เทพสงครามมังกรเทวะ

    คลายผนึกกายมังกรเหมันต์บรรพกาล

    "นางเป็นลูกข้าใช่หรือไม่"เมื่อปิงเหยามายืนอยู่ต่อหน้า เฟยหรงกล่าวย้ำความกระจ่างให้กับทุกคนทั่วบริเวณ ปิงเหยาพยักหน้าตอบรับ

     

    "ใช่ นับตั้งแต่วันนั้นข้าก็พบว่าตัวเองตั้งครรภ์ ดังนั้งได้โปรดช่วยลูกของข้าด้วย" นางกล่าวพร้อมกับเตรียมตัวจะคุกเข่าให้กับชายหนุ่มพร้อมยื่นกระบี่ให้"

     

    "เหตุใดต้องทำเช่นนี้ ข้าไม่ใช่คนใจร้ายใจดำอะไรเสียหน่อย นางก็เป็นลูกข้าเช่นกันนะ"เฟยหรงกล่าวด้วยอารมณ์ที่โกรธเคืองเล็กน้อย หญิงสาวนางนี้เห็นเขาเป็นชายไร้ความรับผิดชอบขนาดนั้นเชียวหรือถึงกับคุกเข่าขอร้อง นี่มันออกจะเกินไปหน่อยกระมัง

     

    "ขะ ข้า!"เหมือนนางรู้ได้ว่าชายหนุ่มกำลังโกรธเคืองนาง ทำให้ปิงเหยาหมายจะกล่าวแก้ตัวแต่นางกลับโดนชายหนุ่มฉุดตัวนางขึ้นพร้อมโอบเอวท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย

     

    "ไม่ต้องกล่าวอะไรแล้ว เมื่อสี่ปีก่อนแม้ความสัมพันธ์ของเราอาจจะเกิดขึ้นเพราะเหตุไม่คาดฝันแต่ถึงอย่างไรมันก็เกิดขึ้นแล้ว และนับจากวันนั้นข้าก็ปฏิญานตนเองไว้แล้ว เมื่อพบเจอเจ้าอีกครั้งเจ้าจะไม่มีทางหนีข้าไปได้อีกครั้งที่สอง และแน่นอนข้าจะไม่ยอมให้เจ้าหนีไปไหนได้อีก"คำกล่าวของเฟยหรงประดุจฟ้าผ่ากลางใจของนางอย่างจัง ความเคลียดความกังวลต่างๆรวมถึงภาระที่แบกรับไว้บนบ่าของนางผู้เป็นผู้นำนิกายเขาลงมากจากคำพูดของชายที่โอบกอดนางอยู่นี้

     

    "ตะ แต่ข้าแก่ว่าเจ้าเป็นพันปีเลยนะ"ใบหน้าของปิงเหยาแดงระเรื้อเล็กน้อยเมื่อกล่าวจบก็หลบหน้าของชายหนุ่มอย่างน่ารัก

     

    "ฮ่าๆๆเจ้ากังวลเรื่องอายุหรือ เจ้าอย่าลืมสิว่าระดับเทวะขึ้นไปมีชีวิตอยู่ได้ราวกับเป็นนิรันทร์หากไม่ถูกฆ่าตาย แล้วแบบนี้พันปีของเจ้าไม่นับเป็นอะไรได้"เฟยหรงกล่าวอย่างขบขัน บางทีนี่อาจจะเป็นความกังวลทั้งหมดที่นางมีเลยก็ว่าได้ เนื่องจากหากมองจากสายตาของนางแล้วมันก็เหมือนกับว่าเฟยหรงยังคงเป้นทารกพึ่งหันเดินส่วนทางนั้นประดุจดังยายเฒ่าอย่างไรอย่างนั้นเลยทีเดียว

     

    "เรื่องอื่นไว้ค่อยคุยกัน ตอนนี้เราไปหาลูกของเรากันเถอะ"เฟยหรงลูบผมสีเงินของนางเบาๆประดุจลูบหัวแมวที่กำลังเสียขวัญเพื่อปลอบโยนก่อนที่จะเดินจับมือของนางไปทางปิงซินที่กำลังอุ้มเด็กน้อยที่กำลังอยุ่ในสภาพหนาวสั่น

     

    "ทะ ท่านแม่ข้าหนาวจัง"เมื่อเดินมาถึงเด็กสาวผมสีเงินพูดด้วยสีหน้าที่แสนทรมาน

     

