ใช้เวลาไม่นานนัก ชายหนุ่มทั้งสามก็จัดการหาคนได้อย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าคนที่หามาส่วนใหญ่เป็ประเภทเชื่อฟัง ไม่ค่อยเถียงในสิ่งที่ตนไม่รู้ อีกทั้งยังทำงานเป็ทีมได้อย่างดีเยี่ยม
ทั้งสิบคนที่หามาได้มองจากภายนอกแล้วเป็คนรูปร่างใกล้เคียงกันคือสูงโปร่ง ท่าทางดูทะมัดทะแมงไม่น้อย อีกทั้งเมื่อมองดูแล้วรอบๆ กายของทุกคนดูมีหลายสิ่งที่คล้ายๆ กันทว่าหางตาของผู้ที่เห็นทุกอย่างก็ได้เหลือบเห็น
เหมือนกับว่าทั้งสิบคนจะรู้จักกันมาก่อน เมื่อมองหน้าดูแล้วเหมือนจะเห็นสีหน้าใปนกลับแปลกใจอยู่ ก่อนจะสงบในเวลาอันสั้น
"ถ้าฉันมองไม่ผิด พวกเธอรู้จักกันใช่ไหม" เจน่าถามออกมา ทำให้ทั้งสามหันไปจ้องมอง
สิบคนที่อยู่ในห้องเมื่อถูกจ้องมองโดยสายตาแล้วก็เกิดอาการตั่วสั่นเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าลง โดยที่มีชายผู้หนึ่งดูจะมีอายุมากกว่าจ้องมองกลับแล้วเอ่ยออกมา
"พวกผมเคยอยู่ที่สถานเด็กกำพร้าด้วยกัน ตอนนี้สถานที่แห่งนั้นถูกขายไปแล้ว ตอนนี้พวกผมเลยกระจายกันอยู่" เอ่ยจบทุกอย่างก็เงียบลงอีกครั้ง
ทั้งสี่ไม่คาดคิดว่าทุกคนจะรู้จักกันเสียได้ คงเป็โชคชะตาบางอย่างเนื่องจากเซริว เจโรม และไดมอนด์เจอทุกคนในสถานที่ห่างกันมาก แต่สุดท้ายทั้งสิบก็ได้มาอยู่รวมกัน
"ขอโทษนะครับ จริงหรือเปล่าที่จะให้เราทำอาหารกับพี่คิริน" เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งเอ่ยออกมา
"ฉันขอถามก่อนทำไมถึงรู้จักคิริน" เซริวเอ่ยถาม
"พี่คิรินเคยอยู่สถานเด็กกำพร้าด้วยกัน แต่ว่าพี่คิรินออกมาก่อนที่จะถูกขาย เราเคยพยายามติดต่อแล้วแต่ก็ไม่ได้ ตามหาก็ไม่เจอ" เด็กวัยรุ่นคนเดิมเอ่ยออกมา
เพียงเท่านี้ทุกอย่างภายในห้องก็เงียบสงบลงอีกครั้ง ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มอย่างคิรินจะเป็เด็กกำพร้า ทว่าการเอาตัวรอดที่คิรินแสดงให้เห็นเป็สิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน
"จริง พวกเธอจะได้ทำอาหารกับคิริน แต่ว่าใครบ้างเดี๋ยวคิรินจะเป็คนเลือกอีกที เพราะพวกเราแค่หาคนมาช่วยเท่านั้น" เจน่าอธิบายออกมา
"เดี๋ยวฉันจะให้คนจัดที่พักให้ พรุ่งนี้คิรินอาจจะเข้ามาหาพวกเธอ ดังนั้นวันนี้เจอกันแล้วก็คุยกันเสีย" เจน่าพูดอีกครั้งก่อนจะเดินออกมาพร้อมกับหนุ่มๆ ทั้งสาม ปล่อยให้พี่น้องสิบคนได้พูดคุยถามไถ่ความเป็อยู่กัน
