ตอนที่23 ดาบที่รอคิวออกโรง
การต่อสู้ของกิลด์ระดับสูงประเภททีมนั้นได้สร้างความตื่นเต้นและหวาดเสียวให้กับผู้ชมกันทั่วหน้าพวกเขาเ่าั้ต่างถูกคัดสรรมาอย่างดี และด้วยจำนวนสมาชิกกิลด์ที่มีจำนวนมากจึงไม่ใช่เื่ยากที่จะหาคนเก่งๆ มาเป็ตัวแทน ทรัพยากรพวกเขามากกว่ากิลด์ระดับเล็กและมากกว่ากิลด์ระดับกลางเงินอัดฉีดจึงมีมหาศาล ทั้งนี้หลาย ๆ กิลด์ยังทำตามคำสั่งของต้นสังกัดกิลด์ว่าจะถูกเลือกให้ชนะหรือแพ้คำสั่งออกมารูปแบบใดต้องทำตามเท่านั้นเพียงแต่ว่าเมื่อขึ้นเวทีพวกเขาจะแสดงฝีมือออกมาให้ผู้ชมได้ตื่นเต้นราวกับว่าการต่อสู้เป็ศึกแห่งศักดิ์ศรีจากนั้นจะล้มมวยอยาแเี
12กิลด์ใหญ่ปะทะกันอย่างดุเดือด แต่ละทีมที่ลงแข่งล้วนส่งแต่ผู้มีฝีมือมาทั้งสิ้นเหล่าผู้ชมส่งเสียงฮือฮา ะโเชียร์ เมื่อถึงตอนหวาดเสียวเหล่าผู้หญิงก็กรี๊ดลั่นสร้างสีสันในกับเวทีประลอง
ศาสตราวุธระดับสูงต่าง ๆนานาประเคนเข้าห้ำหั่นกันสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดก็คงจะเป็การออกตัวของนักเวทย์ทั้งสายสนับสนุนและสายโจมตีของกิลด์ระดับสูงที่มีความอลังงานการสร้างจนผู้ชมไม่สามารถละสายตาได้ เพราะนักเวทนั้นหายาก ส่วนเื่ที่ยากยิ่งกว่าคือการใช้เวทมนตร์ระดับสูงเนื่องจากวงเวทนั้นซับซ้อนและใช้เวลาในการจดจำฝึกฝนยาวนานกว่าจะได้แต่ละบทนักเวทต้องอดทนเหน็ดเหนื่อยเืตากระเด็น ยิ่งเวทมนตร์ระดับสูงโอกาสผิดพลาดยิ่งมากตามทั้งนี้แม้ว่านักสู้ทั่วไปจะมีเวทมนตร์ แต่ก็ไม่ได้มีอานุภาพรุนแรงส่วนใหญ่นักสู้จะใช้เวทมนตร์เสริมพลังโจมตี หากอยากใช้เวทโจมตีวงกวางเวทมนตร์สนับสนุน เวทมนตร์โจมตีรูปแบบต่าง ๆ พวกเขาต้องฝึกฝนเป็เวลานานดังนั้นคนที่เลือกเส้นทางนักสู้จึงไม่้าเสียเวลาดังกล่าวนี้สู้เอาเวลาไปฝึกฝนความเข็งแกร่งทางร่างกายเคี่ยวเข็ญทักษะอาวุธย่อมเกิดการพัฒนาในทางที่ดีกว่าการฝึกเวทมนตร์ที่ซับซ้อน นักเวทของระดับมหากิลด์ใหญ่เป็ตัวเต็งที่หลายคนจับตาดูไม่ใช่เื่ง่ายที่จะเจอพวกเขาเหล่านี้ โอกาสได้เห็นเวทมนตร์ยิ่งมีน้อย ซึ่งเวทมนตร์ที่นักเวทของกิลด์ใหญ่12 กิลด์ใช้นั้นย่อมเป็เวทที่มีระดับไม่ต่ำกว่า 1 ดาวความรุนแรงของเวทเกินกว่าคำว่าธรรมไปไปไกล ถึงขนาดทำให้เวทีประลองแตกระแหง ลุกเป็ไฟไปทั่วบริเวณ
