จุดเริ่มต้น
เส้นทางเบื้องหน้าที่มืดมิดและเงียบงัน ในตอนนี้มีเพียงแสงไฟส่องสว่างตามทางเดินที่ทอดยาวไปสู่อาคารสีขาวขนาดใหญ่เพียงเท่านั้นที่พอจะทำให้มองเห็นทางเดินข้างหน้าห้องโถงกว้างของอาคารเรียนแห่งนี้คือจุดเริ่มต้นของจุดมุ่งหมายในคืนนี้ของผมงานรับน้องของมหาวิทยาลัยใน่กลางวันผ่านไปแล้ว จะเหลือก็แต่กิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ของเราปีหนึ่งเท่านั้นป้ายประกาศขนาดใหญ่ตั้งเรียงรายอยู่ภายในโถงอาคารเรียนอย่างเป็ระเบียบผมเดินดูรายชื่อ “บัดดี้”ของผมที่ทางมหาวิทยาลัยจับคู่ให้เพื่อทำกิจกรรมร่วมกันในคืนนี้รายชื่อของนักศึกษาปีหนึ่งทุกคนติดประกาศไว้ั้แ่บ่ายโมงแล้ว แต่่เวลานั้นคนเยอะและวุ่นวายเกินไปผมไม่ชอบความวุ่นวายแบบนั้นเลยเลือกจะมาดูรายชื่อเอาตอนนี้และก็มีหลายคนที่คิดแบบเดียวกันกับผมสายตาของผมไล่มองหารหัสนักศึกษาของตัวเองจนพบเข้ากับรายชื่อหนึ่ง “ขวัญสุดา เพียงพิทักษ์” ผู้หญิงอย่างนั้นหรอเธอเขียนเบอร์ติดต่อเอาไว้แล้วเรียบร้อยผมอารมณ์ดีขึ้นมากเมื่อคิดได้ว่างานวันนี้คงจะไม่น่าเบื่ออย่างที่คิดผมใช้เวลาไม่นานก็ขับรถมาจอดยังสถานที่จัดงานในคืนนี้แล้วกดโทรออกหาบัดดี้ของผมฟังเสียงเพลงรอสายอยู่ไม่นานเธอก็รับสาย
(สวัสดีค่ะ) เสียงที่ได้ยินปลายสายนั้นอ่อนหวานและน่ารักมากน่ารักซะจนผมอยากจะเห็นหน้าเ้าของเสียงนั้นโดยเร็ว
“สวัสดี เราเป็บัดดี้ของเธอ”
(อ๋อค่ะ มาถึงหรือยังคะ น้องยืนรออยู่แถวศูนย์หนังสือสะดวกมาที่นี่หรือเปล่า)
“ครับ”
(น้องสะพายกระเป๋ารูปตุ๊กตาหมีคุมะสีน้ำตาลนะคะอืม..... แล้วก็ น้องมัดผมจุกสองอันบนหัวด้วย ยืนอยู่กับเพื่อนสี่คน)
“ครับ อีกเดี๋ยวพบกัน” ผมกดตัดสายเธอไปแล้วผมมองเห็นจากไกลๆ ว่าบัดดี้ผมน่าจะเป็คนไหนในบรรดาผู้หญิงหลายคนที่ยืนอยู่หน้าศูนย์หนังสือกลุ่มเธอดูจะเด่นหน่อยเพราะยืนใกล้แสงไฟส่องสว่างผมเลยมองเห็นได้ชัดเจนคนสายตาดีแบบผมมองครั้งเดียวก็รู้ว่าบัดดี้ของผมคนไหนวันนี้เราแต่งตัวคล้ายกันหมดทุกคน แต่เธอดูเด่นตรงผมจุกสองอันบนหัวจริงๆทำให้ผมนึกถึงตัวละครหญิงในเกมต่อสู้ที่ผมเคยเล่นสมัยเด็กและเธอคนนี้ก็เหมือนเด็กชะมัดเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ตอนนี้กำลังเธอยืนหันหลังให้ผมอยู่
“ไอ้แดน มาถึงนานหรือยัง”ไอ้เดียวเพื่อนสนิทของผมเดินเข้ามาทักผมเห็นว่ามันมาคนเดียวคงจะยังไม่เจอบัดดี้ของตัวเอง
“เพิ่งมา มึงยังไม่เจอบัดดี้หรือไง”
