ตอน 11 ชายแดนที่แสนเหน็บหนาว
ณ ชายแดนรบ
หลานอ๋องเดินทางไปถึงที่นั่นหลานอ๋องก็อยากจะรู้ให้แน่ชัดว่าแท้จริงแล้วคนที่คอยบงการให้คำแนะนำชาวทุ่งหญ้าเกี่ยวกับกลการศึกนั่นคืออวิ๋นฟู่เจิ้งจริงหรือไม่...ก็ได้ออกอุบายร่วมกับท่านแม่ทัพของกองทัพว่าก่อนที่จะออกศึกรบในครั้งนี้ตนขอแฝงตัวเข้าไปสืบสาวราวเื่ในเผ่าทุ่งหญ้าเสียก่อนเมื่อได้ความแล้วจะส่งข่าวมาที่กองทัพถึงเวลานั้นจึงค่อยลงมือจัดการขบวนทัพเพื่อออกรบ...หากทำตามนี้กองทัพของฝั่งเราจะได้เปรียบมาก
เมื่อหารือกันได้ความเช่นนั้นหลานอ๋องก็ไม่รอช้าปลอมตัวเป็จิ้งเยียนไป๋.. เพื่อเดินทางไปหารือเื่สงบศึกกับเผ่าทุ่งหญ้า...
**จิ้งเหยียนไป๋เป็เสนาบดีที่มีความชำนาญเื่การว่าความใดๆเขาเป็กุนซือให้กับทัพของฝ่าา
เพื่อปิดบังตัวตนของตนหลานอ๋องมุ่งเดินทางไปยังเผ่าทุ่งหญ้าด้วยนามจิ้งเหยียนไป๋
ทันทีที่ไปถึงเผ่าทุ่งหญ้าก็นับว่าได้รับการต้อนรับอย่างดี...เขาเดินตรงไปที่โถงกระโจมของท่านผู้นำ
"เรียนท่านผู้นำเผ่าทุ่งหญ้า ข้าจิ้งเหยียนไป๋...ทำความเคารพท่านผู้นำ ข้ามาในวันนี้เพื่อมาเจรจาสงบศึก"
"ฮ่าๆ ทัพของพวกเ้าช่างใจกล้านักกล้าส่งทูตมาหารือกับข้า"
"เ้าเดินทางมาถึงที่นี่ไม่กลัวตายหรือเผ่าทุ่งหญ้าของข้าเลื่องลือว่าโเี้"
"จิ้งเหยียนไป๋เดินทางมาวันนี้ทำเพื่อชาวเมืองได้ปลอดภัยอยู่เย็นเป็สุข หากข้าต้องสละชีวิต จิ้งเหยียนไป๋ผู้นี้ก็ไม่เสียดาย"
"ฮ่าๆ ดี ดี!!! เ้าช่างฮึกเหิมได้ใจข้าเสียจริงเ้าทั้งรูปโฉมงาม น่าเกรงขาม ปากคอช่างพูดช่างจา..เหมาะแก่เผ่าทุ่งหญ้าของข้าเสียจริง"
"ขอบคุณท่านผู้นำ...เดินทางมาครั้งนี้จิ้งเหยียนมาเพียงผู้เดียว เหน็ดเหนื่อยนักจิ้งเหยียนคงต้องเสียมารยาทขอพักเอาแรงที่เผ่าทุ่งหญ้าของท่านสักสามสี่วันแล้วท่านว่าอย่างไร"
"เผ่าทุ่งหญ้าของข้ากว้างใหญ่ไร้เขตแดน...เ้าอยากอยู่นานแค่ไหนก็ตามใจเ้าเถอะแต่ข้าจำเป็ต้องสั่งให้คนคอยจับตาเ้าไว้ เพื่อไม่ให้เ้าก่อเื่เ้าว่าอย่างไร"
"จิ้งเหยียนบริสุทธิ์ใจยินดีให้คนของท่านติดตาม..."
