…
หลังจัดการสั่งสอนระบายอารมณ์ มอมเมอร์ก็กลับมามีท่าที่สุขุมตามวัยอันควร เขากระแอมอย่างวางท่าเป็ชายชราผู้เยือกเย็น แล้วถามขึ้นใหม่เสียงขรึม เสมือนว่าเมื่อครู่นี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"เอาล่ะ ตกลงที่ว่า 'ไม่มีหรอก' น่ะหมายความว่ายังไง?"
เคียร่าที่ถือถุงใสที่คล้ายทำจากม่านน้ำซึ่งมีของเหลวสีน้ำตาลขุ่นกลิ่นไม่พึงประสงค์บรรจุไว้ เงยหน้าขึ้นตอบด้วยสีหน้าซีดเซียวอย่างคนหมดเรี่ยวหมดแรง
"คือฉัน...ไม่มีวิธีจริง ๆ ก็ไม่เคยทดลองส่งกลับก็...ก็เลยไม่มะ อุ๊บ!" ตอบไม่ทันจบคำทีก็ก้มลงคายของเก่าอีกรอบ ส่วนคนได้รับคำตอบแสร้งเมินภาพที่เห็น พลางกล่าวด้วยท่าทางเชิงวิเคราะห์
"สรุปนายมาได้ แต่กลับไม่ได้สินะ? เอาเถอะ เื่วิธีกลับอย่างนายค่อย ๆ คิดไปก็น่าจะหาวิธีได้ แต่ปัญหาคือ...นายจะอยู่ที่นี่ในสภาพนี้ไม่ได้"
เคียร่าทำหน้าข้องใจ มอมเมอร์เลยต้องอธิบาย
"นายคงเห็นรูป 'เขา' แล้วใช่มั้ย" คำถามนี้เรียกสีหน้าบึ้งตึงจากคนฟังได้เป็อย่างดี
"อ่าฮะ ถ้านายหมายถึง 'เคียรัส เดอร์เมน ลูกชายของเคียร่า วูลร์' ล่ะก็ ฉันเห็นแล้วล่ะ" เคียร่าตอบเสียงขุ่นพลางสะบัดมือไปทางซ้ายเบา ๆ
ถุงใสที่ถืออยู่ก็หายวับไปดุจเล่นกล แต่คนมองรู้ดีว่ามันคือแค่เวทมนตร์ธรรมดา ๆ ซึ่งเดิมทีแล้วการใช้เวทมนตร์นั้น หากใช้บ่อยครั้งจนชำนาญพอ การไม่ต้องร่ายเวทออกมาก็ถือว่าเป็เื่ปกติ แต่มอมเมอร์กล้าพูดเลยว่าไม่มีใครใช้เวทมนตร์ได้ง่ายดายเหมือนกับการหายใจเท่าเคียร่าอีกแล้ว
แทบไม่ต้องใช้ความคิด ร่างกายเคลื่อนไหวไหลลื่นจนน่าประหลาด ั้แ่เมื่อก่อนแล้ว ทุกครั้งที่ซ้อมประลองสู้กันด้วยเวทอย่างเดียว ตัวเขายังไม่ทันได้ร่ายเวทจบทีก็ต้องลงไปนอนกองกับพื้นแล้ว
อันที่จริง ถ้าไม่ติดนิสัยชอบป่วนกวนชาวบ้านกับ 'เื่นั้น' แล้วล่ะก็ เคียร่า วูลร์ ก็นับเป็ผู้ใช้เวทมนตร์ที่เก่งกาจชนิดไม่มีใครทัดเทียม!
"ใช่ เคียรัส เดอร์เมน ดาราดังของเมืองเรา" มอมเมอร์ตอบรับเสียงเรียบ
"เ้าเคียรัสนั่นใครกัน? โผล่มาจากไหน? ฉันได้ยินพวกคนในเมืองพูดกันว่าเด็กนั่นเป็ลูกฉัน แต่ฉันจำได้ว่าไม่เคยไปไข่ทิ้งไว้ที่ไหน" เคียร่าพูดบ่นพึมอย่างหงุดหงิด เมื่อพ่อมดหนุ่มเห็นเพื่อนรักไม่มีปฏิกิริยาก็ขมวดคิ้วถามอย่างระแวง
"อย่าบอกนะว่ามีคนแอบเอายีนของฉันไปใช้น่ะ? พวกนาย… ไม่สิ พวกตาแก่นั่นคงไม่ได้ร่วมมือกับพวกไซเอนเทลจอมบ้าเทคโนโลยีเพื่อสร้างอัจฉริยะอย่างฉันขึ้นมาอีกคนหรอกนะ?" เคียร่าถามไปแล้วก็ใจไม่ดีเมื่อเห็นเพื่อนรักยังนั่งเงียบ
"ตกลงว่าไง มัม?"
