หญิงสาวรูปร่างสูงแพรียว ใบหน้าสวยหวาน กำลังยุ่งอยู่กับการจัดออเดอร์เสื้อผ้าของลูกค้าที่สั่งเข้ามาไม่ขาดสาย เปิดร้านมาเกือบสิบปีลูกค้าแน่นร้านมากขึ้นทุกวัน...วันนี้เป็อีกวันที่เธอยุ่งแทบจะไม่มีเวลาได้พักหายใจ
‘ต้าเหนิง’ หญิงสาวสู้ชีวิตพลิกชะตาชีวิตจนได้ดิบได้ดีมาถึงทุกวันนี้ เธอไม่เกี่ยงงานไม่เลือกงาน งานอะไรที่ได้เงินดีต้าเหนิงจะเลือกทำหมด จึงมีเงินก้อนมาลงทุนเปิดร้านขายเสื้อมาอย่างทุกวันนี้ได้อย่างไรเล่า...ต้าเหนิงหาเงินส่งเสียตัวเองเรียนจนจบมหาลัยชื่อดังในปักกิ่ง
เพราะเธอคือลูกชาวนา พ่อแม่ยากจนจึงต้องสู้เล่าเรียนจนจบเพื่ออนาคตของเธอและครอบครัว ทุกวันนี้ครอบครัวเธอมีความสุขดี มีสามีที่รักและคอยให้กำลังใจอยู่ตลอดเวลา มีลูกสาวสุดแสนจะน่ารัก พ่อแม่อยู่สุขสบาย ขอเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างๆ ดังขึ้น ต้าเหนิงเดินไปดูเห็นว่าเป็สามีที่โทรมาก็รีบกดรับทันที ปลายสายบอกกับเธอว่าจะถึงแล้ว วันนี้มีนัดที่จะไปไหว้ศาลเ้าด้วยกัน ทุกๆ เดือน สามีของเธอมักจะพาต้าเหนิงไปไหว้ขอพรที่ศาลเ้า และวันนี้ก็เช่นกัน
ไม่มัวรอช้า ต้าเหนิงรีบตรวจออเดอร์ก่อนจะให้พนักงานดูแลในส่วนนี้ต่อ จากนั้นเธอก็เดินออกไปซื้อของที่จะไปไหว้ศาลเ้ารอสามีมารับ...ทว่าเพิ่งจะก้าวขาเดินออกมาจากร้าน ก็มีหญิงชราตัวมอมแมมเดินมากระโจนเข้าใส่ ต้าเหนิงถึงกับใหน้าเหวอ
“นี่ หนูอย่าออกจากบ้านไปไหนนะ ไม่งั้นหนูตายแน่ ฮ่าฮ่าฮ่า ~ ยมทูตกำลังรอรับิญญาของหนูอยู่ เชื่อยาย อย่าไปไหน”
ดูจากสภาพแล้ว ต้าเหนิงรู้ได้ทันทีว่ายายชราคนนี้มีอาการผิดปกติทางสมอง เธอไม่ได้รังเกียจยายชราคนนี้เลยแม้แต่น้อย จับมือหยาบแล้วเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า
“ยาย ยายมาจากที่ไหนเหรอคะ? แล้วนี่ลูกหลานยาย...”
“หนูต้องเชื่อยายนะ ห้ามออกจากบ้าน รีบกลับเข้าไปข้างใน เร็วๆ ยมทูตมาแล้ว”
ยายชราคนนั้นมีทีท่าที่ตื่นตระหนก ผลักต้าเหนิงเข้าไปข้างใน เธอไม่อยากขัดใจเดินเข้าไปในร้านปิดประตูลง ในหัวพลางครุ่นคิดถึงคำพูดที่ยายชราพูด วันนี้มียายแก่สองคนแล้วที่ทักต้าเหนิงมาแบบนั้น เมื่อเช้าที่ร้านอาหารก็มียายชราคนหนึ่งมาทานข้าวกับครอบครัว นั่งจ้องหน้าต้าเหนิงอยู่นาน พอเดินไปจ่ายเงินยายคนนั้นก็เดินมาพูดแบบเดียวกันกับยายชราเมื่อครู่พูดกับเธอ
ขณะที่กำลังนั่งคิดสงสัยอยู่นั้น สามีเธอก็โทรมาอีกครั้ง บอกว่ามาถึงแล้ว เธอก็รีบเดินออกไปขึ้นรถทันที ระหว่างทาง ต้าเหนิงก็ได้เล่าเื่นี้ให้กับสามีฟัง สามีปลอบใจบอกว่าไม่ต้องคิดมาก ยังไงวันนี้ก็ไปไหว้ศาลเ้าคงไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้นหรอก
ต้าเหนิงได้ยินสามีพูดแบบนั้นก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมา ไม่คิดอะไรมากอีก นั่งเล่นมือถือต่อ ขับรถไปได้สักพักก็เกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้น มีรถบรรทุกขับจากที่ไหนมาไม่รู้ พุ่งตรงมาที่รกของต้าเหนิงและสามี ทันทีที่เงยหน้าจากมือถือต้าเหนิงก็ไม่รับรู้ถึงอะไรอีกเลย ภาพตรงหน้ามืดสนิท...