เหล่าผู้กล้ายังไม่ออกมาดูการประลอง ทีมที่ชนะไม่ได้หมายความว่าทีมนั้นเก่งกว่าเสมอไปบางทีมทั้งเก่งทั้งแข็งแกร่งทั้งยังมีความเป็ทีมเวิร์คสูงพวกเขาสามารถสยบคู่ต่อสู้ได้ภายในพริบตา และเมื่อเข้าถึงรอบชิง 4 ทีมสุดท้ายก็พ่ายแพ้ไปเพราะเวทควันพิษของทีมหนึ่ง ซึ่งทีมนั้นก็คว้าชัยชนะมาเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้ทำอะไรมากเลย ทำแต่สาดเวทพิษบ้าง เวทเฉื่อยชา เวทหมอกทั้งยังมีอุปกรณ์เป็ขวดแก้วต่าง ๆ ปาลงพื้นแล้วมันก็ทำให้คู่ต่อสู้ติดสถานะอัมพาตชั่วคราวและทีมนี้แหละที่คว้าชัยชนะไปแบบสบายๆ ทีมดังกล่าวเป็ของกิลด์วิหคทมิฬ
เหล่ากิลด์ที่พ่ายแพ้ในครั้งนี้ต่างก็ชื่นชมซึ่งกันและกันวิธีการต่าง ๆ ล้วนเป็ความสามารถที่เกิดจากการฝึกฝนและทดลองปรับปรุงอย่างยากลำบากการที่นำไพ่ของตนเองมาเปิดเผยบนเวทีย่อมเป็การดีที่ใช้เป็แนวทางศึกษาวิธีรับมือในอนาคต
การประลองทั้ง 12 กิลด์สิ้นสุดลง ถึงเวลาของตัวแทนประลองประเภทเดี่ยว คณะกรรมการประกาศการแข่งขันคู่แรกโดยการแข่งขันครั้งนี้จะเป็การจับฉลากสุ่มทีม
ทีมมีทั้งหมด 13 ทีมรวมกิลด์โครบิลอสไปด้วยใบฉลากถูกเขียนชื่อทีมลงไปแล้วใส่ในขวดโหลอย่างดีตัวขวดโหลนั้นเป็ขวดทึบมีลวดลายคล้ายคลึงกับการวาดพู่กันเป็รูปธรรมชาติแบบรอยเส้นไร้สีตัวแทนผู้าุโเดินมากลางเวทีแล้วจับออกมา 2 ใบเหล่าคนดูต่างรอลุ้นการประกาศทีมประลองว่ากิลด์ไหนจะได้แข่งกัน
“ฮะฮึ่ม!ขออภัยขี้เตอร์ขำคอ” เสียงผู้าุโกระแอมเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนดูชุ่มเสียงต่างเงียบกริบรอฟังการประกาศ
“คู่แรกที่จะมาแสดงความสามารถคือแบล๊คตัวแทนกิลด์เขี้ยวอสูร และ ฮัมเบิร์คตัวแทนกิลด์จักรสังหาร” ผู้าุโประกาศชื่อตัวแทนพร้อมกับกิลด์เมื่อได้ยินชื่อทั้งสองคนนี้คนดูต่างก็ร้องเฮ
“นั่นมันแบล๊ค ตอนนี้เขากำลังจะกลายเป็มาสเตอร์กิลด์เขี้ยวอสูรได้ข่าวว่าเขาอยู่ระดับ 2 ดาว เลเวล 15เลยนะ..”
“แบล๊ค แบล็ค แบล็ค ๆ ๆ..” เสียงเชียร์ดังระหึ่มเรียกชื่อของแบล๊ค
แบล๊ค เดมอง อายุ 27 ดาวเด่นในแวดวงของกิลด์ระดับสูงเขามีทักษะการต่อสู้ที่สืบทอดมาจากตระกูลเดมอง วิชานี้มีชื่อว่า ร่ำวิหคเป็วิชาต่อสู้ระยะประชิดที่ใช้อาวุธประเภทดาบ ความสามารถที่ทำให้เขาพุ่งเป็ดาวเด่นก็คือเขาสามารถใช้เวทมนตร์ประสานกับการต่อสู้ได้นับว่าเป็ความสามารถอันน่าทึ่งซึ่งในเมืองนี้หาบุคคลที่จะให้เวทประสานต่อสู้ได้ยากยกเว้นเสียแต่มหากิลด์ที่ยังปกปิดยอดฝีมือไว้
เมื่อกรรมการให้สัญญาณต่อสู้ทั้งคู่ก็เริ่มตั้งท่าเตรียมพร้อมแบล็คค่อย ๆ ก้าวเท้าไปทีละก้าวอย่างมั่นคง ส่วนฮัมเบิร์คนั่นหวั่นไหวเล็กน้อยเพราะแค่คู่แรกตนก็เจอกับอันดับต้นของกิลด์ระดับสูงเสียแล้วการประลองในครั้งนี้โอกาสชนะนั้นถือว่ายาก เนื่องจากแบล็คมีความสามารถหลายด้าน
...................................................................................
