ตอนที่14 ย่างเนื้อใต้ทะเล
สิ้นเสียงคำพูดของชายหนุ่มเกร็ดอาวุธอสูรที่ลอยอยู่ตรงหน้า ก็เริ่มแผ่ความร้อนออกจนกริชเพชรััได้
"โอ้ววว..หนิงหนิงมันให้ความร้อนได้ด้วย!! ....."ชายหนุ่มพูดอย่างดีใจเขานึกถึงภาพ บรรยากาศที่เหน็บหนาวของภาคเหนือตอนไปเที่ยวที่ดอยอินทนนท์
มันเยือกเย็นหนาวสั่นจนต้องกลับลงมา ในตัวเมืองเชียงใหม่ แล้วหาอาหารบุฟเฟ่ต์ระดับห้าดาวของที่นั่นกิน
มีทุกอย่างให้เลือกรับประทาน ของ
โปรดสุดๆ คือปลาหมึกย่าง
ท้องร้องจ๊อกๆ เพราะความหิวทำให้ชายหนุ่มนึกถึงภาพหมูกระทะบุฟเฟ่ต์ ที่เคยนั่งปิ้งย่างกินกันแบบสนุกสนานสมัยออกไปฝึกงานที่เชียงใหม่ตอนใกล้จะเรียนจบ มันสุดแสนจะเปรมปรีดิ์โคตรๆ ที่ได้ซัดหมูกะทะกับเพื่อนอย่างเอร็ดอร่อย
ยิ่งคิดยิ่งน้ำลายไหลความหิวประดังขึ้นมาจนไม่สามารถบรรยายเป็คำพูดได้ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างสุดฝืน ภาพน้ำจิ้มเลิศรสที่อยู่ในถ้วยเล็กๆ สีแดงระเรื่อด้วยพริกพร้อมโรยด้วยกระเทียมปั่นมีเม็ดงาขาวๆ ลอยฟูฟ่อง ฉ่ำไปด้วยน้ำมันมะกอกที่หอมละมุน
ยิ่งคิดยิ่งทำให้ชายหนุ่มน้ำลายสอเต็มปาก
"นายน้อยมันให้ความร้อนดีมากสุดๆ เลยท่านเห็นหรือเปล่าขนาดเผาผลาญน้ำทะเลจนเป็สุญญากาศ น้ำไม่สามารถกระทบตัวของมันได้ถึงแม้นว่าจะไม่ให้ความร้อนจนเกร็ดแดงฉานก็ตาม ถือว่าเป็ของเทพสุดๆเลยนะเ้าคะ"
กริชเพชรตื่นจากภวังค์หลังจากนึกถึงภาพหมูย่างเกาหลีขึ้นชื่อของเชียงใหม่ เขามองกระทะด้วยสายตาวาววับแทบจะส่องแสงวูบวาบเปล่งประกายเหมือนเพชรไม่มีผิด
"หนิงหนิง ข้านึกออกแล้วว่าข้าจะกินอาหารได้ยังไงเกล็ดนี้ สามารถบังคับความร้อนได้หรือเปล่าเดี๋ยวข้าจะทดลองดูนะ....."
กริชเพชรพูดขณะเพ่งดูเกร็ดอาวุธอสูรเทพที่อยู่ในน้ำ มันเหมือนกระทะใบขนาดใหญ่เพียงเขานึกให้มันคว่ำลงมันก็พลิกตัวคว่ำ เพียงเขาคิดว่าให้กระทะนี้ลดความร้อนลงความเดือดพล่านของน้ำที่ลอยอยู่รอบตัวก็ลดลง กระทะคล้ายกับว่าอยู่ในสูญญากาศโดยมีน้ำล้อมรอบมันน่าจะเป็ภาชนะที่เขา เคยนั่งล้อมวงรอบกับพวกเพื่อนๆขณะใช้ตะเกียบคีบอาหารปิ้งย่างแปะลงไปบนก้นกระทะเพื่อกินร้อนๆ
"ข้าไม่อดตายแล้วหนิงหนิงงานนี้ข้าสามารถทำอาหารที่สุกกินได้แจ่มเลยทีนี้ แต่เสียดายข้าหาเนื้อมาปิ้งย่างไม่ได้..."
