อันส่งจื่อที่วิ่งหนีไปรีบกลับไปตามคนที่บ้านสกุลอันในทันที ไม่คิดว่าสะใภ้ที่อาหญิงให้มาจัดการจะเป็คนร้ายกาจจนถึงขั้นยกมีดขึ้นมาไล่ฟันคนซึ่งหน้าแบบนี้
“ไหนอาบอกว่านังสะใภ้คนใหม่มันเป็ผู้ดีจากในเมือง ดีแต่ทำตัวยโสโอหัง ไม่กล้าทำอะไรจริงเพราะหน้าบางยังไงเล่า!!” ส่งจื่อหงุดหงิดนัก งานรับจ้างในเมืองเอกก็ไม่ค่อยจะดี จะไปทำงานกับเถ้าแก่รับเหมาก็ไม่ได้ เพราะเคยตั้งท่าจะไปลามปามลูกสาวคนสวยของเถ้าแก่
“ยังไงกัน! เป็ผู้ชายอกสามศอกให้ไปจัดการผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวทำไมถึงต้องวิ่งหน้าตื่นมาอย่างนี้” อันผิงเจินรีบโยนอาหารให้ไก่แล้วมาหน้าบ้านทันที
“ไปกันก่อนเถอะ ยัยสะใภ้ผิวบางคนนั้นมันเอามีดขึ้นมาจะสับคนแล้ว”
“ตายๆ หัวรุนแรงแบบนี้ต้องไล่ออกจากหมู่บ้าน! ทุกคนไปกัน!”
คนในบ้านอันที่ยังอยู่กันเป็ครอบครัวใหญ่ลุกขึ้นไปอย่างพร้อมเพรียง แม้ส่วนใหญ่จะเป็ผู้หญิงแต่ด้วยจำนวนคนก็ถือว่ามากกว่าบ้านซีที่แยกครอบครัวกันไปหมดแล้ว กว่าจะรู้เื่แล้วตามมาช่วยก็คงจัดการตีคนจนหนำใจไปแล้ว
ทว่าสิ่งที่อันส่งจื่อลืมบอกคนในบ้านไปคือสะใภ้ต่างสกุลผู้นี้ส่งหลานทั้งสองของเขาไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมาแล้ว แต่เพราะความหลักแหลมของจื่อซวาน เด็กคนนี้สั่งให้ซูลี่วิ่งไปที่บ้านเก่าซี
ส่วนตัวจื่อซวานเองบอกเื่กับหัวหน้าหมู่บ้านหยางจงเย่แล้วก็รีบวิ่งไปบ้านลุงของตนต่อทันที เสียดายที่อาหญิงฝ่ายสกุลซีแต่งงานไปอยู่ในเมืองถึงสองคน ส่วนอีกคนก็แต่งออกไปหมู่บ้านห่างไกล จึงทำให้อย่างไรพรรคพวกก็น้อยกว่าสกุลอันชัดเจน
“หลานมาพอดี ลุงไปรับขนของให้คนในเมืองพึ่งกลับมาว่าจะเอาของไปฝากพอดี” ลุงซีผ่าเจียยิ้มทักทาย
“คนจากบ้านอัน อาเหยียน อาส่ง มันจะมา…บังคับเอาเงิน” จื่อซวานที่วิ่งมาไกลพูดไปหอบไป
“พวกนี้มันรังแกแม่ฉันอีกแล้ว คุณ เด็กๆ พวกเราไปกัน วันนี้มันต้องได้เห็นดีกัน” ผ่าเจียบอกเรียกลูกและเมียให้รีบไปช่วยหลาน เพราะรู้สึกผิดอยู่แล้วที่ตนเองไม่ได้เป็คนดูแลแม่ แต่เพราะน้องชายไม่มีคนอยู่ดูแลลูกที่บ้านจึงทำให้ต้องทำขัดธรรมเนียมเช่นนี้
และนั้นก็เป็เหตุให้ยามนี้หน้าบ้านซีมีคนยืนรุมอยู่แทบจะหมดทั้งหมู่บ้าน
“ก็คอยดูแล้วกันว่าวันนี้ฉันจะฟันแกตายไหม ถือสิทธิ์อะไรมาบังคับเอาเงินฉันแบบนี้”
“นังผู้หญิงโรคจิต ต่อไปใครจะกล้าซื้อของจากคนใจโเี้แบบแก” เหยียนเค่อที่แม้จะโดนเพียงสันมีดแต่บัดนี้หางคิ้วของเขาก็มีเืไหลท่วมออกมามากมาย
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าป้าซูมีสัญญาใจอะไรกับคนบ้านเดิมของป้า แต่ภาระนี้ฉันขอประกาศให้ชัดเจนว่ามันไม่ใช่ความรับผิดชอบของฉัน!”