ณโซนพักของกิลด์โครบิลอส
ไผ่กับนานะเท่านั้นที่นั่งหลับอยู่ตรงม้านั่งตัวหนึ่งส่วนพวกเรย์ล่าไม่รู้หายไปไหน เหลือแต่ห่ออาวุธทั้งหลายที่ถูกวางไว้บนโต๊ะ เสียงเดินกระทืบเท้าดั่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
“โธ่ ไอ้พวกผู้คุมเฮงซวยเอ้ยแค่ะโเรียกร้องความเป็ธรรมแค่นี้ก็จับโยนเข้าคุก มันการประลองบ้าอะไรกันวะ”
“อย่าให้ได้เจอหน้าไอ้พวกที่จับข้าโยนไปนะไม่งั้นล่ะได้เห็นดีกันแน่”
“อย่าใจร้อนเลยน่าเมลล์ทอร์ซก็ด้วย เดี๋ยวพวกนั้นก็จับเราโยนเข้าห้องขังอีกหรอก” เสียงหวานใสของเรย์ล่าเอ่ยปลอบเหล่าสมาชิกให้ใจเย็นลง พวกเขาเข้ามาในโซนพักแล้วเจอไผ่ทุกคนก็รีบวิ่งเข้ามาแล้วจับมือถือแขนตรวจสอบส่วนต่าง ๆ ทั่วร่างกาย
“แผลด้านนอกไม่มี เฮ้อ.โล่งอก..ไผ่ไม่าเ็ตรงไหนนะ พวกเราเป็ห่วงแทบแย่” เรย์ล่าเขามาดูอาการไผ่แล้วพูดด้วยความเป็ห่วง
“ไผ่ เ้าเป็ยังไงบ้างไอ้พวกนั้นมันทำแสบนัก ไม่มีความยุติธรรมได ๆ เลย ข้าจะไปจัดการพวกมัน! ” ทอร์ซพูดด้วยท่าทีขุ่นเคือง
“อย่าเลยน่าทอร์ซอย่างแกจะไปทำอะไรเขาได้ แค่สมาชิกของกิลด์ระดับกลางคนเดียวก็ซัดพวกเราน่วมอย่างไม่เป็ท่าแล้ว”เมนเดอร์ล่าพูดด้วยท่าทีขำขัน
ทอร์ซได้ยินที่เมนเดอล่าพูดถึงกับเงียบสนิทพูดไม่ออกจุกในอก กล้ำกลืนความปวดร้าวลงไป
เมื่อเห็นว่าทอร์ซเริ่มซึมเศร้าแมนเดอร่ารีบเปลี่ยนเื่
“หนูไผ่ ตอนที่พวกข้าถูกจับยัดเข้าคุกการประลองของเ้าเป็ยังไงบ้าง ไม่ต้องเสียใจไปนะเพราะยังไงกิลด์เล็กเช่นเราก็ไม่อาจต่อกรกับกิลด์ระดับกลางได้อยู่แล้วจากนี้ไปก็กลับกิลด์เตรียมตัวรอลุ้นผลว่าจะติดอันดับรั้งท้ายหรือไม่ถ้าหากพวกมันจงใจกลั่นแกล้งก็คงต้องยอมรับชะตากรรม" แมนเดอร์ล่าเอ่ย น้ำเสียงของเขาจริงใจแม้จะดูหดหู่อยู่บ้าง
“เฮ้อเห็นทีคงต้องเก็บของออกเดินทางไปสมัครเป็นักผจญภัยเมืองอื่นเมืองเดเรนซ์นี้คงอยู่อาศัยไม่ได้ไปพักใหญ่ พวกกิลด์อื่น ๆ จะดูถูกเหยียดหยามตราหน้าพวกเราว่าเป็คนขี้แพ้ จะสมัครเป็นักผจญภัยกิลด์กิลด์ใดก็คงไม่มีใครรับ” ทอร์ซถอนหายใจพลางเอ่ยแมนเดอล่าจับไหล่ทอร์ซเพื่อปลอบประโลม
“ายังไม่จบอย่าพึ่งนับศพทหาร ประกาศผลยังไม่ออกอย่าพึ่งด่วนสรุปเดี๋ยวจะกลายเป็ว่าตีตนไปก่อนไข้ เื่ยังไม่เกิดอย่าะเิอารมณ์ ผมเอาชนะมาได้แบบนี้ควรจะเรียกว่าไง” ไผ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่มีความตื่นเต้นยินดี
