“แล้วจะไปอยากรู้ทำไม เธอเป็คนธรรมดา ก็อยู่อย่างคนธรรมดานั้นแหละ พี่นี่ก็ถามอะไรแปลกๆ”
“เฮ่ย เธอไม่ใช่คนธรรมดาอย่างเราๆน่ะ เห็นคุณภูบอกว่าเธอเป็คนบ้าไม่ใช่เหรอ”
“เหลวไหลน่าพี่โรจน์ ฉันก็เห็นเธอดีดีนี่นะ ทำไมจะต้องทำท่ากลัวเธอเหมือนคุณภูไปอีกคนด้วย”
“กลัวสิ ก็คนบ้าฆ่าคนไม่ผิดนะจะบอกให้”
“ไปกันใหญ่แล้วพี่โรจน์ มันไม่ถึงขนาดนั้นเสียหน่อย แล้วนี่ทำงานของตัวเองเสร็จแล้วเหรอ ถึงได้มามัวพูดจาเพ้อเจ้ออยู่ได้”
“ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วน่า”
“งั้นก็ไปกินข้าวได้แล้วไป ฉันเตรียมเอาไว้ให้ที่ในครัวนั้นแหละ”
สามีเดินจากไปแล้วอ้อมก็อดเก็บเอาคำพูดของเขามาคิดไม่ได้ ทำให้ต้องวางงานในมือแล้วเดินออกไปดูสาวน้อยคนนั้นอย่างนึกระแวง
แต่เท่าที่เห็นนี่ เธอก็ดูเป็ปกติดีนี่นะ แม้บางครั้งจะดูเหม่อๆลอยๆไปบ้างก็ตามเถอะ
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
เสียงรถยนต์ที่เข้ามาจอดบีบแตรอยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้านทำให้อ้อมต้องละมือจากการเตรียมอาหารเย็นแล้วเดินออกไปหาสามีที่นอนอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่ที่ม้าหินอ่อนด้านหลังบ้าน
“ฮะฮะ ฮะ ฮะ”
วิโรจน์แผดเสียงหัวเราะลั่นเมื่ออ่านการ์ตูนถึงตอนที่ขบขำ อ้อมหมั่นไส้จึงเดินเข้าไปตบไหล่ดังเผี้ยะ
“โอ๊ย อะไรกันยัยอ้อม”
เขาร้องเอะอะเมื่อลดหนังสือลงแล้วรู้ว่าอะไรเป็อะไร
“มัวแต่ทำตัวเป็เด็กไม่รู้จักโตอยู่นี่แหละ ไม่ได้ยินบ้างหรือไงว่าเสียงรถใครมาบีบแตรอยู่ที่หน้าบ้าน”
“ใครมันจะมา คุณภูยังไม่กลับจากทำงานเสียหน่อย”
“แต่ฉันได้ยินเสียง รีบออกไปดูเดี๋ยวนี้ ก่อนที่จะถูกชาวบ้านเขาด่าเอาเพราะเสียงไปรบกวนเขา”
อ้อมขึ้นเสียงพร้อมกับดึงหนังสือออกจากมือของสามี ทำให้เขาจำต้องลุกขึ้น แต่ก็ไม่วายบ่นกระปอดกระแปด
“ใครว๊า จะมาทำไมกันก็ไม่รู้ รบกวนความสุขของคนอื่นชะมัด”
“ยังไงก็ออกไปดูก่อนเถอะน่า ฉันกำลังเตรียมอาหารเย็นอยู่นะ เดี๋ยวถ้าคุณภูเกิดหิวโซกลับมา ก็จะโดนดุกันเท่านั้น”
