บทที่สามสิบเก้า
“ยินดีที่ได้พบแม่นางเถียนหนิว”นางเพียงพยักหน้าตอบแล้วก้าวเดินต่ออีกครั้ง
“แล้วคุณชายอิงหมิงมาทำอะไรที่นี่หรือ ท่านดูไม่ใช่คนที่นี่”เป็นฝ่ายเถียนหนิวเริ่มเปิดคำถามบ้าง
“คือ..ข้ามีของที่ต้องการบางอย่าง แล้วได้ยินมาว่าอยู่แถวๆ นี้”
“แล้วไม่ใช่ว่าต้องเข้าภพปีศาจหรอกนะ”เพียงคำพูดไม่กี่คำก็ทำให้เถียนหนิวรู้ได้แล้วว่าจุดมุ่งหมายเสี่ยงอิงคือที่ไหนจิ้งจอกน้อยพลันทำหน้าตื่นตะลึงที่โดนล่วงรู้อย่างปิดไม่มิด
“คุณชายไม่ต้องตกใจ ที่ข้ารู้เพราะเมืองเล็กๆ แห่งนี้ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นถ้าเป็นคนผ่านมาส่วนมากว่ามีจุดหมายคือหาทางเข้าภพปีศาจทั้งนั้นไม่ว่าจะทำเพราะมีจุดประสงค์บางอย่างหรือแค่เพียงความสนุก”เถียนหนิวอธิบายเสียงราบเรียบไม่ได้จ้องจับผิดหรือดูแคลนอีกฝ่าย
“เช่นนี้เอง แต่แม่นางก็ดูเป็นคนต่างถิ่นนะ”
“ใช่แล้ว บ้านเกิดข้าห่างจากที่นี่มากนัก”นางกล่าวจบก็หันมาเผชิญหน้ากับอิงหมิงอีกครัั้ง “ไหนๆ ก็จะหาทางเข้าภพปีศาจเราเดินทางไปด้วยกันไหม?”
“...” ไม่คาดคิดว่าคำเชิญชวนง่ายๆ เช่นนี้แต่ความลังเลของจิ้งจอกน้อยก็มาพร้อมกันใจหนึ่งก็ว่าดีมีผู้เดินทางร่วมเส้นทางน่าจะสะดวกขึ้นแต่ส่วนที่เหลือคือไม่ไว้ใจแค่ตอนเกิดมาใหม่ๆก็พวกมนุษย์ไม่ใช่หรือที่จับตนขังเพื่อจะขายขนสำหรับเอาไปทำผ้าคลุมกันหนาวอิงหมิงกลัวจะถูกคนไม่หวังดีหลอก
“ข้ารู้ท่านอาจจะไม่ไว้ใจข้า เช่นนั้นข้าบอกจุดประสงค์ที่เข้าไปก่อนก็ได้ข้าต้องการเข้าไปหาร่างท่านเซียนลู่อิงหมิง”
“ห่ะ!? ท่านเซียน..ลู่อิงหมิง?” ท่านเซียนในตำนานคนนั้นคนที่แม้แต่ชื่อของตนเองก็ถูกตั้งขึ้นตามท่านเซียนคนนั้นตัวเขาไม่เคยรู้เลยว่าร่างท่านเซียนอยู่ในภพปีศาจตำนานในเล่มจบตอนท่านเซียนได้ตายลง
“ใช่ท่านเซียนคนนั้น”
“ช้าก่อน” อิงหมิงจ้องมองใบหน้าสวยหวานที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางห้าวหาญแม่นางคนนี้มีนามว่าเถียนหนิว จะใช่เถียนหนิวคนนั้นในตำนานหรือไม่เถียนหนิวก็คล้ายจะพอเข้าใจการพิจารณาของคุณชายหากใครเคยฟังหรืออ่านบันทึกเซียนลู่อิงหมิงมาก็คงจะคิดเช่นนี้ทั้งนั้น
“ใช่แล้ว ข้าคือคนเดียวกันนั้น”
