ย้อนกลับมาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง

    บทที่ 38 ดื่มน้ำ

    ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง

    บทที่ 38 ดื่มน้ำ



    "ต่อจากนี้ไป อี้จางหย่งขอแยกตัวออกจากบ้านตระกูลอี้ใหญ่ที่มีอี้ถังเป็นเจ้าบ้าน โดยมีอี้จางหย่งจะเป็นเจ้าบ้านคนใหม่ โดยที่ตระกูลอี้ใหญ่ยินยอมยกที่ดินผืนนี้ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของอี้จางหย่งแต่เพียงผู้เดียว  และจะไม่มีสิทธิ์ได้รับสิ่งอื่นใดของตระกูลอี้ใหญ่อีก ทำนองเดียวกัน ตระกูลใหญ่อี้ไม่มีสิทธิ์ในทรัพย์สินของอี้จางหย่งเช่นกัน หลังจากนี้ทั้งสองจะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กันอีก ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน ทรัพย์สิน หรือทรัพยากรต่างๆ ไม่มีสิทธิ์ระรานฝ่ายตรงข้าม บังคับ หรือข่มขู่ใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งจะไม่มีการนับศักดิ์ฉันเครือญาติกันอีกต่อไป พวกเจ้ายอมรับในเงื่อนไขนี้หรือไม่"


    เสียงผู้เฒ่าจ้าวเอ่ยขึ้นพร้อมหนังสือสัญญาที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ด้วยฝีมือของเขาวางอยู่บนโต๊ะ อี้ถังที่ได้ยินเช่นนั้นก็แอบยิ้มเยาะขึ้นในใจ ทรัพย์สมบัติที่ตระกูลอี้สั่งสมมามีตั้งมากมาย ทั้งบ้าน ที่ดิน เงินทอง และร้านค้า ใครจะไปสนใจแค่ที่ดินห่างไกลเช่นนี้กัน ตอนแรกเขายังคิดว่าจางหย่งจะฉลาดกว่านี้เสียอีก


    เนื่องจากการแยกบ้านต้องประกอบด้วยปัจจัยสามส่วน คือ ผู้ขอแยกบ้าน เจ้าบ้านหลังเดิม และพยานทั้งสองฝ่าย ซึ่งในที่นี้มีครบตามเงื่อนไขทั้งหมด ทำให้การแยกบ้านเป็นไปได้โดยถูกต้องและง่ายดาย แม้ผู้อาวุโสของบ้านตระกูลอี้จะรู้สึกผิดต่อจางหย่งอยู่บ้าง แต่เมื่อนี่คือความต้องการของเจ้าตัวเอง พวกเขาก็ยอมรับที่จะเป็นพยานให้เช่นกัน


    ผู้อาวุโสหลิวที่ได้ยินรายละเอียดหนังสือขอแยกบ้านจากปากผู้เฒ่าจ้าวก็เอ่ยขึ้นว่า


    "พ่อหนุ่ม ข้อเรียกร้องนี้มันไม่น้อยไปหน่อยหรือ?"


    "เจ้าอยู่เฉยๆไปซะ อย่าทำให้มันเป็นเรื่องยาก"


    ผู้เฒ่าจ้าวรีบเอ่ยขัดขึ้น ยังไม่มีใครรู้ว่าพ่อหนุ่มคนนี้มีพลังวิญญาณมากมายหลับใหลอยู่ภายในตัว อีกทั้งที่ดินผืนนี้ยังมีบ่อน้ำที่สามารถเปลี่ยนน้ำธรรมดาให้กลายเป็นน้ำที่มีพลังวิญญาณ ถึงจะมีเงินกองท่วมหัวก็ไม่อาจหาซื้อได้ หลังจากนี้หากพวกนั้นรู้เข้าต้องกระอักเลือดตายอย่างแน่นอน


    ผู้อาวุโสหลิวมองหน้าสหายรุ่นใหญ่ด้วยความแปลกใจ ก่อนจะเงียบเสียงลงไม่ได้เอ่ยสิ่งใดขึ้นอีก เขายินดีที่จะเป็นพยานฝ่ายจางหย่ง มันต้องมีอะไรที่เขายังไม่รู้แน่นอน ดังนั้นเขาจึงเก็บเรื่องราวเหล่านี้ไว้ในใจแล้วค่อยไปถามเอาภายหลัง


