ตอนที่ 9
หลังจากเดินจากมาอย่างไม่สนใจแล้ว แต่ในใจก็ยังรู้สึกไม่พอใจอยู่ดี แต่เมื่อเข้ามาในบ้าน เจอกับน้องชายทั้งสองคนที่เห็นพวกตนเดินทางกลับมาแล้ว ก็วิ่งมาหาพวกเขาด้วยความดีใจ ทำให้ทั้งสองคนต้องทิ้งเื่ไม่สบายใจที่ได้พบเจอ ออกไปให้หมด
"พี่เหลียนฮวา พี่เขย กลับมาแล้ว เหนื่อยหรือเปล่าครับ"
"นี่ครับน้ำพี่สาวกับพี่เขยดื่มก่อน ิซานเตรียมมาให้แล้ว"
"อืมชื่นใจที่สุดเลย ขอบใจิเฟยกับิซานมากนะ"
"พี่เขยก็สดชื่นขึ้นแล้ว ขอบใจทั้งสองคนเลย"
เมื่อได้กินน้ำเย็นๆ ทำให้ความเหนื่อยล้าที่เดินกลับมาจากในเมืองเบาบางลง ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที
"กลับมากันแล้วหรือลูก เหนื่อยกันหรือเปล่า"
"พวกลูกทำไมถึงได้กลับกันมาไวจังล่ะ"
"แล้วพ่อกับแม่ไม่ได้ไปที่นาหรือคะ"
"ตอนนี้ไม่มีอะไรที่ต้องทำแล้ว เลยอยู่บ้าน เดี๋ยวว่าจะขึ้นเขาไปหาของป่ากัน แต่คิดว่ารอลูกกับลูกเขยกลับมาจากในเมืองกันก่อนดีกว่า พ่อเป็ห่วงลูก ไม่รู้ว่าหายป่วยจริงหรือเปล่า ยังจะเดินทางเข้าไปในเมืองอีก"
ไม่พูดเพียงอย่างเดียวแต่มองลูกสาวด้วยความเป็ห่วง บ้านอื่นอาจจะไม่รักลูกสาวมากนัก แต่ไม่ใช่กับบ้านของเขา ไม่ว่าจะลูกผู้หญิงหรือลูกผู้ชาย ล้วนแต่เป็ลูกของเขาทั้งนั้น ไม่มีทางเลยที่เขาจะไม่รักได้
"หนูก็บอกแล้วอย่างไรล่ะคะ ว่าหนูหายแล้ว สมุนไพรที่ฉันต้มกินมันสามารถรักษาได้อย่างแน่นอน พ่อกับแม่ก็ไม่ยอมเชื่อฉันสักที"
"จะให้พ่อกับแม่ไม่เป็ห่วงไม่ได้หรอก"
"ใช่อย่างไรแล้วถึงจะหายป่วยก็ยังต้องเป็ห่วงอยู่ดี ไม่รู้ว่าแข็งแรงขึ้นหรือยัง"
"ก็ได้ค่ะ ฉันยอมแพ้ พ่อกับแม่เป็ห่วงลูกสาวคนนี้มากๆ"
"ิเฟยก็เป็ห่วงครับ"
"ิซานก็เป็ห่วงเหมือนกัน"
เมื่อเห็นพ่อกับแม่เป็ห่วงพี่สาว น้องชายทั้งสองคนไม่อาจที่จะยอมได้ จึงรีบพูดถึงความเป็ห่วงของตัวเองทันที
ส่วนหยางเฟยฉี ที่มองอยู่ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เป็ห่วง เขาเองก็เป็ห่วงมากๆ เช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้พูดออกไปเท่านั้นเอง
"โอ้โฮ ดีใจจังเลยที่ทุกคนเป็ห่วง อย่างนั้นพี่ใหญ่มีของมาฝากด้วย ใครอยากจะกินกันบ้างนะ"
"ผมครับ / ผมครับ"
