“พบเพคะ...” หญิงสาวจึงเริ่มเล่าให้ทั้งไป๋หลงหลาน และลูเจ๋อฟังในสิ่งที่เธอได้พบเจอในห้องทำงานของเว่ยซิงหยวน “ค้นอยู่นาน ก็ไม่เจอสิ่งใด จนหม่อมฉันบังเอิญพบช่องลับด้านหลังเพคะ...” หญิงสาวพยายามรำลึกแล้วนำชายหนุ่มทั้งสองเข้าสู่ความทรงจำของตน...
***
...เมื่อผนังด้านหลังภาพวาดนั้นเลื่อนออก เปิดให้เห็นช่องลับด้านใน นั่นทำให้จ้าวรั่วซีทิ้งความสนใจกับข้าวของที่สำรวจอยู่ก่อนหน้าทันที
เมื่อกวาดตามองสำรวจไปด้านในช่องลับนั้น พบซองจดหมายหนึ่งฉบับและกล่องใบใหญ่อีกหนึ่งใบ จ้าวรั่วซีคิดว่าเธอได้พบของที่เธอต้องการแล้ว เธอหยิบซองจดหมายนั้นออกมา มันไม่ได้ปิดผนึก เมื่อเปิดออกดูเธอก็ยิ้มออกมาได้ มันคือจดหมายสั่งการฉบับนั้น ซึ่งดูแล้วเป็นของปลอมแน่นอน ลายเส้นตวัดของชื่อไป๋หลงหลานที่ดูผ่านๆ ก็พอมีความคล้ายคลึง หากเธอศึกษาลายเส้นการลงชื่อของเขาบนจดหมายและเอกสารต่างๆ มาเกือบร้อยฉบับ เธอจึงสามารถแยกออกได้ทันทีว่าไม่ใช่ลายเส้นที่มาจากการตวัดพู่กันขององค์ชายแน่นอน ส่วนตราประทับก็เรียบร้อย หมดจด เป็นตราประทับที่ลวดลายและลายเส้นคมและชัดเจนมาก ซึ่งแตกต่างจากตราของจริงที่มีตำหนิ...โอ๊ย ถ้ามีมือถือถ่ายรูปได้ก็ดีสิ...
เมื่อตรวจสอบจดหมายสั่งการนี้จนมั่นใจแล้ว จึงพับใส่ซองแล้วเอาไปเก็บไว้ที่เดิม วางแบบเดิมไม่ผิดเพื้ยน เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่ามีคนมาเปิดช่องลับนี้ ก่อนจะเลื่อนภาพเพื่อปิดช่องลับนั้น เธอเหลือบไปเห็นด้านข้างของกล่องไม้ขนาดค่อนข้างใหญ่นั้น และนั่นทำให้เลือดในกายเธอให้เย็นเฉียบแบบฉับพลัน ด้วยลายแกะสลักด้านข้างกล่องนั้น ...พยัคฆ์ดำ...แบบเดียวกันกับในภาพถ่ายที่พ่อของเธอทิ้งเอาไว้!
จ้าวรั่วซีเอื้อมหยิบกล่องนั้นออกมาด้วยมือที่สั่นเทา เมื่อเปิดออก เธอจึงได้สัมผัสกับตราประทับขนาดใหญ่กว่ากำปั้นเล็กน้อย ทำจากหยกสีดำเป็นรูปหัวพยัคฆ์ ส่วนที่เป็นตราประทับแกะสลักเป็นลายเดียวกันกับด้านข้างของกล่อง และแน่นอนว่าเป็นลายเดียวกับในรูปถ่ายที่พ่อเธอทิ้งเอาไว้ เพราะมันคือตราประทับอันเดียวกันกับในรูปถ่ายใบนั้นนั่นเอง!
นอกจากตราประทับ ในกล่องยังมีสมุดอีกเล่มที่เขียนไว้บนปกว่า “กลุ่มพยัคฆ์ดำ” เปิดมาด้านในหน้าแรกเขียนไว้ว่า “ตราแห่งพยัคฆ์ คือพันธะเหนือราชโองการ” ด้านในเป็นรายชื่อของบุคคลมากมาย ทั้งที่เป็นขุนนางมีตำแหน่งกำกับ และเป็นคนทั่วไปซึ่งก็จะมีอาชีพกำกับเอาไว้ทุกคน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพ่อค้า ในหลากหลายธุรกิจ และมีการลงลายมือชื่อเป็นหลักฐาน... นี่มัน MOU ดีๆ นี่เอง... เธอคิดในใจในระหว่างที่เปิดสำรวจไปทุกหน้า เธอสังเกตว่ามีเฉพาะบางหน้าเท่านั้นที่มีสัญลักษณ์พิเศษวาดเอาไว้ เดาเอาว่าต้องเป็นพวกวีไอพีของกลุ่มนี้ หรือเป็นพวกคนมีอิทธิพลก็อาจจะเป็นได้
ในตอนแรกเธอคิดจะขโมยสมุดเล่มนั้นมา แต่คิดได้ว่าหากมันหายไป พวกมันก็จะรู้ว่ามีใครเข้ามา ต้องรู้ว่าเป็นคนขององค์ชายแน่นอนและสืบได้ไม่น่ายากว่าต้องเป็นพ่อบ้านที่เป็นไส้สึก เพราะเหตุการณ์มันประจวบเหมาะเกินไป เขาจะต้องเป็นอันตรายแน่ๆ
โชคดีที่เธอเตรียมสมุดและพู่กันไม่ไผ่และขวดน้ำหมึกติดตัวมาด้วย เพราะเผื่อต้องบันทึกหลักฐาน เธอจึงรีบคัดลอกรายชื่อในสมุดนั้นออกมา ...โอ๊ย สวรรค์ช่วยส่งโทรศัพท์มือถือมาให้ด้วย จะลอกอย่างไรให้ทันเวลา!
