เสียงฝนกระทบหลังคาในยามเช้าปลุกร่างเล็กที่อยู่ใต้ผ้าห่มให้ตื่นขึ้นอย่างอัตโนมัติ
“เช้าแล้วหรอเนี่ย ”ไนร่าพูดพร้อมกับหาวออกมา
เธอเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเช้าห้องน้ำก่อนจะแต่งตัวแล้วเดินมาลงมาโต๊ะอาหารที่ประจำ
“มาแล้วหรอจ้ะ” แม่หันมาทักทายลูกสาว
“อยากนอนต่อมากค่ะแม่” ไนร่าฟุบลงกับโต๊ะกินข้าวครู่หนึ่ง ก่อนจะดันร่างตัวเองให้ลุกไปหยิบชาม
“พี่ตะวันยังไม่ตื่นหรอคะ?” ไนร่าชะเง้อมองหาพี่ชาย
“ยังเลยจ้ะลูก เมื่อคืนไปเตะฟุตบอลมาทั้งวันน่าจะเหนื่อยคงจะนอนยาว” แม่วางจานผัดผักบุ้งที่มีควันคลุ้งเพราะเพิ่งออกจากกระทะใหม่ๆ
เมนูเช้านี้คือข้าวต้มกุ้งและผัดผักบุ้ง ของโปรดอีกอย่างของไนร่า เธอนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย สายตาที่จ้องไปที่จอทีวีที่ผู้ประกาศชายหญิงกำลังนำเสนอข่าวด้วยน้ำเสียงที่ดุดันในเนื้อหา
เมื่อรับประทานเสร็จไนร่าก็ติดรถมากับพ่อที่กำลังจำไปทำงานเพราะถ้าเดินมาจากบ้านเอง เธอคงเปียกก่อนจะถึงโรงเรียนแน่นอน
“กัสมาเร็วจัง” ไนร่าทักกัสที่กำลังเคี้ยวหมูปิ้งอยู่ในปากอย่างเอร็ดอร่อย
“โดนแม่ปลุกแต่เช้านี่สิ”เพื่อนสาวทำหน้ามุ้ย
ไนร่าวางกระเป๋าไว้ที่โต๊ะเธอเลื่อนเก้าอี้ออกก่อนจะค่อยๆ นั่งลงไป
“วันหยุดนี้ไปเที่ยวกันเปล่า?”ไนร่าจ้องไปที่เพื่อน
“อีกตั้งสามวันกว่าจะหยุด ว่าแต่ไปไหนอ่ะ”
“ดูหนังกันมั้ย?แต่น่าจะเป็นช่วงบ่ายนะ ตอนเช้าต้องไปส่งพี่ตะวันที่สนามบิน”
“พี่ตะวันจะกลับแล้วหรอ?”
“ใช่ ไม่อยากให้กลับเลย”ไนร่ากลับมาทำหน้าเศร้า
“โอ๋ๆไม่ต้องเศร้านะคนดี” กัสคว้าเพื่อนเข้ามากอดแล้วลูบหัวเหมือนแม่ที่กำลังปลอบลูก ทำให้ไนร่าหลุดหัวเราะเสียงดัง
“สองคนนี้ทำอะไรกัน?”หวานที่เพิ่งเดินมาถามด้วยความสงสัย
“มาพอดีเลย วันเสาร์นี้ไปดูหนังกัน”กัสหันไปมองหวาน
“เสาร์บ่ายด้วยนะ” ไนร่าเสริม
“ได้สิ อยากไปพอดีเลย”
แสงแดดเริ่มมาแทนที่เม็ดฝนที่หยดลงมาในช่วงเช้ามืด เสียงออดเข้าเรียนดังขึ้นนักเรียนต่างเข้าเข้าประจำที่ตนเองก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาเรียนตามที่ครูแต่ละท่านได้ผลัดกันเข้ามาสอน
พักเที่ยง
“นึกว่าฝนจะไม่หยุด เกือบได้นั่งที่ห้องทั้งวันแล้วเชียว”กัสวางขนมลงบนโต๊ะประจำ
“บ่นเก่งจังกัส”หวานหันไปดุเพื่อนแล้วเผยยิ้มออกมา
ไนร่าที่กำลังจะนั่งได้มีมือหนึ่งคว้าแขนของเธอเอาไว้
“เอ๊ะ!” เธอหันไปที่ผู้ชายที่กำลังจับแขน
“พี่ขอคุยด้วยหน่อย”
“มีอะไรคุยกันตรงนี้ก็ได้ค่ะ”
