หากคุณเชื่อในรักแท้ คุณก็จะยึดติดกับการตามหามัน แต่หากคุณเชื่อมั่นในรักแรกพบสิ่งที่คุณต้องทำก็แค่หาวิธีคว้าหัวใจคนๆนั้นมาซะ เป็ทฤษฎีที่ไม่ได้แย่นะ แต่ว่าจะสำเร็จได้ก็ขึ้นอยู่กับฝ่ายนั้นด้วย
ผมมั่นใจพอตัวว่าก็หล่อพอใช้ แถมเด็กน่าจะหลอกง่ายด้วย(เฬว) ล้อเล่นน่ะ แค่ผมรู้สึกโหยหาอย่างบอกไม่ถูกมันยิ่งกว่าตอนเสียงลึกลับนั่นอีก ว่าแล้วผมก็ไม่ได้ยินเสียงนั่นนานแล้วนะ ขณะกำลังจมกับผวังของตัวเองก็มีคนพยายามลากตัวผมออกจากไอริสอยู่ ใช่แล้ว มิร่านั่นเอง
“ถอยออกมาเลยนะค้าา ท่านไกรอัส คนสติดีที่ไหนเขาไปขอเด็กแต่งงานกันละค้าา”
เธอพยายามดึงผมอย่างสุดแรงจนหน้าแดงไปหมดแต่ว่าถ้าไม่ใช้เวทมนตร์ก็ทำอะไรผมไม่ได้หรอกนะ เพียงแต่คนอื่นก็เหมือนจะเริ่มได้สติกันแล้ว
เมดของไอริสจึงให้เธอไปหลบด้านหลังเหมือนเดิม พร้อมส่งสายตาที่ไม่ชอบใจผมออกมา
เป็หน้าตาที่ดูดีใช้ได้เลย ดูแล้วน่าจะอายุเท่ากับมิร่า เพียงแต่สายตาแบบนั้นท่าทางแบบนั้นเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ไอริสโผล่ออกมาข้างหลังทีละนิดๆ เธอดูท่าจะกลัวกว่าเดิมอีก แล้วเธอก็พูดออกมาเบาๆ
“ไอริสฝันไว้ว่าอยากแต่งงานกับเ้าชายค่ะ แต่ว่าคุณเป็ลูกของท่านเคาน์ แสดงว่าไม่ใช่เ้าชายใช่ไหมละคะ”
อึก ขอโทษที่ตอนนี้ไม่ใช่เ้าชายนะครับ ถึงตอนนี้จะไม่ได้เป็แต่ก็เคยเป็นะ แต่บอกไม่ได้นี่นา
‘ฮุๆ’ มีเสียงหัวเราะเบาๆที่ข้างหลัง ซึ่งมาจากท่านดัสเชส
“หืม ท่านดัสเชสครับ”
เธอยิ้มให้ผมอีกครั้งก่อนจะพูดคุยกันต่อ
“เรียก เบลล่าเถอะจ้ะ เธอเป็เด็กตามที่ฮิวส์บอกมาเลยนะ”
“ตามที่ตาแก่…ไม่สิ ท่านพ่อบอกหรอครับ”
“ใช่จ้ะ ยังจำ่แรกที่เขามาอวดให้ฟังได้อยู่เลย เขาบอกว่าบางทีเธอก็เป็เด็กที่โตเกินวัย แสดงด้านที่เขาไม่เข้าใจในบางที ฉันกลัวว่าจะไม่สามารถคุยด้วยอย่างราบรื่น แต่ถ้าเป็แบบนี้ละก็เราอาจเข้ากันได้ดีกว่าที่คิดนะจ้ะ”
เธอไม่โกรธที่ผมไปขอลูกสาวเธอแต่งงานเลยสักนิด ช่างเป็คนที่ใจดีจริงๆ เราอาจจะเข้ากันได้ดีตามที่เธอบอกก็ได้
การทักทายในวันนี้ผ่านไปอย่างราบรื่น พอถึงกลางดึกผมที่นอนไม่หลับจึงไปนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ของตระกูลรินเฟียร์ ดวงดาวที่สว่างแวววาวสลับกันถอแสงไปมา ช่างสวยงามเหลือเกิน
