บทที่ 7 สิบสองนักษัตรทมิฬ
ลู่เฉิงเฟิงใช้ปืนพกติดที่เก็บเสียงเคาะขาข้างหนึ่ง มองไปยังนักฆ่าที่อยู่ข้างนอก “นี่ดึกมากแล้ว ทุกคนควรไปพักผ่อนได้แล้ว”
หลังจากสิ้นเสียง เขาก็ยกปืนขึ้น
ในเวลาเดียวกัน แสงประกายจากมีดบินก็ปรากฏขึ้นที่มือซ้ายของเขา
ขว้างมีดในมือซ้าย ยิงปืนพกจากมือขวา
‘พุ่บพุ่บพุ่บ…’
เสียงปืนพกที่ติดตั้งกระบอกเก็บเสียงนั้นคล้ายกับเสียงมีดบิน เสียงปืนดังขึ้น ในเวลาเดียวกันก็มีเส้นแสงเย็นเยียบก็ปรากฏขึ้น
นักฆ่าแต่ละคนไม่ทันตั้งตัว พวกเขาบางคนถูกยิงเข้าที่หว่างคิ้ว หรือไม่ก็ถูกมีดบินปักเข้ากลางลำคอจนเสียชีวิต
หลังะุหมดเกลี้ยง และมีดบินถูกปาไปจนสิ้น ซากศพก็นอนเกลื่อนกลาดอยู่ทุกหนทุกแห่ง กลิ่นคาวเืตลบอบอวลไปทั่วอากาศ ช่างเป็ภาพที่น่าสะอิดสะเอียน
ครั้งนี้เขานำมีดบินมาเพียงสิบเล่มเท่านั้น
จากนักฆ่าทั้ง 20 คน เหลือรอดเพียงสามคนเท่านั้น โชคดีพอที่จะมีชีวิตรอด และหลบหนีได้ชั่วคราว
ลู่เฉิงเฟิงพุ่งตัวออกไปราวกับลูกศร ดึงมีดบินออกมาจากศพทั้งสามขณะที่วิ่งผ่าน ก่อนจะไปหลบอยู่หลังเสา
นักฆ่าคนหนึ่งหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว กำปืนในมือแน่น ยื่นปลายกระบอกปืนออกมาจากด้านหลังอุปกรณ์ฝึกซ้อม แอบชะโงกหน้าออกไปสังเกตการณ์เพียงเล็กน้อย
‘ฉึก!’ เสียงหนึ่งดังขึ้น
ทันใดนั้น ก็มีแสงเย็นวาบผ่านต่อหน้าต่อตา จากนั้นชีวิตหนึ่งก็ดับลง ร่างนั้นล้มลงขณะมีมีดบินปักอยู่ที่หว่างคิ้ว จมลึกไปจนสุดด้าม
“ัะเืเวหา! แกคิดจะทรยศต่อสำนักงานใหญ่หรือไง?”
นักฆ่าอีกคนซ่อนตัวอยู่หลังเสา ะโด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือด มือที่ถือปืนสั่นเทา น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความกลัวสุดขีด
“ยังไม่ชัดเจนอีกหรือไง?”
ขณะที่ลู่เฉิงเฟิงพูด เขาก็สะบัดข้อมือ และมีดบินเล่มหนึ่งหายไปจากมือ
นักฆ่าที่ซ่อนตัวอยู่หลังเสา แอบชะโงกหน้าออกมาอย่างเงียบ ๆ มองหาร่องรอยของลู่เฉิงเฟิง ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หลังศีรษะ ตามมาด้วยเสียง ‘ปัก!’ จากนั้นก็สูญเสียความสามารถในการคิดอย่างสิ้นเชิง ล้มลงกับพื้น ไม่ได้ขยับเขยื้อนใด ๆ
“อาจารย์ของพวกแกไม่เคยบอกรึไง ว่าถ้าไม่แน่ใจจริง ๆ อย่าส่งเสียงเปิดเผยตำแหน่งของตัวเอง?”