“...” ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะได้พบคนที่อยู่ในเรื่องเล่า แม้ขึ้นชื่อว่าตำนานแต่ทุกอย่างล้วนพึ่งเกิดขึ้นไม่แปลกที่ทุกคนยังมีตัวตนอยู่บันทึกมีไว้เชิดชูคุณงามความดีของท่านเซียนไปอีกนับร้อยนับพันปีจนวันนั้นถึงจะเป็นตำนานจริงๆ แต่วันนี้ได้พบอิงหมิงก็อดตกใจไม่ได้
“ข้ามีเหตุผลของข้าที่ต้องไปพาร่างของท่านเซียนกลับมาถ้าคุณชายไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรแต่หากยินดีร่วมทางไปด้วยกันก็เชิญได้”แท้จริงตามที่นางกล่าว ใครก็อ้างได้ว่าเป็นคุณหนูเถียนหนิวคนงามสำหรับจิ้งจอกน้อยไม่ได้เชื่อเต็มร้อยแต่ให้ปฏิเสธว่าคล้อยตามไปมากแล้ว
สุดท้ายอิงหมิงก็ตัดสินใจตามเถียนหนิวไปหากเพียงระหว่างทางต้องระวังตัวมากขึ้นเสียหน่อย ครั้งนี้จะไม่ยอมถูกจับง่ายๆทั้งยังไงตอนนี้ก็ยังไม่มีคนรู้ว่าตนเป็นปีศาจจิ้งจอกด้วยก็ไม่รู้ว่าจะมุ่งร้ายกับนางทำไม ข้าวของมีค่าก็ไม่มี
“แล้วคุณชายเหล่า จะเข้าไปภพปีศาจทำไม”
“คือข้าอยากได้ของเอาไปรักษาสหายที่ป่วยหนัก”
“เข้าใจแล้ว ท่านจะหาของวิเศษล่ะสิ แต่จริงๆ ของพวกนี้มีอยู่อีกหลายแบบนะแต่ไม่ว่าใครครอบครองอยู่ก็คงจะปิดปากเงียบมีแต่ชิ้นที่อยู่กับจอมมารนี้ที่เปิดเผยไปทั่ว”
ทั้งสองออกเดินทางออกมาจากประตูประจิมของเมืองแล้วมุ่งหน้าสู่พื้นที่ป่ายิ่งเดินยิ่งหนาทึบปีศาจจิ้งจอกเดินอยู่เบื้องหลังของเถียนหนิวระหว่างทางตั้งแต่เข้าป่าก็ไม่ได้พูดคุยกันอีก ท่ามกลางความเงียบงันอยู่ๆพลันเกิดแผ่นดินสะเทือน
“เกิดอะไรขึ้น?” เถียนหนิวหันมองซ้ายขวาใบหน้าดูตื่นตกใจพอกันกับที่อิงหมิงเป็น
“แผ่นดินไหวหรือเปล่า” จิ้งจอกน้อยรู้สึกแรงสั่นมาจากทุกทางแม้ใต้พื้นดิน
“อาจจะเป็นฝีมือปีศาจแทบนี้ ระวังพวกปีศาจให้ดี”นางกล่าวพลางหันหลังประชิดต้นไม้ ไม่ให้เกิดช่องว่าง
จิ้งจอกน้อยรู้ว่าตัวเองเป็นปีศาจแต่กลับไม่รู้ว่าปีศาจอื่นๆหน้าตาอย่างไร และยิ่งกว่านั้นคือไม่รู้ว่าปีศาจทั่วไปจะยอมรับปีศาจต่างถิ่นอย่างตนเองไหมหากเกิดการต่อสู้จริง
แผ่นดินที่สั่นไหวค่อยๆเบาลงแต่กลับเป็นเบื้องบนท้องฟ้าที่เปิดออกแสงทองอร่ามสาดส่องทั่วบริเวณในป่าที่แมกไม้เกือบจะปิดมิดก็ลอดผ่านลงมาเจิดจ้า
“ทัพสวรรค์!” คำตอบออกมาจากเถียนหนิวนางน่าเคยมีประสบการณ์พบเจอสิ่งนี้มาก่อนหรือไม่ก็ไม่แน่ใจ “หลบกันก่อน..”