โป๊ก!
กำปั้นเขกลงกลางหัว มอมเมอร์ฉีกยิ้มที่ดูอบอุ่นพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"มัมบ้านนายสิเคียร่า บอกกี่ทีแล้วว่าอย่าเรียกฉันอย่างนั้น!" เครื่องหมาย 'โมโหนะ' แทบจะปรากฏขึ้นที่ข้างขมับชายชรา ฝ่ายโดนทำร้ายก็ร้องโอดครวญด้วยเสียงโอเวอร์เกินจริง
"โอ๊ย! เจ็บนะ! นายเขกฉันอีกแล้วนะ สมองฉันจะเสื่อมก็เพราะนายนั่นแหละ ั้แ่สมัยก่อนแล้ว ตกลงนายวางแผนจะทำลายพร์ด้านเวทมนตร์ของฉันด้วยการประทุษร้ายสมองสินะ!" คำพูดหลงตัวเองชนิดกู่ไม่กลับทำเอามอมเมอร์ถอนหายใจอย่างเพลียจิต
"เคียร่า นายช่วยหยุดจินตนาการอันล้ำเลิศนั้นไว้ก่อนที เื่ตัดต่อยีนอะไรนั่นฉันไม่รู้ด้วยหรอก แต่ 5 ปีก่อนเ้าเด็กเคียรัสก็ปรากฏขึ้นที่สภาเวทพร้อมกับผู้คุ้มกันส่วนตัวหลายสิบคน แล้วอ้างตัวว่าเป็ลูกชายของนาย ถึงไม่มีอะไรพิสูจน์แต่หน้าตาที่เหมือนนายทุกกระเบียดนิ้วก็เพียงพอแล้วที่จะยอมรับคำสมอ้างนั่น" ได้ยินคำอธิบายแล้วคนฟังก็ดีดนิ้วเปาะ
"อ่าฮะ เข้าใจล่ะ ถึงจะไม่รู้แน่ชัดว่าใช่ลูกฉันมั้ย แต่หน้าตาหล่อดูดีเหมือนกันซะขนาดนี้ ก็คงต้องยอมรับอย่างช่วยไม่ได้สินะ" เคียร่าพูดสรุปแบบหลงตัวเองพร้อมพยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ
มอมเมอร์กลอกตาอย่างระอาแล้วถอนใจ
"เอาเถอะ ทีนี้นายคงเข้าใจปัญหาแล้วสินะ"
"รู้แล้ว ๆ ฉันจะอยู่ที่นี่ในสภาพนี้ไม่ได้ เพราะจริง ๆ คนเขาถือว่าฉัน 'ตาย' กันไปหมดแล้ว แถมจะมีเคียรัสอะไรนั่นสองคนก็ไม่ได้งั้นสินะ" เคียร่าพูดด้วยท่าทางรำคาญ ชายหนุ่มยกมือขวาขึ้นมาแนบแก้มซ้ายก่อนปาดไปด้านขวา แสงสีเหลืองเรืองรองพลันสว่างวูบ เมื่อแสงหายไปใบหน้าของ เคียร่า วูลร์ ก็ได้เปลี่ยนไป…
ผิวขาวเนียนใสอมชมพู ดวงตาสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำ จมูกโด่งนิด ๆ รับริมฝีปากแดงระเรื่อ ดู ๆ แล้วเหมือนสาวสวยหน้าตาจิ้มลิ้มสักคน หากแต่ชายชราที่นั่งอยู่ตรงข้ามถึงกับลุกพรวด
"ไอ้..."
"จุ๊ ๆ คุณแม่ขา อย่าโมโหสิคะ" เคียร่าดัดเสียงเล็กเสียงน้อยซึ่งฟัง ๆ แล้วเหมือนเสียงเด็กผู้หญิงจริง ๆ
จริง ๆ ก็สมควรที่มอมเมอร์จะทำท่าเหมือนความดันขึ้น เพราะใบหน้าที่มาแทนที่ใบหน้าของเคียร่าก็คือใบหน้าของ 'มอมเมอร์ คัสตาน่า' สมัยยังเอ๊าะ!
"เคียร่า อย่าบอกนะว่าจะใช้หน้าตาแบบนี้...!!"