ชายหนุ่มคิดถึงตอนนี้แล้วอยากให้หนิงหนิงเอาชิ้นส่วนของเ้านกปีศาจ ออกมาย่างกินประทังรองท้องสักคำก่อนก็ดี
"หนิงหนิงเอาเศษเนื้อเ้านกออกมาย่างกินสักคำดีไหม? ...." กริชเพชรพูดเบาๆ ถามหญิงสาวที่ซ่อนตัวอยู่ในลูกบอลดวงจิตแก่นแท้ของเขา
"ไม่ได้หรอกนายน้อยท่านต้องใช้คาถาเรียกข้าออกไป แต่ตอนนี้ท่านยังทำไม่ได้ระดับกายอสูร ของท่านไม่ถึงระดับสี่รออีกสักหน่อยก่อนเราออกจากที่นี่ไปหาอสูร ไร้พลังจำพวกหอยมากินสักตัวท่านก็จะสามารถเดินทางต่อไปได้
เมื่อถึงดินแดนวารีน้ำจืดท่านค่อยหาทางยกระดับตัวเอง เมื่อใช้คาถาที่ข้าสอนในการเรียกภูตอสูรออกมาได้ค่อยให้ข้าออกมาช่วยท่านหาอาหารอร่อยๆกิน แต่ตอนนี้ทนหากินหอยกินปลิงในท้องทะเลไปก่อนนะ...." หญิงสาวพูดเบาๆ
ขณะนึกในใจเขาต้องใช้เวลาเดินทางไปดินแดนอสูรน้ำจืดอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า สองเดือนด้วยพละกำลังแบบนี้เขาจะต้องทนกินหอยเมื่อชายหนุ่มรู้วิธีทำให้อาหารสุกเขาก็คงจะมีชีวิตรอดไปได้ เมื่อนายน้อยของเธอยอมกินอาหารประเภทนี้
"กินหอยก็ยังพอทำเนา แล้วพวกกุ้งอะไรแบบนี้ไม่มีหรอกเหรอทะเลแถบนี้ง่ะ...."
ชายหนุ่มพูดพร้อมกับนึกถึงกุ้ง
"ก็มีเ้าคะ แต่ว่ามันน่าจะดุร้ายตัวอาจจะใหญ่กว่านายน้อยเกือบสามเท่าก็ได้ แม้ว่ามันจะเป็อสูรไร้ระดับก็ตามแต่ถ้าไปเจอพวกจ่าฝูงระดับหนึ่งระดับสองขึ้นมา นายน้อยจะเป็อาหารมันมากกว่านะเ้าค่ะ กินหอยแหละดีที่สุดพวกนี้ไม่มีพิษมีภัยถึงแม้ว่าจะเป็อสูรระดับหนึ่งก็ตาม..." หญิงสาวบอกกริชเพชรนึกแปลกใจกับความคิดของเขา
'ช่างไม่เหมือนสัตว์อสูรที่เพิ่งเกิดใหม่จริงๆ หรือเขาเป็พวกเทพอสูรที่ส่งดวงจิตกรีดนภามาเกิด มันจะเป็ไปได้ขนาดนั้นเชียวหรืออสูรระดับนี้ต้องมีตบะอย่างน้อย เจ็ดพันปีจึงจะสามารถทำได้คงไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง มันเพียงเป็ตำนานที่เล่าขานกันั้แ่เกิดมา เธอยังไม่เคยพบอสูรผู้ยิ่งใหญ่ระดับนี้เลย...'