ยังไม่ทันเอ่ยจบเสียงดังอึกทึกก็ดังสนั่นป่าก่อนเสียงที่ดังทำเอาหูจิ้งจอกน้อยอื้อไม่ได้ยินอะไรแล้ว หัวก็มึนงงไปชั่วขณะ
เมื่อได้สติเสี่ยวอิงก็เห็นบื้องหน้าห่างออกไปไกลๆแต่อยู่ในระยะสายตาที่แต่ก่อนเป็นป่าทึบมันกลายเป็นพื้นที่เตียนโล่งเสียแล้ว
“หนีก่อน” เถียนหนิวดึงไหล่ของร่างคุณชายอิงหมิงให้วิ่งตามไป
“หนีหรอ?” แม้จะไม่เข้าใจแต่นางก็วิ่งตามหญิงสาวไป“ทำไมถึงหนีละ”
“เทพมารสู้กันจะรอเป็นมดให้เขาเหยียบเล่นหรือ” เข้าใจง่ายได้ใจความอิงหมิงรู้อยู่แล้วว่าตอนนี้อยู่ในช่วงสงครามสวรรค์กับจอมมารระอุแต่นี่มาเกิดต่อหน้าอีกต่างหากคนเบื้องบนสู้กันมนุษย์หรือปีศาจที่ทำเป็นแค่จำแลงกายไม่ควรเข้าไปยุ่งแต่ก็เป็นช่วงนี้ที่มดตัวเล็กๆสามารถหลบซ่อนลักลอบเข้าบ้านเวลาเจ้าของไม่อยู่หรือเปล่า
“แต่ถ้าเราลอบเข้าภพปีศาจตอนนี้จะไม่ดีกว่าหรือ”เถียนหนิวได้ยินทุกคำที่คุณชายอิงหมิงพูดนางเอาคำพูดนั้นมาคิดซึ่งนับว่าเป็นความจริงถึงจะเสี่ยงแต่นับว่าคุ้มค่าหากได้เข้าภพปีศาจตอนที่ภายในวุ่นวายผลลัพธ์อาจจะออกมาดีก็ได้
“ได้ เราควรลองเสี่ยง” หญิงสาวพลิกตัวกลับ “คุณชายต่อสู้เป็นใช่หรือไม่”
ข้าทำอะไรไม่เป็นเลยคำตอบในใจของเสี่ยวอิงดังบอกแต่มันทำเอาตัวนางเองละอายจนไม่กล้าเอ่ยออกไป
“งั้นทำอะไรเป็นบ้าง?”
“ก็มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ทำเป็นแต่พูดไม่ได้”
“ตอนนี้ยังปิดบังข้าอีกหรือ ช่างเถอะ! ตามมาก็พอ” เถียนหนิวไม่พูดมากความวิ่งออกไปทางเดิม แต่พอใกล้พื้นที่เตียนโล่งก็หยุดฝีเท้า
“เราควรอ้อมไปดีไหม” อิงหมิงเอ่ยกระซิบ
ขณะที่ทั้งสองกำลังครุ่นคิดฟากฟ้าก็เกิดการระเบิดดวงใหญ่อิงหมิงเงยหน้ามองทันทีเหมือนถูกสะกดสายตาเอาไว้ทัพสวรรค์นั้นเรียกว่าขนมาเป็นกองทัพจริง แสงทองอร่ามที่ส่องอยู่เบื้องหลังดูยิ่งใหญ่สูงค่าแต่มันกำลังค่อยๆ มอดดับเพราะการระเบิดเมื่อครู่
ผู้เผชิญต่อทัพสวรรค์บนฟ้ามีหนึ่งเดียวอาภรณ์สีทมิฬเห็นอยู่ห่างไกลยืนอย่างโดดเดี่ยวแต่เขาดูห้าวหาญทระนงไม่หวั่นต่อทัพสวรรค์สักนิด ผู้เดียวกล้าเทียบอำนาจต่อสวรรค์‘จอมมาร’ ผู้นั้น
“นั้นเขาหรอ?” อิงหมิงเอ่ยอย่างเหม่อลอย
“ก็มีอยู่คนเดียว” เถียนหนิวดึงชายเสื้อให้คนข้างกายได้สติ“เรารีบไปได้แล้ว เดี๋ยวเร็วๆ นี้แถบนี้คงพังพินาศ”
