บทที่ 14 ซวงเอ๋อร์ไม่ใช่สัตว์เล่นของท่าน
ได้ยินคำขอไร้ยางอายของฉู่เฟิงแล้ว ซวงเอ๋อร์ก็ทั้งโกรธทั้งอาย กำปั้นน้อย ๆ ทุบลงบนไหล่ของฉู่เฟิงอย่างแรง จนฉู่เฟิงต้องกัดฟันถอยหลังไปสองก้าว ดวงตาเบิกกว้าง ก่อนเอ่ยเสียงดังว่า “ซวงเอ๋อร์ ถ้าเ้าไม่เต็มใจก็พูดดี ๆ กับข้า เหตุใดต้องลงมือด้วย”
“เพราะท่านไม่ให้เกียรติตัวเอง ข้าจึงจำเป็ต้องลงมือเ้าค่ะ”
ซวงเอ๋อร์กล่าวด้วยใบหน้าเ็า
ใครจะคิดว่าฉู่เฟิงจะถามอย่างองอาจว่า “ซวงเอ๋อร์ เ้าบอกข้ามา เ้าเป็คนของข้าหรือไม่ เพื่อปกป้องข้า เ้าจะยอมสละชีวิตของตนเองหรือไม่”
ซวงเอ๋อร์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “เ้าค่ะ ซวงเอ๋อร์เป็บ่าวของคุณชาย ย่อมพร้อมสละชีวิตเพื่อปกป้องท่านอย่างแน่นอน เพียงแต่…ซวงเอ๋อร์ไม่ใช่สัตว์เล่นของท่านเ้าค่ะ!”
“อีกสามวัน ข้าต้องประลองตัดสินกับหลี่ฮุย! บอกได้เลยว่า โอกาสรอดของข้านั้นริบหรี่! ในที่สุดข้าก็นึกวิธีที่พอจะทำให้ข้ารอดได้ โดยการดูจากตัวเ้า ข้าอาจคาดเดาความแข็งแกร่งของหลี่ฮุยได้ ทำให้ข้ามีความหวังที่จะมีชีวิตรอด แต่เ้าเล่า เพียงเพราะเื่ระหว่างบุรุษและสตรี เ้ากลับทำลายความหวังของข้า ทั้งที่ยังบอกว่าจะยอมสละชีวิตเพื่อข้า เ้าไปเถอะ อีกสามวัน ถ้าข้าถูกหลี่ฮุยสังหาร เ้าคงพอใจแล้ว เ้าคงจะได้เจอเ้านายที่ดีกว่าข้า”
ฉู่เฟิงยิ่งพูดก็ยิ่งเหมือนโกรธ จากนั้นก็แสร้งทำเป็ผิดหวัง ก่อนเปิดประตู โบกมือไล่ซวงเอ๋อร์
คราวนี้ซวงเอ๋อร์กลับลังเล นางกัดริมฝีปากแน่น คลื่นความคิดมากมายปั่นป่วนอยู่ในใจ!
ชีวิตของเขาหรือความบริสุทธิ์ของนางสำคัญกว่ากัน?
นางครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง ในที่สุดก็ตัดสินใจเอ่ยปาก “คุณชาย ท่านแน่ใจหรือว่า เพียง้าทดสอบฝีมือของนายท่านหลี่ ผ่านทางข้า มิใช่คิดรังแกข้า”
“เวลาเช่นนี้ ข้าจะคิดอันใดได้ แม้จะสามารถควบคุมเ้าได้ ก็มิอาจทำสิ่งใดตามอำเภอใจได้ ฝีมือเ้าสูงส่งเช่นนั้น หากคิดหลบหนี ย่อมทำได้โดยง่าย ข้าเพียงอยากรู้ว่า หากมิได้ใช้สองมือ ควบคุมผู้ฝึกยุทธ์ฝีมือเยี่ยมยอดเช่นเ้า เ้าจะสามารถหลุดพ้นจากการควบคุมของข้าได้หรือไม่”
แม้ฉู่เฟิงรู้สึกสนุกอยู่ในใจ แต่ก็มิอาจเผยรอยยิ้มออกมาได้ ไม่อย่างนั้นคงจะพลาดสิ่งที่้าเป็แน่
“เช่นนั้น… ก็ย่อมได้ แต่เื่วันนี้ คุณชายห้ามปริปากบอกผู้ใดเด็ดขาดเ้าค่ะ”
ใบหน้าเ็าของซวงเอ๋อร์ขึ้นสีระเรื่อ เสียงของนางแ่เบา ราวกับเสียงยุงบิน ทำเอาฉู่เฟิงแทบจะะโโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น
“เ้าตกลงแล้วหรือ…” ฉู่เฟิงพยายามเก็บซ่อนความตื่นเต้น เอ่ยถามเสียงเบา
ซวงเอ๋อร์พยักหน้า ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อ แต่ร่างกายบอบบางกลับยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่ขยับเขยื้อน
“เช่นนั้น พวกเราก็ไปที่ห้องนอนของข้าเถิด”
ฉู่เฟิงกล่าวพลางเตรียมตัวออกจากห้องหนังสือ ในใจคิดว่า ยัยเด็กคนนี้ช่างซื่อสัตย์เสียจริง!