    "เด็กโง่ เจ้ากำลังจะหายเป็นปกติแล้วนะ พ่อของเจ้ามารักษาเจ้าแล้ว"ปิงเหยาจับมืออันเย็นยะเยือกของหญิงสาวเอาไว้พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น เด็กหญิงตัวน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หันไปข้างๆผู้เป็นแม่ที่ตอนนี้มีชายหนุ่มกำลังยืนมองนางด้วยรอยยิ้มด้วยสภาพเปลื่อยท่อนบน

     

    "ท่านคือท่านพ่อหรือเจ้าคะ ทำไมท่านพ่อของลี่อินถึงได้ปล่อยท่อนบนเช่นนี้ละเจ้าคะ ท่านพ่อไม่หนาวหรือ"นางกล่าวถามอย่างน่ารัก แม้จะรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห้นหน้าผู้เป็นพ่อครั้งแรกแต่ในทางกลับกันนางกลับเป็นห่วงเฟยหรงเอามากๆเพราะกลัวว่าจะหนาวเหมือนกับนาง

     

    "เด็กดีๆพ่อไม่หนาวหรอก มาให้พ่อกอดเจ้าสักหน่อย"เฟยหรงเอ๋ยขึ้นอย่างอบอุ่นในใจเต้มไปด้วยความคื่นเต้นที่จะได้โอบกอดผู้เป็นดังบุตรสาว

     

    ปิงซินเมื่อเห็นดังนั้นนางรีบส่งเด็กสาวจากอ้อมกอดของนางให้ไปอยู่กับเฟยหรงในทันที ในเวลานี้ภาพครอบครัวที่อบอุ่นได้ประจักษ์แก่สายตาของผู้คนของหอกระบี่ดาวตกและนิกายหิมะสวรรค์

     

    ชายหนุ่มเมื่อได้ลูกสาวอยู่ในอ้อมกอดชายหนุ่มก็พลันน้ำตานองหน้าอย่างช่วยไม่ได้ ใครเป็นคนบอกกันว่าผู้ที่มีพรสวรรค์ของมังกรนั้นมีลูกยาก เขาอยากจะก่นด่าพวกมันเสียจริงๆมีลูกยากประสาอะไร ในเวลานี้หากนับลูกที่อยุ่กับเฟิงเสวียที่ทวีปศักดิ์สิทธิ์เขาก็มีบุตรถึงสองคนแล้ว

     

    'ปีศาจน้อยข้าเข้าใจสิ่งที่เจ้ากำลังคิด การที่เจ้ามีลูกง่ายนั่นเพราะหนึ่งภรรยาของเจ้าคนหนึ่งใช้เม็ดยาเข้าช่วยส่วนอีกคนก็ได้เสียกับเจ้าในเวลาที่พลังของเจ้ายังไม่ถึงจักรพรรดิด้วยซ้ำดังนั้นจึงทำให้พรสวรรค์ยังตื่นไม่เต็มที่ แต่นับจากนี้ไปการที่จะมีคนที่สาม สี่ หรือคนต่อๆไปจะยากมาก'กู่เทียนหลงกล่าวประดุจอ่านใจของลูกศิษย์ได้อย่างไรอย่างนั้น

     

    'ขอบคุณอาจารย์ที่ไขความกระจ่างขอรับ'แม้จะแปลกใจไม่น้อย แต่เฟยหรงก็กล่าวขอบคุณผู้เป็นอาจารย์สำหรับข้อมูลก่อนที่ตัวเขาจะหันไปมีสมาธิกับเด็กหญิงในอ้อมกอด

     

    "ลูกพ่อต่อไปจะไม่ต้องเจ็บปวดอีกแล้วนะ แต่กระบวนการนี้เจ้าต้องทนหน่อย"เฟยหรงหยิบมีดออกมาจากแหวนมิติกรีดไปที่มือของตนเองก่อนที่จะหยุดลงบริเวณหน้าผากของเด็กหญิงตัวน้อยอีกมือขับเคลื่อนปราณมังกรที่บริสุทธิ์เข้าสู่ร่างกายของนางเพื่อเปิดเส้นลมปราณที่มีปราณหยินอุดตันอยู่จำนวนมาก

     

    เมื่อกายศักดิ์สิทธิ์มังกรเหมันต์บรรพกาลได้ดูดซับเลือดของเฟยหรงเข้าไปมันก็ประดุจได้พบเจอต้นกำเนิดของมันอย่างไรอย่างนั้น ทั่วทั้งบริเวณในระยะหนึ่งลี้อยู่ดีๆก็มีเกล็ดหิมะตกลงมาไม่ขาดสาย การตื่นของกายศักดิ์สิทธิ์สายน้ำแข็งนี้เรียกได้ว่าเหนือล้ำกว่าสิ่งใดจะเทียบเคียง ตัวของปิงลี่อินบุตรสาวแห่งเฟยหรงและปิงเหยาได้เกิดการปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่