“อืม เข้าใจแล้ว”
ยังไม่ทันได้ขยับตัวด้วยซ้ำแสงสายหนึ่งฟาดลงมาที่พื้นดินห่างไปไม่ถึงสิบช่วงตัวพื้นสั่นสนั่น แสงทองอร่ามของทัพสวรรค์หายไปแล้วบางกลุ่มกระจายตัวออกมาจากบนฟ้ามุ่งตรงมาที่ลานกว้างบนพื้นที่เตรียมไว้ก่อนหน้าเสียงอึกทึกมาพร้อมกับสิ่งมีชีวิตมากมายนับไม่ถ้วนกรูกันมาอีกฟากของป่าตรงข้ามกับอิงหมิง
“อ้อมไปทางนั้นกัน” หญิงสาวที่ก่อนหน้านี้อิงหมิงคิดว่านางมีท่าทางองอาจห้าวหาญบัดนี้ใบหน้าผุดเหงื่อที่ขมับสีซีดลงไปเยอะคงหวั่นใจไม่น้อยแต่นั้นก็ไม่ต่างจากนาง
ทั้งสองที่อ้อมชายป่าไปอีกทางก็เหลือบมองสงครามที่เกิดขึ้นไม่ห่างไกลพื้นดินมีปีศาจมากหน้าหลายตาต่อสู้กับทัพสวรรค์อย่างเอาเป็นเอาตายแต่ดูจะไม่ค่อยเกิดผลดูเหมือนเป็นทหารชั้นด้อยรับบทเป็นมดปลวกให้ขยี้ ห่างออกไปพอดูจะสูสีขึ้นพวกที่มีร่างกายแบบมนุษย์จะมีฝีมือสูงส่งกว่า พอจะสูสีน่าลุ้นส่วนบนฟ้าที่มีเพียงจอมมารคนเดียวที่ดูสบายมือกว่าเยอะเขาเพียงคนเดียวรับมือเซียนสวรรค์ถึงเจ็ดคนแต่ไม่มีทีท่าจะเพลี่ยงพล้ำเลย
“จอมมารเก่งขนาดนี้เชียวหรือ?”
“เก่งขนาดนี้แต่ช่วยท่านเซียนไม่ได้ก็ไร้ความหมาย”เถียนหนิวเอ่ยด้วยสำเนียงเย้ยหยันแบบไม่ปกปิดอิงหมิงเกิดสงสัยความเป็นว่าเหตุใดเถียนหนิวดูไม่พอใจจอมมารขนาดนั้น
“แม่นางดูไม่ค่อยพอใจจอมมาร”
“ใช่!” นางลั่นตอบทันทีไม่มีลังเล จากนั้นเสี่ยวอิงก็ไม่ได้เอ่ยอะไรอีก
ทั้งสองแอบซ่อนตามเงาต้นไม้ลัดเลาะไปเลี่ยงสถานการณ์ด้านนอกที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆเสียงขู่คำรามมีให้ได้ยินตลอดทางอิงหมิงที่อยู่ด้านหลังเหลียวมองตลอดกลัวจะมีอะไรไม่คาดคิดเกิดขึ้นจนสิ่งที่ไม่คาดคิดที่กลัวก็เกิดขึ้นจริง ร่างปีศาจตนหนึ่งถูกซัดกระเด็นผ่านไปรวดเร็วมองแทบไม่ทันแต่สิ่งนั้นมันยังไม่ตายทั้งกำลังจะลุกขึ้นยืน ห่างไม่เท่าไรมันจะต้องสังเกตร่างมนุษย์ทั้งสองแน่ๆ
ปีศาจจิ้งจอกในร่างคุณชายมนุษย์จึงรีบวิ่งไปผลักหญิงสาวให้ล้มลงไปมันพุ่มไม้เตี้ยๆหน้างดงามเกือบจูบพื้นดิน เถียนหนิวที่ไม่รู้เรื่องเตรียมหันกลับมาเตรียมจะก่นด่าปรากฏสิ่งที่ยืนอยู่ไม่ใช่คุณชายที่นางพาเดินทางมาด้วยอีกแล้วแต่เป็นร่างกึ่งมนุษย์กึ่งปีศาจแมงมุมตัวหนึ่งหนังหัวนางชาดิกทันทีไม่รู้ว่าปีศาจแมงมุมตัวนี้โผล่มาตอนไหนแต่เสียงที่เอ่ยออกมาทำนางตื่นตะลึง
