ได้พี่วายุช่วยเอาไว้ ตอนนี้พวกพี่อยู่ที่ไหน” สาวน้อยอธิบายพร้อมถามกลับ
“เฮออออ” พี่ชายถอนหายใจโล่งอก “พี่อยู่ในป่าดารา แถวหน้าผาบริเวณสัตว์อสูรไม่ให้ไอเท็ม น้องล่ะ”
“หนูอยู่ทะเล”
ทะเล!?..
“ได้ไง ป่าส่วนไหน?” พี่ชายใปนสงสัย “วายุอะไรนั่นมันหรอกเธอหรอ? บอกตำแหน่งพี่มาจะไปเดี๋ยวนี้” พี่ชายผู้เป็ห่วงน้องสาวอารมณ์ขึ้นคิดว่าน้องถูกหรอก
“ป่าว ป่าว ไม่ใช่แล้ว” สตอเบอร์รี่ชีสเค๊กอธิบายว่าจะกลับเมืองพร้อมวายุเลยออกเดินทางด้วยกัน ทำให้พี่ชายใจสงบลงบ้าง
“แต่ยังไงก็ไม่ได้ เธอรีบกลับมาเลย อยู่ไกลหูไกลตาพวกพี่ ผู้ชายพายเรือเชื่อถือได้ที่ไหน เดี๋ยวพวกพี่มุ่งไปรับ เธอเองก็มุ่งหน้ากลับมาหาพวกพี่ จะได้เจอกันกลางทาง” พี่ชายสั่งเด็ดขาด
สาวเ้าหน้ามุ้ยไม่สบอารมณ์ ยังไม่อยากแยกกับวายุ “ก็ด่ะ พี่นะพี่คอยดูกลับไปก่อนเถอะจะอาละวาดให้สะนั่นกิลด์เลยมาทำเป็สั่ง” สตอเบอร์รี่คาดโทษ ก่อนตัดสายหันมาพูดกับวายุ
วายุเข้าใจเื่ราว “งั้นเธอไปเถอะ เดินทางดีๆล่ะ” เขายิ้มกล่าวลาทว่าสมาธิทั้งหมดจดจ่ออยู่ที่ท้องทะเลกำลังจะมีตัวอะไรโผล่มา
“ค่ะ พี่วายุก็ดูแลตัวเอง ระวังตัวด้วยนะ ไว้เราเจอกันอีก ได้ไหม?” สาวน้อยหน้าแดงพูดติดขัด “นะ.. หนูขอแลกรายชื่อเพื่อนได้ไหม จะได้โทรถามว่าพี่อยู่ไหน”
“เอาซิ” วายุเรียกคำสั่งเครือข่ายในพ็อกเก็ตจำกัดทำการเป็เพื่อนกับสตอเบอร์รี่ ั้แ่เล่นเกมมาถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่มีเพื่อนสักคนจะมีก็แค่แม่จิ้งจอกข้างกาย
“ขอบคุณค่ะ ไว้เจอกันนะคะพี่วายุ” สตอเบอร์รี่ลาด้วยร้อยยิ้มก่อนจะเหลียวหลังเดินออกไป ทว่าเธอก็ชะงักนึกขึ้นได้ว่าลืมบางอย่าง “พี่วายุ”
“ฮืมมม” วายุหันมา สงสัยเธอจะอะไรอีก ทันทีที่หันมาสาวเ้ายื่นใบหน้ามาจุ๊บแก้มให้หนึ่งฟอดใหญ่ต่อหน้าต่อตาจิ้งจอกสาว
คิวบิสะท้านวาบหางตั้งชันซู่ “นี่เธอ!”
“ไว้เจอกันนะคะ” สตอเบอร์รี่รู้ตัวรีบชิ่งหนีแม่จิ้งจอก ทิ้งวายุให้ยืนงงตาปริบๆ
อะไร?... อ๋าว..นี่เราโดนขโมยหอมแก้มหรอเนี่ย? เกิดมาไม่เคยเจอะเคยโดนอะไรแบบนี้
ชายหนุ่มตกอยู่ในภวังค์หวาน สีหน้าบรรเจิดเคลิ้มฝัน
เสียงแข็งกระด้างแสดงออกถึงอารมณ์ดังปลุกสติ
“หวานเลยซิ ชอบเลยเซ่ เคลิ้มเลยไหมนั่น” จิ้งจอกสาวยืดกอดอก “โถ่..โถ่ น้องสตอเบอร์รี่ แค่ข้างเดียวมันก็ไม่เท่ากันน่ะซิจะเหลืออีกข้างไว้ทำไม” จิ้งจอกสาวกระแทกแดกดัน จีบปากพูดออกท่าทาง “ไม่ซิ ยังเหลือหน้าผากอีกนี่นา จะได้ครบแก้มซ้าย แก้มขวา หน้าผาก อ่อ..ยังมีริมฝีปากอีกนี่เน๊อะ ไม่หรอก ไม่ด้ายยย...แบบนั้นเดี๋ยวพี่วายุจะฟินตาย”
ว่าและยังไม่หยุดเคลิ้มอีก มันน่าทุบให้สักบึกจริง
วายุสะดุ้ง ตื่นจากอาการเคลิ้ม “แหม่ ผู้ชายมันก็ต้องมีบ้าง ว่าแต่? คิวบิเป็อะไรทำไมต้องกระแทกแดกดัน”
“ป๋าว แค่หมั่นไส้คนแถวนี้”
แถวนี้? ก็มีแต่เรานี่หว่า
“เคร..เคร เื่นั้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้ตัวอะไรจะโผล่มา” วายุหันหน้าหาทะเลยืนคู่กับคิวบิรอดูว่าจะพบเจอตัวอะไร
ผิวน้ำทะเลเรียบค่อยสูงขึ้นราวกับูเา ทำเอาวายุและคิวบิเบิกตาแข็งอยู่ในอาการตลึง
“สัตว์อสูรมนุษย์เงือกเมกาโลดอน ระดับจักรพรรดิ ปรากฎตัว”
จักรพรรดิ!.....