“พี่ยืมตัวเพื่อนแปบนะ”สกายหันไปยิ้มให้หวานและกัส ที่กำลังทำหน้าอึ้งเพราะทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะดึงมือไนร่าให้เดินตามหลังไปแล้วก็หยุดที่โต๊ะหลังห้องพยาบาล
“มีอะไรคะ ไนร่ารีบ”
“โห พี่คิดถึง” สกายทำหน้าอ้อน
“แสดงว่าหายป่วยแล้ว”
“เป็นห่วงพี่ละสิ” เขายังคงทำหน้าทะเล้น และจ้องไปที่ใบหน้าเล็ก ก่อนจะยิ้มออกมา
“ยิ้มอะไรคะ?” เธอหันไปทำหน้าดุใส่เขา
“ยิ้มให้คนน่ารักไม่ได้หรอครับ”
“เวอร์แล้ว”ไนร่าก้มหน้าเพราะความเขิน
สกายหันไปหยิบกีตาร์ที่อยู่ข้างๆเขา ก่อนจะเล่นเพลง รักเธอคนเดียวและจ้องไปที่สาวน้อยที่อยู่ตรงหน้า
“พี่จะทำอะไร อายคน” ไนร่าทำเสียงดุเขาเบาๆ
สกายที่ไม่สนใจในคำพูดของไนร่า ยังคงเล่นเพลงต่อไป และตอนนี้ไนร่ากำลังเคลิ้มในเสียงที่ไพเราะของเขาจังหวะที่ทั้งสองสบสายตากัน ใบหน้าที่แดงก่ำของไนร่าทำให้เด็กหนุ่มยิ้มอย่างมีความสุข เขาเล่นจนจบเพลง ก่อนจะพูดขึ้น
“เพลงนี้พี่ให้ไนร่านะ”สกายยกมือขึ้นมาลูบผมตัวเองแบบเขินๆ
เสียงมือถือของไนร่าดังขึ้น
“ฮัลโหลค่ะพี่คิม”
สกายที่ได้ยินชื่อของคิมถึงกลับรีบหันไปจ้องที่ไนร่า
“ทานข้าวหรือยังครับ?”
“ทานแล้วค่ะ”
“ครับงั้นพี่ไม่กวนแล้วนะ”
“ครับ พี่กวนมากๆ”เสียงสกายที่พยายามพูดเพื่อให้เข้าไปในสาย
“เสียงใครน่ะไนร่า” คิมที่กำลังสงสัย
“เอ่อ..เสียงคนแถวนี้ค่ะ ไม่มีอะไรค่ะ”ไนร่าพูดแบบกุกกัก
“เสียงสกายครับพี่ตอนนี้ผมนั่งอยู่กับไนร่าสองคน”
“แค่นี้นะคะพี่คิมไนร่ากำลังจะไปเรียนแล้ว” ไนร่ารีตัดบทและวางสายไป เพราะกลัวสกายจะพูดอะไรเยอะไปกว่านี้
“รีบวางจัง” เขาทำหน้าทะเล้นใส่ไนร่า
“พูดแทรกคนอื่นได้ยังไงคะ?” ไนร่าพูดจบแล้วลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะกลับไปที่ห้องเรียนเมื่อเสียงออดเข้าเรียนดังขึ้นพอดี
“ก็พี่หวงของพี่”
ไนร่าถึงกับพูดไม่ออกเมื่อสกายพูดขึ้น
“พี่ไปส่งที่ห้องนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะไนร่าเดินกลับได้”
“ขอพี่ไปส่งนะครับคนดี”
“ไม่ค่ะ!” ไนร่าทำสีหน้าที่จริงจัง
สกายลุกเดินไปหยุดที่ตรงหน้าไนร่าก่อนที่เขาจะจ้องไปที่ดวงตาของเธอ ทำให้เด็กสาวรีบหลบสายตา
“ตั้งใจเรียนนะครับ”
“แล้วก็ตั้งใจคิดถึงพี่ด้วย”สกายยกมือ จูบไปที่นิ้วของตัวเอง ก่อนที่จะนำนิ้วนั้นไปแตะที่แก้มของไนร่า
“อาทิตย์หน้าพี่มีแข่งดนตรีอย่าลืมมาเชียร์พี่ด้วยนะ” สกายที่พูดไปวิ่งไป เพราะถ้าอยู่เขาอาจจะหัวแตกด้วยน้ำมือของเธอก็เป็นได้
“ไอ้คนบ้าระวังไว้ดีๆเถอะ” ไนร่าที่ตะโกนไล่หลังเขาด้วยความโมโหก่อนจะเอามือเรียวเล็กขึ้นมาจับแก้มของตนเอง และเผลอยิ้มออกมา