“แม่นางนิ่งเงียบก่อน” เสียงแบบนี้! มันคุณชายอิงหมิงชัดๆนางไม่รู้ว่าเกิดอะไรแต่ก็ยอมเงียบปากหดตัวซ่อนเข้ามาในพุ่มไม้เตี้ย
ปีศาจที่ก่อนหน้าถูกซัดกระเด็นลุกขึ้นแล้วย่างสามขุมเตรียมกลับเข้าสนามรบจึงเหลือบมาเห็นอิงหมิงที่จำแลงกายเป็นปีศาจแมงมุม
“มองอะไร!” มันดูไม่พอใจที่ถูกมองหรือไม่พอใจปีศาจแมงมุมอิงหมิงก็ไม่อาจรู้นางจึงแสร้งเสใบหน้าไปทางอื่น ไม่อยากให้มองก็ไม่มอง
แต่อีกฝ่ายก็ไม่จบเท่านั้นมันวิ่งตรงมาคล้ายจะหาเรื่องอิงหมิงจึงรีบกระโดดหลบทันใดกระโดดอยู่สองสามครั้งตัวก็แทบจะหลุดเข้าสนามรบแล้ว ด้านปีศาจแมงป่องพอเข้าพื้นที่ต่อสู้ก็เลิกตามติดนางหันไปสู้กับพวกเซียนสวรรค์ต่อ
ปีศาจจิ้งจอกเหลือบซ้ายแลขวาหาโอกาสหลบออกด้านนอกแต่เหมือนเซียนผู้หนึ่งที่ใช้แส้จะไม่เห็นด้วยนางตวัดแส้ไปมาฟาดใส่ปีศาจตัวแล้วตัวเหล่าอิงหมิงจึงได้แต่กระโดดหลบเลี่ยงไม่พยายามมุ่งหาเรื่องใส่ตัว
ระหว่างที่หาจังหวะหนีอยู่ลิขิตสวรรค์ก็ไม่เห็นด้วยอีกครั้งเซียนอีกตนเหาะเข้ามาเอ่ยเสียงกังวานกับอีกคน “จับมาเป็นเชลยให้หมด”
นางเลยเปลี่ยนจากแส้ไปหยิบบางอย่างที่ห้อยที่เอวเมื่อปลดมันออกมามันก็ขยายใหญ่ชนิดที่คลุมได้ทั่วบริเวณที่ปีศาจน้อยใหญ่กระจายตัวอยู่ซี่กรงขนาดใหญ่ค่อยๆ ลงมาครอบปีศาจทั้งหมดเอาไว้
“ไม่ๆๆ ไม่เอากรง” อิงหมิงเกลียดการถูกขังที่สุดไม่ใช่เวลามาห่วงว่าฐานะปีศาจจิ้งจอกจะถูกเปิดเผยไหมตอนนี้ปีศาจทุกตัวแตกฮือไม่มีใครสนใครแล้วใช้ทุกวิธีหนีการถูกขังในกรงวิเศษนั่น
อิงหมิงกลายร่างกลับเป็นจิ้งจอกหิมะร่างนี้เขาคุ้นชินที่สุดวิ่งเร็วที่สุดจิ้งจอกน้อยออกวิ่งสุดพลังขณะที่กรงใหญ่ค่อยๆ โรยตัวลงมาที่พื้นดิน
“ใกล้แล้วๆ” เขามองขึ้นฟ้าคาดคะเนว่าขอบเขตกรงจะอยู่ประมาณชายป่าจังหวะที่ตนวิ่งถึงชายป่าเกือบจะหลุดปีศาจตัวอื่นๆ ที่วิ่งเตลิดมาพร้อมๆกันก็เบียดกันไปมา เสียที่จิ้งจอกหิมะตัวเล็กเกินไปมันถูกเบียดกระเด็นไม่พอกลับกระเด็นเข้าไปในเขตกรงที่กำลังจะปิดลง
ตึม..เสียงกรงกระทบพื้นดินดังลั่นตัดความหวังสุดท้ายที่กำลังพลิกตัวลุกกรงปิดลงแล้ว
‘ถูกขังอีกแล้ว!’
