ทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่เนียะหม่าล่าขาลุย!【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 121 กลิ่นหอมของรวงข้าว 1

            เย่ชิงชิงเข้าไปหยิบของเล่นในห้องออกมากล่าวว่าของเล่นแต่ก็เป็นเพียงตุ๊กตาไล่ฝนฉบับปรับปรุงเท่านั้นนางมิใช่เด็กเล็กจริงๆ จะมีอารมณ์มานั่งทำของเล่นได้อย่างไรตุ๊กตาไล่ฝนนี้นางแค่บังเอิญทำขึ้นมาเพื่อฆ่าเวลาในยามว่าง

            ผ้าไหมสีขาวสะอาดถูกมัดเป็นศีรษะกลมมนมีใบหน้ายิ้มแย้มดูน่ารักน่าเอ็นดู และเย่ชิงชิงได้เพิ่มช่วงลำตัวให้มันด้วยนับว่าเป็นมัดผ้าที่พอจะเรียกว่าเป็นตุ๊กตาได้อยู่

            ตุ๊กตาผ้าตัวน้อยที่ดูซื่อๆน่ารักน่าเอ็นดูนี้ ดึงดูดความสนใจจากเซี่ยซางจวี๋ได้อย่างคาดไม่ถึงในยุคที่ของเล่นหายากเช่นนี้เพียงแค่ตุ๊กตาตัวหนึ่งก็ถือว่าแปลกใหม่และน่าสนใจแล้ว

            ยังเป็นเด็กน้อยอยู่สินะเย่ชิงชิงยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าสีต่างๆ ที่ตัดเย็บใหม่ๆออกมาอย่างเหมาะเจาะ พร้อมกับปิ่นประดับมุกและดอกไม้ผ้าไหมเล็กๆ น้อยๆ

            เซี่ยซางจวี๋โตแล้วมิใช่เด็กเล็ก หากจะให้เพียงตุ๊กตาผ้าตัวหนึ่งไว้เล่น อีกไม่นานนางคงจะเบื่อความสนุกของตุ๊กตาผ้าอยู่ที่การแต่งกาย ด้วยธรรมชาติของผู้หญิงที่รักสวยรักงามการแต่งกายเช่นนี้จึงทำให้พวกนางเพลิดเพลินไม่รู้เบื่อไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายให้ตุ๊กตา สัตว์เลี้ยงตัวน้อย หรือสิ่งอื่นๆ

            เครื่องประดับศีรษะเล็กๆน้อยๆ อย่างปิ่นประดับมุกและดอกไม้ผ้าไหมนั้น เย่ชิงชิงเคยใช้เมื่อสองปีก่อนครั้นถูกคัดทิ้งไปก็มามีประโยชน์ในครานี้ เซี่ยซางจวี๋รู้สึกแปลกใหม่ยิ่งนักมิได้รังเกียจของเก่าเหล่านี้ นางนั่งจัดแจงมันบนโต๊ะเล็กข้างๆ อย่างสนุกสนาน

            เผยรุ่นจือมองสบตากับเย่ชิงชิงแล้วยิ้มตอบนางหลบหน้าหนีไม่สนใจ แต่เขาก็มิได้ใส่ใจหันหน้าไปพูดคุยกับนางซูเกี่ยวกับแผนการของตนแทน

            ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันมานานถึงเพียงนี้ความไว้วางใจจึงลึกซึ้งยิ่งนักการเปิดตัวผลไม้ในน้ำเชื่อมจึงตกลงราคากันได้อย่างรวดเร็วและมีการร่างสัญญาขึ้นมาทันที

            ด้วยความที่เซี่ยซางจวี๋ติดตามมาด้วยเผยรุ่นจือจึงมิได้อยู่ทานอาหาร เมื่อเจรจาเรื่องต่างๆ เสร็จสิ้นก็ขอตัวกลับ

            เดิมทีเรื่องนี้เขาไม่จำเป็นต้องมาด้วยตนเองก็ได้แต่เขาก็ยังมาหาแน่นอนว่าส่วนหนึ่งคือความเคารพที่มีให้ นางซูเข้าใจหลักการนี้จึงนำของทุกอย่างที่บ้านตนทำไปเสนอให้กับห้างร้านไท่หรานเป็นที่แรกและส่งให้ห้างร้านนี้เพียงแห่งเดียว