“เจอแล้ว นั่นไง”ไอ้เดียวชี้ไปทางกลุ่มหญิงสาวที่บัดดี้ของผมกับเพื่อนของเธอยืนอยู่
“อืม กูก็เพิ่งเจอ คนที่มีจุกสองอันบนหัว” ผมชี้ไปยังหญิงสาวที่ยืนหันหลังให้เราพร้อมบอกลักษณะเด่นที่เธอบอกผมทางโทรศัพท์ให้เพื่อนรู้
“บังเอิญฉิบเป๋ง” ไอ้เดียวรีบเดินไปยังกลุ่มสาวๆที่ยืนอยู่ แล้วเื่บังเอิญอีกเื่ก็คือไอ้ดินเพื่อนสนิทผมอีกคนก็อยู่ที่นี่ด้วยบัดดี้ของมันดันเป็เพื่อนสนิทของบัดดี้ผมซะอย่างนั้นทักทายกันได้ไม่นานไอ้ดิฟเพื่อนสนิทคนสุดท้ายของกลุ่มเราก็ตามมาตอนนี้กลายเป็ว่าเราสี่คนมีบัดดี้กลุ่มเดียวกันซะอย่างนั้น
“บังเอิญจังนะ กลุ่มเราเป็เพื่อนสนิทกันหมดเลยน้ำเป็บัดดี้ดิน หนึ่งเป็บัดดี้เดียว แล้วก็นุ่มนิ่มเป็บัดดี้ดิฟเื่นี้คงจะเป็เื่บังเอิญที่สุดในชีวิตน้องแล้วแน่ๆ อิ อิ อิ”เธอเริ่มต้นบทสนทนาเป็ครั้งแรก ผมเลยเพิ่งจะได้สังเกตเธอใกล้ๆ อย่างชัดเจนเธอจัดว่าเป็ผู้หญิงสวยชวนมองคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เธอมีรอยยิ้มที่น่ารักมากโดยเฉพาะลักยิ้มใต้ตาทั้งสองข้างเวลาที่เธอยิ้มโดนใจผมชะมัด รอยยิ้มแบบนี้ผมเหมือนจะเคยเห็นที่ไหนมาก่อนแต่ก็ช่างมันเถอะคงจะเป็ผู้หญิงสักคนที่ผมเคยพบ บัดดี้ของผมคนนี้รูปร่างดีทีเดียวผิวของเธอขาวอมชมพูดูสุขภาพดีและเธอก็สูงแค่หน้าอกของผมเท่านั้นเป็ผู้หญิงตัวเล็กที่ดูบอบบางมากจริงๆ
“อื้ม” ผมทำเพียงตอบรับในลำคอ เพราะมัวแต่มองหน้าเธอเลยไม่รู้จะพูดอะไรกับเธอดี
“แดนกับเพื่อนๆ สูงกันมากเลยนะ ดูขากางเกงเลสิสั้นเต่อเลย อิอิอิ” เธอชี้ให้ดูกางเกงของผมที่ยกสูงขึ้นมาเลยจากข้อเท้าไปมากจะโทษใครได้นอกจากสรีระของพวกผมเองเราสี่คนจัดว่าเป็ผู้ชายที่ค่อนข้างสูงเกินกว่ามาตรฐานชายไทย
“ปกติเราเท่มากกว่านี้นะแต่กางเกงเลกับเสื้อม้อฮ่อมแบบนี้ไม่ค่อยเข้ากับเราเท่าไหร่ไซซ์เสื้อผ้าของทางมหาวิทยาลัยก็ยาวที่สุดเท่านี้เอง”
“เสื้อก็สั้นนะ อิ อิ อิแต่จะว่าไปแดนคงใส่แค่ไม่กี่ครั้งหรอกจริงหรือเปล่า” เธอดึงชายเสื้อของผมเบาๆแล้วก็ยิ้มขำอย่างน่ารัก
“เส้นตื้นเกินไปหรือเปล่าเนี่ย” ผมอมยิ้มน้อยๆแซวอาการขำขันแบบน่ารักของเธอ
“น้องเป็คนอารมณ์ดี ถ้าแดนเจอน้องบ่อยๆ เดี๋ยวก็คงชินอาการแบบนี้ปกติมาก” ถ้าเจอบ่อยๆ งั้นหรอเธอจะบอกว่าเราจะได้พบกันมากขึ้นแบบนั้นใช่หรือเปล่า
“อื้ม ถ้าได้เจอบ่อยๆ นะ เราไปนั่งรวมกับเพื่อนๆตรงนั้นเถอะ”