วายุแทบเป็ลม สะท้านทั่วร่าง ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาลชั่วพริบตา
“วายุเอาไง” คิวบิถาม ชายหนุ่มสติหลุดลอยเหม่อมองสิ่งมีชีวิตตรงหน้าด้วยหัวใจตื่นเต้นอยากจะลองวัดสักตั้ง
ซูมมมมมม.. เสียงมวลน้ำมหาศาลไหลตกจากร่างมนุษย์เงือกเมกาโลดอน ร่างของมันโผล่พ้นผิวน้ำทะเลสูงขึ้นไปอีกห้าเมตร ทั้งที่ยืนอยู่ไกลลิบจากฝั่ง บริเวณนั้นจะต้องเป็เขตน้ำลึกอย่างไม่ต้องสงสัย บ่งบอกถึงขนาดตัวอันมหึมา
“มนุษย์” มันพูดด้วยเสียงกังวาลดังกระหึ่ม “ใยเ้าสังหารพี่น้องข้า” มนุษย์เมกาโลดอนจับดาบฉลามแน่น ตัวดาบยาวสองเมตรกว่า ใบดาบหนาหนึ่งเมตร มีเงี้ยงเป็ซี่ๆเรียงรายใช้เกี่ยวกระชากเนื้อศัตรูยามแทงและเฉือน
วายุตั้งสติ เห็นอีกฝ่ายยังไม่ขยับเดินเข้ามาหรือลงมือเปิดฉากโจมตี ทำให้คิดได้ว่าคงมาถามหาเหตุผล
“ข้าขอถามกลับ เหตุใดพี่น้องของท่านถึงเข้ามาโจมตีหมายเอาชีวิตข้า และที่ข้าต้องลงมือก็เพื่อป้องกันตัว ปกป้องชีวิตตนเองตามสิทธิ์ของสิ่งมีชีวิตพึงมี” วายุตอบกลับ
“พวกเขาแค่จะจับเ้าไปโบยหนึ่งพันครั้งจากการที่ลักรอบขโมยปลาในท้องทะเลไปเป็อาหารโดยไม่ได้รับอนุญาติ”
ฮึ แบบนี้ก็ได้หรอ แค่จับไปเคี้ยนพันที แค่พันทีเอง ไม่แค่ที่ไหนกันล่ะนั่น และอะไรปลาในทะเลมีลิขสิทธิ์ด้วยเลอะ
“ชิ” วายุสบถ “สิ่งมีชีวิตในท้องสมุทรล้วนมีชีวิตเป็ของตนเอง ท้องทะเลนี่ก็ไม่ได้เป็ของใครคนใดคนหนึ่ง หรือท่านจะบอกว่าปลาทุกตัวรวมถึงจุรินทรีย์ลามไปถึงแพลงก์ตอนทุกชีวิตยาวจนถึงขยะมูลฝอยในท้องทะเลเป็ของพวกท่านเผ่าเงือก? ว่างั้น?”
อึบ.. คิวบิเกือบหลุดขำ ย้อกย้อนได้เยี่ยม
“ใช่มนุษย์ เ้าพูดถูก พวกข้าไม่ใช่จ้าวชีวิตใคร ชีวิตเ้าเองก็เป็ของเ้า หากข้าจะเอาชีวิตเ้าบ้างคงได้?”