            กระทั่งถึงเวลาจะกลับเซี่ยซางจวี๋กะพริบตาแล้วลุกขึ้นยืน มือยังถือตุ๊กตาที่กำลังจัดแต่งไว้นางซูเห็นนางชอบจึงยิ้มแล้วเอ่ยว่า “แม่นางเซี่ยเล่นแล้วสนุกก็เอาติดตัวกลับไปเถิด”

            เซี่ยซางจวี๋ชะงักไปครู่หนึ่งก้มหน้ามองสิ่งที่อยู่ในมือ ก่อนจะโยนมันกลับลงบนโต๊ะ แล้วหันหน้าหนี“ข้าไม่เอา ขอบใจในความปรารถนาดีของพวกเจ้าแล้วกันเดี๋ยวข้าจะให้หมัวมัวของข้าทำตัวใหม่ให้ ข้าจะเอาที่สวยกว่านี้!”

            เย่ชิงชิงรู้สึกหมดคำพูดเมื่อครู่นางยังเล่นอย่างสนุกสนานอยู่เลย หากมิใช่เพราะเห็นแก่หน้าเผยรุ่นจือพวกนางคงไม่ลดตัวมาเอาใจคนเช่นนี้หรอก

            “...อืม เอาสิ” นางซูพยักหน้าเมื่อเห็นนางรังเกียจของสิ่งนี้ก็มิได้กล่าวอะไรอีก

            เผยรุ่นจือมองดูเหตุการณ์นี้โดยมิได้กล่าวสิ่งใดถอนหายใจเบาๆ แล้วเอ่ยว่า “วันนี้พวกข้ามารบกวนพวกท่านแล้วพวกเราขอตัวลา”

            นางซูยิ้มอย่างไม่ใส่ใจจะมีอะไรรบกวนกันเล่า คุณชายเจ้าของห้างเต็มใจพาคนมาเยี่ยมเยียนเช่นนี้ก็ยิ่งดูสนิทสนมกันดี

            เผยรุ่นจือโบกมือให้นางไม่ต้องไปส่งขณะนั้น เขาจ้องมองเย่ชิงชิงอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะเดินออกไป

            เย่ชิงชิงนั่งอยู่ที่เดิมหลุบตาลงมิได้กล่าวสิ่งใดคุณชายเจ้าของห้างใกล้จะอายุครบวัยที่จะออกเรือนในฤดูสารทครั้งหน้านางเดาว่าตระกูลเผยคงตั้งใจจะหมั้นหมายให้เขาเดิมทีคิดว่าตัวเลือกที่เป็นไปได้มากที่สุดคือเคออิ๋งอิ๋งใครจะคิดว่ากลับมอบให้กับคุณชายใหญ่เผยไปเสียแล้วและเหตุผลที่คุณหนูเซี่ยเดินทางมา แปดในสิบส่วนต้องเป็นเพราะเขาแน่

            แต่สิ่งเหล่านี้ก็มิได้เกี่ยวข้องกับนางเลยในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ ควรหลีกเลี่ยงให้ห่างไกลไว้ก่อนดีที่สุด

            เพียงชั่วพริบตาฤดูสารทอีกปีก็มาเยือน ทั่วท้องทุ่งสุดสายตาล้วนเป็นสีทองอร่ามน่ามองฤดูเก็บเกี่ยวอันแสนวุ่นวายได้มาถึงแล้ว!

            ทุกครัวเรือนต่างม้วนแขนเสื้อขึ้นมาขะมักเขม้นทำงานเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกนำไปตากแดดให้แห้งสนิทเพื่อเก็บรักษา

            ผู้ใหญ่ลงนาฟาดฟันกับข้าวด้วยเคียวส่วนเด็กๆ ก็มิได้ว่างงาน คอยส่งน้ำชาและช่วยงานเท่าที่จะทำได้และจับปลาข้าวและปลาหนีชิว [*] ในโคลนตมแต่ละคนจึงเนื้อตัวเปื้อนไปทั่วตัวประหนึ่งกลายเป็นตุ๊กตาโคลน

