ปรางค์เด็กสาวบ้านนอกคนนึงที่มีชีวิตที่ไม่ง่ายนัก ฐานะค่อนข้างยากจน แต่อดทนส่งตัวเองเรียนจนจบ ชีวิตของเธอไม่ได้ประสบความสำเร็จมากนัก เรียนก็พอผ่าน ชีวิตการทำงานก็ล้มเหลว ทำงานบ้าง ตกงานบ้าง มีหนี้สินมากมาย ชีวิตล้วนผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านเื่ราวชีวิตมาหลากหลาย โดยเฉพาะเื่ความรักที่ปรางค์ ไม่เคยจะประสบความสำเร็จในความรักเลย มีรักกี่ครั้งก็เป็อันล้มเหลวไม่โดนทิ้งก็ทิ้งเขา จนปรางค์บอกตัวเองว่าจะไม่ขอรักใครอีกแล้ว แล้วปรางค์ก็อยู่มาได้โดยไม่ได้ทำให้ชีวิตต้องเดินลงเหว ปรางค์ดูแลตัวเองได้ดี เพราะต้องดูแลตัวเองมาั้แ่เด็ก แต่ด้วยต้นทุนชีวิตที่ต่ำเลยไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตเท่าไหร่นัก ปรางค์ เป็สาวแกร่งและค่อนข้างมั่นใจในตัวเอง กล้าคิดกล้าตัดสินใจ ถึงจะอกหักแต่ไม่นานก็กลับมายืนได้อีกครั้ง จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นตอนหลังจากเรียนจบได้ไม่นาน เธอตกงานไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ ห้องเช่าก็จะโดนไล่ เพราะเธอไม่มีเงินจ่ายค่าห้อง เธอก็เดินเตะฝุ่นไปวันๆ จนมาวันนึง วันนั้น เป็วันที่ฝนตกหนัก เป็วันที่แย่มากสำหรับเธอ"วันนี้เป็วันอะไรเนี๊ย ทำไมมันดูแย่ไปทุกอย่างเลย รู้สึกใจคอไม่ดีเลย" เธอเดินไปหางานเหมือนเดิมแต่วันนี้แย่กว่าทุกวัน เพราะว่าเธอทุลักทุเลด้วยอาการวิ่งหนีฝน "ฝนบ้า มาตกอะไรวันนี้เนี้ย" เสื้อเชิ้ตที่ใส่เปียกฝนบวกกับกระโปรงสั้นที่ใช้ในการสมัครงานเมื่อเปียกฝนทำให้เห็นรูปร่างและสัดส่วนที่อัดแน่นอยู่ภายใต้เครื่องนุ่งห่มได้เป็อย่างดี เป็ที่ล่อตาล่อใจ ของคนที่คิดไม่ดีอย่างมาก แล้วสถานที่แห่งนั้นก็เป็สถานที่ที่ไม่มีรถผ่านมากนัก"รถหายไปไหนหมดนะ ไม่มีผ่านมาซักคันเลยเหรอ" หญิงส่าวเดินไปบ่นไป และแล้วหุ่นของเธอก็ไปเตะตาหนุ่มหื่นขี้ยาแถวนั้นเข้า ผิวสองสีไม่ขาวและไม่คล้ำของเธอ หน้าอก38 พอเปียกน้ำ มันทำให้เธอเซกซี่ยิ่งนัก เธอโชคร้ายเจอกับกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนึงที่นั่งดื่มเหล้าอยู่แถวนั้น เห็นเธอเข้าก็มีอารมย์พลุ่งพล่าน บวกกับอาการเมาไม่ได้สติ พวกนั้นพากันกรูเข้ามาจับตัวเธอ พูดจาแทะโลมต่างๆนานา เธอพยายามเดินหนีอย่างสุดชีวิต แต่ไม่ทันเธอโดนคว้าแขนไว้โดยวัยรุ่นคนนึง เธอใมากพยายามขัดขืนสุดชีวิต แต่เธอไม่มีแรงพอที่ต้านทานแรงชายพวกนั้นได้ เธอโดนผู้ชายพวกนั้นจับตัวไว้ และฉุดกระชากลากถูเธอเข้าไปในโรงงาน "เห้ยพวกเรา ฝนตกๆแบบนี้ เหมือนนางฟ้ามาโปรดเลยวะ จัดให้ซัก3วันแล้วค่อยปล่อยไปดีมะ ช้าอยู่ใย ลำลายสอแล้ววะ" พวกขี้ยาลูบจับบีบเฟ้นสองก้อนมือเป็ปลาหมึก ซอกซอนไปทั่ว ปรางค์ไม่อาจต้านทานได้เลย "แม่งเอ้ย ทั้งนม ทั้งตํูด แน่นไปหมด