อ๋าว..น๋อยน๋อยน้อย แบบนี่มันหาเื่กันแล้วนี่หว่า เอาซิเอา
“แน่นอนนั่นเป็สิทธิ์ของท่าน โลกนี้ปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่การดิ้นรนเอาชีวิตรอดก็เป็สิทธิ์ของข้า และการที่ข้าจะเอาชีวิตท่าน เมกาโลดอนฉลามในยุคโบราณอย่างท่านก็เป็สิทธิ์ของข้าเช่นกัน” วายุชี้หน้า
เมกาโลดอนสะท้านตัวเย็น ไม่คิดว่าลูกเจี๊ยบจะกล้าพูดวาจาเยี่ยงนี้ ฉลามยุคโบราณตั้งท่าระแวดระวังท ดูแล้วชายตรงหน้าอาจจะมีของดีหรือไพ่ตาย อะไรที่ทำให้มั่นใจว่าสามารถล้มตนเองได้
“รับมือ” วายุตั้งท่า
“เข้ามา” เมกาโลดอนเตรียมพร้อม
ไปล่ะเ้า.... ใครจะอยู่ให้ถูกฆ่า
“คิวบิโกย” วายุสั่งหันหลังวิ่งไม่คิดชีวิต หนึ่งคนหนึ่งจิ้งจอกวิ่งหน้าตั้งจั้มอ้าวไม่คิดชีวิต
มนุษย์เงือกเมกาโลดอนเบิกตามองอย่างเหวอกระพริบตามิบมิบ รู้ว่าตนเองถูกหรอกเสียสนิท ชายตรงหน้าไม่ได้คิดจะสู้แต่แรก
“มนุษย์ บังอาจหรอกข้า” เมกาโลดอนเดือดดาล วิ่งแหวกทะเลควบไล่ตามวายุดุจมัจจุราชเ้ากรรมนายเวร
“คิวบิแปลงร่าง ไม่งั้นมันงาบเราแน่”
จะถึงแล้ว...แล๋ววววว เมกาโลดอนตามมาติดๆ แม้ตัวจะใหญ่เชื้องช้าแต่ด้วย่ก้าวที่ยาวทำให้ไล่ตามวายุได้ไม่ยาก วายุวิ่งไปห้าสิบก้าวเทียบเท่าอีกฝ่ายก้าวเท้าครั้งเดียว
ไม่ไหว! แบบนี้มันตามทันแน่
วายุคิดหนักจะทำยังไงถึงจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ การ์ดในมือทั้งห้าใบ มีการ์ดเปลี่ยนพื้นที่น้ำแข็ง กงเล็บอัสนี ดอกไหถางเก้าสารถะ ผู้พิทักษ์สุสาน หุ่นไล่กาผู้อดทน
การ์ดใบเดียวพอจะใช้ในยามนี้ได้คือหุ่นไล่กาผู้อดทน ซึ่งจะอัญเชิญหุ่นไล่กาออกมารับการโจมตีแทนคิวบิหนึ่งครั้ง
ชายหนุ่มครุ่นคิดชั่วครู่ จริงสิ! “คิวบิ จำตอนที่เธอเตะมนุษย์เงือกได้ไหม ตอนนั้นขาเธอมีพลังบางอย่างห่อหุ่ม ต้องทำยังไง”
“สำนึกิญญาน่ะหรอ มันยากมากเลยนะ” จิ้งจอกสาวตอบ
“บอกเคล็ดมาเถอะนา จะลองดู ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย”
“ตกลง ในผู้เล่นทุกคนจะมีหลอดพลังิญญาหรือมานา วายุคงเห็นแล้ว”
“ใช่”
คิวบิอธิบายต่อ “นั่นคือจำนวนพลังิญญาที่อยู่ในร่างกาย มันไม่ได้มีไว้จ่ายเวลาใช้การ์ดอย่างเดียว ระบบยังออกแบบมาให้สามารถดึงเอาออกมาใช้โดยตรงได้ รองตั้งสมาธิสำนึกถึงในร่ายกายค้นหาบ่อเกิดิญญาให้เจอ จากนั้นใช้สมาธิจิตบังคับพลังิญญาเคลื่อนให้เหมือนสายน้ำไปสำนึกไว้ในส่วนของร่างกายบริเวณที่เรา้า พลังิญญาคิวบิมีอัตลักษณ์ไฟและน้ำแข็ง ดังนั้นพลังิญญาของวายุจึงมีอัตลักษณ์เป็ไฟและน้ำแข็ง และมีเอกลักษณ์ของพลังิญญาเป็สายพิเศษ สายพิเศษคือการรวมสายทั้งห้าอย่างเข้าด้วยกัน ได้แก่ โจมตี ป้องกัน รวดเร็ว รักษา และควบคุม และคิวบิเองยังเป็ลักษณะพิเศษที่รวมลักษะทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกันได้แก่ลักษณะ เสริมพลัง แปรเปลี่ยน ควบคุม แผ่ขยาย ผกผัน”
อื่ม วายุพยักหน้า หลับตาทำสมาธิ
คิวบิเหาะหนีสุดชีวิตไม่รู้ว่าวายุมีเป้าหมายแผนการอะไร ต่อให้เก่งยังไงอีกฝ่ายกเป็ถึงระดับจักรพรรดิ ตอนนี้เธอไม่สามารถต่อกรได้ หากเป็ในภายภาคหน้าบอกได้คำเลยเธอตบทีเดียวไอ้เ้าเมกาโลดอนนี่ได้จอดไม่ต้องแจวตายอนาถคามือเธอแน่นอน
ในสมาธิของวายุท่ามกลางความมืดมิดเขามองเห็นกลุ่มก้อนพลังงาน?%