รับจ้างเป็นผัวจ่ายค่าตัวเป็นจูบ Pay Me whit a Kiss

    บทที่6:ใครสักคน

    เข้าสู่วันที่สาม

    ท้องฟ้ายามเย็นถูกย้อมเป็๞สีส้มอมทอง ธามกำลังเก็บโต๊ะพับหน้าร้านน้ำ แต่สายตากลับเหลือบมองไปทางอาคารเรียน อยู่ตลอด ความรู้สึกแปลก ๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในอก

    มันไม่สบายใจ ทั้งที่ไม่รู้เพราะอะไร ในจังหวะนั้นเอง รถเก๋งสีขาวคันคุ้นตาแล่นเข้ามาจอด เอี๊ยด...

    ธามเงยหน้าทันที หัวใจที่หนักอึ้งมาตลอดสองวัน คล้ายถูกกระตุก เมื่อเห็นคนที่ก้าวลงมาจากรถคือ กั้ง

    วันนี้คนปากดีดูโทรมกว่าปกติ เสื้อเชิ้ตสีอ่อนยับย่น ใต้ตาคล้ำชัด เส้นผมที่เคยเนี้ยบกลับยุ่งเล็กน้อย ราวกับไม่ได้นอนมาหลายคืน

    ธามขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว ก่อนขาเ๯้ากรรมจะพาเดินเข้าไปหาเอง

    "ต้นกล้าล่ะ"

    กั้งที่เพิ่งปิดประตูรถชะงัก ก่อนเงยหน้ามอง

    "คุณจะถามหาหลานผมทำไม"

    "แล้วคุณจะตอบดี ๆ ไม่ได้หรือไง"ธามกระแทกเสียงหงุดหงิด

    "ไม่ได้"ยอมเสียที่ไหน

    "นิสัย"

    "ขอบคุณ"

    ธามสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มอารมณ์ ก่อนถามซ้ำ

    "ต้นกล้าหายไปสามวัน"

    คราวนี้กั้งเงียบดวงตาคู่ สวยหลุบต่ำลง รอยกวนประสาทที่เคยมีประจำหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้า

    "อยู่โรงพยาบาล"

    คำตอบสั้น ๆ กลับทำให้หัวใจของธามกระตุกวูบ

    "อะไรนะ"

    "ต้นกล้าอยากเจอคุณ"

    กั้งตอบเบา ๆ ก่อนเบือนหน้าหนี

    "ไม่รู้คุณไปทำเสน่ห์เล่ห์กลอะไรใส่หลานผม"

    "..."

    "๻ั้๫แ๻่ตื่นมาก็ถามหาแต่ลุงธาม"

    "..."

    "ถามจน รำคาญชื่อคุณ"

    แม้จะบ่น แต่น้ำเสียงกลับสั่นน้อย ๆ จนคนฟังจับได้ ธามนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะถือวิสาสะ ขึ้นนั่งฝั่งคนขับทั้งที่เป็๲รถของกั้ง

    "ไป"

    กั้งหันมอง"ไปไหน"

    "โรงพยาบาลไง..เร็ว.."

     

    ห้องผู้ป่วยเด็ก

    กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศ ต้นกล้านอนอยู่บนเตียง แขนข้างหนึ่งมีสายน้ำเกลือติดอยู่ แก้มยุ้ยที่เคยแดงระเรื่อ ดูซีดลงเล็กน้อย

    แต่ทันทีที่เห็นคนตัวสูงเดินเข้ามา ดวงตากลมโตก็สว่างขึ้นทันที

    "ลุงธาม!"เสียงใสดังลั่นห้อง เด็กน้อยดีดตัวลุกนั่ง จนกั้งต้องรีบเข้าไปประคอง

    "ช้า ๆ สิครับ"

    "ลุงมาจริงด้วย!"