“พูดแบบนี้ได้ยังไง อันซูเจินมีหน้าที่ดูแลพวกเราตามคำสั่งของพ่อแม่ พอพ่อแม่ตายคำฝากฝังก็ยังอยู่” อันผิงเจินชี้นิ้วออกมาอย่างเอาเื่
“คนตายก็ตายไปนานแล้ว แล้วซูเจินนับไปก็เป็น้องคนสุดท้อง มีอย่างที่ไหนน้องเล็กต้องมาดูแลพี่ๆ ของตัวเอง แค่เพราะไม่ได้แต่งเข้าบ้านซี เพราะลูกชายคนกลางของฉันไปชอบซูเจินนี่มันต้องนับว่าติดค้างอะไรกันถึงขนาดนั้นเลยรึไง” ผู้เฒ่าสกุลซีที่หลังโค้งงอ จนผู้คนเกรงใจที่จะต้องให้ท่านเดินทางมาปวดหัวกับเื่ไร้สาระเอ่ยขึ้น
“ที่แท้ถือดีกับน้องสาวตัวเองขนาดนี้เพราะผู้ชายเขาไม่เลือกนี่เอง น่าสงสารจริงๆ” เฟยเฟิ่งพึมพำให้ดังพอที่เ้าตัวจะได้ยิน
“นังเด็กไม่มีสัมมาคารวะ ถึงจะมาเป็สะใภ้ แต่เด็กสิบแปดก็ยังนับว่าเป็เด็ก พูดจาอะไรกับอาฉันก็ระวังไว้บ้าง” ส่งจื่อเข้าข้างคนของตน
“อาแก แกก็พูดดีเองสิ เป็อาฉันหรือไง พลาดผู้ชายหนึ่งคนก็ถึงขั้นหาสามีไม่ได้ ฉันไม่คบค้าด้วยหรอกนะ” ว่านเฟยเฟิ่ง
“ลุงหยางเห็นรึยัง เอามีดฟันคน พูดจาเลวร้ายกับผู้ใหญ่ ไม่นับลำดับาุโ เรียกจิกฉันกับน้องชายเหมือนว่าต่ำต้อยขนาดนี้ได้ยังไง” เหยียนเค่อเริ่มเล่นละครทำสีหน้าประหนึ่งว่าคับแค้นใจนักหนา
“คิดว่าเป็คนมาจากในเมืองใหญ่แล้วจะดูถูกพวกเรายังไงก็ได้เหรอ” ส่งจื่อเสริมขึ้นมา
“สะใภ้คนนี้ดูถูกก็ดีกว่าดูผิด! เป็ผู้ชายมาไถเงินจากผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มีเด็กและคนแก่ให้ดูแลสมควรแล้วเหรอ วันนี้ไม่มีคนตายไม่ใช่ซีผ่าเจีย”
“เอาล่ะๆ พอก่อน กล่าวหากันไปมาแบบนี้ก็คงไม่จบสิ้น” หยางจงเย่ขัดขึ้น
“เื่วันนี้ฉันโมโหร้ายเกินไปหน่อย พอได้ยินว่าที่เด็กๆ ถูกกล่าวหาว่าขโมยไข่ ที่จริงเป็ไก่จากบ้านซี แต่คนบ้านอันถือดีมาเอาไปจนหมดก็เลยควบคุมอารมณ์ไม่อยู่”
จื่อซวานและซูลี่ที่ได้ยินน้าเฟิ่งของพวกเขาพูดอย่างนั้นก็รีบวิ่งเข้ามากอดขาเอาไว้ “เด็กๆ ไปหาน้ำกับเก้าอี้ไปให้ผู้เฒ่าซีก่อน”
“ป้ายสีกันแล้วปีที่แล้วเธอยังไม่ได้มาที่นี่ด้วยซ้ำรู้ได้ยังไงว่าเกิดอะไร”
“หุบปากไปเหอะ ฉันไม่ได้จะเอาไก่คืน” เฟยเฟิ่งกระแทกเสียงอย่างดูแคลน
“แล้วแกจะเอายังไง ค่ารักษาของเหยียนเค่อใครจะเป็คนรับผิดชอบ าเ็แบบนี้หาเงินไม่ได้อีกหลายวัน” แม่ของอันเหยียนเค่อกล่าว
“ค่ารักษาฉันจะรับผิดชอบ แต่ค่าขาดรายได้ฉันไม่จ่าย ที่จริงจะไม่จ่ายทั้งหมดก็ยังได้ เพราะถ้าไม่มาเื่ฉันก็ไม่ต้องเจ็บแบบนี้”
“ข้อเสนอนี้ยุติธรรมมากแล้ว ความจริงตามกฎหมายที่รัฐกำลังปรับปรุง มาทำแบบนี้ที่บ้านคนอื่นมีโทษจับขังเชียวนะ ยอมรับแล้วเลิกแล้วกันเถอะ” ลุงหยางพยายามไกล่เกลี่ยให้ฝ่ายคนเจ็บยอมรับ เพราะถ้าจะเอาเื่กันถึงที่สุดบ่ายวันนี้คงไม่มีใครได้ทำมาหากิน
“ได้แต่สะใภ้ว่านต้องรับผิดชอบส่งเงินให้บ้านเดือนละสามสิบหยวนแทนนังซูเจิน ตอนนี้หลานชายฉันให้เงินเธอแทนน้องสาวฉัน ฉันก็จะมาเอากับเธอ” อันผิงเจินกล่าว
“ถ้าอยากได้เงินฉันก็มีแต่ต้องมาให้ตีจนหัวแตกเท่านั้นแหละ”
เฟยเฟิ่งประกาศออกไปเช่นนั้นก็ทำให้ชาวบ้านบางส่วนที่มามุงรู้สึกว่าโชคดีนักที่ไม่ได้ไปถือสาตั้งตัวเป็ศัตรูกับว่านเฟยเฟิ่งตอนที่เพิ่งย้ายมาใหม่ เพราะดูวันนี้แล้วสะใภ้ผู้นี้ดุร้ายกว่าชาวบ้านที่ต้องทำนาเสียอีก