ความจริงเวลานี้เขาควรซีม่องเท่งไปแล้วแต่กลับมายืนตอบคำถามบุรุษรูปงามได้อย่างเป็เื่เป็ราวราวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ไม่ใช่จินตนาการที่เขาสร้างขึ้นเองแต่มันเป็เื่จริงเสียมากกว่า
“ว่าแต่... ข้าถามท่านบ้างได้หรือไม่?”
ั้แ่คุยกันมามีแต่เหวินหยางที่ตั้งคำถามใส่เขาฝ่ายเดียวจินหลงเองก็มีเื่มากมาย ที่อยากเอ่ยถามคู่สนทนาเหมือนกันเขาจึงลองร้องขออีกฝ่ายดู
“ว่ามาสิ”
“ข้าเองก็อยากรู้จักท่านเช่นกัน ไม่ทราบว่าท่านเป็ใครหรือ?”
“ข้ามีนามว่าเหวินหยาง เป็เ้าเมืองจุนเฟิง”
ไม่รู้ว่าจินหลงคิดไปเองหรือเปล่าแต่เขาสังเกตและรู้สึกได้ว่า เหมือนอีกฝ่ายจะยืดตัวให้ตรงขึ้น และค่อยๆ ผายไหล่ออกอีกทั้งดวงหน้าหล่อเหลายังเชิดขึ้นเล็กน้อย ราวกับกำลังวางท่า
“อ่อ… เมืองจุนเฟิง”
‘ว่าแต่ไอ้เมืองจุนเฟิงนี่มันตั้งอยู่มุมไหนของโลกกันนะ?’
จินหลงตอบรับราวกับตนเองรับรู้และเข้าใจทั้งๆ ที่เขาไม่ได้รู้จักสถานที่แห่งนี้เลยสักนิด
“ท่านเ้าเมือง!เหตุใดจึงยืนคุยกับปีศาจเป็วรรคเป็เวรเยี่ยงนั้น?รีบถอยออกห่างเถอะ เดี๋ยวจะได้รับอันตรายเอาได้”
จู่ๆกลับมีเสียงของใครบางคนดังแทรกขึ้นมาเรียกความสนใจจากเหวินหยางและจินหลงได้เป็อย่างดี
ทั้งคู่หันไปมองคนผู้นั้นและได้สังเกตเห็นว่าบัดนี้ชาวเมืองจำนวนหลายคน กำลังยืนหลบหลังเสาบ้างแอบหลังต้นไม้บ้าง ราวกับกำลังหวาดกลัวบางสิ่ง
ทว่าก็ยังมีบางคนที่ทำท่าทางกล้าๆกลัวๆ แต่แววตากลับอยากรู้อยากเห็น พยายามจะเดินเข้ามาใกล้แต่กลับลังเลไม่กล้า
“ปีศาจที่ไหนกัน?ข้าว่าเป็เทพเซียนจาก์เสียมากกว่า ไม่เช่นนั้นจะปรากฏกายขึ้นพร้อมกับสายฝนได้เยี่ยงไรแล้วดูสิ รอบตัวเด็กหนุ่มผู้นั้นกลับไร้ฝนสักเม็ด”
ชาวเมืองอีกคนแสดงความคิดเห็นต่างสีหน้าท่าทางเขาดูตื่นเต้นยิ่งนักขณะกล่าวถึงจินหลงผู้คนที่เหลือจึงชะเง้อคอออกจากจุดหลบซ่อนเพ่งมองตามและเมื่อว่าเห็นว่ามันเป็จริงอย่างที่บุรุษผู้นั้นกล่าวจึงเริ่มพากันทยอยเดินออกมาดูด้วยความสนอกสนใจ
พื้นที่รอบกายจินหลงในระยะสาม่แขนแห้งสนิทท้องฟ้า้าเปิดโล่งเห็นสีฟ้าครามชัดเจน ขณะที่ระยะถัดออกมานั้นฝนลงเม็ดหนาเตอะจนทัศนวิสัยย่ำแย่ราวกับท้องฟ้าอัดอั้นจากการกักเก็บน้ำฝนมาเป็เวลาร่วมห้าปี
“เป็เื่ที่น่ายินดียิ่งนัก ์เมตตาประทานท่านเซียนลงมาขจัดภัยแล้งในที่สุดประชาชนแผ่นดินต้าหวง ก็ไม่ต้องอดอยากปากแห้ง ข้าดีใจเหลือเกิน!!”
สตรีวัยกลางคนนางหนึ่งทรุดกายนั่งคุกเข่าลงกับพื้นะโกล่าวร้องด้วยความรู้สึกซาบซึ้งสุดหัวใจ ก้มหัวคำนับจินหลงหลายต่อหลายครั้งจนคนถูกคำนับรู้สึกหวั่นใจ ว่าการกระทำของผู้สูงวัยกว่า อาจทำให้เขาอายุสั้นลงได้
ทว่าในประโยคนั้นกลับมีคำคำหนึ่งที่จินหลงฟังไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่นัก และรู้สึกเอะใจแปลกๆจึงหันไปหาเหวินหยางก่อนกล่าวถามเพราะอดทนเก็บความสงสัยเอาไว้ไม่ได้
“เมื่อครู่…ท่านป้าผู้นั้นกล่าวถึงแผ่นดินต้าอะไรสักอย่าง ท่านรู้หรือไม่ว่าต้าอะไรพอดีเสียงเม็ดฝนกระทบพื้นมันดังเกินไป ข้าจึงฟังไม่ค่อยถนัด”
“ต้าหวง แผ่นดินต้าหวงน่ะ”
เหวินหยางยิ้มเล็กๆให้กับจินหลง ก่อนกล่าวตอบในสิ่งที่อีกฝ่ายอยากรู้
ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับทำเอาริมฝีปากบางเฉียบอ้าค้างด้วยความตื่นใ ขณะที่ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งด้วยอุณหภูมิเย็นะเื
“อะไรนะ?! แผ่นดินต้าหวงอย่างนั้นรึ?!!”