หนิงหนิงคิดสงสัยแต่ก็เก็บไว้ในใจเพราะมันเป็เื่ที่เหลือเชื่อเกินไปที่เ้านายน้อยของเธอ จะเป็ดวงจิตกรีดนภาของเหล่าเทพอสูร ส่งกลับชาติมาเกิดใหม่เธอคงจะคิดมากเกินไป สงสัยเกินเหตุเขาก็เป็แค่อสูรที่มีสติปัญญาเหนือธรรมดาเท่านั้น
"นายท่านของในกล่องมีตั้งสามชิ้นท่านลองดูชิ้นอื่นสิว่า มันเป็อะไรนอกจากอาวุธเทพแล้ว..." หนิงหนิงเตือนสตินายน้อยของนางขณะเขากำลังกังวลเื่หาอะไรกินอยู่
"ออ..ได้เดี๋ยวดูให้....."
กริชเพชรเอื้อมมือไปหยิบของชิ้นหนึ่งมามันเป็กล่องไม้ใบเล็กๆ สีดำเขาก็ค่อยเปิดมันออก คิ้วทั้งสองผูกกันอย่างสงสัย
"หนิงหนิงดูสิ..มันเป็อะไรคล้ายกับชิ้นเนื้อสามชิ้นวางซ้อนกันอยู่..."
กริชเพชรมองดูเนื้อสามชิ้นที่มันเป็ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่วางซ้อนกันบางๆ เหมือนถูกเครื่องสไลด์เหมือนเนื้อหมูกระทะบุฟเฟ่ต์ที่เขาชอบกิน จนชายหนุ่มต้องยกขึ้นใช้จมูกสูดดมมันมีกลิ่นหอมตลบปนคาวนิดๆ เหมือนเนื้อสดๆถ้าทำให้มันสุกคงจะมีรสชาติอร่อยโคตรๆเหมือนกัน
"หนิงหนิงมันเป็เนื้ออะไรทำไมหอมพิกลจริงๆ สดใหม่ด้วยทำไม?มันคงสภาพได้นานขนาดนี้..ข้าไม่เคยได้กลิ่นแปลกๆ แบบนี้มาก่อนเลย...." หญิงสาวหัวเราะคิกๆ ในคำพูดของชายหนุ่มเพราะเขาเพิ่งเกิดมาไม่ถึงวัน
"คิกๆ ..นายน้อยท่านพึ่งเกิดยังไม่เคยได้กินเนื้อหลายประเภทท่านรู้ได้ยังไงว่ากลิ่นมันแปลกๆ ท่านช่างเป็อสูรที่พิกลจริงๆ ...."
กริชเพชรยิ้มฝืดๆเขาชอบเผลอตัวพูดอะไรที่เหมือนคนมีปัญญาระดับสูง เกินกว่าการเป็ทารกอสูรจนทำให้หนิงหนิงแปลกใจหลายครั้ง
หญิงสาวพยายามเพ่งดูสิ่งที่อยู่ในมือชายหนุ่มกลิ่นของมันก็แปลกอย่างที่เขาพูดจริงๆ เธอกินพวกสัตว์อสูรมานับไม่ถ้วนกว่าจะขึ้นสู่ระดับสี่
"แต่กลิ่นแบบนี้มันหอมละมุนมีความยืดหยุ่นสูงเหมือนเนื้ออสูรนี้ เป็เนื้ออสูรระดับสูงหรือเรียกว่าระดับขั้นเทพเลยก็ว่าได้มันถูกเก็บไว้ในกล่องนี้เพื่อจุดประสงค์อะไร? ..นะ..."
หญิงสาวคิดสงสัย กริชเพชรน้ำลายสอขึ้นมาทันทีเขากลืนน้ำลายลงคอด้วยความกะหายอยาก
"ไม่รู้ล่ะข้าจะกินนะ..กระทะก็มีเนื้อก็มีแล้วมันเป็ชิ้นบางๆ แบบนี้น่ากินกว่าเห็นเป็รูปร่างเป็ตัวๆ ต่อไปเ้าออกมาจากลูกบอลดวงจิตแก่นแท้ของข้าต้องฝึกหั่นเนื้อบางๆ แบบนี้ให้ข้ากินรู้หรือไม่ข้าชอบกินเนื้อบางๆ นี่เป็ภารกิจที่เ้าต้องฝึกฝน...."