วันต่อมา
คิรินได้รับการติดต่อมาจากเจน่าว่าสามารถหาคนได้จำนวนสิบคนแล้ว ให้คิรินเข้าไปเลือกด้วยตนเองได้เลย พร้อมทั้งส่งที่อยู่มาให้เรียบร้อย
และตอนนี้คิรินกำลังอยู่หน้าตึกขนาดใหญ่ สูงเสียดฟ้า มองดูแล้วเป็สถานที่มีราคาสูงไม่น้อย อีกทั้งรูปลักษณ์ภายนอกยังดูหรูหราอย่างมาก
เข้ามาด้านในก็เป็ห้องโถงที่ยกสูงขนาดพอที่จะจัดงานเลี้ยงใหญ่ๆ ได้อย่างสบาย เวทีด้านหน้ามีที่สำหรับฉากและการตกแต่งต่างๆ อีกทั้งยังมีโซนสำหรับจัดวางของว่างไว้ให้พร้อม แต่เมื่อไม่มีการจัดงานเลี้ยงสถานที่แห่งนี้ก็ได้จัดการให้เป็สถานที่ปลอดโปร่ง อีกทั้งยังสามารถนั่งทำงานและนั่งเล่นได้อีกด้วย
"สวัสดีค่ะ ติดต่อเื่อะไรดีคะ" คิรินเดินมาที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ และยังเป็ระบบเอไออีกด้วย เป็สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างมาก
"มาพบคุณเจน่าครับ นัดเอาไว้แล้วชื่อคิริน" คิรินเอ่ยบอกไปตามข้อมูล
"คุณคิรินกรุณารอสักครู่นะครับ คุณเจน่ากำลังลงมารับคุณด้วยตัวเอง" เสียงของระบบเอไอตอบกลับมาเมื่อได้ติดต่อไปยังเจน่าเรียบร้อย
เวลาที่เหลืออยู่คิรอนก็สำรวจรอบๆ ไปด้วยอีกทั้งยังร่างแบบไว้ในหัวคร่าวๆ ว่าหากสถานที่แห่งนี้ใช้สำหรับจัดงานจะต้องตกแต่งแบบใดบ้างไปเรื่อยๆ
"คิรินใช่ไหมเอ่ย" น้ำเสียงโทนหวานหูดังมากจากข้างหลัง
เมื่อหันไปคิรินก็พบว่าเจน่าเป็ผู้หญิงที่สวยมาก ทว่าสายตากลับดูดุดันไม่น้อย อีกทั้งรูปร่างยังสมส่วนกำลังดี ผิวพรรณถูกบำรุงอย่างดี
ข้างๆ กันเป็ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาเดินเคียงคู่กันมา ใบหน้าดูดุดัน กลิ่นอายรอบตัวบ่งบอกว่าห้ามเข้าใกล้ มองดูแล้วเหมาะสมกันไม่น้อย
มองไปด้านหลังคิรินก็ใอยู่นิดหน่อยเมื่อพบเข้ากับเซริวแต่ก็ไม่ได้เอ่ยทักไป ข้างกายมีเจโรมเดินมาด้วย ใบหน้าของเจโรมดูคล้ายกับเจน่าอยู่เกือบเจ็ดส่วน มีเพียงดูตาที่ดูจะติดเบื่อหน่ายอยู่นิดหน่อยกับสีตาที่เจน่าจะเข้มกว่าเล็กน้อย
และสาเหตุที่เจโรมเบื่อหน่ายคงเป็เพราะก่อนหน้านี้มีการติดต่อมาว่าคิรินมาถึงแล้ว เซริวก็ได้ขอเจน่าลงมาด้วย เพื่อตัดรำคาญเจนน่าจึงพาทุกคนลงมาด้วยกัน ในขณะที่เจโรมกำลังจะปิดตานอนก็ต้องสะดุ้งสุดตัวก่อนจะตวัดสายตามองเซริวไปหนึ่งที