            บทกวีกล่าวไว้ว่าในกลิ่นหอมของรวงข้าว กล่าวถึงปีที่อุดมสมบูรณ์ได้ยินเสียงกบร้องก้องไปทั่วท้องทุ่ง ในทุ่งนาป่าเขาแห่งนี้มิได้เป็นเพียงอาณาจักรของปลาและปลาหนีชิวเท่านั้นหากยังมีกบตัวอ้วนใหญ่ร้องก้องไปทั่วอีกด้วย

            กบมีหลายชนิดรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกัน ผู้คนมักจะเรียกรวมๆ ว่ากบเขียวบางตัวสีเขียวทั่วตัวดูน่าขนลุก แต่ก็ถือว่าเป็นสัตว์ที่ให้ประโยชน์ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงค่อนข้างชอบพวกมัน

            ในจำนวนนั้นมีกบชนิดหนึ่งที่สามารถนำมารับประทานได้ ด้วยเนื้อที่นุ่มราวกับเนื้อไก่จึงถูกเรียกว่ากบนา

            กบนาที่เติบโตในป่ากินแมลงและน้ำค้างเป็นอาหารพวกมันจึงมีสารอาหารมากมาย รสชาติอร่อย และดีต่อสุขภาพ ยิ่งไปกว่านั้นในยุคโบราณที่ปราศจากสารเคมี เนื้อของพวกมันจึงยิ่งสดและหวานยิ่งนัก

            ที่บ้านของเย่ชิงชิงมีนาข้าวเพียงสองสามหมู่ที่เคยเลี้ยงปลาข้าวมาก่อนส่วนนาข้าวอีกสิบกว่าหมู่ที่เพิ่งซื้อมาใหม่นั้นไม่มีปลาข้าวแต่กลับมีกบนาอยู่ไม่น้อย

            นางติดตามเย่จื้อเฟิงไปอย่างกระตือรือร้นถือตาข่ายที่ทำขึ้นเอง เตรียมอวดฝีมือครั้งใหญ่

            “ไม้ของเจ้ามันยาวเกินไป มันตีโดนข้าอยู่เรื่อย” เย่จื้อเฟิงเอ่ยด้วยความจนใจเดิมทีท่านแม่ให้นางอยู่บ้าน แต่นางก็ยังคงดื้อรั้นตามออกมา

            เย่ชิงชิงสวมหมวกสานยืนอยู่บนคันนาแล้วสำรวจไปรอบๆ“ข้ายังไม่คุ้นมือต่างหาก”

            นางยังจำเมื่อครั้งยังเยาว์วัยได้ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนที่บ้านยาย ท้องทุ่งเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยเท้าเต็มพื้นแต่ในเวลานั้นเพียงคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา

            วัยเด็กในชาติที่แล้วเมื่อหวนคิดถึงกลับรู้สึกว่าห่างไกลนักผู้ใหญ่หลายคนมักถอนหายใจกับช่วงเวลาที่ดีในอดีตและความสุขที่มิอาจกลับคืนมาได้อีกแล้ว

            “นี่พวกเจ้าเองรึ กล้าแข่งกันหรือไม่ว่าใครจะจับได้มากกว่ากัน?” มีคนร้องตะโกนมาจากอีกฟากหนึ่ง

            เย่จื้อเฟิงมองไปเห็นว่าเป็นพี่น้องสกุลหูก็หัวเราะออกมาทันที “อยากจะแข่งก็มาสิใครกลัวกันเล่า!”

            เย่ชิงชิงที่อยู่ด้านหลังถือไม้ไผ่ด้วยใบหน้าเรียบเฉย“พวกเด็กน้อยไร้เดียงสาเอ๊ย”

            อีกสามคนที่เหลือได้ยินดังนั้นมุมปากก็กระตุกเล็กน้อยการถูกเด็กที่อายุน้อยที่สุดวิจารณ์ว่าเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสาช่างเป็นเรื่องประหลาดที่ได้พบเจอ

            แม้จะอยู่ในวัยที่โตแล้วแต่ก็เป็นเพียงการเล่นสนุกเท่านั้น การแข่งขันจึงดำเนินไปตามที่ตกลงกันไว้

            เชิงอรรถ

            [*]ปลาหนีชิว (泥鳅) คือปลาน้ำจืดตัวเล็ก มักหาได้ในนา นิยมย่างกิน

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่เนียะหม่าล่าขาลุย!【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577