“พรุ่งนี้คุณจะต้องเดินทางแต่เช้าไม่ใช่เหรอครับ ถ้าอย่างนั้นไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวจานพวกนี้ผมจัดการเอง” เขายุติปัญหาโดยการรวบจานรวบช้อนซ้อนกันอย่างนุ่มนวล ข่มอารมณ์คุกรุ่นในใจอย่างเต็มกำลัง
“ถึงกับทนฟังไม่ได้รึไง!” หญิงสาวตวาด หากแต่เขากลับตอบแทนเธอด้วยความเงียบงัน ชินเสียแล้วกับการอาละวาดไร้เหตุผลของหญิงสาวมาดสุขุม แสดงตนว่าเยือกเย็นในวงสังคม หากแต่เปลี่ยนเป็อีกคนเมื่ออยู่ลับหลังคนอื่น
ชายหนุ่มไม่ตอบ เขี่ยอาหารซึ่งทานไปเพียงไม่กี่คำรวมกันเพื่อจะใส่ถุงทิ้งขยะ
หญิงสาวหายใจเข้าออกแรงๆ กำมือเข้าหากัน ก่อนกวาดจานกับช้อนหล่นกระจายเต็มพื้น
ปริณธวัฒน์สูดลมหายใจเข้าลึก เบือนหน้าหนีไปอีกทาง
“ถ้าอยากอยู่กับมันก็ไปหามัน ไม่ต้องมาเสแสร้งทำเป็ห่วงใยฉัน!”
“ผมจะอยู่กับคุณที่นี่ ไม่ไปไหนทั้งนั้น” เขายืนยันหนักแน่น
คล้ายว่าสติสัมปชัญญะของเธอขาดสะบั้น นิ้วชี้เรียวยาวชี้ไปยังประตูก่อนตวาดแว้ด “ฉันบอกให้ออกไป!!”
ปวริศาแผดเสียงหน้าแดงจัด
ชายหนุ่มขบฟันแน่น เดินจ้ำอ้าวออกไปยังชั้นวางรองเท้า หยิบมาสวมอย่างเสียไม่ได้แล้วก้าวออกไปด้วยความรู้สึกอันปวดร้าวอัดแน่นในอก
เขาแทบจิกทึ้งผมตัวเอง นับวันความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับคู่หมั้นยิ่งดิ่งลงเหว หากแต่เลิกรากับเธอไม่ได้ดั่งใจเพราะความใกล้ชิดของ 2 ครอบครัว ที่อยากให้เรือล่มในหนอง ้าให้ลูกๆ แต่งงานกันเป็ทองแผ่นเดียวกันมันค้ำคอเขาอยู่
ลมหายใจอุ่นร้อนระบายออกทางจมูก คอนโดมิเนียมก็กลับเข้าไปไม่ได้ บ้านก็ไม่อยากกลับไปเผชิญหน้ากับมารดาตอนนี้ อีกสถานที่ที่เหลือเป็ทางเลือกคือคอนโดมิเนียมของน้ำอิงที่เขาเพิ่งจากมาเมื่อครู่
…
นานกว่าชั่วโมงนับั้แ่เธอปล่อยน้ำตาหยดแรกให้ไหลอาบแก้ม ยาวนานกระทั่งปวดร้าวเบ้าตาทั้ง 2 ข้าง ขมับปวดตุ้บๆ
นรารินสั่งตัวเองให้หยุดร้องไห้เพราะปริณธวัฒน์สำเร็จเมื่อนานมาแล้วแต่เมื่อมาพบกันอีกครั้งน้ำตาที่กักเก็บไว้ก็ทรยศความพยายามทั้งหมดทั้งมวลอย่างสิ้นเชิง
แขนเรียวยกก่ายหน้าผาก ทั้งเสียใจทั้งโกรธตัวเองในคราวเดียวกันที่เลิกรู้สึกกับปริณธวัฒน์ไม่ได้จริงๆ เสียที ตลอดเวลาที่เธอคิดว่าทำใจตัดเขาได้แล้วมันก็แค่การหลอกตัวเองทั้งเพอย่างนั้นน่ะหรือ
เธอไม่เคยลืมเขาลง และไม่เคยทำใจได้เลยสักที
ภาพจินตนาการว่าเขาคงกำลังมีความสุขมากมายกับผู้หญิงอีกคนบาดตรงกลางหัวใจ น้ำตาไหลทะลักลงมาอีกหน แอลกอฮอล์ที่ตั้งใจจะซื้อมาดื่มผ่อนคลายยังวางอยู่เช่นเดิม หญิงสาวผุดลุกขึ้นตั้งใจจะหยิบมาดื่ม อย่างน้อยความเมาอาจทำให้หัวใจเ็ปน้อยลง หรือไม่ก็เจ็บยิ่งกว่าเดิมจนชาไร้ความรู้สึกไปในที่สุด
…
ปริณธวัฒน์ย่อตัวลงนั่งบนพื้นปูน รับกระแสลมเย็นของแม่น้ำเ้าพระยา พาดแขนแข็งแรงเต็มด้วยมัดกล้ามและเส้นเืสีเขียวชัดเจนภายใต้ผิวเนื้อขาวสะอาดสะอ้านแบบคนดูแลตัวเองดีกับเข่าแต่ละข้าง
ใบหน้าเรียวหล่อเหลาทอดมองประกายระยิบระยิบบนผืนน้ำกว้างไกล
หัวใจของเขาไม่ได้ร้าวระบมเ็ป หากแต่เหนื่อยหน่ายท้อใจอีกทั้งสิ้นหวังที่จะเยียวยารอยร้าวระหว่างตัวเองกับปวริศาเกือบจะสิ้นเชิง
เธอกับเขาต่างกันเกินไป คนสองคนที่ต่างกันอย่างสุดขั้วฝืนทนอยู่ด้วยกันช่างยากเย็นนัก เขาลองซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็พบว่ามันวกกลับมาอยู่ตรงจุดเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปทางดีขึ้นเลยสักอย่างมีแต่ดำดิ่งจมลงสู่ก้นเหว
แม้รู้ว่าไม่มีทางไปกันรอดแต่ปวริศาก็ยังยืนยันว่าอยากให้เขาขอเธอแต่งงาน
เธออยากมีลูกกับเขา อนาคตวันข้างหน้าจะหย่าร้างกันก็ไม่เป็ไร เธอแค่ต้องความมั่นคง อยากรู้สึกว่าตัวเองเป็ผู้หญิงอย่างสมบูรณ์โดยการได้ใช้คำแทนตัวเองว่าแม่
ปวริศาไม่คิดเื่การหาคู่ใหม่ เธอสนใจแต่การทำงานกับชีวิตของตัวเอง ดังนั้นเธอจะไม่เสียดายและไม่มีทางเหนี่ยวรั้งเขาไว้หากได้ในสิ่งที่้าแล้วนั่นคือ ‘ทายาท’ ให้กับตระกูลเก่าแก่ของตัวเอง
ปัญหาใหญ่โตที่สุดระหว่างความสัมพันธ์ของเขาคือการที่เขาไม่้าเป็พ่อ ยังไม่ใช่เร็วๆ นี้ ไม่ใช่ในตอนนี้ เมื่อเขาปฏิเสธ ปัญหาที่มีมากมายอยู่แล้วยิ่งผูกเป็เงื่อนปมยากต่อการแก้ไข