“ไม่ต้อง… ไม่ต้องไปบนเตียงหรอกเ้าค่ะ ข้า… ไม่คุ้นเคย ทำที่นี่ก็ได้”
"คุณชายเ้าคะ…" ซวงเอ๋อร์เอ่ยเสียงเบา ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อ รู้สึกราวกับว่าหากนางต้องขึ้นไปอยู่บนเตียง ถูกคุณชายกดร่างเอาไว้ คงไม่ต่างอะไรกับการยอมมอบกายให้เขา หากเื่นี้รู้ไปถึงหูผู้อื่น นางคงไม่เหลือความบริสุทธิ์อีกต่อไป
"เช่นนั้นก็ได้" ฉู่เฟิงกล่าวพลางปิดประตูห้องหนังสือ ก่อนจะยืนอยู่ตรงหน้าซวงเอ๋อร์และพยักพเยิดให้นางนอนราบลงไปกับพื้น
ซวงเอ๋อร์หน้าแดงก่ำ ใจหนึ่งก็ลังเล ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาคุณชายของตน นางต้องนอนราบกับพื้นให้คุณชายกดร่างลงมาจริง ๆ หรือ นี่มันน่าอายเกินไปแล้ว!
"เช่นนั้น... หรือเ้าอยากให้ข้านอนลงไป แล้วเ้าค่อยขึ้นมากดข้าไว้ ให้ข้าลองดูว่าจะสามารถดิ้นหลุดออกมาได้หรือไม่" ฉู่เฟิงเอ่ยถาม ก่อนจะทำท่าเอนกายลงนอน
ซวงเอ๋อร์รีบเอ่ยเสียงเบา "เช่นนั้น... เช่นนั้น คุณชายลองกอดข้าไว้ แล้วดูว่าจะสามารถทำให้ข้าล้มลงได้หรือไม่ไม่ดีกว่าหรือเ้าคะ"
"ก็ได้" ถึงแม้ฉู่เฟิงจะไม่ค่อยพอใจนัก แต่ก็รู้ดีว่านี่คือขีดจำกัดของซวงเอ๋อร์แล้ว
ในเวลาต่อมา ฉู่เฟิงก็โอบกอดซวงเอ๋อร์เอาไว้ กลิ่นกายหอมกรุ่นนุ่มนวลทำให้เขาเผลอซุกจมูกเข้ากับลำคอขาวผ่องของนางอย่างไม่อาจหักห้ามใจ ซวงเอ๋อร์ถึงกับหน้าร้อนผ่าว เกือบจะโกรธขึ้นมา "คุณชายโปรดสำรวมตัวด้วยเ้าค่ะ ข้า..."
"ข้าผิดเองได้รึ เ้าช่างหอมเย้ายวน ใจข้าก็บุรุษธรรมดา มิอาจต้านทาน พอแล้ว เริ่มกันเถิด"
ว่าแล้ว เขาก็ตรงเข้าหานาง หวังจะคว่ำนางลง
"ปล่อย!"
นางร้องเสียงดังลั่น ร่างน้อย ๆ ที่เคยอ่อนยวบ กลับแข็งแกร่งขึ้นมา ฉู่เฟิงรู้สึกราวกับเท้าลอยจากพื้น ร่างกายไม่อาจควบคุมได้ นางช่างมีพลังมากมาย หรือจะเป็พลังภายในที่รุนแรงเช่นนี้!
โครม!
ในที่สุด ฉู่เฟิงก็ถูกโยนลงพื้นอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง "อีกครั้งเถิด เมื่อครู่ข้าไม่ทันระวัง"
ฉู่เฟิงกล่าวพลางโอบกอดนางอีกครา คราวนี้แน่นกว่าเดิม เท้าแยกออก ย่อตัวลงเล็กน้อย บังคับจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำ "มาเถิด!" ฉู่เฟิงร้องท้าทาย
ซวงเอ๋อร์พยายามอีกหลายครั้ง แต่ก็ทำได้เพียงทำให้เท้าของฉู่เฟิงลอยจากพื้น ไม่อาจทำให้เขาล้มลงได้
นางเริ่มหายใจหอบ ฉู่เฟิงเริ่มยิ้มย่องในใจ ยังไม่ทันได้โต้ตอบ ร่างน้อย ๆ ของนางก็บิดตัวอย่างรวดเร็ว ดิ้นหลุดจากอ้อมกอดของฉู่เฟิงราวกับลูกแมว นี่มันวิชาตัวเบาชัด ๆ!
"มาสู้กันต่อ! ข้าไม่เชื่อว่าจะล้มเ้าไม่ได้!"