กริชเพชรบอกหญิงสาวขณะใช้นิ้วมือหยิบชิ้นเนื้อ ออกมาหนึ่งชิ้นปรับระดับความร้อนให้พอดี อาวุธเทพก็ย่อส่วนเล็กลงจนสามารถวางอยู่บนฝ่ามือได้ ชายหนุ่มกลางเล็บยาวออกหงายมือขึ้นประคองมันไว้
แม้ว่ามันจะมีความร้อนแรงกล้าแต่สำหรับกริชเพชรไม่มีความรู้สึกอะไรเลย ความร้อนมันไม่ส่งผลกระทบกับเขาแม้แต่นิดเดียว เนื้อที่ชายหนุ่มวางแปะบนกะทะเริ่มหดตัวลงอย่างรวดเร็ว เหมือนเนื้อย่างที่ถูกกระทะร้อนๆนาบ
"มันแรงเกินไปเดี๋ยวลดไฟลงนิดนึง..."ชายหนุ่มพูดพร้อมกับคิด กระทะจำเป็ของเขาก็ลดความแรงลง
กริชเพชรรีบพลิกเนื้ออีกด้านอย่างรวดเร็วเนื้อค่อยๆ หดตัวลงเขารู้สึกพึงพอใจสุดๆ เมื่อเห็นภาพนี้ ชายหนุ่มชำเลืองตามอง ไปที่กล่องยังมีเนื้ออีกสองชิ้นวางอยู่
'เสียดายมันมีน้อยเกินไป แต่ยังไงก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรกิน เราก็ไม่รู้ว่ามันเป็เนื้ออะไรกันแน่ ค่อยๆกินไปก่อนไม่เห็นรูปร่างพวกมันก็ดีไปอย่างรู้สึกสบายใจหน่อย เห็นรูปร่างพวกอสูรประหลาดแล้วกลืนแทบจะไม่ลง..'
กริชเพชรพลิกดูจนเห็นว่าเนื้อสุกดีน่ากินสุดๆ ในขณะนี้เขาหิวมากๆ จึงรีบใส่ปากเคี้ยวคำแรกที่ได้ััมันนุ่มลื่นเหมือนเนื้อโกเบที่เขาเคยลิ้มลองรสชาติ มันหวานนุ่มลึกซาบซ่านไปถึงหัวใจตาชายหนุ่มเป็ประกายวาววับ
"หนิงหนิงมันอร่อยโคตรๆ เลยเนื้อชินนี้ข้าไม่เคยกินอะไรอร่อยขนาดนี้มาก่อน นุ่มหวานหอมละมุนในปากสุดโค่ย..."
ชายหนุ่มรำพึงรำพันออกมาหลับตานึกถึงเนื้อโกเบที่แสนอร่อย ที่เขาไปนั่งกินในร้านอาหารของพิธีกรตลกชื่อดังใจกลางกรุงเทพ แต่ความคิดแวบหนึ่งก็เข้ามาในใจกริชเพชร เหมือนมันขาดอะไรไปสักอย่าง
"หนิงหนิงข้าว่ามันเหมือนมีอะไรผิดปกติ รู้สึกว่าการกินเนื้อย่างที่ข้ากินมันแปลกๆ ..." ชายหนุ่มรู้สึกร่างกายของเขามีปฏิกิริยาเปลี่ยนแปลง
ครึงๆ ๆ!!
"หึ?! "
โครม!
สิ้นคำพูดของกริชเพชรร่างกายภายในเหมือนมีมรสุมทอร์นาโดอัดแน่นเข้าไป มันขยายเป็พลังที่กระชากออกจากจุดศูนย์กลางดวงแก้วสีเขียว ที่วนรอบบอลดวงจิตแก่นแท้สีรุ้งของเขา ชายหนุ่มมองเห็นมันในดวงจิตแจ่มแจ๋วขึ้นมาทันทีส่งประกายวูบวาบ กริชเพชรกระแทกตัวนั่งลงไม่สามารถบังคับร่างกายของตัวเองได้อีกต่อไป
........................................................................................................................................................................................