"อวิ๋นฟู่เจิ้ง เ้าออกมาจากม่านได้แล้วเขาออกจากกระโจมไปแล้ว...ท่านมีความเห็นว่าอย่างไร คนผู้นี้พอใช้ได้ไหม"
"อย่างไรแล้วฟู่เจิ้งก็ขอแนะนำท่านอย่าได้ไว้ใจผู้ใดนอกจากข้า...ชายผู้นี้ดูไม่น่าไว้ใจแม้คำพูดของเขาจะดูนับถือท่าน ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะดดีต่อท่าน"
"เช่นนั้นหรือ งั้นข้าไม่อยากรอช้าข้าจะสั่งฆ่าคนผู้นี้ซะ"
"ท่านใจเย็นก่อนท่านผู้นำ ข้าขอจับตาดูเขาก่อนบางทีเขาอาจจะไม่ได้มีเจตนาอื่น อาจจะตั้งใจมาเจรจาสงบศึกจริงๆก็ได้"
"เช่นนั้นตามใจเ้าเถอะหาก้าสิ่งใดก็บอกข้าภายหลัง"
"ฟู่เจิ้งไม่กล้า...เป้าหมายของข้าในครั้งนี้ก็เพื่อสนับสนุนให้ท่านชนะศึกได้ครองดินแดนเมืองฉางอานและข้าก็จะได้ล้างแค้นให้กับสกุลอวิ๋นของข้าเพียงเท่านั้นสิ่งของลาภยศฟู่เจิ้งมิเคย้า"
เมื่อหลานอ๋องออกจากกระโจมของท่านผู้นำก็มีคนพาหลานอ๋องไปยังกระโจมของตนเองเพื่อเป็ที่พัชั่วคราวให้เขา.....เพื่อหลบเลี่ยงสายตาหลายคู่ที่จับจ้องหลานอ๋องเดินไปเรื่อยๆตามทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่...จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง...เห็นสาวงามผู้หนึ่งถึงกับต้องชะงัก...ทันทีที่แม่นางผู้นั้นหันหน้ามาพบหลานอ๋อง...ก็ได้ตกหลุมรักหลานอ๋องั้แ่แรกเห็น...นางกำลังเก็บดอกไม้อยู่ ก็ได้เดินเข้ามาหาหลานอ๋อง
"ท่านผู้นี้ ท่านเป็ผู้ใดกัน การแต่งตัวของท่านแตกต่างจากพวกเราไปมาก"
"หรือว่าท่านเป็เฃลยชาวเมืองฉางอานที่ท่านพี่จับมาเป็ทาส...แต่เหตุใดท่านมีหน้าตาหล่อเหลาเช่นนี้"
"แม่นาง แม่นางกล่าวผิดแล้วข้าเป็ทูตจากกองทัพเมืองหลวงมาสงบศึกกับกองทัพของเผ่าทุ่งหญ้า"
"เ้าช่างกล้า มาเรียกองค์หญิงของข้าว่าแม่นางได้อย่างไร"
"เอาล่ะ เขาเป็คนข้างนอกไม่รู้ธรรมเนียมข้าไม่ถือสาหรอก"
"เ้าจะเรียกข้าอย่างไรก็ได้งั้นเรียกข้าอาเหยาเถอะ ข้าชื่อ ซู๋อาเหยา เป็น้องสาวท่านผู้นำ"
หลานอ๋องคุกเข่าคำนับต่อหน้านาง
"งั้นจิ้งเหยียนไป๋ ไร้มารยาทต่อองค์หญิงแล้วโปรดลงโทษจิ้งเหยียน"
"ฮ่าๆเ้าลุกขึ้นเถอะทันทีที่เ้าปรากฏกายขึ้นต่อหน้าข้า ข้าก็ชมชอบเ้ามาก ยิ่งได้พูดคุยกับเ้าเพียงแค่ไม่กี่ประโยค ข้าก็อยากอยู่กับเ้าไปชั่วชีวิต..."
"ท่านหญิงกล่าวเกินไป ข้ามาที่นี่แค่ 3- 4 วัน หลังจากนั้นข้าก็ต้องกลับเมืองของข้า..."
"จะเป็อันใดไปเล่าข้าเป็องค์หญิงเพียงองค์เดียวที่ทุกคนในแดนนี้ต่างให้ความสำคัญข้า้าสิ่งใดพวกเขาย่อมไม่คัดค้านอยู่แล้ว... หากเ้า้าเจรจาสงบศึกข้าจะช่วยเ้าคุยกับท่านพี่"
"เมื่อพวกเราสงบศึกกันแล้วข้าก็จะทูลของานมงคลสมรสของเราเป็อย่างไร...."