"สวัสดีครับผมคิริน คุณคงเป็คุณเจน่าใช่ไหมครับ" คิรินเอ่ยทักทาย
"ใช่จ้ะ ส่วนนี้ไดมอนด์เ้าบ่าวพี่เอง อีกสองคนข้างหลังคนขวาชื่อเซริว ส่วนคนซ้ายชื่อเจโรมเป็น้องชายพี่เอง" เจน่าเอ่ยแนะนำตัว
"สวัสดีครับ" คิรินเอ่ยทักทายออกไปพร้อมกับรอยยิ้มประจำตัวที่ใช้บ่อยๆ
แน่นอนว่าจะมีอยู่หนึ่งคนที่เสียอาการ ใบหน้านิ่งขรึม ทว่ามือกำลังจิกเข้าที่เนื้อต้นขาของเจโรม ใช่แล้วเซริวกำลังเสียอาการแต่ไม่กล้าแสดงออกมากนัก เจโรมที่โดนทำร้ายอยู่ก็ไม่ได้อยู่เฉยแต่อย่างใด มือหนาอ้อมไปหยิกเข้าที่ด้านหลังของเซริวอย่างแรงทำให้มือที่จิกอยู่หลุดออกมา
"เอาล่ะขึ้นไปข้างบนกันเถอะ พี่สาวเตรียมคนไว้พร้อมแล้ว" เจน่าไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นด้านหลังแม้แต่น้อย
ทิ้งทุกอย่างไว้ก่อนจะเดินไปคล้องแขนคิรินและเดินนำทุกคนไปอย่างไม่ใยดี ทั้งสามเองก็ได้แต่มองหน้ากันไปมาก่อนจะรีบเดินตามเจน่าและคิรินไป
ใช้เวลาไม่นานนักลิฟต์ถูกหยุดในชั้นที่ 20 ซึ่งเป็ชั้นบนสุด ประตูลิฟต์เปิดมาพบว่าชั้นนี้มีเพียงสามประตูเท่านั้น ทางเดินเงียบสงบ มีแสงไฟส่องสว่างตลอดทาง อีกทั้งยังมีสีขาวทั้งชั้นทำให้ดูสบายตาไม่น้อย
เจน่าพาคิรินมายังประตูที่สาม เมื่อเปิดเข้ามาเป็ห้องสำหรับใช้ประชุมอย่างแน่นอน มองดูได้จากโต๊ะกลมขนาดใหญ่ที่วางอยู่กลางห้อง ไหนจะจอโฮโลแกรมสว่างอยู่ตรงกลางโต๊ะ อีกทั้งรอบๆ ห้องยังมีหนังสือที่ถูกเก็บสะสมไว้ ดูก็พอจะรู้ว่าเป็ของเก่าแก่ ทว่าคิรินไม่อาจรู้ได้ว่าเป็หนังสืออะไร
เมื่อสำรวจห้องจนพอใจแล้วคิรินก็เริ่มสำรวจคนทั้งสิบบ้าง ใบหน้าของทุกคนดูคุ้นตาเป็อย่างมาก ทันใดนั้นเองคิรินก็เหมือนจะจับอะไรได้บางอย่าง อาการปวดหัวแล่นขึ้นมาทำให้คิรินทรงตัวไม่อยู่ เซริวที่คอยจ้องมองก็รีบวิ่งเข้ามาโอบกอดอย่างรวดเร็ว
ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในสถาณการณ์ตกตะลึง ไม่มีใครคาดคิดว่าคิรินจะเกิดอาการปวดหัวขึ้นมา อีกทั้งอาการยังดูน่าสงสารมาก เพียงครู่เดียวอาการก็ค่อยๆ ลดลง
ความทรงจำที่ไหลเข้ามาในหัวแม้จะเลือนลางแต่พอจับทางได้ว่าคิรินคนเก่าเคยอยู่ในสถานเด็กกำพร้าแต่ก็ออกมาก่อนด้วยเหตุใดไม่อาจรู้ได้ และคนพวกนี้ก็คือเด็กๆ ที่เคยอยู่ด้วยกัน
"คิรินเป็ไงบ้าง เจ็บตรงไหน" เซริวเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุด อีกทั้งสองแขนยังโอบกอดคิรินเบาๆ ราวกับคิรินจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