อยากเห็นข้างในจังวะ" พวกขี้ยาพูดไปพลางกอดรัดตักตวงความสุขจากปรางค์ไป คนนึงไซร้ซอกคอ พยายามจะดูดปากอวบอิ่มแต่ปรางค์หันหลบขัดขืนไม่อยู่นิ่ง คนนึงขยำหน้าอก คนนึงล้วงใต้กระโปรง ปรางค์ใกล้จะต้านไม่ไหวเต็มที่ กลิ่นตัวจากพวกขยะสังคมพวกนี้ทำปรางค์รังเกียจและสะิอิดสะเอียนยิ่งนักมันเหมือนตกนรกจริงๆ "ปล่อยชั้นเหอะนะ อย่าทำอะไรชั้นเลย ชั้นมีเงินนะ เอามั้ย ชั้นให้หมดเลยขอแค้่่ปล่อยชั้นไปนะิ" ปรางค์อ้อนวอนขอร้องอย่างสิ้นหวัง พวกมันไม่หยุดตักตวงจากร่างกาบของเธอ พวกมันถอดกางเกงเตรียมจะผลัดกันลงมือข่มขืนเธอ เธอร้องขอความช่วยเหลือและต่อสู้อย่างสุดแรง"ช่วยด้วย ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที ปล่อยนะไอ้พวกเลว กรื๊ด กรื๊ด" ไม่มีใครได้ยินเสียงเธอเพราะฝนตกหนัก กระดุมเสื้อเธอหลุดปลิวไปด้วยแรงดึง ผู้ชายเ่าั้มีอารมณ์ อย่างถึงขีดสุด"แม่จ้าวโว้ยฝนตกๆแบบนี้มีลูกแกะมาให้เสือหิวอย่างพวกเราขยำเฉย" ด้วยรูปร่างเล็กๆของเธอที่สูง 165 ซม.และน้ำหนักเพียง 55 กิโลกรัม แต่หน้าอกเธอใหญ่ถึง 38 นิ้ว ยั่วน้ำลายเสือหิวโหย ยิ่งนัก "ปล่อยชั้นนะไอ้เลว ไอ้พวกขยะสังคม" กระดุมเสื้อที่ถูกดึงออกเผยให้เห็นหน้าอกที่นวลเนียน เร้าอารมณ์ ยิ่งนัก เสื้อผ้าทรงผมข้าวของกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง เธอดิ้นอย่างสุดชีวิต ปรางค์ใช้แีรงดิ้นเฮือกสุดท้ายถีบเข้าไปตรงจุดยุทธศาสตร์ของชายขี้ยาหื่นกามที่กำลังจะถอดกางเกงเพื่อข่มขืนเธอ พร้อมทั้งหยิบไม้ฟาดเข้าไปที่คนอื่นๆแล้ววิ่งหนีไม่คิดชีวิต โชคดีที่เธอวิ่งหลุดออกมาได้ เธอรีบหยิบกระเป๋าสะพายวิ่งออกมาโดยไม่คิดชีวิต เธอวิ่งออกมาทั้งที่ยังไม่ได้ใส่รองเท้า "โอ๊ะโอ้ย" เท้าของเธอมีเืออกเนื่องจากการต่อสู้และสะดุดก้อนหินแถวบริเวณนั้น เสียงรถเบรคแบบล้อฟรี เอี๊ยด... และนั่นเองทำให้เธอพบกับจุดเปลี่ยนของชีวิตเธอ "ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วยมีคนจะทำร้ายชั้น" เธอลุกขึ้นมาแล้วพูดกับคนที่อยู่ในรถคันนั้น "ลงไปดูหน่อยคับพี่ว่าเกิดอะไรขึ้น" ผู้ชาย 2 คนที่นั่งรถมาด้วยกันรีบลงไปดูเธอ เจ็บตรงไหนรึเปล่าคนขับรถถาม "ไม่ค่ะไม่เจ็บเลย ขอหนูติดรถไปลงหน้าปากซอยด้วยได้มั้ยคะ พวกนั้น พวกนั้น กำลังตามล่าหนูคะ พวกเขาจะทำร้ายหนู" ร่างเล็กๆที่สะบักสบอมจากการโดนทำร้ายมาเอ่ยขอความช่วยเหลือ ดูจากเสื้อผ้าที่ขาดและทรงผมที่ยุ่งเหยิงของเธอก็พอจะทำให้ชาย 2 คนคาดเดาได้ว่าเธอเจอกับอะไรมา เขารีบให้เธอขึ้นรถและส่งเสื้อคลุมให้ใส่ ปกติ เรย์ ชายหนุ่มนักธุรกิจ ไฮโซระดับต้นๆของประเทศ คนที่แสนเ็าและไม่ค่อยใส่ใจสิ่งรอบข้างเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะผู้หญิงแสนธรรมดา อย่างปรางค์ ที่ไม่มีเสน่ห์ ดึงดูดใจอะไร ย่อมไม่อยู่ในสายตาเค้าอยู่แล้ว