เพราะทำงานรับใช้กันมานาน อ้อมจึงรู้ดีว่าเ้านายหนุ่มคนนี้ของตนนั้นเมื่อได้ลงมือทำงานแล้วก็จะมุ่งมั่นและจริงจังแค่ไหน บ่อยครั้งที่เขามัวแต่มุ่งมั่นกับการทำงานจนลืมทานอาหารกลางวัน พอตกเย็นก็จะหิวโซกลับมาบ้าน ซึ่งโดยปกติแล้วเขาก็จะไม่ชอบไปทานอาหารนอกบ้าน นอกเสียจากว่ามีความจำเป็จริงๆต้องพาลูกค้าไปเลี้ยงรับรองหรือว่าเพื่อนสนิทนัดไปสังสรรค์กันเท่านั้น ดั่งนั้นเธอจึงจำเป็ต้องเตรียมอาหารเย็นเอาไว้ให้พร้อมก่อนที่เขาจะกลับมาเสมอ
วิโรจน์เดินออกไปแล้วอ้อมก็จึงได้กลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ แต่ทำได้ไม่นานก็เห็นสามีเดินเข้ามาหา
“ยัยอ้อม คุณจุฑามาศมา ฉันเปิดประตูรับและบอกให้ไปที่ห้องรับแขกแล้ว ต่อไปก็เป็หน้าที่ของแกแล้วนะ ส่วนฉันจะไปอ่านหนังสือการ์ตูนต่อ”
“แก่แล้วยังติดการ์ตูนเป็เด็กๆ”
อ้อมค้อนควักสามี แต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรเขาอีก นอกจากเดินไปล้างมือแล้วเตรียมเครื่องดื่มออกไปต้อนรับแขกของเ้านาย
“จะมาทำไมแต่หัววันน่ะ คุณภูยังไม่กลับมาเสียหน่อย”
หญิงแม่บ้านวัยใกล้กลางคนอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ เมื่อรู้ว่าผู้ที่มาเยือนเป็ใคร กับคนคนนี้ก็ไม่ได้มีธุระอะไรนักหนาหรอก นอกจากจะมาหาชายหนุ่มเ้าเสน่ห์ผู้เป็เ้าของบ้านเท่านั้น นึกถึงภูดิศรแล้วอ้อมก็อดคิดไม่ได้ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะได้ลงเอยเป็ฝั่งเป็ฝาไปกับผู้หญิงแบบไหนน่ะ เท่าที่เห็นคู่ควงมากหน้าหลายตาของเขาั้แ่เริ่มเป็หนุ่มมาจนถึงปัจจุบันนี้ก็ล้วนแต่เปรี้ยวจี๊ดจนเข็ดฟันกันทั้งนั้น ซึ่งสาวๆเหล่านี้คงจะคบกันในระยะยาวได้ไม่ยืดเพราะล้วนแล้วแต่มีนิสัยเอาแต่ใจตัว แถมนึกถึงแต่ความสุขฉาบฉวยเฉพาะหน้าเท่านั้นอีกด้วย
“น้ำส้มคะคุณจุฑามาศ”
อ้อมบอกเมื่อถือถาดเงินใบเล็กที่วางแก้วน้ำส้มเย็นเจี๊ยบออกไปถึงสาวสวยในชุดแต่งกายแบบเซ็กซี่ที่นั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก
“เอะอะๆก็เอาแต่น้ำส้มออกมา รู้ไหมว่าฉันไม่ชอบ”
สาวสวยแหวใส่อย่างเอาแต่ใจ ทำให้อ้อมถึงกับอึ้งไปเหมือนกัน
“ก็เอ่อ...”