"ผมไม่เป็อะไรแล้ว ขอโทษที่ทำให้วุ่นวายด้วยครับ" คิรินเอ่ยบอกก่อนจะค่อยๆ หนีออกจากแขนของเซริวเนียนๆ
"พี่คิรินไม่เจ็บใช่ไหมครับ" เสียงเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งได้เอ่ยออกมาพร้อมกับน้ำตาที่คลอเบาๆ
"พี่ไม่เป็อะไรแล้ว ไหนทำไม่ทุกคนถึงมาอยู่ที่นี่หืม" คิรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ เพียงเท่านี้น้ำตาของทุกคนก็ไม่อาจกักเก็บไว้ได้
สิบคนได้พุ่งตัวเข้ามากอดคิรินอย่างแแ่ด้วยความคิดถึง น้ำตาไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดในตอนที่อยู่สถานเด็กกำพร้าเป็ยกลุ่มที่สนิทกันมากมีอะไรก็จะคอยช่วยเหลือกันตลอด
แต่หลังจากคิรินออกจากสถานเด็กกำพร้าไปใน ตอนนั้นก็ยังเด็กมาก ทำให้หลายคนเป็ห่วงไม่น้อย คอยถามคนดูแลแต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับที่ดีนัก และเมื่อสถานเด็กกำพร้าถูกขายไปทำให้ทุกคนต้องแยกกันอยู่ และการตามหากันเป็เื่ยาก
ในทุกๆ วันต้องคอยนอนกอดตัวเองด้วยความหนาวเหน็บ ไออุ่นจากครอบครัวที่เคยสนิทได้หายไป การได้กลับมาเจอกันครั้งนี้แน่นอนว่าทุกคนดีใจไม่น้อย ขนาดพี่ใหญ่อย่างคาลวินยังน้ำตาไหลด้วย แม้แต่ปีแอร์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็มนุษย์ก้อนหินยังร้องไห้เช่นกัน
โดยทั้งสิบคนจะมีคาลวินเป็พี่ใหญ่ อายุ225 ปี
บาร์รอน ปีแอร์อายุ223 ปีเท่ากันกับคิริน
ริโอ อายุ222 ปี อลัน อายุ221 ปี
เอวิส ฮิวโก แจสเปอร์อายุ220 ปีเท่ากัน
และเคนท์กับเควิน อายุ218 ปีเป็ฝาแฝด
เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงทุกอย่างก็เริ่มเข้าสู่ความเรียบร้อยอีกครั้ง เจน่าที่คอยมองดูก็ไม่ได้เร่งรัดอะไรกับคิริน เพราะคิดว่าการกลับมาเจอกันครั้งนี้ก็ปล่อยให้พี่น้องได้พูดคุยกัน และมองดูแล้วว่าคิรินน่าจะเลือกทั้งหมดเป็ผู้ช่วยในงานครั้งนี้
"ผมขอเข้าเื่เลยนะครับ ผมอยากจะทำอาหารออกมาในลักษณะความเชื่อของไทยโบราณ ซึ่งจากโลกอันเป็ดาวบ้านเกิดมันมีอาหารที่สื่อความหมายได้ ผมจะทำออกมาสองแบบคือของคาวและของหวาน ซึ่งเมนูแต่ละอย่างผมคัดมาแล้วว่าการทำมันง่ายสำหรับมือใหม่ แต่สิ่งที่ยากคือวัตถุดิบที่ต้องใช้ ผมไม่แน่ใจว่าในตอนนี้จะมีวัตถุดิบที่สามารถใช้ได้มากน้อยแค่ไหน" คิรินเอ่ยออกมายาวเหยียด