น้ำเสียงเย็นเยียบของลู่เฉิงเฟิงดังขึ้น
ทันใดนั้น ก็มีเสียงะโดังก้อง จากนั้นก็มีร่างหนึ่งกระโจนออกจากที่ซ่อน ชายคนนั้นรีบวิ่งไปที่ลิฟต์ด้วยความตื่นตระหนกพลางหันปืนยิงไปที่ด้านหลังอย่างสเปะสะปะ ดวงตาสั่นระริกกลัวจนแทบบ้า
ทว่า ขณะที่เขากำลังเปลี่ยนแม็กกาซีน แสงเย็นเยียบก็พุ่งเข้าใส่ด้านหลังศีรษะของเขา ชายคนนั้นสิ้นใจลงอย่างฉับพลัน
ลู่เฉิงเฟิงเดินออกมาจากด้านหลังเสา มองดูศพที่นอนเกลื่อนกลาดบนพื้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาเ็า
เมื่อมาถึงจุดนี้ สมาชิกทั้งหมดของสาขาเมืองเหยียนเฉิงก็ถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์... ไม่สิ ยังไม่นับว่าถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ เพราะเขาก็เป็สมาชิกของสาขานี้ที่ยังเหลือรอด
บางทีสักวันหนึ่ง เขาอาจจะถูกนักฆ่าคนอื่นฆ่าด้วยเช่นกัน
นี่คือโลกแห่งนักฆ่า ผู้แข็งแกร่งจะกลืนกินผู้อ่อนแอ การจะมีชีวิตรอดหรือไม่นั้น ย่อมขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของตัวเอง
หลังจากใช้เวลาสักพัก ลู่เฉิงเฟิงก็รวบรวมศพทั้งหมดมาอยู่ด้วยกัน แล้วจุดไฟเผา… พื้นที่ตรงนี้กว้างขวางมาก ห่างจากพื้นดินยี่สิบกว่าเมตร เขาปิดระบบระบายอากาศ เพื่อไม่ต้องกังวลว่าควันจะลอยไปถึงพื้นดิน
ก่อนทำลายร่องรอยของตัวเองทั้งหมด แล้วออกจากที่นั่น
เมื่อกลับมาถึงพื้นดิน เขาได้ทำลายระบบควบคุมที่ซ่อนอยู่ในปล่องลิฟต์… นับจากนี้ จะไม่มีใครลงไปได้ เว้นแต่จะมีคนจากสำนักงานใหญ่มารีเซ็ตระบบ
เขาไม่คิดว่าเื่นี้จะรอดพ้นสายตาของสำนักงานใหญ่ไปได้ การที่คนจากสาขาเมืองเหยียนเฉิงหายไปพร้อมกันแบบนี้ พวกเขาจะส่งคนมาตรวจสอบอย่างแน่นอน
ลู่เฉิงเฟิง้าเวลา ก่อนที่สำนักงานใหญ่จะส่งคนมาตรวจสอบ เขาต้องเตรียมแผนรับมือให้สมบูรณ์แบบ
กระแสลมพัดอย่างแ่เบา พระจันทร์ส่องแสงสว่าง ดวงดาวประดับแสงระยิบระยับ
ลู่เฉิงเฟิงบิดี้เี หลีกเลี่ยงกล้องวงจรปิด เดินลัดเลาะไปริมถนน เดินเท้าไปหลายกิโลเมตร ก่อนจะนั่งแท็กซี่กลับบ้าน
เมื่อกลับถึงบ้าน ลู่เฉิงเฟิงไม่รอช้า หยิบโทรศัพท์อีกเครื่องออกมา ล็อกอินเข้าเว็บไซต์ที่มีขั้นตอนซับซ้อน จากนั้นก็ส่งข้อความออกไป [เหล่านักษัตร ฉัน้าความช่วยเหลือ]
นี่คือกลุ่มติดต่อลับที่ผู้เฒ่าลั่วใช้เงินจำนวนมากเพื่อสร้างให้แก่เหล่าสิบสองนักษัตรทมิฬ แม้แต่แฮ็กเกอร์ระดับแนวหน้าก็ไม่สามารถเจาะเข้าระบบได้
แต่หลังจากรอเป็เวลานาน ก็ไม่มีใครตอบกลับ
เขาส่งข้อความอีกฉบับ [ตอนนี้ฉันเป็หัวหน้าของพวกนายแล้ว ช่วยเห็นแก่หน้าฉันหน่อยได้ไหม?]
ในที่สุดก็มีคนตอบกลับ
ลู่เฉิงเฟิงรู้สึกตื่นเต้น และคนที่ตอบคือพยัคฆ์โลหิตหนึ่งในสิบสองนักษัตรทมิฬ [บอกฉันมา แกอยู่ที่ไหน?]