    อี้ถังเองที่เห็นผู้เฒ่าจ้าวพูดคุยกับผู้อาวุโสหลิวอย่างสนิทสนมก็รู้สึกสงสัย แต่เพราะเขาอยากรีบแยกบ้านให้เร็วที่สุด เพราะเรื่องที่จางหย่งมีพลังวิญญาณโผล่ขึ้นมาอาจสั่นคลอนตำแหน่งเจ้าบ้านของเขาได้ เขาจึงปล่อยความสงสัยนี้ทิ้งไป ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า


    "ข้ายอมรับเงื่อนไขนี้" 


    จางหย่งที่เห็นฝ่ายตรงข้ามยอมรับเงื่อนไขก็ยิ้มออกมาก่อนจะเอ่ยยอมรับเงื่อนไขเช่นกัน ดังนั้นทุกคนที่เกี่ยวข้องต่างลงลายนิ้วมือในสัญญาแยกบ้านสามฉบับ อย่างไรก็ตามสัญญาแยกบ้านจะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อนำสัญญาแยกบ้านส่งแจ้งทางการให้ทางการลงนามรับทราบในสัญญาอีกครั้ง และเก็บไว้ที่ทางการหนึ่งฉบับ เจ้าบ้านหลังเดิมหนึ่งฉบับ และเจ้าบ้านหลังใหม่หนึ่งฉบับ ก็จะเป็นอันสิ้นสุดกระบวนการ ดังนั้นอี้ถังจึงสั่งให้บ่าวรับใช้ที่ติดตามมาด้วยรีบนำสัญญาไปลงนามกับทางการทันที


    ผ่านไปไม่นานบ่าวรับใช้ก็วิ่งกลับมาพร้อมหนังสือสัญญาที่เหลือสองฉบับ อี้ถังยื่นให้จางหย่งหนึ่งฉบับอย่างสบายใจก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า


    "ต่อไปนี้พวกเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก ตระกูลข้ากับเจ้าถือเป็นคนแปลกหน้า ไม่มีการให้การช่วยเหลือกันอีก ไปพวกเรากลับ"


    อี้ถังยื่นสัญญาให้ฮูหยินใหญ่อี้เก็บไว้ก่อนจะหมุนตัวกลับตระกูลอี้ด้วยความโล่งใจ เมื่อเห็นผู้คนจากไปจากลานบ้านหมดแล้ว จางหย่งก็กระอักเลือดทรุดตัวลงกับพื้นทันที เด็กๆที่เห็นสถานการณ์กลับมาเป็นปกติก็รีบออกมาหาบิดาทันที


    "ท่านพ่อ"


    สามเสียงประสานกันพร้อมวิ่งเข้ามาหาจางหย่งทันทีที่เห็นเขาทรุดตัวลง ผู้เฒ่าจ้าวที่เห็นเช่นนั้นก็รีบสั่งขึ้นว่า


    "ไปเอาน้ำในบ่อมาให้พ่อของเจ้าเร็ว"


    อาเฟยลูกชายคนโตที่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่รอช้ารีบวิ่งไปตักน้ำมาให้บิดาของเขาทันที เมื่อจางหย่งได้ดื่มน้ำในบ่อก็รู้สึกว่าร่างกายสบายขึ้น ผู้อาวุโสจ้าวตรวจดูอาการและเอ่ยขึ้นว่า


    "เป็นพลังของเจ้ายังที่ยังไม่คงที่ อีกทั้งยังไม่ได้รับการฝึกฝนอย่างถูกต้องทำให้ภายในร่างกายได้รับผลกระทบ เจ้าได้ดื่มน้ำเข้าไปแล้ว พักผ่อนสักพักก็จะหายดีเอง"


    ผู้อาวุโสหลิวที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกงุนงงเป็นอย่างมาก


    "น้ำใช้รักษาอาการบอบช้ำภายในได้ด้วยงั้นหรือ?"


    "อ้าวนี่เจ้ายังไม่รู้อีกหรือ"


    ผู้เฒ่าจ้าวเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย ทำให้ผู้อาวุโสหลิวถึงกับหน้าตึงขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า


    "ใครว่าข้าไม่รู้กัน ก่อนหน้านี้ข้าดื่มน้ำเพื่อรักษาอาการบอบช้ำภายในเช่นกัน"


    "ฮ่าๆๆๆ เจ้านี่ตลกๆจริงๆ ไปๆพวกเราไปเดินหมากกันต่อเถอะ พ่อหนุ่มหากเจ้าหายดีแล้วทำอาหารมาให้ข้าที่บ้านด้วยนะ"


    กล่าวจบผู้เฒ่าจ้าวก็พาผู้อาวุโสหลิวกลับไปที่พักเพื่อเดินหมากในส่วนที่เหลือต่อ หลังจากนั้นไม่นานจางหย่งก็นำอาหารที่ทำเรียบร้อยแล้วมาส่งให้ เมื่อมองดูแล้วพบว่าจางหย่งหายดีราวกับไม่เคยได้รับบาดเจ็บมาก่อน ผู้อาวุโสหลิวก็ใช้วิธีการดื่มน้ำเพื่อฟื้นฟูร่างกาย และพบว่าการดื่มน้ำนี่มันช่างดีจริงๆ...