เธอเพิ่งเริ่มคัดลอกรายชื่อเหล่านั้นได้ยังไม่ถึงหนึ่งในสี่เลย ลู่เจ๋อก็ชะโงกหน้าเข้ามาในหน้าต่างส่งเสียงเรียกเบาๆ เพื่อเร่งให้เธอรีบออกมา เพราะคนงานเริ่มเก็บของแล้ว เขาและเธอต้องรีบออกไป เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต
เธอจำต้องเร่งมือคัดลอกรายชื่อเหล่านั้นให้เร็วขึ้น แต่การเขียนด้วยพู่กันไม่ไผ่ แม้มีความคล้ายปากกาคอแร้งมากกว่าพู่กัน แต่ก็ไม่สามารถเขียนได้รวดเร็วเหมือนปากกาลูกลื่นแน่นอน เธอเพิ่งคัดลอกไปได้ไม่ถึงครึ่งเล่ม เมื่อใกล้หมดเวลา เธอจึงเลือกคัดลอกเฉพาะชื่อของคนบนหน้าที่มีสัญลักษณ์พิเศษเท่านั้น
เมื่อคัดลอกเสร็จ เธอเร่งเก็บของทุกอย่างเอาไว้ในตำแหน่งเดิมไม่ให้ผิดเพี้ยน แล้วเลื่อนภาพมาปิดช่องลับนั้นให้เหมือนเดิม พอดีกับเสียงพ่อบ้านที่ดังมาจากด้านหน้าห้อง ทักทายใต้เท้าเว่ยว่ากลับมาเร็ว วันนี้เขามัวคุมงานสวน จึงยังไม่ได้เข้าไปรดน้ำต้นไม้ในกระถางในห้องทำงานให้ท่านเลย เสียงพ่อบ้านออกจะดังเป็นพิเศษ พร้อมกับไอเสียงดังสามครั้ง เป็นสัญญาณเตือนตามที่ตกลงกันไว้
***
“...หม่อมฉันจึงรีบปีนออกทางหน้าต่าง แล้วท่านลู่เจ๋อก็พาข้าหนีออกมาทางประตูด้านหลัง ที่ท่านพ่อบ้านเตรียมเปิดเอาไว้ให้ก่อนหน้าแล้วเพคะ”
“พวกเราหนีมาจนค่อนทาง แต่ไม่รู้พวกมันมีเบาะแสอะไร ถึงตามมาได้ทัน ข้าเดาเอาว่าพวกเราน่าจะทิ้งรอยเท้าไว้บนดินบริเวณหน้าประตู เพราะเป็นดินแฉะ กระหม่อมและพระสนมต้องรีบเลยไม่ทันได้หลบเลี่ยง แล้วพวกมันก็น่าจะตามรอยดินที่ติดรองเท้าพวกเรา จนจับเส้นทางได้จึงตามมาทัน แล้วพวกที่ตามมาก็ไม่ใช่พวกบ่าวไพร่ธรรมดา แต่เป็นพวกยอดฝีมือทั้งนั้น ข้ารับมือพวกมันไม่ไหว จึงโดนพวกมันจับมา” ลู่เจ๋อช่วยอธิบายตอนท้ายต่อให้หญิงสาว
“หม่อมฉันเทียบลายเซ็น เอ้ย...ลายพระหัตถ์กับตราประทับแล้วเพคะ มันเป็นไปอย่างที่เราคาดการณ์ไว้จริงๆ หากเราสามารถนำจดหมายปลอมนั่นออกมาเทียบได้อย่างเปิดเผย ฝ่าบาทสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้เพคะ”
“คงไม่ทันแล้ว เจ้าจำเหตุการณ์สุดท้ายในฝันของเจ้าได้หรือไม่” เขาหันมาถามเธอ พร้อมถอดถอนหายใจแบบสิ้นหวัง
จ้าวรั่วซีนึกอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเบิกตาโต เอามือทาบอกก่อนจะอุทาน “ท่านมู่!”
-----------------------------
???? แจ้งข่าวจ้า... ใครที่ยังไม่ได้ตก e-book ไป ทาง meb เค้าจัดรายการ เทศกาลนิยายจีน ลดฉลองตรุษจีน 2026 เราก็เลยอดไม่ได้ เข้าร่วมกับเค้าไปอีกแล้วค่ะ 555 ลด 20% 17 ก.พ. 2026 ถึง 03 มี.ค. 2026 นี้นะคะ รวมถึงเรื่อง สุดปลายเส้นด้ายสีแดงก็เข้าร่วมด้วยนะคะ ... หากชอบใจกดจากลิงก์นี้ ผู้เขียนจะได้ค่าขนมเล็กน้อยด้วยนะคะ >> bit.ly/สองภพ ... ปล. ใน e-book มีตอนพิเศษ exclusive 3 ตอนด้วยน้า
ขอบคุณที่สนับสนุนนะคร้า ❤️