01 เดือนธันวาคม ปี 1978
หมู่บ้านเฉิน เมืองหลินซวน มณฑลกั๋วโจว
ต้าเหนิงกำลังสะลึมสะลืออยู่บนเตียง รู้สึกที่นอนที่เธอกำลังนอนอยู่แข็งมาก เหมือนนอนอยู่บนหินก็ไม่ปาน เปลือกตาคู่งามค่อยๆ ลืมขึ้น สายตากวาดมองดูรอบๆ ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้ต้า เหนิงจำต้องกะพริบตาอีกครั้ง...เพดานเป็เพียงหลังคาเก่าๆ ทรุดโทรม บ้านเหมือนกรึ่งไม้กรึ่งดิน ข้างๆ เตียงที่เธอนอนพักอยู่มีเพียงโต๊ะไม้มนเล็กๆ บรรยากาศรอบตัวแปลกตายิ่ง สภาพบ้านเหมือนในยุค 70-80 ไม่มีผิด
“นี่ฉันโผล่มาอยู่ที่ไหนเนี่ย ? ” ต้าเหนิงพึมพำถามตัวเองเบาๆ ทว่าศีรษะเจ็บแปลบขึ้นมา ความทรงจำของเ้าของร่างเดินไหลพรั่งพรูเข้ามาในโสตประสาทอย่างกับหนัง
ก่อนที่ต้าเหนิงจะมาอยู่ในร่างของผู้หญิงคนนี้ เธอได้ประสบอุบัติเหตุขณะที่กำลังไปไหว้ศาลเ้ากับสามี ส่วนเ้าของร่างคนนี้ก็ถูกพี่สะใภ้สามีและแม่สามีวางยาจนแท้งลูก เพียงเพราะไม่ชอบขี้หน้าเ้าของร่างเดิมคนนี้มานาน และ เ้าของร่างเดิมยังเป็ผู้หญิงที่ปากร้าย ด่าทอทุกคนไปทั่ว สามีก็ไม่เว้น
เ้าของร่างเดิมมีชื่อเหมือนกับเธอไม่มีผิด ต่างแค่แซ่เท่านั้น อายุน้อยกว่าเธอนิดหน่อย มีสามีที่รักและคอยดูแลเอาใจใส่อยู่ตลอดเวลา พ่อแม่เสียั้แ่ที่เ้าของร่างเดิมยังเด็ก พอโตมาหน่อยได้พบกับสามีก็รู้สึกหลง จึงใช้เล่ห์กลอุบายด้วยการใช้ร่างกายอ่อย ‘เหยียนจื่อหยวน’ ร่วมหลับนอนจนได้แต่งงานกันท่ามกลางความจงเกลียดจงชังของแม่สามี
หลังจากย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านใหญ่ เรือนของสามี ก็เกิดเื่บาดหมางระหว่างแม่สามีและลูกสะใภ้ไม่เว้นวัน ทำให้เ้าของร่างเดิมทนไม่ไหว บังคับสามีออกมาใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเดิมของพ่อกับแม่เธอที่ทิ้งไว้ให้ เมื่อย้ายออกมาอยู่กันสองคน ชีวิตก็ไม่เหมือนเดิม เ้าของร่างเดิมจะต้องออกไปทำงานช่วยสามี
เพราะยุคนี้รัฐยังคอยควบคุม แปลงนาเป็ของรัฐที่แบ่งให้กับชาวบ้านทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตให้รัฐและแจกจ่ายกับคนในหมู่บ้าน ยุคนี้ประชาชนยังต้องทำงานแลกแต้ม คนที่ลำบากที่สุดก็คือชาวบ้านตาดำๆ ที่ต้องดิ้นรนทำงานแลกแต้มมาแลกเงินและคูปอง...หากเ้าของร่างเดิมและสามีไม่ออกไปทำนาท้ายปีก็จะไม่ได้ข้าวมากิน และไม่มีแต้มแลกเงินสิ้นปี
หนึ่งปีพวกเขาได้ค่าแรงไม่ถึงยี่สิบหยวนด้วยซ้ำ บ้านใดมีเนื้อหมูกินถือว่าดีมากแล้ว เพราะแบบนี้เ้าของร่างเดิมจึงมักจะอารมณ์ไม่ดีต่อว่าสามีอยู่ทุกวัน หาว่าสามีไม่ดิ้นรนทำงานหาเงินให้เธอได้สบาย ชาวบ้านที่นี่ก็ไม่มีใครชอบเ้าของร่างเดิมเลยสักคนเดียว เดินผ่านหน้าใครไปเป็ต้องมีเื่กันทุกที จนหัวหน้าหมู่บ้านทนไม่ไหวมาเตือน หากยังหาเื่ผู้อื่นไปทั่วจะให้ทางการมาจับตัวไป
กลัวว่าจะได้นั่งคุก เ้าของร่างเดิมจึงอดกลั้นไม่เที่ยวไปด่าใครไปทั่ว ภาพจำหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของต้าเหนิง ก็คือเ้าของร่างเดิมสูญเสียเ้าก้อนแป้งในท้องไป ช่างน่าสงสารเสียจริง เธอจึงฉุกคิดเื่หนึ่งได้ว่า
‘เธอจะไม่ยอมทนลำบากแบบนี้อีกแน่ จะต้องพลิกชะตาชีวิตในยุคนี้ให้ดีขึ้น’
“เธอร้ายจริงๆ เลยนะเนี่ย เฮ้อ ~ แล้วฉันจะต้องมาเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งที่นี่เหรอเนี่ย แงๆ ~ เื่บ้าอะไรกันเนี่ย ยมทูตใจร้ายกับฉันซะจริง ”