    ต้นกล้ายิ้มกว้างจนตาหยี ราวกับลืมไปหมดว่าตัวเองอยู่โรงพยาบาลธามเดินเข้าไปใกล้ ก่อนยกมือขยี้หัวฟูเบา ๆ

    "ได้ข่าวว่าคิดถึงลุง"

    "คิดถึงมากเลยครับ"

    "แค่สองวันเอง"ธามแกล้งเอ่ยเหย้า

    "สำหรับต้นกล้ามันนาน...มากก"

    เด็กน้อยตอบหน้าตาจริงจัง จนคนฟังหลุดหัวเราะ “ฮ่าๆ”

     

    แต่ในระหว่างนั้น สายตาของธามกลับเหลือบมองไปรอบเตียง

    ถุงน้ำเกลือ เครื่องวัดสัญญาณชีพ ผลเ๧ื๪๨หลายแผ่นที่วางอยู่บนโต๊ะรวมถึงหน้ากากอนามัยที่พยาบาลกำชับให้ใส่ มันดู...ไม่เหมือนเด็กที่เป็๞ไข้ธรรมดา

    จังหวะนั้นเอง กั้งถูกเรียกออกไปหน้าห้อง

    "คุณพัสกรครับ"

    เสียงคุณหมอดังขึ้น ชายหนุ่มลุกตามออกไป โดยไม่ทันสังเกตว่า ธามเดินตามออกมาช้า ๆ

    หน้าห้องผู้ป่วย คุณหมอเปิดแฟ้มผลตรวจในมือ สีหน้าสุภาพแต่จริงจัง

    "ผลตรวจยืนยันแล้วนะครับ"

    หัวใจของกั้งบีบรัดทันที แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่พอได้ยินจริง ๆ มันก็ยังเจ็บจนแทบหายใจไม่ออก

    "น้องเป็๲มะเร็งเม็ดเ๣ื๵๪ขาวชนิดเฉียบพลันครับ"

    "..."

    "โรคนี้เกิดจากความผิดปกติของเซลล์เม็ดเ๣ื๵๪ในไขกระดูก"

    คุณหมออธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

    "ข่าวดีคือปัจจุบันโรคนี้รักษาได้ และเด็กจำนวนมากตอบสนองต่อการรักษาได้ดี"

    น้ำตาของกั้งเริ่มเอ่อขึ้น แต่ยังพยายามฟัง

    "น้องจำเป็๲ต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลศูนย์ ที่มีทีมกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งเด็ก"

    "เพื่อเริ่มการรักษาอย่างเป็๞ระบบ"

    "ยิ่งเริ่มเร็ว โอกาสรักษาสำเร็จก็ยิ่งดีครับ"

    กั้งพยักหน้าช้า ๆ ทั้งที่มองอะไรแทบไม่เห็นแล้ว เพราะน้ำตาพร่ามัวไปหมด

    คุณหมอเดินจากไป ทิ้งให้ทางเดินเงียบลง กั้งยืนก้มหน้าอยู่คนเดียวก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง

    "ต้นกล้าเป็๞อะไร"

    เขาหันกลับไป พบว่าธามยืนอยู่ไม่ไกลสีหน้าของชายหนุ่มเคร่งเครียดผิดปกติ

    "เกี่ยวอะไรกับคุณ"

    กั้งตอบทันทีตามสัญชาตญาณเดิม ส่วนธามพยักหน้า "จริง"

    "..."

    "ไม่เกี่ยว"

    "..."

    "ผมมันคนชอบเสือก"

    ประโยคเดิมที่เคยใช้แขวะกัน กลับไม่มีใครขำ ธามมองคนตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันหลังกลับไปทางห้องพักผู้ป่วย เขาไม่ถามซ้ำ ไม่คาดคั้น ไม่เซ้าซี้ เพียงเดินกลับไปหาต้นกล้า

    ส่วนกั้ง เมื่อแน่ใจว่าอีกฝ่ายเดินลับสายตาไปแล้ว แรงที่พยายามประคองเอาไว้ทั้งหมดก็พังลง

    มือเรียวรีบยกขึ้นปิดหน้า ไหล่บางสั่นเล็กน้อยน้ำตาที่อดกลั้นมา๻ั้๫แ๻่เช้าค่อย ๆ ไหลออกมาเงียบ ๆ

    เขากลัวจนแทบยืนไม่ไหว กลัวว่าหลานจะเจ็บ กลัวว่าหลานจะร้องไห้ กลัวว่าวันหนึ่ง เตียงในห้องนั้นจะว่างเปล่า โดยที่กั้งไม่รู้ตัว

    ปลายทางเดินอีกด้านหนึ่ง ธามหันกลับมามองพอดี เขาเห็นทุกอย่างเห็นคนปากเก่ง ที่พึ่งแยกเขี้ยวใส่เขาเมื่อครู่ กำลังยืนร้องไห้อยู่ลำพัง

    หัวใจของเขา พลันหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก เป็๲ครั้งแรก...ที่ธามรู้สึกสงสารกั้ง มากกว่าหมั่นไส้ชวนทะเลาะ

    .........................................