“ช่างสวยงามจริงๆ”
“ขอบคุณนะคะ”
เสียงดวงดาวตอบกลับเราหรอ นี่เราหลอนไปแล้วใช่ไหมเนี่ย ก่อนจะสติแตกไปกว่านี้ผมสังเกตเห็นเงาที่หลังต้นไม้เป็เงามนุษย์เล็กๆ ไอริสนั่นเอง เธอมาได้ยังไงน่ะ
“ทำไมมาอยู่ที่นี่ละ เด็กๆไม่ควรนอนดึกนะ”
เธอก้าวออกมาจากหลังต้นไม้มานั่งข้างผมแบบเว้นระยะนิดหน่อย
“แต่ท่านไกรอัสก็ยังเด็กอยู่เหมือนกันนี่คะ”
โอ้ รู้จักการยอกย้อนด้วยไม่ได้เป็เด็กใสซื่อขนาดนั้นสินะ
“ฉันมาจากที่อื่น ไม่ชินที่เลยนอนเลยไม่หลับน่ะ เธอควรกลับไปนอนดีกว่านะ”
เธอกอดเข่าตัวเองเอาหน้าซบเข่าและหันหน้ามาทางผม
“ไอริสน่ะั้แ่เริ่มเรียนเวทมนตร์ก็ฝันร้ายบ่อยๆเลยละค่ะ”
่ปรึกษาปัญหาทางใจสินะ ยังไงก็ว่างอยู่แล้วมาฟังกันสักหน่อยดีกว่า
“เป็ฝันแบบไหนละ”
เธอขยับเข้ามาใกล้ผมจนพิงไหล่ผมได้แล้วเริ่มเหล่าถึงความฝันของเธอ
“ในความฝันไอริสขยับไม่ได้เลยค่ะ แถมทุกอย่างก็ดำสนิทแต่ว่านะคะ ในฝันมีเด็กผู้ชายมาช่วยไอริสไว้ เหมือนเ้าชายในนิทานเลยค่ะ”
“งั้นก็ควรเป็ฝันดีสิ แล้วเด็กผู้ชายคนนั้นหน้าตาเป็ยังไงละ”
เธอส่ายหน้าและทำแววตาเศร้าสร้อยก่อนจะเล่าต่อ
“ใช่แล้วค่ะ่แรกมันเป็ฝันดี แต่ว่าทำยังไงก็มองไม่เห็นหน้าของเด็กคนนั้นเลยค่ะ ทั้งๆที่เด็กคนนั้นช่วยไอริสออกจากความมืด แต่พอจะตามเด็กคนนั้นไปกลับขยับไม่ได้เลย แถมยิ่งตรงที่ไอริสอยู่สว่างขึ้นมากเท่าไหร่ ตัวของเด็กคนนั้นก็เริ่มที่จะมืดลงเรื่อยๆจนในที่สุดคนที่ถูกขังอยู่ในความมืดเป็เขาแทนค่ะ”
เป็ความฝันที่น่าเศร้าเอาเื่ เพราะแบบนี้ถึงไม่กล้าที่จะนอนสินะ คงต้องปลอบใจให้คลายกังวลก่อน
“บางทีนั่นอาจเป็เ้าชายของเธอก็ได้นะ”
“เ้าชายของไอริสหรอคะ?” เธอเอียงหัวสงสัยเล็กน้อย น่ารักซะจริงนะ
“ใช่แล้ว เ้าชายที่ช่วยเธอจากความมืดไง บางทีเ้าชายคนนั้นอาจจะรอความช่วยเหลือของเธออยู่เหมือนกันนะ”
“ถ้างั้นๆ ไอริสจะทำยังไงดีละคะ” จากความกังวลเริ่มกลายเป็ตื่นเต้นแทน ถือว่าโล่งใจได้เปราะนึงสินะ
“ในเมื่อเธอไม่เห็นหน้าของเขางั้นเธอก็คงต้องช่วยทุกคนแล้วละ ใครที่ดูท่าจะตกอยู่ในความมืดเธอก็ช่วยทั้งหมดซะ ถ้าทำแบบนั้นบางทีเธออาจช่วยเด็กคนนั้นไปแล้วโดยไม่รู้ตัวก็ได้นะ”
หลังร่ายตรรกะบ้างอย่างออกไป เธอก็ตาเป็ประกายและนั่งในท่าคุกเข่าหันมาทางผมแทน