ฉู่เฟิงพูดพลางโอบกอดนางอย่างหน้าไม่อาย ครานี้ยังเหยียดขาแทรกเข้าไปใกล้นาง รอจังหวะจะสะดุดขาให้นางล้มลง
"มันขึ้นอยู่กับท่านเ้าค่ะ"
ซวงเอ๋อร์เอ่ย พวงแก้มแม้จะไม่แดงระเรื่อเท่าครู่ก่อน แต่ใจกลางยังคงขวยเขิน คุณชายเ้าเล่ห์ผู้นี้ ชอบแนบใบหน้าเข้ามาใกล้นางเหลือเกิน จนรู้สึกจักจี้ยิ่งนัก…
"เช่นนั้น ข้าจะล้มเ้าแล้ว"
ฉู่เฟิงเอ่ยจบก็ออกแรงทันที ทว่าซวงเอ๋อร์ผู้นี้กลับพลิ้วไหวราวกับพฤกษาลู่ลม ร่างกายบางเบาราวกับแนบติดอยู่กับร่างกายเขา ไม่อาจทำให้นางร่วงหล่นลงพื้นได้!
วิชาตัวเบากับลีลาเกี่ยวรัดช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก!
แม้ฉู่เฟิงจะพยายามสะบัดกายเท่าใด นางก็หาได้ร่วงหล่นไม่ กลับยิ่งรัดแน่นเข้ากับร่างกายเขา ไม่ว่าเขาจะออกแรงเพียงใด
ไม่นานนัก ฉู่เฟิงก็เริ่มเหงื่อไหล แต่นางยังคงไม่ยอมล้มลงง่าย ๆ ยังคงรัดแน่นอยู่บนร่างเขา นี่ช่างท้าทายทุกแรงกายของเขา
ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัวของฉู่เฟิง เขาจึงแกล้งทิ้งตัวลงบนพื้น ก่อนจะรวบร่างซวงเอ๋อร์เอาไว้แน่น แล้วพลิกตัวอย่างรวดเร็ว หวังจะกดร่างให้นางอยู่ใต้ร่างเขา
แต่ใครจะคาดคิด นางกลับออกแรงดันท้องน้อย จนมีช่องโหว่ จากนั้นก็บิดกายอย่างคล่องแคล่ว แล้วะโหนีไปได้อย่างง่ายดาย
ด้วยความเหนื่อยล้า ฉู่เฟิงนั่งลงบนพื้น พลางโบกมือกล่าวด้วยเสียงหอบ "ซวงเอ๋อร์ เ้าช่างเก่งกาจยิ่งนัก ข้ายอมรับว่ามิอาจเทียบฝีมือเ้าได้ หากหลี่ฮุยผู้นั้นมีฝีมือเทียบเท่าเ้า ข้าคงยอมรับชะตากรรมแต่โดยดี"
ซวงเอ๋อร์ค่อย ๆ ย่อตัวลง มองสบตาฉู่เฟิง ก่อนเอ่ย"แท้จริงแล้ว ฝีมือของข้าเหนือกว่าลี่ฮุยผู้นั้น ยามนั้น ข้าแอบไปท้าประลองกับจอหงวนคนใหม่มาแล้ว" นางเว้นวรรคเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อ "แต่หากท่าน้าเอาชนะหลี่ฮุย สิ่งที่ดีที่สุดคือทำให้เขาใช้พลังภายในไปให้มากที่สุด พลังที่เหลืออยู่จะได้ไม่เพียงพอต่อกรกับท่าน"
ฉู่เฟิงจ้องมองดวงตากลมโตของซวงเอ๋อร์ รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้า "เ้าช่างดีกับข้าเหลือเกินซวงเอ๋อร์" พูดจบก็คว้าตัวซวงเอ๋อร์ที่มิได้ทันระวังตัวเข้ามาสวมกอด
ซวงเอ๋อร์ดิ้นรนจะผลักไสออก แต่ฉู่เฟิงเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน "ซวงเอ๋อร์ เ้าเห็นเรือนร่างข้าจนหมดแล้ว เช่นนี้ยังคิดจะแต่งให้ผู้อื่นอีกหรือ"
ร่างเล็กชะงักค้าง รีบเอ่ยเสียงเบา "ข้าจะไม่แต่งงานกับผู้ใด"
"เช่นนั้นก็เท่ากับว่าเ้าคือสตรีของข้า ไยต้องดิ้นรนเช่นนั้นเล่า ข้าคือบุรุษของเ้า" กล่าวจบ ฉู่เฟิงก็ประกบริมฝีปากลงบนกลีบปากหอมของนางอย่างรวดเร็ว
ััจากจุมพิตอันเร่าร้อน กลิ่นกายของบุรุษรุนแรง ต่างประดังประเดเข้ามา ทำให้ซวงเอ๋อร์ผู้ซึ่งฝึกฝนวิทยายุทธ์มาตลอด รู้สึกราวกับสมองว่างเปล่า ชั่วขณะหนึ่งนางมิอาจขัดขืน ปล่อยให้ริมฝีปากของเขา่ชิงความหอมหวานจากนางแต่โดยดี