“อย่าเศร้าไปเลยไผ่เอาชนะมาได้ก็ไม่เป็ไร หือ เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เ้าว่าอะไรนะ” ทอร์ซเอ่ยด้วยน้ำเสียงสับสนไปไม่ถูก
“ผมชนะ” ไผ่เอ่ยอีกครั้ง
“อะ เอาจริงติ เฮ้ย กิลด์ระดับกลางฝีมือต่างจากพวกเราราวฟ้ากับเหวเลยนะตะ แต่ อะ เอาชนะมาได้ก็ดีแล้ว” ทอร์ซกำลังจะพูดต่อแต่โดนสายตาปรามของเพื่อนร่วมงานจึงรีบตัดจบ
“อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิครับผมกำลังจะได้ประลองกับกิลด์ระดับสูงในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้าแล้วนะ” ไผ่พูดแล้วลุกขึ้นบิดตัวเบา ๆ เพราะไม่อยากให้นานะที่หลับอยู่หล่นลง และเดินออกไปดูการประลองข้างๆ ลาน ภาพที่เห็นตอนนี้ก็คือภาพแห่งความตื่นเต้นของเหล่าผู้ชมที่ส่งเสียงเชียร์ลั่นสนาม
แบล็ค แบล็ค แบล็ค
เสียงเชียร์ของเหล่าผู้ชมดังสนั่นกึกก้องพร้อมกับมือไม้โบกไปมา การต่อสู้ของชายที่ชื่อแบล็คนั้นเป็ไปอย่างเรียบง่ายเพราะอีกฝ่ายไม่มีฝีมือพอที่จะเป็คู่ต่อสู้ของตนความจริงแล้วแบล็คสามารถจัดการได้ในพริบตา ที่ทำแบบนี้เพราะอยากให้คนดูสนุกและรับเครดิตเป็เหรียญอีกสักเล็กน้อยให้คุ้มกับค่าตัวที่ตนต้องลงแข่งในครั้งนี้จนในที่สุดแบล็คก็ได้รับชัยชนะ แบล็กลงมือจัดการคู่ต่อสู้ให้พ่ายแพ้อย่างราบคาบใน่สุดท้ายเสียงเฮลั่นของผู้ชมต่างไม่ผิดหวังกับการมาดูครั้งนี้แบล็คชูดาบระดับสูงของตนเองขึ้นเพื่อแสดงถึงการได้รับชัยชนะ
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปผู้าุโอออกมาจับฉลากคู่ประลองต่อไป ซึ่งก็ได้ตัวแทนกิลด์ระดับสูงอีก 2 กิลด์
เมื่อตัวแทนออกมากรรมการให้ให้สัญญาณต่อสู้ทันทีตัวแทนกิลด์ระดับสูงทั้งสองต่างพุ่งเข้าห้ำหั่นกันด้วยความเร็วบางครั้งสายตาคนปกติก็มองการเคลื่อนไหวไม่ทัน การปะทะดาบกันแต่ละครั้งของพวกเขาก่อให้เกิดกระแสลมหวีดหวิวและปั่นป่วนจนคนดูที่อยู่หน้าลานประลองถึงกับต้องถอยห่างจากเดิมหลายก้าวแรงกดทันของการต่อสู้ทำให้หลายคนต่างลุ้นจนแทบหยุดหายใจ
ไผ่ยืนดูอยู่พลางยกดาบที่มีผ้าห่อไว้มาดู
“ใกล้จะถึงเวลาที่แกต้องออกโรงแล้วอ่อ ขวย ลืมไปว่าแกยังไม่มีชื่อ งั้นชื่อของแกคือเกล็ดทิวาก็แล้วกัน” ไผ่พูดกับดาบ พลันตัวดาบก็เปล่งแสงเบา ๆตอบสนองแล้วจางหายไปในผืนผ้า
