2 เดือนต่อมา
หลังจากเกิดเื่วันนั้นพอตื่นขึ้นมาฉันก็รีบออกมาจากที่นั่นและไม่ได้ไปทำงานที่ไนต์คลับนั้นอีกเลยถึงจะผ่านมาสองเดือนแต่ฉันยังคงจดจำค่ำคืนของวันนั้นได้เป็อย่างดีบทสวาทที่แสนจะเร่าร้อนของเขาในคืนนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในใจฉันมาโดยตลอด
คืนนั้นคุณเสือไม่ได้ข่มขืนฉันเพราะฉันเป็คนเรียกร้องขอให้เขาช่วยเองถึงจะโดนวางยาก็ตามแต่ก็จะให้เขารับผิดชอบในตัวฉันฉันคงไม่กล้าพอที่จะให้เขามารับผิดชอบหรอกอีกอย่างเขาก็ไม่ได้รักฉันถือสะว่าเื่นั้นเป็ความผิดของฉันเองแหละที่ดันไปดื่มเหล้าที่ผสมยานั้น
“หนูบันนี่ นี่จ๊ะค่าแกะสลักผลไม้วันนี้ ลูกค้าชอบฝีมือหนูมากเลยชมกันเข้ามาเพียบเลยละ” ป้ามณียื่นเงินจำนวนหนึ่งมาให้ฉัน
“ขอบคุณมากค่ะป้า ถ้าลูกค้าชอบบันนี่ก็ดีใจค่ะ” ฉันไหว้ขอบคุณป้ามณีก่อนจะรับเงินส่วนที่เป็ค่าแรงของฉันมาเก็บไว้
ั้แ่ออกมาจากไนต์คลับนั้นฉันก็หางานใหม่พอดีกับป้ามณีพี่สาวแม่ของฉันและเป็ญาติเพียงคนเดียวของฉันขึ้นมาหาฉันที่กรุงเทพเพราะธุรกิจรับทำงานแกะสลักผลไม้ของแกกำลังไปได้สวยแกเลยจะมาเปิดร้านที่กรุงเทพพอรู้ว่าฉันหางานอยู่แกเลยให้ฉันมาทำกับแก ต่อมาป้าแกเห็นว่าฉันเช่าห้องอยู่คนเดียวแกเลยให้ฉันย้ายมาอยู่กับแกเพราะแกก็ตัวคนเดียวไม่มีสามีไม่มีลูก
ั้แ่พ่อแม่ฉันเสียไปฉันก็ได้ป้ามณีเนี่ยแหละคอยช่วยเหลือยามที่ลำบาก่แรกที่พ่อแม่จากไปด้วยอุบัติเหตุฉันเคว้งคว้างมากกว่าจะตั้งหลักทำใจยอมรับได้ก็ใช้เวลานานอยู่มากพอสมควรต่อมาเพราะไม่อยากรบกวนเงินของป้ามณีจนเกินไปฉันเลยสอบชิงทุนจนก็ได้ทุนมาเรียนที่กรุงเทพและหางานทำส่งตัวเองเรียนเนี่ยแหละ
“ฝีมือดีอย่างหนูรายได้งามแน่ ฮ่าๆ” ป้ามณียิ้มร่าพลางก้มลงหอมแก้มบันนี่ด้วยความรักและความเอ็นดูหลานสาวเพียงคนเดียวคนนี้ฟอดใหญ่
“ป้าซื้อกับข้าวมา เราไปกินข้าวกันก่อนดีกว่า”
“ค่ะ”
ทั้งสองป้าหลานเดินเข้าครัวจัดแจงอาหารด้วยกันอย่างมีความสุขก่อนจะเริ่มทานอาหารในเวลาต่อมา
“นี่! กุ้งอบวุ้นเส้นเ้านี้อร่อยมากเลยลูก ป้ารับรอง อ่ะ ทานเยอะๆ เลย”ป้ามณีบอกพลางตักกุ้งตัวโตๆ มาใส่จานข้าวของบันนี่เพื่อให้หลานรักได้ลองชิม
แต่กลิ่นของกุ้งที่โชยออกมาแทนที่จะหอมน่าทานกลับกันมันช่างเหม็นคาวเสียจนบันนี่ทนไม่ไหวจำต้องวิ่งเข้าห้องน้ำก่อนจะอาเจียนอ้วกออกมาจนป้ามณีที่เดินตามมาดูรีบเข้ามาลูบหลังให้หลานรักด้วยความเป็ห่วง
“อุ๊บ! อ๊วกกกก~”
“เป็อะไรไปลูก ไหวไหม” ป้ามณีถามหลังจากที่บันนี่อาเจียนยกใหญ่อยู่ในห้องน้ำได้สักพักก่อนจะออกมาแล้วมานั่งพักที่โซฟาด้วยความอ่อนเพลีย
“หนูเหม็นคาวกุ้งนะคะป้า ไม่รู้ทำไมถึงได้รู้สึกเหม็นขนาดนั้น” แค่นึกถึงกุ้งก็รู้สึกอยากจะคลื่นไส้ขึ้นมาอีกรอบแล้ว ฉันเป็อะไรไปเนี่ย
“เหม็นเหรอลูก? ป้าว่ามันไม่เหม็นเลยนะแถมหอมน่าทานด้วยเ้านี่เขาขึ้นชื่อเื่ความสดใหม่และทำอาหารไม่เหม็นคาวเลยนะ...แปลก” ป้ามณียื่นน้ำเปล่าให้ฉันดื่มพร้อมกับพูดถึงร้านอาหารเ้าโปรดของแกให้ฉันฟังพลางมองหน้าฉันอยู่สักพักก่อนจะถามคำถามบางอย่างออกมา
“หนูบันนี่ หนูมีแฟนรึเปล่าลูก?”