ไม่รู้ว่าพี่สาวซื้ออะไรมาฝากพวกเขา แต่ว่าพี่สาวจะมีเงินอย่างนั้นหรือ ในเมื่อที่บ้านของเขาแทบจะไม่มีอะไรกินกันเลย
"วันนี้พี่ซื้อซาลาเปามาฝากทุกคนด้วย แบ่งกันคนละสองลูก เรากินเป็อาหารกลางวันสำหรับวันนี้ก็แล้วกัน"
หลังจากนั้นจึงได้หยิบซาลาเปาที่อยู่ในตะกร้าออกมา และแบ่งให้ทุกคน ทำให้พ่อ แม่ และน้องๆ ทั้งสองคนมองซาลาเปาลูกใหญ่ด้วยสายตายินดี และไม่อยากจะเชื่อ
"ลูกเอาเงินที่ไหนซื้อซาลาเปากลับมาอย่างนั้นหรือ"
"ใช่แล้ว พ่อคิดว่ามันแพงอยู่นะ หมดนี่ต้องจ่ายเงินเกิน 1 หยวนไม่ใช่หรือลูก หรือว่าลูกเขยเอาเงินออกมาซื้อกัน น่าจะเก็บเอาไว้บ้างนะ"
"ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับพ่อ เงินนี่เป็เงินที่ได้จากการขายสมุนไพร ที่เหลียนฮวาเก็บกลับมาครับ"
เมื่อเห็นว่าพ่อตาและแม่ยายมองมาที่เขา ทำให้เขาต้องรีบพูดก่อนที่ทั้งสองคนจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้
"ขายสมุนไพรอย่างนั้นหรือ อย่าบอกว่าที่ลูกบอกว่าเป็สมุนไพร มันคือสมุนไพรจริงๆ และสามารถที่จะขายได้ด้วย"
"ใช่แล้วครับแม่ยาย สมุนไพรทั้งหมดนั้น สามารถขายได้ทั้งหมดเลยครับ และยังได้ราคาดีอีกด้วย"
"ฉันบอกทุกคนแล้วอย่างไรล่ะคะ ว่าทั้งหมดนั้นมันเป็สมุนไพรจริงๆ อย่างนี้เชื่อที่ฉันเล่าให้ฟังหรือยังคะ"
"พ่อไม่อยากจะเชื่อเลย คิดว่าเป็ต้นหญ้า หรือวัชพืชทั่วไปเสียอีก ไม่คิดว่ามันจะสามารถขายได้ด้วย"
"แม่เองก็คิดไม่ต่างจากพ่อเหมือนกัน"
"ผมก็ไม่คิดว่ามันจะใช่เหมือนกันครับ"
ทั้งสามคนที่ได้เห็นใครจะไปคิดล่ะว่ามันสามารถที่จะขายได้ และเป็สมุนไพร
"แล้วลูกซื้ออะไรมาเยอะแยะ ทำไมถึงไม่รู้จักเก็บเงินเอาไว้ใช้ยามจำเป็บ้าง ลูกเขยทำไมไม่ คอยตักเตือนกันบ้าง"
"แม่ยาย ของที่ซื้อล้วนเป็สิ่งที่จำเป็ทั้งนั้นเลยครับ ในครัวเราไม่มีอะไรที่จะทำกินแล้วผมจึงเห็นว่าของที่ซื้อมาล้วนเป็สิ่งที่จำเป็และควรที่จะซื้อเป็อย่างยิ่ง"
"แม่รู้แล้ว แต่ก็อดที่จะเสียดายเงินไม่ได้ ดูสิ ทั้งข้าว ทั้งแป้ง ไหนจะเครื่องปรุงอีก แล้วนี่อะไร ไม่ใช่หมูอย่างนั้นหรือ แม่คิดว่าทั้งหมดนี่ ต้องหมดไปเกินสิบหยวนแล้ว คิดดูสิ เงินตั้งมากมาย จะไม่ให้แม่เสียดายได้อย่างไรกัน"