การประลองคู่ที่สองจบไปแล้ว คู่ที่ 34 5 6 ขึ้นต่อสู้ แต่ละคู่เรียกได้ว่าคนดูต้องลุ้นจนตัวโก่งเพราะเดาไม่ออกเลยว่าใครจะแพ้ หรือใครจะชนะ แม้ว่ากิลด์ไหนจะได้รับชัยชนะต่างก็ทำให้ผู้ชมพึงพอใจ
13 กิลด์ 6 คู่ กิลด์สุดท้ายที่ไม่โดนจับฉลากคือกิลด์ที่ชนะบายแบบฟรี ๆเพราะไม่มีคู่ต่อสู้
เมื่อการต่อสู้เดี่ยวรอบแรกจบไปก็มาถึงรอบที่2 ซึ่งกิลด์ที่ผ่านเข้ารอบมีทั้งหมด 7 กิลด์และครานี้ก็เป็การจับฉลากต่อสู้อีกครั้งหนึ่ง
ผู้าุโออกมาจับฉลากพอกรรมการดูใบฉลากทั้ง 2ใบที่ถูกจับได้ก็แสดงสีหน้ายิ้มแย้ม เดินไปกลางลานเพื่อประกาศ
“กิลด์ที่ได้ประลองรอบที่สองตัวแทนแข่งขันเดี่ยว คู่ที่ 1 คือกิลด์ วิหารเยือกแข็งกับกิลด์ที่ผ่านเข้ารอบแรกแบบฟรี ๆนั่นก็คือกิลด์ระดับเล็กที่ไม่น่าจะผ่านเข้ามาถึงตรงนี้ได้ กิลด์โครบิลอสนั่นเอง”พอกรรมการประกาศชื่อกิลด์ทั้งสอง ผู้คนก็เฮดังลั่นอีกทั้งครานี้ยังมีการเดิมพันกันแบบส่วนตัว และแบบกลุ่มว่าการประลองคู่แรกนี้ใครจะได้ชัย
ไผ่วางนานะลงนอนใกล้ ๆ ขอบเวที เขาเดินขึ้นไปพร้อมกับดาบในมือยืนอยู่บนเวทีด้วยท่าทีสงบนิ่ง ตัวแทนของกิลด์วิหารเยือกแข็งเดินออกมาพร้อมกับหอกปลายแหลมที่ทำขึ้นด้วยโลหะดำมันแผ่ไอเย็นออกมาจนสังเกตเห็นได้ชัดเจน
หอกเหมันต์นิรันด์ อาวุธระดับ 2 ดาว เลเวล 24ถูกสร้างโดยช่างตีดาบของชนเผ่าั์น้ำแข็งตัวหอกมีความแข็งแกร่งและทนทานต่อของมีคม และอีกอย่างที่มีความน่าสนใจคือ มันเป็อาวุธเวทมนตร์ที่หาได้ยากยิ่งสำหรับเมืองนี้
“โฮ!!ไม่น่าเชื่อว่ากิลด์วิหารเยือกแข็งจะลงทุนขนาดที่ต้องใช้อาวุธในตำนานมาประลองครั้งนี้ชัยชนะคงอยู่แค่เอื้อมมือแล้วมั้ง อีกฝ่าเป็แค่เด็กตัวจ้อยคนหนึ่งของกิลด์ระดับเล็กไอ้เด็กคนนั้นพึ่งได้เข้ากิลด์เมื่อวันสองวันนี้แน่ ๆ เพราะข้าจำหน้ามันได้ ฮ่าๆ ๆๆ ข้าเป็คนที่ไล่ตะเพิดมันออกจากกิลด์ตอนที่มันมาสมัครด้วยตัวเอง สะใจชะมัด”ชายร่างั์คนหนึ่งพูดด้วยความภาคภูมิ
“อย่าพูดแบบนั้นสิท่านเด็กนั่นเอาชนะจนมาถึงรอบนี้ได้ก็ถือว่าไม่ธรรมดาแล้วนะท่านน่าจะเสียดายที่ไม่รับมันเข้ากิลด์จะดีกว่ามั๊ย” ชายอยู่ข้างๆแจงเหตุผลที่คิดว่าถูกต้อง
“เฮอะ!!!มันแค่โชคดีเท่านั้นแหละ ข้าดูั้แ่มันขึ้นสู้รอบแรกก็ไม่เห็นมันทำอะไรเลยชนะเพราะโชคช่วยต่างหาก และอีกอย่างข้าไม่มีวันเอาคนกระจอก ๆแบบนั้นมาเข้ากิลด์ให้เสียชื่อหรอก” ชายร่างั์ยังคงพูดด้วยความไม่ประสบอารมณ์
“สุดแล้วแต่จะคิดก็แล้วกัน”
“ข้าจำเด็กนั่นได้มันมาสมัครเข้ากิลด์เมื่อไม่กี่วันกอน แต่ระดับไม่ถึงเลยโดนไล่ออกไป มันคงไม่มีวันเอาชนะกิลด์วิหารเยือกแข็งได้หรอก”เสียงของชายอีกคนกล่าวสมทบ
“ข้าก็จำมันได้วันนั้นมันมาสมัครกับเด็กตัวเล็กคนหนึ่ง แต่สภาพสกปรกรับไม่ได้ ถ้าไม่สังเกตดี ๆก็แทบไม่รู้เลยนะเนี่ยว่าเป็เด็กคนนั้น หน้าตาดีชะมัดเลยเว้ย" เสียงวิพากย์วิจารณ์ของคนดูต่างให้ความสนใจกับหอกและไผ่ที่โดนไล่ตะเพิดออกจากกิลด์ของพวกเขาเพราะระดับไม่ผ่านเกณฑ์
เสียงเหล่านี้ดังขึ้นชัดเจนจนคิ้วของเ้าไผ่กระตุกนิดๆ
เมื่อทั้งสองตัวแทนเตรียมพร้อมบนเวทีกรรมการให้สัญญาณเริ่มทันทีตัวแทนกิลด์วิหารเยือกแข็งถือหอกในท่าทีสบาย ๆ เอ่ยถามด้วยความหยิ่งทะนง
“เ้าหนูนึกไม่ถึงเลยนะว่าจะโชคดีจนผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ได้เดาว่าอันดับกิลด์สวะของเ้าในปีนี้คงจะไม่ตำกว่าอันดับที่ 20 โชคดีจริง ๆ เลยนะ” ชายถือหอกปลายโลหะดำสวมชุดก็สีดำ การพูดจาก็ดำเหมือนชุดที่สวมใส่พูดถากถางไผ่
“อย่าเอาแต่คุยเดี๋ยวจะตุยไม่รู้ตัว” เสียงที่เรียบนิ่งเอ่ยอย่างเป็ปกติจิตสังหารของชายถือหอกพุ่งขึ้นอย่างหนักหน่วงด้วยความไม่พอใจแต่เขาก็สงบอารมณ์ไม่ให้อาละวาดได้
“หึ ไอ้เด็กสวะเ้าช่างโง่งมสิ้นดี ข้าจะบอกให้นะว่าแต่ก่อนกิลด์ของเอ็งน่ะติดอันดับสุดท้ายมา 2 ปีซ้อน และหากปีนี้ยังเหมือนเดิมก็จะโดนยึดกิลด์รวมถึงทรัพยากรทั้งหมดทีนี้กิลด์เศษสวะอย่างเอ็งก็จะกลายเป็ของมหากิลด์ข้าล่ะอยากรู้นักว่าถ้าสมบัติชิ้นนั้นที่กิลด์เอ็งรักษาและหวงแหนนักหนาเมื่อถูกยึดไปจะแสดงสีหน้ากันยังไงฮ่าๆ ๆ แต่เอ็งนี่ดันโชคดีที่สามารถก้าวมาถึงตรงนี้ได้ ชีวิตเ้าจบอยู่ตรงนี้แล้วล่ะข้ากูฟา จะแสดงให้เห็นถึงความทรมานและระดับชั้นที่เหนือกว่า ได้เวลาตายของเอ็งแล้ว”น้ำเสียงเย้ยหยันและปากที่พูดไม่หยุดหย่อนของชายถือหอกกินเวลาไปหลายสิบวิ
“ขอพูดอะไรอย่างได้ไหม” ไผ่เอ่ยขัดชายคนนั้นชะงักครู่หนึ่ง
“ถือว่าข้าให้กล่าวลาก่อนตายก็แล้วกันจะพูดอะไรก็ว่ามา” เสียงของชายถือหอกน้ำแข็งเอ่ยพร้อมปลดปล่อยจิตสังหารออกมาไผ่ยิ้มพลางชูนิ้วกลางมอบให้