"เรียนองค์หญิง ข้ายังต้องกลับไปที่เมืองของข้าต่อให้ข้าจิ้งเหยียนแต่งกับท่านก็ไม่สามารถอยู่ร่วมกับท่านที่เผ่าทุ่งหญ้าได้"
"หากเ้ายินดีแต่งกับข้าข้ายินยอมกลับไปใช้ชีวิตกับเ้าที่เมืองของเ้า"
เมื่อหลานอ๋องเห็นว่าองค์หยิงหลงรักตัวเองมากจึงคิดแผนออกเพื่อที่จะให้ได้ทั้งการสงบศึก ชาวบ้านเหล่าทหารจะได้ไม่ต้องนองเือีกทั้งยังสามารถมีเหตุผลยืดเวลาออกไปที่จะสืบหาความจริงเกี่ยวกับคนเมืองฉางอานผู้นั้นให้กระจ่างใช้ความรักความเชื่อใจขององค์หญิงมาเป็เครื่องมือให้ตนสมหวังในคราวนี้
"จิ้งเหยียนไม่กล้ารับปากท่าน... หากหน้าที่ของจิ้งเหยียนไม่สำเร็จลง...จิ้งเหยียนต้องถูกกองทัพลงโทษ"
"งั้นถ้าข้าช่วยพูดกับท่านพี่ให้สงบศึกกับพวกเ้าได้ข้าจะถือว่าเ้าตกลงยินยอมแต่งกับข้า"
หลานอ๋องส่งยิ้มให้องค์หญิงใช้มือเด็ดดอกไม้ดอกนึงขึ้นมาทัดหูให้นางก่อนจะเดินจากไป
องค์หญิงเห็นท่าทีเช่นนั้นก็คิดว่าจิ้งเหยียนชมชอบในตัวเองเช่นกันรีบกลับกระโจมคิดหาวิธีเจรจาเอาใจท่านพี่ให้ยอมสงบศึก...
ในทุกๆเช้าองค์หญิงจะเดินทางไปหาหลานอ๋องที่กระโจมเพื่อทานอาหารเช้าพร้อมกับเขาเพื่อทานอาหารเป็เพื่อนเขา
"องค์หญิงมาทานอาหารกับข้าที่กระโจมทุกเช้าเช่นนี้เกรงว่าจะไม่เหมาะ"
"จิ้งเหยียนเ้าเป็ชายเหตุใดคิดเล็กคิดน้อยเช่นนั้น...ที่เผ่าทุ่งหญ้าของเรามิได้มากพิธีรีตองเช่นครชาวเมืองหรอก"
"อีกอย่างข้าทำเช่นนี้เพราะข้าคิดถึงเ้าอยากเห็นหน้าเ้าทุกวัน อยากแน่ใจว่าท่านพี่ไม่ได้รังแกเ้า"
"องค์หญิง...ท่านผู้นำยังไม่ได้ให้คำตอบแก่ข้าจนถึงเวลานี้ข้าก็อยู่ที่เผ่าของพวกท่าน 3 วันแล้วหากพรุ่งนี้ท่านผู้นำยังไม่ได้ตอบตกลงเกี่ยวกับการเจรจาสงบศึก...ข้าจำเป็ต้องกลับไปรายงานท่านแม่ทัพของข้าแล้ว"
องค์หญิงได้ยินเช่นนั้นก็เกิดร้อนอกร้อนใจ....
"จิ้งเหยียนของข้า เ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก หลายวันมานี้ข้าคิดหาวิธีอยู่ตลอดข้าทานอาหารมื้อนี้กับเ้าเสร็จ เ้าตามข้าไปที่กระโจมของท่านพี่"
"ได้ ข้าเชื่อฟังคำของท่านหญิง"
เมื่อทั้งสองทานอาหารเสร็จทุกอย่างก็เป็ไปตามที่หลานอ๋องว่างแผนไว้....