เมื่อเห็นของที่ลูกสาวและลูกเขยซื้อมา ด้วยที่บ้านไม่เคยมีของเยอะอย่างนี้มาก่อน จึงอดที่จะเสียดายเงินที่เสียไปไม่ได้
"โธ่แม่คะ อย่าเสียดายไปเลยค่ะ เรายังมีเงินเหลืออยู่อีกมาก ต่อไปเราไม่ต้องอดอยากเหมือนที่แล้วมาอีกแล้วล่ะค่ะ"
เธอเข้าใจแม่ของเ้าของร่างดี ว่าความอดอยากสำหรับทุกคนนั้นมันน่ากลัวแค่ไหน และครอบครัวนี้ก็เผชิญอยู่นานโดยไร้คนที่จะเหลียวแล ทำให้ต้องคิดทุกครั้งถ้า้าที่จะใช้จ่ายอะไร
"ลูกบอกว่ายังมีเงินเหลืออีกอย่างนั้นหรือ แม่ไม่ได้ฟังผิดไปใช่หรือเปล่า"
"แล้วลูกขายสมุนไพรได้เท่าไรกัน ทำไมถึงได้มีเงินเหลือได้"
เขาคิดว่าได้เงินสัก 20 หยวนก็ถือว่ามากแล้ว และคิดว่าไม่น่าที่จะเกินจากนี้ไปได้ เขาคิดเอาเอง
"ใช่แล้วค่ะ ทุกคนฟังไม่ผิด เรายังมีเงินเหลืออีก เพราะฉันขายสมุนไพรได้เงินมาถึง 150 หยวนเลยค่ะ"
เมื่อทั้งสองคนที่ได้ยินว่าขายสมุนไพรได้เงินถึง 150 หยวน ก็ตาโตด้วยความคาดไม่ถึง สมุนไพรที่เขาคิดว่ามันเป็เพียงวัชพืชไร้ค่า ลูกสาวของเขาสามารถนำไปขายได้เงินเข้าบ้านมาถึง 150 หยวน เงินเท่านี้ พวกเขาสามารถอยู่ได้หลายปีเลยนะ
"ลูก ลูก บอกว่า 150 หยวน จริงหรือเปล่าลูกเขย ไม่ได้หรอกแม่เล่นกันใช่ไหม"
"จริงครับ เหลียนฮวา ขายสมุนไพรได้เงิน 150 หยวนเป็เื่จริง แน่นอนครับ"
เมื่อได้ยินลูกเขยพูดอีกครั้ง ทำให้คนเป็แม่ถึงกับมีน้ำตาไหลออกมา มันไม่ได้เกิดจากความเสียใจ แต่มันเป็น้ำตาแห่งความดีใจเป็อย่างมาก จากแรงกดดันที่มีมานาน ทำให้ตอนนี้เหมือนสิ่งที่ทับอยู่ได้หลุดออกแล้ว ทำให้ใจโล่งขึ้นเป็อย่างมาก ไม่คิดว่าจะมีวันนี้เสียด้วยซ้ำ
"บ้านเราสามารถอยู่รอดแล้วสินะ ขอบใจลูกมากเลย ถ้าไม่ได้ลูกสาวของพ่อ เรายังไม่รู้จะพากันผ่านไปได้อย่างไรกัน"
เธอมองทั้งพ่อและแม่ ที่ยินดีกับเงินแค่นี้ แต่ก็เข้าใจได้ เพราะในบ้านไม่มีทั้งเงินทั้งอาหาร ทำให้การใช้ชีวิตเป็ไปอย่างย่ำแย่ และที่สำคัญ เธอจะไม่บอกอย่างเด็ดขาด ว่าลูกสาวของเขาที่รักมากได้ตายจากไปแล้ว ไม่สามารถอยู่ดูแลพวกเขาได้อีก ในเมื่อเธอมาอาศัยร่างนี้อยู่เธอจึงสัญญาว่าจะดูแลครอบครัวนี้ให้ดี และพาไปสู่ความรุ่งเรืองในอนาคตให้ได้