“เขตต์แดน อเนกนาวิน” คือผู้ชายที่นั่งอยู่ทางด้านหลังของฉันในตอนนี้ฉันเขียนเบอร์โทรศัพท์ทิ้งไว้ให้บัดดี้ของฉันที่บอร์ดรายชื่อในอาคารเรียนรวมแล้วตอนนี้ฉันก็พบว่าบัดดี้ของฉันนอกจากจะเป็ผู้ชายแล้วยังหล่อมากอีกด้วยใบหน้านิ่งๆ ที่ไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกของเขามีพลังดึงดูดแปลกๆครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าเขาทำฉันใจเต้นรัวผู้ชายคนนี้ไม่ค่อยยิ้มแต่กลับมีเสน่ห์น่าค้นหาคิ้วดกเข้มของเขาเรียงตัวอย่างสวยงาม ดวงตากลมเรียวดุๆ นั่นก็น่ามองเหลือเกินฉันไม่อาจสบตากับเขาได้นานเพราะรู้สึกเขินจนต้องเป็ฝ่ายเบือนหน้านี้สายตาเขาทุกครั้งจมูกโด่งเข้ารูปกับรูปทรงใบหน้าที่ลงตัวปากสีแดงสดนั่นก็น่ารักเข้ากับใบหน้าของเขาสรุปแล้วเขาเป็ผู้ชายที่จัดว่าหล่อที่สุดเท่าที่ฉันเคยพบมาหล่อเหมือนพระเอกซีรีส์จีนที่หลุดออกมาจากโลกนิยายยังไงอย่างนั้นแต่จะติดก็ตรงที่เขาสูงเกินไปเพราะเมื่อฉันได้ยืนใกล้ๆเขาก็พบว่าฉันสูงเพียงแค่หน้าอกของเขาเท่านั้นแต่นั่นก็ไม่สำคัญเพราะพระเอกในซีรีส์ที่ฉันดูก็สูงกว่านางเอกในระดับนี้แทบจะทั้งนั้นพระเอกนางเอกอย่างนั้นหรอนี่เธอเพิ่งเจอเขาครั้งแรกเธอก็อยากเป็นางเอกของเขาแล้วอย่างนั้นหรอ บ้าจริงเชียว
“น้อง ถอดด้ายให้เราหน่อยสิ”เสียงแดนเรียกฉันให้ตื่นจากภวังค์ความคิดเพ้อเจ้อของฉันเขายื่นแขนข้างที่รุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งผูกด้ายให้เขามาตรงหน้าฉัน
“ได้สิ”ฉันแก้ปมด้ายและถอดมันออกจากแขนพร้อมกับยื่นด้ายเส้นนั้นคืนให้เขา
“ยื่นแขนน้องมาสิ คิดว่าเป็ของขวัญวันพบหน้าของเราสองคนแล้วกันนะ”เขาผูกด้ายของเขาให้กับฉัน แล้วยังบอกว่าเป็ของขวัญอีก ทำไมกันนะฉันตั้งคำถามกับตัวเองในใจไม่กล้าที่จะถามเขาออกไปตรงๆ
“ขอบคุณนะ” ฉันทำได้แค่ขอบคุณและยิ้มให้เขาเท่านั้น
“กิจกรรมในค่ำคืนนี้จบลงเพียงเท่านี้นะคะ ขอให้น้องๆทุกคนเดินทางกลับที่พักโดยสวัสดิภาพและพบกันอีกครั้งในงานเฟรชชี่ไนท์นะคะ
“กลับเถอะเดี๋ยวเราเดินไปส่งที่รถ”เขาแตะไหล่ฉันให้หันกลับไปทางออกของงาน เขาคงตั้งใจจะเดินไปส่งฉันจริงๆ
“เรามากับเพื่อน ไม่ต้องไปส่งหรอก เรากลับกันเองได้ขอบใจนะ”
“เอาแบบนั้นก็ได้ ตามใจน้อง”เขายังคงพูดด้วยสีหน้านิ่งไม่แสดงอารมณ์ ผู้ชายคนนี้เ็าชะมัด
“เรากลับก่อนนะ แล้วเจอกันในงานเฟรชชี่ไนท์นะ”ฉันยิ้มและโบกมือลาเขา
“อื้ม แล้วเจอกัน”เขาโบกมือตอบและยิ้มให้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ฉันกับเขาจะได้เจอกันอีกหรือเปล่านะ
ขอบคุณที่แวะมานะคะ ^^