“เปลี่ยนเป็ไวน์เย็นๆสักแก้วได้ไหม ถ้าไม่ได้ก็ไม่ต้องเอาอะไรออกมาให้ฉัน”
“เอ่อ มีคะ เดี๋ยวดิฉันจะไปจัดการมาให้นะคะ”
“งั้นก็รีบไปสิย่ะ”
สาวสวยออกคำสั่งเสียงสะบัด
อ้อมจึงถอยออกมาเพื่อเปลี่ยนเปลี่ยนเครื่องดื่มเอาไปให้กับคุณเธอ พบสามีที่เข้ามาหาอะไรกินอยู่ในครัวพอดีและเขาก็ทักขึ้น
“เป็อะไรไป ทำหน้ามุ่ยมาเชียว”
“ก็คุณจุฑามาศนะสิ เื่มากแล้วก็เอาแต่ใจตัวเองชะมัด มาทีไรก็ปวดหัวทุกที”
อ้อมเตรียมเครื่องดื่มไปก็ส่ายหน้าไป
“เอาน่า ทนๆให้ชินเอาไว้เถอะ เกิดเธอได้เข้ามาเป็คุณผู้หญิงของบ้านนี้เมื่อไหร่ จะได้ไม่ต้องมีปัญหา”
“โอ๊ย ถ้าคุณภูลงเอยกับยัยนี่จริงๆน่ะ ฉันเห็นจะต้องลาออกแน่ๆ กลับไปทำนาหรือเลี้ยงควายอยู่บ้านนอกดีกว่า”
“แกก็เอาคนสวยเขาไปเปรียบกับควาย ระวังเขาจะขวิดเข้าให้หรอก”
“ไอ้พี่โรจน์บ้า”
อ้อมเอ็ดสามีก็จริง แต่ก็หัวเราะชอบใจไปด้วย ขำที่สามีรู้ทันความหมายในคำพูดของเธอ
“ทำเป็พูดดีเข้า แกทำนาเป็ด้วยเรอะ ฉันเห็นเข้ามาทำงานเป็คนใช้เขาั้แ่เรียนจบม.สามไม่ใช่เหรอ”
อ้อมไม่ต่อล้อต่อเถียงกับสามีอีก พอเตรียมเครื่องดื่มเสร็จก็ถือเดินกลับออกไปที่ห้องรับแขกทันที
“คุณูเาจะกลับมาถึงบ้านเมื่อไหร่”
จุฑามาศถามขึ้นเมื่อได้รับเอาเครื่องดื่มที่ถูกใจไปจิบแล้ว
“ไม่ทราบคะ”
แต่ได้คำตอบที่ไม่ถูกใจอย่างนั้น สาวสวยก็แผดเสียงทันที
“เอ๊ะแกนี่เป็คนใช้ประเภทไหนนะ ถึงได้ถามอะไรก็ไม่รู้ไม่เห็นเลยสักอย่าง”
“ก็เป็คนใช้ประเภทที่ไม่ชอบสอดรู้สอดเห็นเื่ของเ้านายไงคะ”
“ย่ะแม่คุณ ทำปากดีไปเถอะ สักวันฉันจะให้ภูเฉดหัวแกออกไปจากที่นี่”
กล่าวอย่างวางอำนาจก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นร่างโปร่งระหงของเด็กสาวคนหนึ่งที่เดินเข้ามา และแม้เ้าหล่อนคนนั้นจะไม่ได้สนใจเธอ แต่ความงามผ่องใสที่ดูเจิดจรัสอย่างเป็ธรรมชาตินั้นก็ทำให้จุฑามาศอดที่จะจ้องมองอย่างริษยาไม่ได้
“มีอะไรหรือคะคุณหนูนุช”
อ้อมหันไปถามเด็กสาวที่พึ่งเดินเข้ามาอย่างเอาใจใส่
“หนูนุชจะเข้ามาถามพี่อ้อมว่า อาถั่วพูเขาชอบดอกไม้อะไรคะ”
“เอ่ พี่อ้อมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันคะ ว่าแต่คุณหนูนุชจะอยากรู้ไปทำไมคะ”
“บอกไม่ได้คะ ความลับ”
กล่าวด้วยท่าทางมีพิรุธก่อนที่จะรีบผละไปอย่างร่าเริง
“ผู้หญิงคนนั้นเป็ใคร และอาถั่วพูที่หล่อนพูดถึงก็หมายถึงคุณภูของฉันใช่ไหม”
จุฑามาศรีบถามขึ้นทันทีอย่างอดรนทนไม่ได้
“คุณภูเป็ของคุณหรือคะ?”