“ท่านไกรอัสสุดยอดไปเลยค่ะ ไม่ว่าจะปรึกษาครอบครัวหรืออาจารย์ที่มาสอนเวทมนตร์ ทุกคนก็ไม่รู้วิธีแก้ไขมันพวกเราเพิ่งพบกันวันเดียวแท้ๆแต่กลับช่วยแก้ปัญหาของไอริสได้ เหมือนว่าวันนี้ไอริสจะฝันดีนะคะ”
เธอยิ้มแย้มไม่หยุดที่คลายความกังวลได้จากนั้นเธอนำนิ้วมาแตะปากตัวเองเหมือนคิดอะไรสักอย่าง พอคิดออกเธอจึงพูดคุยกับผมอีกครั้ง
“คือว่าถ้าไม่รังเกียจต่อจากนี้ขอเรียกว่าท่านพี่ได้ไหมคะ ไอริสน่ะฝันอยากจะมีพี่ชายมานานมากแล้วค่ะ”
พี่ชายกับน้องสาว ความสัมพันธ์ที่ผมกลัวมาตลอดหลังจากที่เสียน้องสาวไป มันแน่นในอกไปหมดแต่พอมองดีๆ ผมคิดว่านี่อาจเป็การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็ได้แต่ใจหนึ่งก็รู้สึกผิดกับมิร่าที่เคยปฏิเสธเธอไป ผมเอื้อมมือไปลูบหัวไอริสอย่างแ่เบา เธอหลับตาใ
“ถ้าไม่รังเกียจฉันคนนี้ละก็… ฝากตัวด้วยนะคุณน้องสาว”
เธอหายใและจ้องมาที่ผมจากนั้นเธอใช้ทั้งสองมือของเธอกุมมือผมที่ลูบหัวเธออยู่
ใบหน้าของเธอที่มีความสุขทำให้ผมมีความสุขไปด้วย ผมอยากรู้จังว่าตัวเองทำหน้า แบบไหนอยู่ มันคงจะดีไม่น้อยถ้าวันต่อๆไปก็สงบสุขแบบนี้
หลังจากนั่งอีกสักพักผมก็พาไอริสกลับเข้าคฤหาสน์และไปส่งหน้าห้อง
**ราตรีสวัสดิ์นะ ไอริส**
**ราตรีสวัสดิ์เช่นกันค่ะท่านพี่**
เป็วันที่คาดไม่ถึงในหลายๆความหมายทั้งการพบกับไอริส การยอมรับการมีน้องสาวอีกครั้ง กับความฝันประหลาดของเธอ เป็เด็กที่เปลี่ยนสิ่งรอบตัวได้เร็วจริงๆเลย
ฮ้าาา ผมเองก็เริ่มง่วงแล้วกลับไปนอนที่ห้องดีกว่า พรุ่งนี้จะต้องทำอะไรบ้างก็ไม่รู้
ณ มุมมืดแห่งหนึ่งในคฤหาสน์ มีคู่ชายหญิง 2 คน กำลังปิดบังตัวตนเพื่อหลบซ่อนเด็กชายและเด็กสาวเมื่อกี๊อยู่
“เราจะปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้นะคะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นมาด้วยความร้อนใจ
“เราจะทำยังไงกันดีละครับ” ชายหนุ่มถามเธอด้วยความร้อนใจเช่นกัน
“ไม่ต้องห่วงค่ะหนูคิดวิธีไว้แล้ว ครั้งนี้เราต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังเลยนะคะท่านออลวินซ์”
ใช่แล้วเมดและอัศวินฝึกหัดของแขกผู้มาเยือนกำลังวางแผนการใหญ่สำหรับวันพรุ่งนี้โดยที่เ้านายของพวกเขากลับไปนอนหลับสบายใจไม่รู้เื่ราว