ปีศาจอีกหลายตัวที่หนีออกไปไม่ทันถูกขังอยู่ด้วยกันกับอิงหมิงพวกมันหลายตัวพยายามจะแหกกรงหนีแต่เมื่อสัมผัสถูกซี่กรงก็ต้องร้องลั่นแล้วผละตัวออกมา
กรงวิเศษถูกพาลอยขึ้นไปด้านบนอิงหมิงวิ่งกระโดดไปรอบๆกรงพยายามหาตัวเถียนหนิวเพราะไม่รู้ว่านางจะถูกจับมาด้วยไหมพอไม่เห็นร่างมนุษย์ในที่นี้ก็เบาใจ
เมื่อลอยขึ้นมาบนฟ้าก็รู้ว่ามีแต่สงครามด้านล่างที่จบลงส่วนที่อยู่ด้านบนยังไม่จบจอมมารยังคงยุ่งอยู่กับเซียนทั้งเจ็ดไม่ได้สนเลยว่าลูกน้องถูกจับใส่กรงแล้ว
“พาพวกนี้ไปขังที่คุกสวรรค์ก่อน”เซียนคนเดิมตามมาสั่งการเซียนสาวผู้บังคับกรงวิเศษกรงใหญ่จึงถูกพาออกไปห่างไกลจากพื้นที่ต่อสู้มากขึ้นเรื่อยๆ
ชีวิตนี้อิงหมิงไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ไปแดนสวรรค์มาก่อนแต่ให้ไปในฐานะนักโทษขอไม่ไปเสียดีกว่า ในกรงมีแต่ทหารปีศาจชั้นเลวดูไม่มีคนไหนมีพลังมากพอแหกกรงได้ ทำได้แต่ขู่คำรามเซียนที่คุ้มกันด้านนอกมองแล้วยิ่งดูน่าสังเวชไม่ได้ดูน่าหวั่นเกรงสักนิด
จิ้งจอกน้อยพยายามคิดหาวิธีให้รอดพ้นจากสถานการณ์นี้เขาควรจำแลงกายเป็นใครถึงจะถูกปล่อยตัวถ้าเป็นเซียนสักคนคงถูกปีศาจในกรงฉีกทึ้งไม่เหลือชิ้นดีก่อนแน่แต่ถ้าเป็นมนุษย์ก็อาจจะไม่ต่าง แต่คิดหัวจะระเบิดเท่าไรก็ไม่ได้ทางแก้ไขนางจนปัญญาแล้ว
กรงวิเศษผ่านเข้าแดนสวรรค์มาแล้วความวิจิตรงดงามของสรวงสวรรค์เป็นเช่นนี้เองทั้งลวดลายหรือรูปทรงมีความงดงามเหนือธรรมดาไม่รู้เพราะเป็นสวรรค์หรือไรถึงมีประกายระยิบระยับแม้ในอากาศถ้าเงี่ยหูฟังสักหน่อยก็จะได้ยินเสียงบรรเลงเพลงมาตามสายลมด้วย
แต่ให้ชื่นชมอยู่ได้ไม่นานกรงวิเศษก็ถูกส่งเข้าคุกสวรรค์ประกายทองอร่ามหายไปพร้อมกับเสียงบรรเลงด้านในคุกสวรรค์ไม่ได้งดงามสักเท่าไรนักเหมือนเป็นกำแพงทึบรอบด้านไม่มีแสงลอดเข้ามาแต่ดีที่ยังมีแสงจากคบไฟ
เหล่าปีศาจถูกย้ายเข้าไปในคุกสวรรค์อย่างแน่นขนัดแทบจะเดินไม่ได้ด้วยซ้ำ ดูเหมือนว่าคุกสวรรค์ไม่ได้สร้างมาเพื่อจุนักโทษขนาดนี้
เมื่อประตูคุกปิดลงได้ไม่เท่าไรเหล่าปีศาจชั้นเลวยังไม่ทันได้หามุมนั่งพักกันเลยด้วยซ้ำด้านนอกก็เกิดการสั่นสะเทือนขนาดคุกที่แน่นหนาขนาดนี้ยังสั่นไหวได้แรงด้านนอกต้องทรงพลังมากแน่ๆ