อ้อมทำสีหน้าประหลาดใจเอามากมาย ทำเอาจุฑามาศรีบตวาดแหว
“ก็ใช่นะสิย่ะ นี่หล่อนยังไม่รู้หรือไงว่าฉันกับคุณภูเป็อะไรกัน”
“ก็ ทราบว่าเป็คนรู้จักกันไงคะ”
“บ้าเหรอ ฉันเป็มากกว่าที่เธอคิดไว้มากเลยย่ะ” ความจริงจุฑามาศอยากจะประกาศออกไปว่าตนกับภูดิศรนั้นไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วด้วยซ้ำ แต่ก็ติดที่ฝ่ายชายยังไม่เคยแสดงออกอะไรให้ใครรับรู้มาก่อน เธอจึงต้องรักษาฟอร์มของตัวเองเอาไว้บ้าง แล้วเปลี่ยนเป็ยิงคำถามออกมาแทน “ว่าแต่ผู้หญิงคนเมื่อกี้เป็ใคร ทำไมถึงเข้ามาอยู่ในบ้านของภูได้”
“คุณชญานุชเป็หลานสาวของคุณภูคะ”
“หลานสาวเหรอ หลานสาวอะไรกัน ฉันไม่เคยเห็นรู้เื่มาก่อนเลยว่าภูมีหลานสาวที่โตขนาดนี้แล้ว”
“ก็ลูกติดภรรยาของคุณพลไงคะ”
“ตายแล้ว งั้นก็แสดงว่าไม่ใช่หลานสาวแท้ๆนะสิ แล้วให้เข้ามาอยู่ในบ้านเดียวกันได้ยังไง ยัยนั้นโตเป็สาวแล้ว ภูเองก็เป็หนุ่มโสด”
จุฑามาศโวยวายออกมาราวกับมีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับเื่นี้ด้วยแบบเต็มๆอย่างนั้นแหละ
“คงไม่เป็ไรมั้งคะ เพราะคุณๆเธอต่างก็มีความคิดที่เป็กุศลกันทั้งนั้น”
“ตายแล้ว พูดอย่างนี้หล่อนหาว่าฉันมีความคิดอกุศลใช่ไหม”
“คุณจุฑามาศพูดเองนะคะ ดิฉันยังไม่ได้ว่าอะไร”
“อ๊าย นังบ้า แกกล้าย้อนฉันอย่างนั้นได้ยังไง ปากดีนัก ฉันจะเอาเืปากแกออกมาดูหน่อยสิ”
จุฑามาศลุกขึ้นเงื้อมือปราดเข้าหาอ้อม แต่ยังไม่ทันจะถึงก็ต้องหยุดชะงัก
“อะแฮ่ม”
เสียงกระแอมของใครคนหนึ่งที่ดังมาจากทางประตูทำให้ทั้งคู่ต้องหันไปมอง แล้วก็ได้พบร่างสูงของภูดิศรที่พึ่งกลับมาจากทำงานยืนอยู่ตรงนั้น นานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้?
จุฑามาศรีบลดฝ่ามือลง วางสีหน้าไม่ถูก ไม่แน่ใจว่าภูดิศรมาถึงั้แ่เมื่อไหร่และเขาได้ยินอะไรไปบ้าง นี่ภาพพจน์ของเธอในสายตาของเขาจะเสียหายไปหรือเปล่านะ ไม่ได้การแล้ว ยังไงก็แล้วแต่เธอจะต้องพยายามกู้สถานการณ์ที่ดูจะเลวร้ายนี้กลับคืนมาให้ได้
“ภูขา คนใช้ของคุณนะเสียมารยาทมากเลย คงเห็นว่าคุณไม่อยู่ ถึงได้พูดจาไม่ให้เกียรติจุ๊เลย”
หญิงสาวกล่าวพร้อมกับรีบเข้าไปกอดแขนของชายหนุ่มเอาไว้อย่างประจบเอาใจ
“งั้นเหรอ?”
ภูดิศรย้อนถามพร้อมกับมองหน้าหญิงสาวด้วยสายตาอย่างไม่ค่อยเชื่อถือนัก
“ใช่คะ” จุฑามาศรีบรับรองก่อนหันไปทางอ้อมพร้อมใช้สายตาดุดันสำทับ “ใช่ไหมยัยอ้อม แกว่าฉันเป็คนที่มีความคิดอกุศล”