"ใช่แล้วค่ะ พ่อ แม่ ต่อไปเราจะไม่อดอยากกันอีกต่อไป แม่รู้อย่างนี้แล้ว คงไม่ว่าเื่ที่ฉันซื้อของกลับมาแล้วใช่หรือเปล่าคะ"
"อืม...แม่แค่เป็ห่วงทุกคนเท่านั้น"
"แม่ พ่อ เมื่อตอนกลับ ฉันเจอกับย่าและป้าสะใภ้ จะมาขอให้ฉันแบ่งอาหารให้เหมือนทุกครั้ง แต่ฉันไม่ยอมให้หรอก จะมาเบียดเบียนกันได้อย่างไรกัน ทั้งๆ ที่รู้ว่าบ้านเราไม่มีจะกิน ยังมาบังคับเอาของอีก จ้างให้ก็อย่าหวังจะได้เลย"
"ดีแล้วล่ะลูก ทำถูกแล้ว เขาไม่ใช่ย่าของลูกเสียหน่อย แยกบ้านกันแล้ว ยังจะมาเบียดเบียนกันอีก ตอนเราลำบาก ไม่เคยที่จะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้พวกเราเลยสักครั้ง"
เมื่อคิดถึงคนเป็น้าและเป็แม่เลี้ยงของเขา ที่ั้แ่จำได้ เขามักถูกเอาเปรียบเสมอ เขาเองก็พยายามที่จะไม่ใส่ใจ พยายามที่จะเลี่ยงตลอดมา แต่น้าของเขากลับไม่เคยลดละ ที่จะบีบเขาทุกทาง คงหวังให้ครอบครัวของเขาอดตายให้ได้เลยสินะ
"ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ฉันไม่สนใจหรอก เลยขู่ไปว่าถ้าจะมาข่มขู่เองของจากฉันอีกฉันจะไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้จัดการ ในเมื่อไม่ยอมเลิกสักที ฉันจะไม่ทนอีกต่อไป ฉันบอกพ่อเอาไว้ก่อน"
"จัดการไปได้เลยลูก พ่อก็ทนมามากแล้วเหมือนกัน"
"ได้ค่ะพ่อ ฉันพูดไปอย่างนั้นแล้ว คงไม่มาหาเื่ฉันสักพักล่ะมั้ง"
"ขอให้เป็อย่างนั้นเถอะ"
"แม่เก็บเงิน 50 หยวนเอาไว้ใช้นะคะ ที่เหลือฉันกำลังคิดว่าจะทำอะไรดีเพื่อที่จะลงทุน เพื่อที่จะหาเงินเพิ่มค่ะ"
"ลูกให้แม่ทำไมตั้งมากมาย เอามาแค่ 10 หยวนก็พอแล้ว อย่าลืมนะว่าลูกแต่งงานมีครอบครัวแล้ว หัดเกรงใจสามีบ้าง"
"แม่ยายครับ รับไปเถอะ ผมมาอยู่ที่บ้านหลังนี้แล้ว ผมก็ถือเป็คนในครอบครัวนี้แล้ว อย่าได้ปฏิเสธเลยครับ"
"ได้อย่างนั้นแม่จะเก็บเอาไว้ แต่ถ้า้าใช้เงินเมื่อไร ให้มาบอกแม่ได้เลยนะ"
"ได้ค่ะ"
เมื่อเห็นว่าแม่ยอมรับเงินส่วนหนึ่งเอาไว้ จึงได้เบาใจ แม้เธอจะแต่งงานแล้ว แต่ไม่ได้แยกครอบครัวออกไป อย่างไรแล้วก็ถือว่าเป็ครอบครัวเดียวกัน และอยากให้แม่เก็บเงินเอาไว้เพื่อน้องชายที่กำลังโตอีกด้วย
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )