สองผู้เฒ่าสกุลซูเรียกบุตรชายคนที่เล็กมาคุยในห้องนอน หลังจากที่คนอื่นแยกย้ายไป
“ห่าวหราน แกจะทำแบบนี้ไม่ได้นะอายุของลูกสาวแกก็เยอะขึ้นทุกวันแกจะให้คนอื่นดูถูกบ้านเราแต่งไม่ออกไม่มีใครเอารึ” แม่เฒ่าเกาพูดพร้อมทำสีหน้าไม่พอใจบุตรชาย
“แม่ครับ ผมไม่รีบ ถ้าสอบไม่ผ่าน ก็ไม่เป็ไรหรอก”ผมอยากให้หลิวอี้แต่งงานกับคนที่ชอบ ถ้าแกเจอคนที่ชอบ ผมก็ยินดีให้แต่งงานกัน
“ทำไม แกคิดว่าคนที่แม่หาให้มันไม่ดีรึ แม่เป็แม่แกเป็ย่าของหลิวอี้ จะไม่อยากให้หลานสาวมีความสุขได้ยังไง” แม่เฒ่าปั้นหน้าน้อยใจ
“แกจะเอาอย่างตัวแกไม่ได้ที่ฝ่าฝืนคำพูดของพ่อแม่แต่งงานตามใจกับเมียแกใครเขาก็แต่งงานเพราะแม่สื่อกันทั้งนั้นเขาก็มีลูกหลานเต็มบ้านแล้วการหาคู่ครองเองใช่ว่ามันจะดีเหมือนกับการเลือกคู่ของแกพี่ชายสองคนก็แต่งงานเพราะแม่สื่อ พวกเขาก็มีชีวิตที่ดี แกไม่จำเป็ต้องยึดมั่นอะไรแบบนี้หรอก”แม่เฒ่าเกาเริ่มหงุดหงิดแล้ว
ซูห่าวหรานขบคิดในใจหาทางออกกับเื่นี้
“แม่แกก็พูดถูก เราหาครอบครัวดีๆ มีฐานะให้หลิวอี้มันจะเป็การทำร้ายได้ยังไง แกควรฟังแม่แกนะ หากปล่อยนานไปมันจะไม่ดีต่อชื่อเสียงของบ้านและตัวหลิวอี้เอง”พ่อเฒ่าเ้าเล่ห์กล่าวกล่อมบุตรชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ซูห่าวหรานทอดถอนใจหลังจากได้ฟังทำไมเขาจะไม่รู้ว่าพ่อแม่คิดอะไรอยู่ ถึงเขาจะกตัญญูแต่เขาก็ไม่ได้โง่เขลาที่พ่อแม่มากดดันแบบนี้ คงเพราะหลานชายที่ยังไม่แต่งงานกับค่าสินสอดมากมายที่ต้องเตรียม
บ้านเขาไม่ได้ยากจนถึงขนาดต้องขายหลานสาวสักหน่อยพ่อเขารักหน้าตาส่วนแม่เขาลำเอียงรักพี่สองกับหลานชายมากกว่า เขารู้ดีแต่เขาจะไม่ยินยอมเื่นี้แน่นอน
“ผมขอไปคิดดูก่อนแล้วกันครับ ดึกแล้วพ่อแม่พักผ่อนเถอะพรุ่งนี้ผมต้องไปสำนักงานตอนเช้า”
ในห้องบุตรคนโตซูหลีเว่ย“เราจะช่วยน้องเล็กยังไงดี” หวังซื่อกล่าวอย่างหนักใจกับสามีน้องชายสามีคนนี้กับภรรยาดีกับตนมาตลอดหล่อนรู้สึกหนักใจแทนน้องสามีคนนี้
“ห่าวหรานกับผมก็ไม่ต่างกันหรอก เราจะช่วยอะไรเขาได้เธอก็รู้ดี” ซูหลีเว่ยเป็บุตรชายคนโตของบ้านซูก็จริงแต่ย่าของเขาและพี่สาวมาั้แ่เกิดมา
แม่เขาเกลียดแม่สามีเลยไม่ชอบเขาที่ถูกย่าเลี้ยงดูมาด้วยความผูกพันแม่ลูกเบาบาง ต่างจากน้องรองที่แม่เลี้ยงดูเองมาั้แ่เกิด
ส่วนน้องเล็กแม้จะแม่ของเขาจะเป็คนเลี้ยงก็เลี้ยงไม่กี่ปีเพราะยิ่งโตน้องเล็กยิ่งเหมือนย่า ก็เป็พี่สาวและเขาที่เลี้ยงน้องชายมาจนโตถึงจะเป็ลูกคนสุดท้อง แต่ก็ทำให้แม่รักไม่ได้เท่าน้องรองแล้วคำพูดเขาจะช่วยอะไรน้องชายได้กันล่ะ
“นอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องทำงานอีกเธออย่าเพิ่งคิดมากเลยน้องสามน่าจะมีวิธีแก้ปัญหาอยู่หรอก”สองสามีภรรยาได้แต่มองหน้ากันแล้วถอนใจ
ห้องนอน ซูห่าวชวน บุตรชายคนรอง“ครั้งนี้จะสำเร็จไหม” ถังซื่อรบเร้าคำตอบจากสามี
“ไม่รู้ซิ ครั้งนี้ไม่สำเร็จก็ยังมีครั้งหน้าแม่อยากให้ลูกของเราแต่งงานมีครอบครัวไวๆ ได้แล้ว ยังไงก็ต้องสำเร็จจนได้แหละเธออย่ากังวลเลย” ซูห่าวชวนกล่าวอย่างมั่นใจ
“ดีจัง ฉันรอวันนั้นไม่ไหวล่ะลูกชายของฉันจะได้แต่งงานสักที” ถังซื่อหัวเราะคิกคักสะใจ ในบรรดาลูกบ้านซูถึงสามีของเธอจะไม่ได้เป็ลูกคนโตแต่ก็เป็ลูกรัก
สามีภรรยาคู่นี้จึงเป็คนเห็นแก่ตัวเอาแต่ใจ เพราะแม่เฒ่าเกา ให้ท้ายมาตลอดแล้วถังซื่อเองก็ไม่ได้อยากให้ลูกบ้านอื่นได้ดีกว่าลูกชายลูกสาวบ้านเธอ
ทางฝั่ง ซูห่าวหรานก็กลุ้มใจกับปัญหานี้
“ดีนะที่วันนี้ไม่มีเื่เสื่อมเสียอะไรถึงชาวบ้านจะสงสัยว่าใครเป็คนช่วยลูกของเราแต่ก็ไม่มีใครเห็นถึงไม่มีข่าวแง่ลบแพร่ออกไปไม่งั้นพ่อกับแม่จะมีข้ออ้างให้ลูกเราแต่งงานออกไปทันทีแน่นอน”
“นับว่าลูกสาวเรายังดวงดีที่รอดมาได้แล้วคุณจะทำยังไงต่อไปค่ะ”
“ก็คงเลี่ยงเหมือนที่ผ่านมานั้นแหละแต่ถ้ามันมีเื่ร้ายแรงเกิดขึ้นมาอีก ผมคงต้องทำอะไรบ้างล่ะ”ซูห่าวหรานสีหน้ามืดคล้ำลงทันที ฟางซื่อได้แต่ทอดถอนใจ
“ั้แ่อี้เอ๋อร์ฟื้นแล้วเป็ยังไงบ้างเหรอวันนี้ผมกลับช้า เลยไม่ได้เข้าไปหาลูกกลัวจะไปทำให้แกตื่น”ซูห่าวหรานถามถึงลูกสาวด้วยความห่วงใย
“ดีขึ้นมากแล้วล่ะค่ะ แต่ดูแกยังเพลีย ๆ อยู่ แต่วันนี้ตอนฉันไม่เยี่ยมลูก ฉันรู้สึกว่าลูกเปลี่ยนไปนิดหน่อยวันนี้แม่เจอฉันตอนกำลังจะไปลูกพอดี เลยบ่นฉันเื่เลี้ยงลูกไม่ดีอี้เอ๋อร์ก็ได้ยินที่ย่ากำลังบ่น แต่วันนี้ลูกไม่ทำหน้ากล้ำกลืนเหมือนที่ผ่านมากลับพูดหยอกฉันด้วย บอกว่าชินแล้ว” ฟางซื่อบอกกับสามี
“หื้มม แกตัดใจแต่งงานได้แล้ว? ถึงไม่เศร้าเหมือนที่ผ่านมาหรือว่าลูกไม่คิดจะเรียนต่อแล้ว” ซูห่าวหรานถามอย่างแปลกใจ
ฟางซื่อขำ “ที่ไหนกันละคะลูกไม่ได้คิดจะแต่งงานเหมือนเดิมนั้นล่ะ ยังแกล้งแหย่ฉันว่าค่าสินสอดของลูกพอค่าแต่งงานพี่ชายเหรอ ยังขำกับความคิดย่ากับป้าแล้วก็บอกว่าอยากจะอยู่กับเรากับน้องไปนาน ๆ เท่าที่ฉันสังเกตดูเหมือนลูกกล้าพูดสิ่งที่แกคิด ไม่เก็บไว้คนเดียวเหมือนเมื่อก่อน”
“อืม ก็ดีแล้วล่ะ ที่ลูกไม่เก็บทุกอย่างไว้คนเดียวผมอยากให้ลูกเราร่าเริงเหมือนเด็กในวัยของแก ั้แ่เรียนจบจากที่เป็คนเงียบๆก็เงียบมากกว่าเดิม เพราะเื่ต้องแต่งงาน”ซูห่าวหรานนึกถึงลูกสาวก็อดสงสารไม่ได้
“ฉันคิดว่าเมื่อก่อนลูกคงกังวลว่าเราสองคนจะตามใจทำตามความ้าของแม่แล้วก็กังวลว่าจะมีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยช้าต้องรอหลายปี แล้วต้องแต่งงานไปก่อนลูกเลยเลือกจะทำตัวเงียบๆ ไม่สร้างปัญหาให้เรามากกว่า”
“เฮ้อ!!! แกก็กลัวไปทำไม ผมก็กันเื่นี้มาตลอดไม่ตอบตกลงยังมีเื่อะไรน่าห่วง”
“แต่เราไม่เคยบอกลูกนะคะถ้าลูกจะคิดมากก็ไม่ใช่เื่น่าแปลกหรอกค่ะ” ฟางซื่อปลอบใจสามี
“ตัวแม่ผมเข้าใจนะว่าเขารักพี่รอง รักหลานชายเขาเลยทำกับพวกเราแบบนี้ แต่กับพ่อนี่ซิผมไม่เข้าใจแค่อยากให้ลูกหลานแต่งงานกับคนในอำเภอพ่อก็มีความสุขจนหน้าบานแล้วแต่ถ้าลูกเราสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ มันน่าอวดกว่าแต่งงานกับคนในอำเภอสะอีกก็ไม่รู้ว่าพ่อคิดอะไรอยู่”
ฟางซื่อขำกับคำพูดของสามีไม่ได้“คุณนี่ประชดประชันเก่งจริงๆ ฉันรู้แล้วล่ะ ว่าลูกสาวคนโตของคุณได้นิสัยใครมาได้จากคุณนี่แหละ”
ซูห่าวหรานยิ้มแห้งให้ภรรยา
“เราค่อยๆ ดูกันต่อไปว่าพ่อกับแม่จะทำอะไรต่อไปนอนเถอะค่ะ พรุ่งนี้ต้องทำงานอีกนะ”
เช้าวันต่อมาบ้านตระกูลซูหลังจากกินข้าวเช้าก็แยกย้ายกันไปทำงานของแต่ละคนหลิวอี้ตื่นมาแต่เช้า เพราะฟางซื่อเอาน้องสาวตัวน้อยมาฝากไว้ที่ห้องเธอโดยปกติฟางซื้อจะเอาลูกสาวคนเล็กไปเล่นแถวๆ ฝ่ายตัดเย็บด้วยแต่เมื่อวานเธอลางานเพื่อมาดูแลหลิวอี้ กลัวว่าจะเคลียร์งานไม่เลยต้องฝากให้พี่สาวดูแลแทน
สองพี่น้องนั่งกันอยู่ในห้องหลิวอี้นั่งดูน้องสาวหัดเขียนตัวอักษรอยู่ ลายมือหลิงหยาง บิดเบี้ยวไปมาแต่ดูแล้วก็เขียนถูก
เธอจ้องมองหน้าน้องสาวชาติที่แล้วเธอไม่เคยเห็นหน้าตาตอนโตของเด็กคนนี้เลยไม่รู้จะสวยแค่ไหนคิดละเธอก็ถอนหายใจ ชาติที่แล้วเธอพลาดอะไรไปมากจริงๆ
ตอนเที่ยงมีคนเคาะประตูหน้าห้องเธอพร้อมเสียงเรียก “พี่ใหญ่ ผมเข้าไปได้ไหม มีคนมาเยี่ยมพี่ด้วย”เสียงเฟยหลงเอ่ยถามพี่สาวแล้วก็เปิดประตูเข้ามา
“พี่ลี่ิพี่ไม่ไปทำงานเหรอฉันก็นึกว่าใครมาหาฉันกันแน่” หลิวอี้ค้อนน้องชายก่อนจะขำเบาๆ
“พี่ลี่ิจะมาหาพี่ ผมก็เลยแวะมาดูด้วย แหะ ๆ ”เฟยหลงขำแก้เขิน
“พี่แวะมาเฉยๆ นะ เมื่อวานจะมาดูหลังเลิกงานแต่เห็นบรรยากาศในบ้านตึงเครียด ก็เลยมาวันนี้ดีกว่าพี่ฝากเขาซื้อแอปเปิลมาจากร้านสวัสดิการ เอาไปกินซิ แล้วเราหายดีหรือยัง”ลี่ิยื่นแอปเปิลให้น้องสาว
“ขอบคุณค่ะพี่ ฉันหายดีแล้วล่ะพรุ่งนี้ก็ไปทำงานได้แล้ว ฝากพี่ไปบอกที่สำนักงานด้วยนะแล้วเมื่อวานมีอะไรเกิดขึ้นเหรอ ฉันไม่เห็นรู้เื่เลย”หลิวอี้ทำสีหน้าจริงจังอยากฟังข่าว
เฟยหลงรีบเอ่ย “ผมเล่าเองก็ตอนกินข้าวเย็น ปู่กับย่าเขาพูดเื่ให้พี่แต่งงานตอนกำลังกินข้าวลุงรองกับป้าสะใภ้รองก็ผสมโรงด้วย บีบพ่อให้ตอบตกลง แต่พ่อก็ไม่รับปากพวกนั้นเขาเลยไม่พอใจหงุดหงิด บรรยากาศเลยเสีย สะใจจริงๆ ”
“เขาคิดว่าสินสอดพี่จะราคา 5พันหยวนเหรอเขาถึงปักใจกับเงินสินสอดพี่จังเลย 5555” หลิวอี้ขำ
“เราไม่กลัวแล้วเหรอ ถึงขำแบบนี้แล้วยังกล้าพูดเป็เื่ตลกอีก” ลี่ิมองน้องสาวคนนี้แบบไม่น่าเชื่อ
“ไม่กลัวแล้วพี่ลี่ิสองวันที่แล้วฉันเกือบตายมาแล้วนะ มีอะไรน่ากลัวกว่านี้อีก และฉันก็มั่นใจว่าถ้าไม่มีทางเลือกจริงๆ ต้องแต่งงาน คนที่เลือกให้ฉันก็ต้องเป็พ่อกับแม่ไม่ใช่ย่าแน่นอน” หลิวอี้ยิ้มจนตาปิด
ลี่ิสับสนนิดหน่อยที่เห็นน้องสาวที่ขี้กลัวไม่มีปากมีเสียงของเขาคนนี้ มีความคิดที่เปลี่ยนไปแต่เขาก็ชอบที่น้องสาวเขาเป็แบบนี้มากกว่าเมื่อก่อนนานแล้วที่เขาไม่เห็นน้องสาวเขายิ้มกว้างขนาดนี้น้องสาวเขาเป็แบบนี้มันดีมากทีเดียว
เฟยหลงยังมีเื่อยากเล่าต่อเื่เล่าอย่างไว“พอกินข้าวเสร็จแล้ว ผมเดินไปที่ลานบ้านแอบไปได้ยินป้าสะใภ้รองกับยัยลี่อินคุยกันบอกเงินสินสอดพี่หลังจากจัดงานแต่งพี่ชายแล้ว จะเอาไปซื้อเสื้อผ้าให้ยัยนั้นด้วยเตี้ยก็เตี้ย หน้าตาก็งั้นๆ ใส่อะไรก็ไม่สวยหรอก ไม่ดูตัวเองเลย”
“หื้มมมม!! ถ้างั้นเงินสินสอดพี่ต้องหนึ่งหมื่นหยวนแล้วล่ะ เดี๋ยวไม่พอ”หลิวอี้แกล้งทำน่าใแบบเกินกว่าเหตุแล้วก็ยิ้ม
เฟยหลงเห็นพี่สาวทำหน้าตลกก็ขำจนท้องแข็งลี่ิก็ทนไม่ไหวพากันหัวเราะไปด้วยรวมถึงเด็กน้อยหลิวหยางที่ไม่รู้เื่ก็หัวเราะไปกับพวกพี่ๆ ด้วยแล้วสองหนุ่มก็ไปทำงานต่อ
พอตกตอนเย็นพอฟางซื่อกลับมาก็มาดูอาการลูกสาวและพาลูกสาวคนเล็กออกไปก่อนนะนำโจ๊กและยามาให้ลูกสาวกิน เพื่อความมั่นใจว่าหายดีแล้วจริงๆ
หลังจากออกไปแล้วข้างนอกก็มีเสียงโวยวายเบาๆ ภายในบ้านใหญ่แต่หลิวอี้ก็ไม่สนใจเธอรีบพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้เธอต้องกลับไปทำงานแล้ว