     

    บริเวณระหว่างคิ้วของนางปรากฏสัญลักษณ์เกล็ดหิมะขึ้นทำให้นางดูงดงามและน่ารักอย่างถึงที่สุด พร้อมทั้งบริเวณหลังหากสังเกตุดีๆจะมีปานรูปมังกรสีขาวตัวใหญ่สลักอยู่ กระบวนการนี้กินเวลาเพียงไม่กี่ชั่วยามเท่านั้นปรากฏการณ์ต่างๆก็หายไปราวกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้น ณ ที่แห่งนี้

     

    เฟยหรงยกยิ้มให้กับเด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดอย่างอบอุ่น ในตอนนี้ตัวนางกระพริบตาปริบๆใบหน้าเเจ่มใสขึ้นกว่าเก่าและไม่มีความหนาวเย็นเกิดขึ้นในร่างกายของนางอีกต่อไป ตบะพลังพุ่งทยานไปถึงก่อเกิดปราณขั้นที่แปดเลยทีเดียวเรียกได้ว่าห่างจากพี่สาวของนางอย่างเฟิงหยุนเยว่เพียงแค่หนึ่งระดับเพียงเท่านั้นเอง

     

    "ลี่อิน ลูกหายเป็นปกติแล้ว"เฟยหรงและปิงเหยายกยิ้มให้บุตรสาว เด้กน้อยในอ้อมกอดยังคงกระพริบตาปริบๆอยู่อย่างนั้นก่อนจะนางจะค่อยๆกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเคลือ "หายแล้ว!! ลี่อินไม่หนาวแล้ว"

     

    "ท่านพ่อ ท่านแม่"นางลุกขึ้นกระโดดกอดทั้งเฟยหรงและปิงเหยาที่นั่งข้างๆกันอย่างดีใจ ในที่สุดนางก็แข็งแกร่งเหมือนกับเด็กคนอื่นๆเสียทีทั้งยังดูเหมือนจะมีกำลังมากกว่าเด็กทั่วๆไปด้วยซ้ำและด้วยความดีใจนั่นเอง มันก็ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะกระโดดโลดเต้นไปมาหลังจากที่กอดผู้เป็นพ่อและแม่ของนางแล้ว

     

    "ฮุฮุ ยินดีด้วยศิษย์ข้าแต่เราต้องไม่ลืมนะว่าเด็กคนนี้จะไปอยู่กับเจ้าที่พระราชวังเยือกแข็งไม่ได้จนกว่านางจะแข็งแกร่งกว่านี้ ดังนั้นระหว่างที่ยังมีเวลาก็ใช้เวลานั้นให้ดีๆละ พวกข้าจะอยู่ที่นี่ต่ออีกสักหนึ่งเดือน"เสวียเหม่ยป้องปากและกล่าวออกมา หากกล่าวตามตรงนางอยากจะเอาเด็กสาวไปด้วยแต่พระราชวังเยือกแข้งของนางหาใช่ขุมกำลังธรรมดาๆและคนที่เข้าไปอยู่ที่นั่นได้ก็ต้องไม่ธรรมดาเช่นกันทั้งตบะพลังยังต้องมากพออีกด้วย

     

    "ศิษย์เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ท่านอาจารย์"

     

    "ปิงซิน นับจากนี้ข้าขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นเจ้านิกายคนต่อไปและมีอำนาจเด้ดขาดนับจากวันนี้เป็นต้นไป"ปิงเหยาหันไปหาศิษญ์รักพร้อมกล่าวคำสั่ง ในระหว่างที่นางกำลังใฝ่หาความแข็งแกร่งนั้นปิงซินเป็นศิษย์สืบทอดของนางต้องรับหน้าที่ตรงนี้แทนนั่นคือโชคชะตาที่ไม่อาจเลี่ยงได้

     

    "ศิษย์รับคำสั่งเจ้าค่ะ ข้าขอรับรองว่าจะดูแลนิกายหิมะสวรรค์เป็นอย่างดี"ปิงซินคุกเข่าลงและกล่าวปฏิญานตน นับจากนี้นิกายหิมะสวรรค์จะมีประมุขนิกายชื่อปิงซินนับจากนี้ไป

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน