เข้าสู่วันที่สาม
ท้องฟ้ายามเย็นถูกย้อมเป็สีส้มอมทอง ธามกำลังเก็บโต๊ะพับหน้าร้านน้ำ แต่สายตากลับเหลือบมองไปทางอาคารเรียน อยู่ตลอด ความรู้สึกแปลก ๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในอก
มันไม่สบายใจ ทั้งที่ไม่รู้เพราะอะไร ในจังหวะนั้นเอง รถเก๋งสีขาวคันคุ้นตาแล่นเข้ามาจอด เอี๊ยด...
ธามเงยหน้าทันที หัวใจที่หนักอึ้งมาตลอดสองวัน คล้ายถูกกระตุก เมื่อเห็นคนที่ก้าวลงมาจากรถคือ กั้ง
วันนี้คนปากดีดูโทรมกว่าปกติ เสื้อเชิ้ตสีอ่อนยับย่น ใต้ตาคล้ำชัด เส้นผมที่เคยเนี้ยบกลับยุ่งเล็กน้อย ราวกับไม่ได้นอนมาหลายคืน
ธามขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว ก่อนขาเ้ากรรมจะพาเดินเข้าไปหาเอง
"ต้นกล้าล่ะ"
กั้งที่เพิ่งปิดประตูรถชะงัก ก่อนเงยหน้ามอง
"คุณจะถามหาหลานผมทำไม"
"แล้วคุณจะตอบดี ๆ ไม่ได้หรือไง"ธามกระแทกเสียงหงุดหงิด
"ไม่ได้"ยอมเสียที่ไหน
"นิสัย"
"ขอบคุณ"
ธามสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มอารมณ์ ก่อนถามซ้ำ
"ต้นกล้าหายไปสามวัน"
คราวนี้กั้งเงียบดวงตาคู่ สวยหลุบต่ำลง รอยกวนประสาทที่เคยมีประจำหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้า
"อยู่โรงพยาบาล"
คำตอบสั้น ๆ กลับทำให้หัวใจของธามกระตุกวูบ
"อะไรนะ"
"ต้นกล้าอยากเจอคุณ"
กั้งตอบเบา ๆ ก่อนเบือนหน้าหนี
"ไม่รู้คุณไปทำเสน่ห์เล่ห์กลอะไรใส่หลานผม"
"..."
"ั้แ่ตื่นมาก็ถามหาแต่ลุงธาม"
"..."
"ถามจน รำคาญชื่อคุณ"
แม้จะบ่น แต่น้ำเสียงกลับสั่นน้อย ๆ จนคนฟังจับได้ ธามนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะถือวิสาสะ ขึ้นนั่งฝั่งคนขับทั้งที่เป็รถของกั้ง
"ไป"
กั้งหันมอง"ไปไหน"
"โรงพยาบาลไง..เร็ว.."
ห้องผู้ป่วยเด็ก
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศ ต้นกล้านอนอยู่บนเตียง แขนข้างหนึ่งมีสายน้ำเกลือติดอยู่ แก้มยุ้ยที่เคยแดงระเรื่อ ดูซีดลงเล็กน้อย
แต่ทันทีที่เห็นคนตัวสูงเดินเข้ามา ดวงตากลมโตก็สว่างขึ้นทันที
"ลุงธาม!"เสียงใสดังลั่นห้อง เด็กน้อยดีดตัวลุกนั่ง จนกั้งต้องรีบเข้าไปประคอง
"ช้า ๆ สิครับ"
"ลุงมาจริงด้วย!"
ต้นกล้ายิ้มกว้างจนตาหยี ราวกับลืมไปหมดว่าตัวเองอยู่โรงพยาบาลธามเดินเข้าไปใกล้ ก่อนยกมือขยี้หัวฟูเบา ๆ
"ได้ข่าวว่าคิดถึงลุง"
"คิดถึงมากเลยครับ"
"แค่สองวันเอง"ธามแกล้งเอ่ยเหย้า
"สำหรับต้นกล้ามันนาน...มากก"
เด็กน้อยตอบหน้าตาจริงจัง จนคนฟังหลุดหัวเราะ “ฮ่าๆ”
แต่ในระหว่างนั้น สายตาของธามกลับเหลือบมองไปรอบเตียง
ถุงน้ำเกลือ เครื่องวัดสัญญาณชีพ ผลเืหลายแผ่นที่วางอยู่บนโต๊ะรวมถึงหน้ากากอนามัยที่พยาบาลกำชับให้ใส่ มันดู...ไม่เหมือนเด็กที่เป็ไข้ธรรมดา
จังหวะนั้นเอง กั้งถูกเรียกออกไปหน้าห้อง
"คุณพัสกรครับ"
เสียงคุณหมอดังขึ้น ชายหนุ่มลุกตามออกไป โดยไม่ทันสังเกตว่า ธามเดินตามออกมาช้า ๆ
หน้าห้องผู้ป่วย คุณหมอเปิดแฟ้มผลตรวจในมือ สีหน้าสุภาพแต่จริงจัง
"ผลตรวจยืนยันแล้วนะครับ"
หัวใจของกั้งบีบรัดทันที แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่พอได้ยินจริง ๆ มันก็ยังเจ็บจนแทบหายใจไม่ออก
"น้องเป็มะเร็งเม็ดเืขาวชนิดเฉียบพลันครับ"
"..."
"โรคนี้เกิดจากความผิดปกติของเซลล์เม็ดเืในไขกระดูก"
คุณหมออธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ข่าวดีคือปัจจุบันโรคนี้รักษาได้ และเด็กจำนวนมากตอบสนองต่อการรักษาได้ดี"
น้ำตาของกั้งเริ่มเอ่อขึ้น แต่ยังพยายามฟัง
"น้องจำเป็ต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลศูนย์ ที่มีทีมกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งเด็ก"
"เพื่อเริ่มการรักษาอย่างเป็ระบบ"
"ยิ่งเริ่มเร็ว โอกาสรักษาสำเร็จก็ยิ่งดีครับ"
กั้งพยักหน้าช้า ๆ ทั้งที่มองอะไรแทบไม่เห็นแล้ว เพราะน้ำตาพร่ามัวไปหมด
คุณหมอเดินจากไป ทิ้งให้ทางเดินเงียบลง กั้งยืนก้มหน้าอยู่คนเดียวก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง
"ต้นกล้าเป็อะไร"
เขาหันกลับไป พบว่าธามยืนอยู่ไม่ไกลสีหน้าของชายหนุ่มเคร่งเครียดผิดปกติ
"เกี่ยวอะไรกับคุณ"
กั้งตอบทันทีตามสัญชาตญาณเดิม ส่วนธามพยักหน้า "จริง"
"..."
"ไม่เกี่ยว"
"..."
"ผมมันคนชอบเสือก"
ประโยคเดิมที่เคยใช้แขวะกัน กลับไม่มีใครขำ ธามมองคนตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันหลังกลับไปทางห้องพักผู้ป่วย เขาไม่ถามซ้ำ ไม่คาดคั้น ไม่เซ้าซี้ เพียงเดินกลับไปหาต้นกล้า
ส่วนกั้ง เมื่อแน่ใจว่าอีกฝ่ายเดินลับสายตาไปแล้ว แรงที่พยายามประคองเอาไว้ทั้งหมดก็พังลง
มือเรียวรีบยกขึ้นปิดหน้า ไหล่บางสั่นเล็กน้อยน้ำตาที่อดกลั้นมาั้แ่เช้าค่อย ๆ ไหลออกมาเงียบ ๆ
เขากลัวจนแทบยืนไม่ไหว กลัวว่าหลานจะเจ็บ กลัวว่าหลานจะร้องไห้ กลัวว่าวันหนึ่ง เตียงในห้องนั้นจะว่างเปล่า โดยที่กั้งไม่รู้ตัว
ปลายทางเดินอีกด้านหนึ่ง ธามหันกลับมามองพอดี เขาเห็นทุกอย่างเห็นคนปากเก่ง ที่พึ่งแยกเขี้ยวใส่เขาเมื่อครู่ กำลังยืนร้องไห้อยู่ลำพัง
หัวใจของเขา พลันหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก เป็ครั้งแรก...ที่ธามรู้สึกสงสารกั้ง มากกว่าหมั่นไส้ชวนทะเลาะ
.........................................