แรงสั่นที่หายไปครู่หนึ่งก็กลับมาทั้งยังหนักหน่วงกว่าเดิม ผนังเพดานสั่นจนมีเศษหินร่วงลงมาด้านล่างสั่นหนักเข้าจนปีศาจหลายตัวล้มทั้งยืน เสียงลั่นของผนังที่ค่อยๆแตกร้าวเป็นริ้วมาจากเพดาน
“อะไร เกิดอะไรขึ้น”ปีศาจหลายตัวเริ่มส่งเสียงคำรามถามหาคำตอบที่ไม่มีใครตอบได้
แก๊กๆกึก
ประตูที่หนาหนักลงอาคมกันไม่ให้นักโทษหนีดูเข้าเขตวิกฤตมันส่งเสียงเหมือนใกล้จะถล่มเต็มทีปีศาจหลายตัวที่อยู่ใกล้ประตูเบียดตัวเข้ามาด้านในเกรงจะโดนประตูหินถล่มใส่
ไม่นานสิ่งที่คาดไว้ก็เกิดขึ้นประตูหินถล่มลงมาแล้ว ลมที่พัดเข้ามากะทันหันพัดคบไฟดับลง ทั้งยังมีแสงสีทองสาดส่องเข้ามาพร้อมกันอิงหมิงหลบแสงที่ส่องมาทำตาพร่าเพราะเริ่มคุ้นชินกับความมืดแล้ว
เมื่อสายตาเริ่มชินแล้วก็หันไปมองประตูอีกครั้งเวลานี้ปีศาจก็เริ่มเบียดตัววิ่งออกจากประตูกันแล้วเพื่อหนีตายหลบออกจากคุก
อิงหมิงไม่รอช้าสี่ขารีบวิ่งไปที่ประตูครั้งนี้จะต้องไม่ถูกเบียดกระเด็นอีกให้ได้ต้องหนีก่อนที่จะถูกจับไปแล่เนื้อเถือหนัง
ปลายทางอยู่ไม่ไกลก้อนขนที่เคยสีขาวตอนนี้คลุกฝุ่นจนขะมุกขะมอมกลายเป็นสีเทาก้าวเท้าข้ามประตูที่ถล่มเป็นกองหิน
อากาศที่เป็นประกายสีทองระยับเสียงเพลงลอยมาตามลมปีศาจจิ้งจอกน้อยที่กระโดดออกมาจากคุกก็สัมผัสได้ทันที ‘’ชีวิตอิสระ’
อิงหมิงไม่หยุดเท้าเขาวิ่งตามพวกปีศาจที่ออกมาก่อนหน้าไปด้วยกันเพราะตัวเองก็ไม่รู้ทางถ้าตามไปอาจจะกลับโลกได้
แต่ไม่ทันไรหลังก็เหมือนถูกกระชากเอาไว้ขาลอยจากพื้นสะบัดตัวเท่าไรก็ไม่หลุด
“จะไปไหนเจ้าจิ้งจอก” เสียงทุ้มเอ่ยใกล้ใบหู นางเลยหันไปหวังจะแว้งกัดแต่อย่าว่ากัดเลยแค่อ้าปากยังไม่ได้คนผู้นั้นใช้สองนิ้วคีบปากจิ้งจอกหิมะให้ปิดสนิท
ชายผู้นี้ใส่อาภรณ์สีดำสนิทมือข้างหนึ่งยังถือกระบี่อยู่เลยอิงหมิงว่าถ้าจำไม่ผิดชายคนนี้ที่เห็นไกลๆ มาก่อน นี่คือ ‘’ท่านจอมมาร’
อิงหมิงยังคงพยายามดิ้นให้หลุดจากอุ้งมือที่ดึงหลังตนเองให้หลุดแต่ท่าทางจะไม่เป็นผลบุรุษร่างสูงมองลงต่ำจ้องก้อนขนขาวก่อนจะเริ่มมีสีหน้ารำคาญใจก่อนจะโยนจิ้งจอกน้อยให้อีกคน
“จับไป” เขาสั่งคนข้างกายก่อนจะเหาะลอยหายไปส่วนอิงหมิงหนีจากคุกสวรรค์มาได้สุดท้ายถูกจับไปขังที่คุกที่ภพปีศาจอยู่ดี