แต่เค้ากลับให้ความช่วยเหลืออย่างไม่ลังเล "เล่าให้ฉันฟังได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น" เรย์พูดกับปรางค์ ปรางค์ที่กำลังค่อยๆรวบรวมสติอยู่ น้ำตาไหลก็ขึ้นมาแล้วหันไปมองหน้าเรย์ "ขอเวลาสักครู่นะคะเดี๋ยวหนูจะเล่าให้ฟัง แล้วสะอื้นอีกครั้ง น้ำตาไหลด้วยความโล่งใจที่รอดจากเหตุการณ์นั้นมาได้ " ด้วยความที่ปรางค์เหนื่อยล้า ใและก็กลัวในสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมาก ความรู้สึกอยากกอดใครซักคนตอนนั้นมันถ่าโถมและบั่นทอนความเข้มแข็งของเธอจนหมด ความรู้สึกทั้งหมดที่มีเลยพรั่งพรูออกมาเป็คำพูด "คุณพร้อมจะฟังใช่ไหมคะ" ปรางค์พูดกับเรย์ด้วยน้ำตา และะเิอารมณ์ออกมาอย่างเต็มที่ "ทำไมหนูต้องมาเจอเื่แย่ๆในชีวิตไม่รู้จักจบจักสิ้น ทั้งแฟนทิ้ง บ้านโดนยึด ทั้งตกงานสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ ห้องเช่าก็กำลังจะโดนไล่ออกเพราะหนูไม่มีเงินจ่ายและยังต้องมาเจอกับไอ้พวกบ้านี่อีก ทำไม์ถึงโหดร้ายกับหนูนัก หนูพยายามหางานเพื่อที่จะได้มีเงินมาใช้จ่ายเร็วๆแต่หนูหาเท่าไหร่ก็หาไม่ได้ แล้วดันมาเจอพวกนี้ทำให้หนูรู้สึกแย่ แย่มากจนไม่รู้จะไปต่อยังไง หนูควรทำยังไงดีใครก็ได้บอกที " ปรางค์พูดไปร้องไห้ไป หลังจากปรางค์ได้ะเิอารมณ์ออกไป ทั้งพี่ชายและเรย์ก็ต่างเงียบสนิท ปรางค์ก็ใที่ตัวเองโพล่งออกไปแบบนั้นกับคนที่เพิ่งรู้จักแค่ไม่กี่นาที ปรางค์หันไปมองรอบๆตัวสำรวจ ทั้งพี่ชายและเรย์ ั้แ่หัวจรดเท้ามองดูแล้วเขาน่าจะเป็คนมีฐานะและคงไม่เข้าใจความรู้สึกนี้ ปรางค์ก้มหน้าลงด้วยความผิดหวังและรู้สึกเศร้า เขาทั้งสองคนคงไม่เข้าใจความรู้สึกเธอ "เดี๋ยวส่งหนูที่ป้ายรถเมล์ข้างหน้าก็ได้ค่ะ" "ไม่เป็ไรห้องเธออยู่ไหนล่ะเดี๋ยวฉันจะไปส่ง" ผู้ชายหน้าตาดีดูมีฐานะคนนั้นพูดขึ้นมา ดูเหมือนว่าเขาจะเป็เ้านายของอีกคน "คุณจะไปส่งจริงๆเหรอคะงั้นเดี๋ยวฉันบอกทางให้ " ปรางค์รีบตอบด้วยความดีใจ เพราะสภาพเธอตอนนี้คงไม่สะดวกที่จะขึ้นรถสาธารณะนัก กระโปรงที่ขาดจากการโดนฉีก กระดุมเสื้อหลุดบางเม็ด ยังดีที่มีเสื้อคลุมพอนำมาปิดได้ เรย์คงเห็นว่าจะไม่เป็การปลอดภัยถ้าให้เธอกลับเอง "พี่ชายฟังจากที่เขาบอกแล้วไปส่งเขาที่ห้องนะครับ" เรย์บอกคนขับรถ หลังจากมาถึงห้องพักของปราง เรย์ก็มองสำรวจรอบๆ ก็พออยู่ได้ ดูตึกเก่าๆ แล้วก็หันมามองดูปรางค์ที่ยังสั่นอยู่ด้วยความกลัวพร้อมกับเท้าที่ไม่ได้ใส่รองเท้า "เธอหิวรึเปล่าเราไปหาอะไรกินกันก่อนมั้ย" "ไม่เป็ไรค่ะเดี๋ยวฉันหาอะไรกินแถวนี้ก็ได้" ปรางค์ตอบด้วยความเกรงใจ "รองเท้าแตะของฉันใส่ไปก่อน เรย์พูดพร้อมยื่นรองเท้าแตะให้ปรางค์ แถวนี้มีของกินเหรองั้นเดี๋ยวเราไปหาอะไรกินกันแถวนี้แล้วเธอค่อยกลับเข้าห้องไปแล้วกันนะ" ด้วยความสงสารหรืออะไรก็ไม่รู้ทำให้ผู้ชายเพอร์เฟคอย่างเรย์หันมามองปรางค์ผู้หญิงธรรมดาบ้านๆที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ระหว่างที่นั่งกินข้าวกันอยู่นั้น เรย์ ก็มองปรางค์ อย่างให้ความสนใจพร้อมกับหยิบนามบัตรให้ 1 ใบ "ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วย ติดต่อไปเบอร์นี้แล้วกันนะ" ด้วยความที่ปรางค์ยังสับสนและก็คิดแต่ว่าจะหางานยังไงให้ได้เงินมาจ่ายค่าห้องให้เร็วที่สุด ก็โพร่งออกไปว่า "คุณพอมีงานจะให้หนูทำบ้างไหมคะ หนูพร้อมจะเริ่มงานได้ทันทีเลย" เรย์ใเล็กน้อย แต่ก็รับปากขึ้นมาทันที "ฉันกำลังขาดแม่ครัว เธอทำอาหารเป็มั้ยหละ" ปรางค์หันมามองหน้าเรย์แล้วก็ยิ้มด้วยความดีใจ ฉันทำอาหารเป็ค่ะ แต่ไม่ได้เก่งมากแบบเชฟร้านอาหาร คุณพอจะให้ฉันลองทำให้กินได้มั้ยคะ " ปรางค์พูดพลางจ้องมองหน้าแสนใจดีนั้นอย่างไม่ละสายตา เพราะเค้าช่างดูดีเหลือเกิน หน้าตาคมเข้ม ผิวไม่ขาวมาก สีหน้าเรียบเฉย แววตาดูดุเล็กน้อย แต่แฝงไปด้วยความใจดี ไม่รู้เกิดจากอะไรอาจจะเพราะความสงสารหรืออาจจะชอบั้แ่แรกเห็น เรย์ก็ตกลงรับปาก รับปรางค์เข้าทำงานเลยทันทีนะวันนั้น "ถ้าเธอยืนยันจะทำงาน งั้นก็เริ่มั้แ่พรุ่งนี้เลยแล้วกัน วันนี้ฉันจะรอเธอเก็บข้าวของเสื้อผ้า แล้วไปพร้อมกันเลย " ปรางค์อึ้งไปเล็กน้อยแต่แอบดีใจจนแทบะโ พี่ชาย คนขับรถดูเหมือนจะใมากและหันมามองหน้าคุณเรย์ ด้วยความสงสัย พร้อมกับมีคำถามมากมายในดวงตาแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร ระหว่างที่ปรางค์ไปเก็บของ พี่ชายก็เก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว" คุณเรย์ครับเกิดอะไรขึ้นครับทำไมถึงรับเธอเข้าทำงานทั้งที่ปกติกว่าแม่บ้านจะเข้าบ้านมาทำงานในบ้านได้แต่ละคนต้องคัดเลือกกันอย่างมากมายหลายขั้นตอนหลายบททดสอบกว่าจะได้เข้ามาในบ้าน แล้วทำไมถึงให้เธอเข้าไปทำงานง่ายแบบนี้ครับผมสงสัยครับ " ผมสงสารเธอหนะ" เรย์ตอบสั้นๆแล้วก็ไม่มีคำพูดอะไรออกมาอีกเลยระหว่าง 2 คน " ขอโทษที่ให้รอนะคะคือว่าหนูต้องเก็บของหลายอย่างที่ต้องใช้อ่ะคะ แต่ว่ามันยังไม่หมดเดี๋ยวหนูค่อยมาเก็บใหม่วันหยุดก็ได้คะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะคุณเรย์ที่ช่วยชีวิตหนูแล้วก็ยังให้งานหนูทำอีก " ปรางค์พูดขอบคุณอย่างจริงใจและมีความหวัง " อย่าเพิ่งดีใจไปเลยชั้นแค่ให้เธอไปทดสอบงานยังไม่ได้ยืนยันว่าจะรับเป็พนักงานประจำสักหน่อย"เรย์พูดอย่างไว้เชิง "คะหนูเข้าใจแค่นี้หนูก็ดีใจมากแล้ว ถ้าคุณเคยเดินหางานทุกวันมาเป็ปี แล้วไม่ได้งานมั้ย ไม่ว่ามีงานอะไรเข้ามามันก็ดีมากสำหรับหนู หนูจะทำให้เต็มที่คะ " คำพูดของสาวบ้านนอกทำให้เรย์อึ้งไปเล็กน้อย ปรางค์ขึ้นรถไปได้สักพักก็หลับไปด้วยความเพลีย เพราะอะไรก็ไม่รู้ทำให้ทั้ง2คนต่างไว้ใจกันได้มากมายขนาดนี้ ทั้งที่เพิ่งเจอกัน " ถึงแล้วนะปรางค์ตื่นได้แล้ว พี่ชายคนขับรถปลุก" " ถึงแล้วเหรอคะให้หนูไปพักตรงไหนคะ " " คุณเรย์บอกว่าให้เธอไปพักที่ห้องเก็บของใต้บันไดก่อนแล้วเดี๋ยวจะหาที่อยู่ใหม่ให้" ปรางค์ลากกระเป๋าเข้าไปที่ห้องเก็บของใต้บันไดซึ่งมันรกมากและก็ไม่มีข้าวของเครื่องใช้อะไรเลยเป็ห้องเก็บของจริงๆมีแต่พัดลมวางไว้ให้ 1 ตัว สักพักเรย์ก็โผล่มา "เป็ไงบ้างนอนได้ไหม นอนที่นี่ไปก่อนนะเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะหาที่่หาทางให้ใหม่ นอนกับคนอื่นได้หรือเปล่า " ปรางค์โพล่งตอบไปทันทีเพราะว่าเป็คนที่อยู่คนเดียวมาตลอดแล้วก็ไม่ชอบนอนร่วมกับคนอื่น " หนูขออยู่ห้องนี้ได้มั้ยคะ เดี๋ยวหนูทำความสะอาดแล้วมันก็คงจะน่าอยู่กว่านี้หนูชอบห้องนี้ค่ะ" ตามใจเธอแล้วกันเดี๋ยวชั้น ค่อยหาเครื่องนอน ผ้าห่ม หมอนมาให้แล้วกันนะ" ยิ่งเ้านายใจดีและตามใจเธอแบบนี้ปรางค์ยิ่งรู้สึกดีขึ้นไปใหญ่ เกือบลืมเื่ที่เจอมาทั้งวันไปหมด "ขอบคุณมากคะ สำหรับทุกสิ่ง " ปรางค์กล่าว และคืนนั้นปรางค์ก็หลับไปด้วยความเหนื่อย "ปรางค์ตื่นรึยังคุณเรย์เรียกพบ" "ตื่นแล้วค่ะกำลังออกไปรอสักครู่นะคะ" วันแรกกับการเริ่มงาน ปรางค์ก็ตื่นสายซะแล้วเพราะความหลับลึก ปรางเดินออกมาจากห้องมาพบคุณเรย์ที่โต๊ะกินข้าว เธอก็ต้องใอย่างมาก เพราะที่โต๊ะกินข้าวนั้นมีคนยืนรอเธอ อยู่มากมายหลายคน " มาตรงนี้สิ ชั้นจะแนะนำทุกคนในบ้านให้รู้จัก นี่พี่ชายเป็พี่ชายของฉันเป็คนขับรถ เป็พ่อบ้าน เป็ทุกอย่างในชีวิตฉัน เธอต้องเชื่อฟังคำสั่งเขา รองจากคำสั่งชั้น คนถัดมาก็จะเป็แพร แพรเป็คนดูแลเสื้อผ้าและก็ความเรียบร้อยโดยรวมของบ้านนี้ พลางชี้ไปทางผู้หญิงผิวขาวหน้าตาสะสวยรูปร่างดีคนนึง ส่วนคนนี้ไหมจะเป็น้องของแพร คอยช่วยแพร ดูแลทำความสะอาดและก็เช็คความเรียบร้อยของงานต่างๆในบ้านจากแม่บ้านคนอื่นๆ ส่วนคนนี้ลุงนันเป็พ่อของแพรกับไหมแล้วก็เป็พ่อบ้าน เป็คนสวน ของที่นี่ ที่เหลือก็จะเป็แม่บ้านทั่วไปทำความสะอาดบ้านแล้วก็งานต่างๆ ส่วนเธอก็มีหน้าที่ทำอาหารให้ชั้น แล้วก็งานอื่นๆตามที่ชั้นสั่ง งานหลักของเธอคือทำอาหารให้ฉัน 3 มื้อ อาหารเช้าตั้งตอน 06:00 น. อาหารเที่ยงกินบ้างบางวัน อาหารเย็นก่อน 18:00 น. หรือแล้วแต่ตามที่ชั้นสั่งเข้าใจใช่ไหม " คะ ปรางค์ ตอบ " ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยคะ" ปรางค์กล่าวกับทุกคนตามประสาสาวโก๊ะ "ก็ไม่มีอะไรแล้วทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองได้ ปรางค์เธออยู่ก่อน" ปรางค์ที่กำลังเดินหันหลังเข้าครัวไปก็หยุดกึ๊กทันทีตามคำสั่งของนาย "เธอรู้เหรอว่าครัวอยู่ตรงไหนนายจ้างถาม " ทราบค่ะพี่ชายบอกแล้วเมื่อเช้าว่าครัวอยู่หลังบ้าน" แล้วเธอรู้แล้วเหรอว่าจะเข้าครัวได้ยังไง ทราบค่ะก็เปิดประตูเข้าไปตามปกติ " ปรางค์ตอบ ปรางค์ยังไม่รู้เลยว่าที่นี่เป็บ้านของคนที่รวยมากติดอันดับต้นๆในประเทศและเครื่องใช้ทุกอย่างภายในบ้านเป็ระบบอัตโนมัติแล้วก็ระบบเทคโนโลยีต่างๆที่ปรางค์ไม่เคยเห็นมาก่อน รวมทั้งมีกล้องวงจรปิดอยู่ทั่วบ้าน เพราะว่าปรางค์ยังไม่ได้เดินสำรวจบ้านเลย เพิ่งเข้ามาเมื่อคืน เช้าก็เริ่มงาน ปรางค์ ก็ได้แต่นอนในห้องเก็บของแล้วก็ยังไม่ได้ออกไปเดินดูรอบๆบ้านหรือห้องอื่นๆเลย เรย์หัวเราะออกมาด้วย ขำ ความซื่อของปรางค์ " เธอรู้มั้ยว่าครัวบ้านชั้นจะมีแค่ฉันแล้วก็พ่อครัวเท่านั้นที่เข้าได้ " ทำไมคะ" ปรางค์ถามด้วยความสงสัยคนนอกห้ามเข้าเลยหรือคะทำไมถึงเข้าไม่ได้ "ไม่ใช่คนนอกเข้าไม่ได้ แต่ฉันจะให้เข้าเฉพาะพ่อครัวและฉันเท่านั้นที่จะผ่านการสแกนมือและดวงตาเพื่อที่จะเข้าไปในครัวได้เพื่อความปลอดภัยของชั้น หากว่าชั้นกินอาหารของเธอไปแล้วท้องเสียหรือเกิดอันตรายอะไรขึ้นมา เธอจะได้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวไง " เรย์ พูดขู่ในทำนองหยอกเอิ้น ปรางค์คิดในใจมันต้องเวอร์วังขนาดนั้นเลยเหรอวะ คนรวยนี่เื่เยอะจริงๆเลยเนอะ ปรางค์คิดไปก็ยืนเหม่อไป "ยืนคิดอะไรอยู่เดินมานี่สิ ฉันจะสแกนตาและลายนิ้วมือให้" ปรางค์เดินตามไป ตามคำสั่งของนาย เรย์ทำการสแกนนิ้วและสแกนตาให้ปรางค์เรียบร้อย มีแค่เค้าสองคนเท่านั้นที่จะเข้าครัวนี้ได้ ปรางค์เปิดประตูเข้าไปในครัว " ว้าว มันแบบ แบบ " แบบอะไรเหรอ" เรย์ถาม เมื่อมองเห็นปรางค์อ้ำๆอึ้งๆ ปรางค์ พูดไม่ออกมันแบบ ทุกอย่างดูดีแบบครัวในฝันของปรางค์ ปรางค์อยากมีครัวแบบนี้มาั้แ่เด็ก เครื่องครัวที่ทันสมัย สะดวก ครบครันไปหมด ปรางค์ตื่นตาตื่นใจมากมีทั้งตู้แช่เนื้อ มีตู้เย็นใบใหญ่ มีหม้อกระทะสวยๆทันสมัยต่างๆ อย่างที่ปรางค์อยากได้มานานแล้ว "ดูเหมือนเธอจะตื่นตาตื่นใจมากเลยนะ ไม่เคยเห็นของพวกนี้เลยเหรอ" ปรางค์หุบยิ้มแทบไม่ทัน ปรางค์ไม่ทันได้สังเกตุว่าเรย์แอบมองอยู่ " ค่ะหนูไม่เคยเห็นข้าวของที่ทันสมัยและสวยงามแบบนี้ ที่เป็ของจริงเคยเห็นแต่ในทีวีคะ หนูชอบครัวนี้มากเลยคะ มันเป็ที่ทำงานของหนูคนเดียวใช่มั้ยค่ะ" เรย์ แอบอมยิ้มและภาคภูมิใจในความรวยของตัวเอง "ถ้าเธอชอบมันมากเธอก็ทำหน้าที่ของเธอให้ดี เธอจะได้อยู่กับมันไปนานๆ เริ่มจากอาหารเที่ยงของชั้นเลยแล้วกัน ชั้นจะตัดสินเธอจากอาหารมื้อนี้ว่าเธอจึงจะได้อยู่บ้านนี้ต่อหรือเปล่า" อะไรทำให้เรย์ไว้ใจปรางค์และยกครัวนี้ให้ปรางค์ทำแค่คนเดียว จะอะไรก็แล้วแต่ ปรางค์ก็รู้สึกโล่งและสบายใจที่ไม่ต้องทำงานร่วมกับคนอื่น แต่แล้วความเครียดและความวิตกกังวลกำลังเข้ามาเกาะกุมในใจของปรางค์ จากคำพูดของเรย์นายจ้างหนุ่ม ปรางค์ไม่แน่ใจว่าอาหารที่ทำจะถูกใจเ้านายหรือไม่ แล้วปรางค์จะได้อยู่ที่นี่ต่อหรือเปล่า " วันนี้เริ่มที่อาหารง่ายๆอย่างสเต๊กเนื้อก่อนแล้วกันนะ" สเต๊กนี่นะเคยทำแค่ตอนเรียนครั้งเดียว ตอนนี้เหรอคืนอาจารย์ไปหมดแล้ว ปรางค์คิดในใจจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี ปรางค์ไม่ได้ทำอาหารเก่งมาก แค่พอทำเป็ที่รับปากมาทำงานเพราะไม่มีทางเลือกและอยากได้เงิน " 3 ที่ ตอนเที่ยงตรง แบบ Medium Rare " 3 ที่เลยเหรอ ที่เดียวให้รอดก่อนมั้ย ปรางค์คิดในใจ แต่ก็ต้องตบปากรับคำนายจ้างไป " ได้คะ" ในใจนี่แทบร้องไห้ เธอต้องรอดนะ ปรางค์วลัย ไม่งั้นเธอจะไม่มีทางไปแล้ว ปรางค์คิดในใจกับตัวเอง จบคำนายจ้างปรางค์ก็เริ่มลงมือทำอาหาร เริ่มจากสำรวจครัว นำเนื้อมาล้างด้วยเกลือและหมักด้วยซอสปรุงรสตามฉบับที่ปรางค์คิดว่าอร่อย เื่รสชาติไม่ใช่ปัญหามันสามารถปรับกันได้ ปรางค์ชิมซอสก่อนเอาเนื้อลงไปหมัก ปรางค์หาได้รู้เลยว่าเรย์กำลังแอบดูการทำงานของปรางค์อยู่ ปรางค์รู้สึกหนักใจกับเนื้อแบบ Medium Rare นี่แหละจะทำยังไง ใช้เวลากี่นาทีในการย่างเนื้อทำไปบ่นไป หลังจากหมักเนื้อไว้ก็หันไปทำผักสลัด รอเนื้อได้ที่ ปรางค์ใช้เนื้อสันในหรือที่เรียกว่า LOIN นำมาหมักในซอส ที่ทำจาก นมข้นจืด และซอสปรุงรส ในอุณหภูมิห้อง 30 นาที เพื่อให้เนื้อนุ่มและหอม ปกติ การทำสเต๊กจะไม่มีการหมักเนื้อ แต่ปรางค์ชอบทำอาหารแบบไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่อง เลยเอาเนื้อไปหมักตามแบบของตัวเอง เมื่อเนื้อได้ที่ก็มาถึงเวลาของการย่าง ปัญหาหนักใจของปรางค์ที่ต้องเผชิญก็มาถึงแล้ว ปรางค์นำเนื้อมาโรยพริกไทย ก่อนนำลงไปจี่ในกระทะที่มีเนยอยู่ นับเวลาด้านละ 4 นาที สำหรับเนื้อแต่ละชิ้น แต่โทรศัพท์เ้ากรรมดันมาเสียและในครัวก็ไม่มีนาฬิกา หรือจุดจบของปรางค์จะมาถึงในวันนี้ " ให้ตายเหอะ มาพังอะไรตอนนี้ แกกำลังจะทำชีวิตชั้นพังรู้มั้ยเ้าโทรศัพท์บ้า ใช้มาได้ตั้งนานมาพังอะไรตอนนี้ " ปรางค์โวยวาย ทำให้เรย์ที่แอบดูอยู่ทางมือถือ หลุดหัวเราะออกมา " ขำอะไรเหรอครับพี่ " ชิน ถามด้วยความสงสัย " ขำยายแม่ครัวคนใหม่อะ สงสัย ชะตาจะขาดั้แ่วันแรก นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้วเนอะ " เรย์พูดอย่างอารมณ์ดี "หิวมั้ยน้องรัก" เรย์ถามน้องชายสุดที่รัก " ไม่เท่าไหร่ครับ" ชินตอบ แล้วก็ไม่ได้สนใจพี่ชายอีก เพราะเกมส์มันน่าสนใจกว่า ตัดมาที่ครัวใกล้เที่ยงแล้วจะทำยังไงไม่มีนาฬิกาเนื้อก็ต้องลงทอดแล้ว " เอาละวะ เสี่ยงดวงเอา 1นาที มี 60 วินาที 4 นาทีก็ข้างละ 240 วินาที " ปรางค์กล่าวกับตัวเอง แต่ทุกคำพูดของปรางค์ เรย์ได้ยินทุกคำ เลยเพิ่มความอารมย์ ดีให้นายจ้างเข้าไปใหญ่ เรย์หัวเราะไม่หยุด ชินมองหน้าพี่ชายอย่างแปลกใจ "มันขำมากเหรอครับพี่ ผมไม่เห็นพี่หัวเราะแบบนี้มานานแล้ว" "ขำสิขำมาก" เรย์ตอบน้องชาย ตัดภาพมาในครัว