“แฟน? ทำไมเหรอคะ?”
“บอกป้ามาก่อนว่าหนูมีแฟนรึเปล่า”
“ไม่มีค่ะ”
“ฟู่~ โล่งอกไปหน่อย” หลังจากได้ฟังคำตอบของฉันป้ามณีก็ทำท่าถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“ทำไมเหรอคะ?”
“ก็ถ้าหนูมีแฟน ป้าก็คงคิดว่าหนูต้องท้องแน่เลย อาการของหนูที่เป็อยู่มันเหมือนแพ้ท้องมากเลยนะลูก”
“ท้อง!” นี่ฉันท้องเหรอ? จะเป็ไปได้ยังไงฉันกินยาคุมฉุกเฉินไปแล้วนะ
เหตุการณ์ในวันนั้นมันก็ไหลย้อนเข้ามาในหัวของฉันทันทีหลังจากที่ออกมาจากไนต์คลับก็เป็ ่เดียวกันกับที่ป้ามณีโทรหาฉันบอกว่าป้าอยู่กรุงเทพแล้วฉันเลยไปหาป้าต่อมาก็ช่วยป้าจัดร้านก่อนจะย้ายมาอยู่กับป้าในวันถัดมากว่าจะได้ไปซื้อยาคุมฉุกเฉินกว่าจะได้กินยาก็เข้าวันที่สามแล้วเพราะตอนนั้นฉันมีไข้ด้วยเป็ไปได้ว่าประสิทธิภาพในการทำงานของยามันคงไม่ได้ผล
จริงสิ!ประจำเดือนฉันก็ไม่มาด้วย ฉันลืมจุดนี้ไปได้ยังไงกันนะแต่ว่าปกติก็มีบ้างที่บางครั้งประจำเดือนฉันคลาดเคลื่อนไปเป็เดือนสองเดือนเลยทำให้ฉันไม่ได้เอะใจอะไร นี่ฉันท้องจริงๆ นะเหรอ
“ป้ามณีคะ เดี๋ยวหนูมานะคะ”
“หนูจะไปไหนลูก”
“ไปข้างนอกค่ะป้า เดี๋ยวหนูมานะคะ” ฉันบอกป้าพลางหยิบกระเป๋าของตัวเองแล้วรีบวิ่งออกจากบ้าน
โรงพยาบาลxxx
เพื่อพิสูจน์ว่าฉันท้องจริงไหมฉันเลยต้องมาที่โรงพยาบาลและตรวจให้รู้เื่ไปเลยว่าตัวฉันได้ท้องจริงๆไหม
“ คุณบันนี่ เชิญค่ะ” ไม่นานพยาบาลหน้าห้องของคุณหมอก็เรียกฉันเข้าไปพบคุณหมอที่ห้อง
“ผลตรวจออกมาแล้วนะครับว่าคุณบันนี่ตั้งครรภ์ได้ 2เดือนแล้วยินดีกับคุณแม่ด้วยนะครับ”
“ฉันท้อง?..”
“ใช่ครับ คุณแม่ท้องได้2เดือนแล้วครับจะฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลนี้เลยไหมครับ”
“..ค่ะ”
หลังจากที่คุณหมอบอกว่าฉันท้องความรู้สึกมากมายก็ถาโถมเข้ามาทั้งรู้สึกดีใจและก็กลุ้มใจในเวลาเดียวกันเพราะว่าฉันกลัวกลัวว่ายาที่ฉันกินไปก่อนหน้านั้นมันจะส่งอะไรกับลูกในครรภ์ของฉันไหม?