มุมปากของลู่เฉิงเฟิงกระตุก คิดในใจว่า ‘ขืนฉันบอกแกว่าฉันอยู่ที่ไหน ฉันเกรงว่าคุณจะไม่ได้มาช่วย แต่จะมาฆ่าฉันมากกว่า’
ก่อนตาย ผู้เฒ่าลั่วน่ารังเกียจ บอกกับสมาชิกคนอื่น ๆ ว่า ใครก็ตามที่สามารถกำจัดัะเืเวหาได้ จะได้เป็ผู้ควบคุมสิบสองนักษัตรทมิฬคนต่อไป
พวกเขาไม่รู้จักกัน ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็ชายหรือหญิง เป็คนหรือผี?
ทว่า พวกเขาต่างรู้ดีถึงความสามารถของกันและกัน การที่ทุกคนทำให้ผู้เฒ่าลั่วดวงตาเป็ประกายได้ ย่อมมีพร์ที่ไม่ธรรมดา
ผู้เฒ่าลั่วเคยบอกกับลู่เฉิงเฟิงว่า สิบสองนักษัตรทมิฬคือผลงานชิ้นเอกของเขา เป็สิ่งที่เขาภาคภูมิใจมากที่สุด เขาไม่สามารถมอบสิบสองนักษัตรทมิฬให้กับคนไร้ความสามารถได้ ดังนั้นลู่เฉิงเฟิงจะสามารถควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์หรือไม่นั้น มันก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวเขาเอง
หลังจากที่ผู้เฒ่าลั่วมอบสิบสองนักษัตรทมิฬให้กับลู่เฉิงเฟิง พยัคฆ์โลหิตก็มักจะถามถึงที่อยู่ลู่เฉิงเฟิงอยู่บ่อย ๆ รวมถึงสมาชิกคนอื่นก็เช่นกัน
เพื่อไม่ให้เปิดเผยตัวตนของเขา ลู่เฉิงเฟิงถึงกับไม่กล้าวิธีการพูดแบบเดียวกับตัวตนัะเืเวหา เวลาอยู่ในองค์กรเมื่อพูดคุยด้วยซ้ำ
ในเวลานี้ มีคนตอบกลับอีกครั้ง
ตะเพาดิน [ฉันช่วยได้ บอกมาสิว่าจะไปหาแกที่ไหน?]
กระต่ายนักล่า [ฉันก็ช่วยได้ แกอยู่ไหน? ฉันจะไปหาตอนนี้เลย]
อาชาล่าิญญา [ัะเืเวหา มาเจอกันแบบลับ ๆ ไหม? ถ้า้าความช่วยเหลืออะไร บอกฉันต่อหน้าได้เลย]
ศีรษะของลู่เฉิงเฟิงชาหนึบ พวกสารเลวพวกนี้ พยายามอย่างเต็มที่ที่จะฆ่าเขา… การไปเจอแบบส่วนตัว ก็ไม่ต่างจากงานเลี้ยงละเลงเืของเขา!
ลู่เฉิงเฟิงตอบอย่างเร่งรีบ [ไม่ต้องเจอตัว แค่ช่วยฉันปกป้องคนคนหนึ่งก็พอ]
งูแบล็กแมมบา [ปกป้องใคร?]
ลู่เฉิงเฟิง [ถ้ายินดีช่วยเหลือ ก็ทักมาคุยแยกกัน]
กลุ่มนี้มีฟังก์ชันแชทส่วนตัว
ทันทีที่พิมพ์ประโยคนี้ไป เกือบจะในเวลาเดียวกัน ลู่เฉิงเฟิงก็ได้รับข้อความแชทส่วนตัวจากทุกคน
ลู่เฉิงเฟิงตบหน้าผากของตัวเอง เขาคิดว่าคนอื่น ๆ คงกำลังยุ่ง ไม่คิดว่าคนที่เหลือจะแอบอ่านอย่างเงียบ ๆ นี่มันเป็กลุ่มแชทพวกคนโรคจิตที่ชอบแอบดูคนคุยกันหรือไง?
สาเหตุที่สิบสองนักษัตรทมิฬทักแชทส่วนตัวทันที ก็เพราะพวกเขาสามารถหาตัวลู่เฉิงเฟิงได้จากคนที่พวกเขาต้องไปคุ้มครอง จากนั้นค่อยฆ่าลู่เฉิงเฟิงเพื่อชิงตำแหน่ง
ในกลุ่มนี้นอกจากลู่เฉิงเฟิงแล้ว ไม่มีคนดีสักคนเลย เขาบ่นพึมพำในใจ
จากนั้น เขาเมินเฉยต่อคนอื่นๆ เลือกคุยกับงูแบล็กแมมบา
เขาส่งข้อความกลับไป [คุณจะยอมรับงานนี้ไหม?]