    ------------


    ณ บ้านใหญ่ตระกูลอี้


    หลังจากกลับมาจากบ้านของจางหย่ง อี้ถังและฮูหยินใหญ่อี้ก็เข้าไปหารือกันที่ห้องหนังสือ


    "ท่านพี่ โชคดีจริงๆนะเจ้าคะ ที่ตัวปัญหายอมแยกบ้านออกไปได้"


    "ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน"


    ระหว่างที่ฮูหยินใหญ่อี้กำลังจะเก็บสัญญาแยกบ้านเข้าที่เข้าทาง สายตาของนางก็เหลือไปเห็นชื่อพยานทั้งสองของฝั่งจางหย่ง ชื่อหนึ่งแซ่หลิว อีกชื่อหนึ่งแซ่จ้าว นางจึงยืนขมวดคิ้วด้วยความสงสัยอยู่นาน จนอี้ถังเอ่ยถามขึ้นว่า


    "ฮูหยิน เจ้าเป็นอะไรไป?"


    "ท่านรู้จักตาแก่ที่เป็นคนร่างจดหมายนี้ไหมเจ้าคะ"


    อี้ถังส่ายหน้า แม้ก่อนหน้านี้เขาจะรู้สึกสงสัย แต่เพราะเขาต้องการให้การแยกบ้านจบโดยเร็วที่สุดจึงไม่ได้เอ่ยถามสิ่งใดออกมาในตอนนั้น


    "เจ้ามีอะไรงั้นหรือ"


    "ท่านพี่ท่านดูแซ่ของเขาสิ"


    อี้ถังหยิบสัญญาฉบับนั้นขึ้นมาดูก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย พยานฝ่ายจางหย่งมีผู้อาวุโสหลิวช่วยรับรอง ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นชายชราแซ่จ้าวงั้นหรือ ยังไม่ทันที่เขาจะได้คิดอะไรมากไปกว่านี้ เสียงบ่าวรับใช้คนหนึ่งได้เรียกเขาที่หน้าห้องขึ้นว่า


    "เรียนนายท่าน มีคนจากกลุ่มเจี้ยนเตี๋ยขอเข้าพบขอรับ"


    "ให้พวกเขาเข้ามา"


    หลังจากจบคำ บุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งได้เดินเข้ามาในห้องก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า


    "คารวะนายท่านใหญ่อี้ คารวะฮูหยินใหญ่อี้ขอรับ"


    อี้ถังพับสัญญาแยกบ้านวางลงบนโต๊ะก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า


    "ได้ข่าวหมอเทวดาจ้าวแล้วหรือยัง"


    "เรียนนายท่าน จากข่าวที่หามาได้บอกว่าหมอเทวดาจ้าวเป็นบุรุษอายุราวๆหกสิบปี ชอบออกท่องเที่ยวไปทั่วยุทธกับภรรยาของเขา ทำให้หาตัวได้ยากมากขอรับ"


    บุรุษแซ่จ้าวที่มีอายุราวๆ หกสิบคงไม่ได้มีเพียงคนเดียว คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง อี้ถังได้แต่คิดในใจ แต่ใครจะไปรู้ว่าความบังเอิญมีอยู่จริง เมื่อคนจากกลุ่มเจี้ยนเตี๋ยเอ่ยขึ้นว่า


    "ถึงจะหาตัวยังไม่เจอแต่พวกข้าสืบได้นามจริงของท่านหมอเทวดามาแล้วขอรับ"


    ชายผู้นั้นหยุดพูดจิบน้ำชาดับกระหายนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า


    "นามของท่านหมอเทวดาคือ 'จ้าวกุ้ย' ขอรับ"


    "...!!!"


    อี้ถังที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก เขารีบคลี่สัญญาแยกบ้านออกดูอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ พยานฝ่ายจางหย่งที่ไม่ใช่ผู้อาวุโสหลิว มีแซ่ว่าจ้าวนามว่ากุ้ย


    ไม่จริงใช่ไหมเนี่ย!!


    คล้ายกับเรื่องย้อนกลับมาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง ที่คุณอ่าน

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.18M 1115
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271