“กรวย!” ไผ่เอ่ยพร้อมกับยกดาบใสให้เห็น ดาบที่หลายคนไม่ได้สังเกตว่าผ้ามันหายไปั้แ่เมื่อไหร่ใบดาบใสที่ชายถือหอกเห็นทำให้ไม่สบอารมณ์สักนิด ยิ่งโดนถากถางแบบนี้จิตสังหารของกูฟาพุ่งขึ้นจนทำให้คนดูอึดอัด
“แก!!! .. ตาย!!!! ”เสียงกระแทกของชายถือหอกดังขึ้น พร้อมกับหอกปลายโลหะดำพลังเวทย์แผ่กระจาย ไอเย็นของหอกแผ่พุ่งจนพื้นด้านล่างใต้เท้าของกูฟาค่อยๆกลายเป็น้ำแข็ง
ก่อนที่กูฟาจะได้ทำอะไร พลันเห็นรอยยิ้มเล็กๆ ของไผ่ท่ามกลางจิตสังหารอันหนักหน่วงที่ปล่อยออกมา กูฟารู้สึกว่ามันแปลก ทันใดนั้นเขารู้สึกเจ็บแปล๊บที่่อก
กูฟาค่อย ๆก้มลงไปดูก็เห็นสภาพร่างกายของเขาที่ปกติทุกอย่างและทันใดนั้นเองเสื้อดำที่สวมใส่อยู่เปิดออกเผยให้เห็นร่องรอยของมีคม เืจู่ ๆก็ไหลทะลักออกมาพร้อมกับาแที่เปิดกว้าง ความเ็ปโลดแล่นไปทั่วร่างเมื่อเป็ดั่งนั้นเขารีบมองไปที่เด็กหนุ่มด้วยสีหน้ามึนงง
ไผ่มองกูฟาด้วยรอยยิ้มน้อย ๆแล้วโชว์ใบดาบที่ใสกระจ่างให้เห็น
“ประมาทเท่ากับตาย”เมื่อสิ้นคำพูดของไผ่ กูฟารู้สึกเหมือนกับโดนตอกหน้าด้วยค้อนอันหนักหน่วงคำพูดของไผ่นั้น มันคือความจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้
คนดูที่เห็นฉากนี้่เสี้ยววิแรกพวกเขาต่างอึ้งกิมกี่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นพอกูฟาล้มลงจมกองเื หลายคนต่างก็ะโบอกว่าขี้โกง แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้เพราะกรรมการให้สัญญาณเริ่มเป็ที่เรียบร้อย ไม่มีใครมาโต้เถียงได ๆ ได้
ท่ามกลางบรรยากาศเหล่านี้มีหญิงสาวคนหนึ่งแย้มยิ้มที่สามารถละลายใจชายได้โดยไร้ข้อแม้เธอมองไปยังเด็กหนุ่มแล้วพูดเบา ๆ ด้วยความถูกใจ
“ช่างพูดได้ถูกใจฉันเสียจริงหนูน้อย ฝีมือเมื่อครู่เป็ของจริงสินะ การตวัดดาบรวดเร็วไร้ที่ติทำเอาหอกเวทในตำนานไม่ได้ออกโรงเพื่อแสดงประสิทธิภาพเลยนะ ส่วนดาบกระจกเล่มนั้นชักอยากได้มาเสียแล้วสิ” เสียงอันนุ่มนวลน่าฟังเอ่ยเบาๆแล้วหลบมุมจนลับตาไปในที่สุด
ไผ่เดินไปยังโชนพักแล้วบ่นกับตัวเองอนอุ้มนานะขึ้นหลัง
“เฮ้อ ฟันช้าคนยังมองไม่ทันเหมือนว่าจะต้องออกโรงในรอบต่อไปแล้วสิ คราวนี้จะฟันช้า ๆ เลยคอยดู”
..................................