งูแบล็กแมมบาตอบเพียงสองคำ [ราคา?]
ให้ตายเถอะ… เหลือเกินจริง ๆ ลู่เฉิงเฟิงเม้มปากแล้วพิมพ์ตอบว่า [ห้าล้าน]
งูแบล็กแมมบา [จนชิบหาย!]
เอิ่ม? มุมปากของลู่เฉิงเฟิงกระตุก รู้สึกเหมือนโดนดูถูก จากนั้นจึงตอบกลับอย่างเงียบ ๆ [ไม่มีทาง ผู้เฒ่าลั่วโกงเงินฉันไปหมดแล้ว!]
งูแบล็กแมมบา [เข้าใจได้!]
หา? หมายความว่ายังไง? เป็ไปได้ไหมที่ผู้เฒ่าลั่วก็โกงเงินของคนอื่นด้วย? ทันใดนั้นลู่เฉิงเฟิงก็รู้สึกสบายใจ
ความจริงผู้เฒ่าลั่วไม่ได้โกงเงินของเขา แถมยังให้เงินก้อนโตกับเขาก่อนตาย เหตุผลที่เขาแสร้งทำเป็จนก็เพื่อสร้างภาพลักษณ์ ทำให้เ้าพวกนี้ไม่สามารถระบุตัวตนของเขาได้จากรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้
ลู่เฉิงเฟิง [แล้วแบบนี้คุณยังรับงานนี้อยู่ไหม?]
งูแบล็กแมมบา [รับ มิตรภาพมีค่ายิ่งกว่าเงินทอง]
เหอะ… แกคิดว่าฉันเป็เด็กสามขวบหรือไง? ถ้าไม่ใช่งานนี้มีโอกาสทำให้เจอตัวฉันง่ายขึ้น แกจะยอมรับงานอย่างใจกว้างแบบนี้ไหม?
ลู่เฉิงเฟิงตอบว่า [ใช่ ๆ มิตรภาพมีค่ามาก ถ้างั้นขอลดเหลือสามล้านได้ไหม? เก็บไว้เป็สินสอดให้ฉันหน่อย]
หลังจากส่งข้อความนี้ไป ลู่เฉิงเฟิงก็รู้สึกหน้าร้อนผ่าว เขาทำได้เพียงแสร้งเป็ผู้หญิงเพื่อเอาชีวิตรอด
งูแบล็กแมมบาตอบว่า [ปกป้องใคร?]
ลู่เฉิงเฟิงกลอกตา คิดในใจว่า แกยังไม่ได้บอกเลยว่าสามล้านได้หรือเปล่า?
เมื่อพิจารณาจากท่าทีของงูแบล็กแมมบา แบบนี้มันอาจจะไม่ได้ผล
ลู่เฉิงเฟิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เพราะคำพูดต่อไปนี้จะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาเป็จำนวนมาก แต่เขาก็้าความช่วยเหลือจากงูแบล็กแมมบาเช่นกัน
ทุกครั้งที่ได้รับภารกิจสังหาร จำเป็ต้องรายงานให้เบื้องบนทราบ… หากภารกิจล้มเหลว เบื้องบนจะจัดคนอื่นมารับ่ต่อ จนกว่าภารกิจจะสำเร็จ
แม้ว่าเขาจะทำลายสาขานักฆ่าในเมืองเหยียนเฉิง แต่เมื่อไหร่ที่สำนักงานใหญ่ไม่สามารถติดต่อได้ พวกเขาก็จะส่งคนมาตรวจสอบอย่างแน่นอน
ลูกดอกที่เปิดเผยนั้นหลบง่าย แต่ลูกดอกลับนั้นยากจะป้องกัน เขาตระหนักดีว่าสำนักงานใหญ่ทรงพลังเพียงใด ท้ายที่สุดเขาก็เป็เพียงคนเดียว เขาไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะปกป้องตัวเองและซูอี้จวินจากอันตรายไปพร้อม ๆ กันได้
ลู่เฉิงเฟิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ตอบกลับไปว่า [แดนั, เมืองเหยียนเฉิง, ซูอี้จวินผู้จัดการทั่วไปของซูกรุ๊ป]