"น่า ๆ จะได้ไม่ต้องหาข้ออ้างหรือเอกสารให้วุ่นวายไง ไหน ๆ เคียร่ายอดอัจฉริยะก็มีลูกชายออกมาคนนึงแล้ว เพื่อนรักอย่างมอมเมอร์ก็ควรมี 'ลูกสาว' ด้วยสิ ไม่งั้นน้อยหน้าแย่เลยสิคะ คิก" เคียร่าพูดอย่างอารมณ์ดี
"งั้นก็เปลี่ยนสีผมด้วย ผมนายยังเป็สีทอง" มอมเมอร์ที่พยายามสงบสติอารมณ์พูดเตือน แต่ก็ต้องความดันกลับอีกรอบเมื่ออีกฝ่ายพูดขึ้นหน้าตาเฉย
"ไม่เห็นเป็ไรนี่ ก็บอกไปสิว่านายได้กับหนุ่มผมทอง หรือจะบอกว่าเป็ลูกที่เกิดระหว่างแด๊ดดี๊เคียร่ากับม๊ะม๊ามอมเมอร์ก็ได้นะคะ คุณแม่ขา" ไม่วายตบท้ายด้วยการเรียกมอมเมอร์ว่าคุณแม่อีกที ซึ่งคราวนี้คนที่ถูกยกเป็แม่หลายครั้งหลายคราฟิวส์ขาด เรียกบอลแสงธาตุลมที่ขนาดใหญกว่าเมื่อครู่อีกเท่าตัวมากระหน่ำซัดใส่ชนิดที่เคียร่าต้องร้องเสียงหลงอีกครั้ง
"เจี๊ยกกกกกกกกกกก!"
…
ผลสรุปคือเคียร่ายังคงได้ใช้หน้าตาของเพื่อนรักในวัยเยาว์ต่อไปเพียงแต่เปลี่ยนสีผมเป็ม่วงเข้มอันเป็สีผมในอดีตของมอมเมอร์ซึ่งปัจจุบันเป็สีดอกเลาขาวโพลนไปหมดแล้ว
"เอาล่ะ แล้วชื่อที่จะใช้เอาไง?"
"มัมเมียร์ เคียร่า"
มอมเมอร์พลันถลึงตาใส่คนที่นั่งหน้าซีดเป็กระดาษแต่ปากยังขยับได้แม้ไม่มีแรง
"เอาดี ๆ "
"คาเรีย คัสตาน่า"
"นี่ตกลงนายคิดจะใช้หน้าตาของฉันในสถานะผู้หญิงจริง ๆ สินะ" ชายชราขมวดคิ้วแล้วถอนหายใจ
"จุ๊ ๆ มัม เอ้ย มอมเมอร์เอ๋ย นายไม่รู้อะไรซะแล้ว ตอนพวกเราฝึกกันอยู่โรงเรียนดิมิแอร์ที่เกือบเรียกได้ว่าเป็โรงเรียนชายล้วน ผู้ชายเกือบทั้งโรงเรียนต้องใจสลายเมื่อรู้ว่านายไม่ใช่ผู้หญิง นอกจากเ้าดาลน์แล้ว ขนาดในกลุ่มพวกเราอย่างเ้าแทซกับรูชยังแอบชอบนายเลย พวกนั้นยังมาถาม ๆ ฉันอยู่เลยว่านายไม่ใช่ผู้หญิงจริง ๆ เหรอ ส่วนตินาร์ด หมอนั่นร้ายสุด แอบมาถามฉันว่ามีเวทหรือคำสาปที่ทำให้ผู้ชายกลายเป็ผู้หญิงแบบถาวรได้รึเปล่าด้วย" เคียร่าร่ายอธิบายหน้าระรื่นขณะที่มอมเมอร์ทำหน้าช็อค
"ทีนี้ความฝันของพวกหื่น เอ้ย พวกผู้ชายที่หลงใหลนายจะได้เป็จริงซะที ถึงความฝันที่ว่าจะกลายเป็จริงในตอนที่สายไปแล้วก็ตาม อุรึหึหึหึ"
พ่อมดหนุ่มหัวเราะอย่างชั่วร้าย ขณะที่มอมเมอร์กุมขมับ เพราะดูท่าเื่ปวดหัวเื่ใหม่กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
ก็บอกแล้ว...เื่นี้ไม่มีพ่อมดงี่เง่าที่อกหักแล้วคลั่งสติแตก
ไม่มีแม่มดที่กลัวคนอื่นจะสวยกว่าตัวเองจนเที่ยวร่ายมนต์สาปคนนู้นคนนี้
มีแต่พ่อมดจอมกวนที่รั่ว บ้า ปากหมา ชนิดไม่มีใครรับมือไหว
เมื่อตัวป่วนหวนกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับพกพาความแสบสันที่จะปั่นป่วนจนโลกะเื!
เคียร่า วูลร์ พ่อมดจอมวุ่นแห่งดิมิเดียร์กลับมาแล้ว!!