ทว่าหากคิรินสนใจมองดูสักนิดหนึ่ง จะพบว่ามีสายตาอยู่คู่หนึ่งจ้องมองคิรินด้วยความสงสัยปนกับความไม่แน่ใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่จ้องมองคิรินเงียบๆ เท่านั้น
"แล้วคิริน้าอะไรบ้าง เดี๋ยวพี่จะลองหาให้ดู" เจน่าเอ่ย
"คือผมต้องลองไปดูด้วยตัวเองครับ ไม่ทราบว่าพี่พอจะมีที่ไหนเดี๋ยวผมไปดูตอนนี้เลย" คิรินเอ่ยบอก
ในส่วนผสมที่ใช้คิรินไม่แน่ใจว่าในยุคนี้คนจะเรียกว่าอะไร อีกอย่างคิรินไม่้าเสียเวลาบอกความหมาย ดังนั้นคิรินจึงต้องไปดูและเห็นด้วยตัวเอง
"พี่สั่งเอาในร้านค้าดวงดาวน่ะ คิรินลองเอาไปดูนะ" เจน่าพูดก่อนจะส่งแท็บเล็ตมาให้คิรินดู
ร้านค้าดวงดาวสมกับเป็ร้านค้าสำหรับประชากรทั่วดวงดาวจริงๆ มีขายทุกอย่างั้แ่ราคาถูกไปจนถึงราคาสูง มีหลายอย่างให้เลือกดู คิรินกดเลือกหมวดอาหาร พบว่ามีรายการกว่าห้าพันรายการวางขายอยู่
น้ำตาลคิรินเลือกมาในปริมาณที่เยอะพอควร เลื่อนอีกนิดก็เจอเข้ากับไข่ไก่ คิรินก็เลือกมาจำนวนมาก หมูสับที่เป็แบบสำเร็จก็กวาดมาเช่นกัน
เลื่อนดูไปเรื่อยเหมือนกับคิรินเจอโชคก้อนโต คิรินได้ของในรูปแบบสำเร็จมาค่อนข้างเยอะ ขนาดข้าวเหนียวคิรินที่ไม่คิดว่าจะเจอก็หาเจอได้ในร้านค้าดวงดาว อีกทั้งคิรินยังพบว่าในมีน้ำมันมะพร้าวขายด้วย เอาไว้เสร็จทุกอย่างแล้วคิรินคงต้องไปเลือกซื้อของมาใช้ในครัวเองบ้าง
เมื่อเลือกจนพอใจแล้วคิรินก็มาที่หน้าสรุปรายการ เป็อย่างที่คิดคิรินไม่เจอแป้งเกี๊ยวในนี้ น้ำตาลเกือบยี่สิบโลติดมาไว้ก่อน ไข่ไก่เกือบห้าสิบแผงติดมาไว้ก่อนเช่นกัน หมูสับอีกเกือบห้าสิบโล และของยิบย่อยต่างๆ และข้าวสารเกือบร้อยโลที่คิรินหามา รวมๆ แล้วคิรินสามารถทำแจกได้ทั้งหมู่บ้านหากเป็ในโลกก่อน
"พี่คิรินแน่ใจหรือว่าแค่นั้นจะพอ อย่าลืมว่ายุคนี้อาหารเป็ศูนย์และอาหารที่พี่ทำมันอร่อยมากๆ นะ พี่คิดว่าแขกจะไม่เติมกันเพิ่มหรอ" เมื่อมองดูจนแน่ใจแล้ว ฮิวโกก็ได้เอ่ยออกมา เพียงเท่านี้คิรินก็รีบเงยหน้าจ้องมองอย่างรวดเร็ว และทุกอย่างก็เข้าสู่ความเงียบงัน
เอาล่ะคิดว่าน้องฮิวโกจะเป็ใคร มาทายกัน555
เมื่อวานเราเกงานหนึ่งวัน พอดีเราต้องเคลียงานส่งอาจารย์ เพราะเดี๋ยวเราต้องกลับไปฝึกงานแล้ว ไม่อยากไปเลยอะ5555 แล้วเจอกันตอนหน้านะคะ
ฝาก #ครัวของคิริน ด้วยนะคะ