ปรางค์ค่อยๆนับเวลาอย่างใจจดใจจ่อ ทำทีละชิ้นทีละข้าง จนครบทั้ง 3 ชิ้น จากนั้น ก็มาทำซอสราดแบบฉบับของปรางค์เองอีกแล้ว โดยใช้น้ำซอสเทอริยากิผสมครีมเคี่ยวไฟอ่อนจากนั้นก็ใส่บรั่นดีลงไปให้ไฟลุกโชน นำมาราดลงบนเนื้อพร้อมเสิร์ฟ ด้วยความดีใจที่ทำอาหารเสร็จทันเวลา ทำให้ปรางค์ะโโลดเต้น ทันใดนั้นเองก็ไปเหยียบเข้ากับน้ำที่หกอยู่ที่พื้น ปรางค์ลื่นล้มก้นจ้ำเบ้า และดูเหมือนจะลุกไม่ไหว ทำไงหละ ถ้าเสิร์ฟอาหารไม่ทัน ชะตาขาดแน่ๆ แต่ขาบ้ามันลุกไม่ขึ้น ปรางค์เริ่มอารมณ์เปลี่ยนเป็ดราม่าอีกแล้ว น้ำตาเริ่มคลอเบ้า "ชีวิตเราจะจบลงตรงนี้แล้วใช่มั้ย" ปรางค์ ถามตัวเอง เรย์ที่ส่องดูอยู่จากกล้องก็ทั้งขำทั้งใ " ไหม มานี่หน่อย " เรย์เรียกสาวใช้ " มีอะไรเหรอคะคุณเรย์ มีอะไรให้ไหมรับใช้ค่ะ " ไหม ถามเ้านายแบบคนคุ้นเคย " ไปรับอาหารจากแม่ครัว มาเสิร์ฟให้ชั้นหน่อย " " แต่มันไม่ใช่หน้าที่ไหมนี่คะ ทำไมไม่ให้แม่ครัวมาเสิร์ฟเองหละ " ไหมค้าน " ชั้นสั่งเธอจะไม่ทำตามใช่มั้ย " ทำคะทำ ไหมรีบตอบ" ก่อนเ้านายจะพูดต่อ " มารับอาหารไปเสิร์ฟจร้า " ปรางค์ได้ยินก็ดีใจมาก รีบเปิดประตูให้ไหมเข้ามา " ทางนี้เลยคะ ขอบคุณนะคะ รบกวนด้วยคะ เราขาเจ็บเลยออกไปเสิร์ฟเองไม่ได้คะ " อ๋อเหรอ ไหมตอบแบบหายสงสัย " อาหารมาแล้วคะ " ไหมเสิร์ฟให้ครบทั้ง3ที่ อาหารหน้าตาดูน่ากินเหมือนในร้านอาหาร ดีนะที่ตอนเรียน ปรางค์ได้ไปกินสเต็กบ่อย เลยทำออกมาได้ดูน่ากิน นายจ้างนั่งพิจารณาอาหารอยู่ซักครู่ก็ลองชิม แล้วนิ่งไป "ถ้าอาหารมื้อนี้ไม่ผ่าน เค้าก็จะไม่ได้ทำงานที่นี่เหรอครับพี่" ชินถามด้วยความสงสัย " ใช่ " เรย์ตอบ "โหดอะพี่เรา แล้วเป็ไง ชิมแล้วผ่านมั้ยครับ " น้องชายสุดหล่อ ทำหน้าทะเล๊นถามพี่ชาย ผิวขาว จมูกโด่ง ตาโต ฟันสวยได้รูป แนวพระเอกหนังเกาหลี ทำท่ายั่วยวนพี่ชาย " แล้วแกหละว่าไงให้ผ่านมั้ย" พี่ชายถามน้อง ชินไม่ตอบ " แล้วพี่หละครับ" เรย์ถามพี่ชาย " ผมแล้วแต่คุณเรย์ ครับ สำหรับผม ให้ผ่านครับ " "ผม ก็ ให้ ผ่าน ครับ อร่อยมากผมชอบ " ชิน กล่าว "งั้น ผมคงไม่ต้องตัดสินแล้วนะครับ เป็เอกฉันท์แล้วนะครับ เรามีแม่ครัวคนใหม่แล้ว " เดี๋ยวผมจะไปบอกเธอ เธอคงดีใจมาก " ผลการตัดสินก็มาแล้วนะ ไม่ได้มาจากชั้นคนเดียว มีพี่ชายและก็น้องชายชั้นด้วย " ปรางค์รอฟังอย่างใจเต้นรัวและก็แอบหมดหวังอยู่หน่อยๆ เพราะสีหน้าเรียบเฉยของนายจ้าง มันดูน่ากลัว แปลกๆ เหมือนทุกครั้งที่ปรางค์ไปสัมภาทย์งานแล้วโดนปฏิเสธ " เธอ ผ่านการทดสอบ เทอผ่านการทดสอบ " เหมือนมีเสียงแอคโค่วิ่งอยู่ในหัวปรางค์ ฉันผ่านการทดสอบแล้ว ปรางค์ดีใจมาก " ขอบคุณนะคะ ขอบคุณอีกครั้ง ฝากขอบคุณ อีก 2 ท่านด้วยนะคะ จะตั้งใจทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆเลยคะ " แล้วปรางค์ก็ได้เข้ามาอยู่ในบ้านอย่างเต็มตัว