ได้เดินทางไปที่กระโจมของท่านผู้นำ...เมื่อไปถึงองค์หญิงไม่รีรอ รีบเอ่ยปากขอแต่งงานกับหลานอ๋อง
"อาเหยาของพี่ มาแล้วหรือเหตุใดวันนี้อาเหยามากับท่านทูตผู้นี้ได้ล่ะ"
"อาเหยาไม่ขอปิดบังท่านพี่อาเหยาต้องใจท่านผู้นี้ั้แ่ที่พบกันครั้งแรก"
"จนถึงบัดนี้อาเหยาแน่ใจแล้วว่าอาเหยาอยากใช้ชีวิตกับท่านผู้นี้ไปชั่วชีวิต...โปรดท่านพี่มอบงานแต่งงานให้อาเหยาด้วย"
"ซู๋อาเหยา... เ้าคิดดีแล้วหรือแต่นั่นเป็คนนอกทุ่งหญ้าของเรา... เ้าจะเสียใจภายหลังหรือไม่"
"อาเหยาตัดสินใจเลือกแล้ว แม้ต้องตายร่วมกับเขาอาเหยาก็ไม่เสียใจ"
"ดี หลายปีมานี้ข้าเป็ห่วงเ้านักไม่เห็นว่าเ้าจะสนใจชายใด หากเป็คนในทุ่งหญ้าพี่คนนี้ของเ้ายินยอมจัดงานแต่งให้เ้าในทันที...แต่กับคนผู้นี้ข้ายังต้องใช้เวลาหารือกับผู้อื่นก่อน"
"ผู้อื่นที่ท่านพูดถึงก็คงเป็คนเมืองฉางอานผู้นั้นที่มักจะหลบอยู่หลังม่าน...ตอนนี้อาเหยาชักจะไม่แน่ใจว่าท่านเป็ท่านผู้นำหรือคนนั้นกันแน่ที่มีอำนาจเหนือท่าน"
"ซู๋อาเหยา หุบปากซะวันนี้เ้าช่างไร้มารยาทนัก"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นอวิ๋นฟู่เจิ้งที่หลบอยู่หลังม่านก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้านาง...อาเหยาถึงกับต้องตกตะลึงเมื่อเห็นใบหน้าของฟู่เจิ้ง...ฟู่เจิ้งมีใบหน้ารูปโฉมที่หล่อเหลามาก
"นี่ท่านหลบอยู่หลังม่านตลอดเป็ครั้งแรกที่อาเหยาเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของท่านแท้จริงแล้วชาวเมืองฉางอานรูปงามเช่นนี้ทุกคนเลยหรือ"
อวิ๋นฟู่เจิ้งหัวเราะออกมา พร้อมกับพูดว่า
"ฮ่าๆ...องค์หญิงอาเหยาช่างไร้เดียงสานักท่านอยู่แต่ในทุ่งหญ้าแห่งนี้แม้กระทั่งรูปโฉมของคนยังทำให้ท่านลังเลได้"
"ท่านยังมั่นใจอยู่อีกหรือไม่ว่าท่านชมชอบคนผู้นี้จริงๆ มิเพียงหลงใหลในรูปโฉมของเขา"
องค์หญิงตั้งสติ เดินไปกอดแขนของหลานอ๋อง
ในขณะเดียวกัน หลานอ๋องที่ยืนตัวแข็งทื่อไม่พูดอะไรแท้จริงแล้วกำลังคิดในใจว่า...
"แท้จริงแล้วชายผู้นี้ก็มีรูปโฉมที่งดงามคล้ายเป็ผู้ที่มียศศักดิ์หรือว่าคนผู้นี้จะเป็อวิ๋นฟู่เจิ้งจริงๆ...."
"ดีจริงๆการมาครั้งนี้ของข้าถือว่าไม่เสียเปล่าแล้วในที่สุดก็กระตุกหนวดเสืออย่างเ้าออกมาจากที่ซ่อนได้"
"คราวนี้ข้าจะต้องรู้ตัวตนของเ้าให้ได้"
หลานอ๋องที่ยืนนิ่งก็เริ่มปริปากพูด
"เรียนท่านผู้มีปัญญาเฉลี่ยวฉลาดท่านผู้นี้เป็ผู้ใดกัน"
ท่านผู้นำพูดว่า
"พวกเ้าเป็ชาวเมืองเหมือนกันรู้จักกันไว้คงไม่เป็ไร คนผู้นี้เป็กุนซือของข้า นามว่าอวิ๋นฟู่เจิ้ง"
หลานอ๋องคิดในใจ
"อวิ๋นฟู่เจิ้ง!!!! เป็เ้าจริงๆเ้ายังมีชีวิตอยู่หรือ!!! เช่นนั้นคงวางแผนชั่วนี้ไว้นานแล้วเพื่อที่จะแก้แค้นคนที่สั่งฆ่าล้างสกุลอวิ๋น งั้นก็แย่แล้ว เขาร้ายกาจเช่นนี้ขอให้เป้าหมายของเ้ามิใช่สกุลหลิวของข้า"
หลานอ๋องตีหน้าซื่อ เสแสร้งคำนับฟู่เจิ้ง
"ข้าจิ้งเหยียนไป๋ ขอคำนับท่านกุนซือ"
"เอาล่ะ ท่านผู้นำ หากองค์หญิงประสงค์เช่นนั้นข้าคนนอก งานนอกเหนือจากการวางกลรบคงไม่ได้อยู่ในความควบคุมของข้าเชิญท่านผู้นำตัดสินใจเองเถิด"
"อวิ๋นฟู่เจิ้งบัดนี้ขอตัว..."