ดวงอาทิตย์ลาลับทางตะวันตกเหลือเพียงรัศมีสีแดงอ่อนจางแต้มระบายบนขอบฟ้าแต่ป่าละแวกใกล้เคียงกลับถูกความมืดกลืนหายไปทีละน้อย
"ฉะ... ฉันจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย"
เซวียเสี่ยวหรั่นรู้สึกขมปร่าในโพรงปากฝืนกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ขยับแขนที่เริ่มจะแข็งเล็กน้อยพลางเหยียบกิ่งไม้ด้านข้างค่อยๆ ลุกขึ้นมา
เมื่อครู่นี้เธอเห็นที่ราบค่อนข้างโล่งว่างที่ด้านซ้ายของเชิงเขาถึงอย่างไรตรงนั้นก็ไม่ได้มีแต่ต้นไม้ไปเสียหมดอาศัย่ที่ฟ้ายังไม่มืดสนิทลองไปดูสักหน่อยดีกว่า
หลังจากลงมาถึงพื้นก็รู้สึกแสบกลางฝ่ามือเล็กน้อย เปลือกไม้ของต้นไม้ต้นนี้มีแต่เสี้ยนตำมือปีนขึ้นปีนลงครั้งเดียวก็มือแดงไปหมดแล้ว แม้จะหอบเล็กน้อยแต่เธอก็ไม่ได้นำพามากมาย ซอยเท้าวิ่งไปยังสถานที่ที่เล็งไว้เมื่อครู่นี้
แสงสว่างในป่าเริ่มริบหรี่ใครๆ ต่างก็รู้ว่าในป่ายามค่ำคืนอันตรายกว่า่กลางวัน
สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ก็คือการหาสถานที่ปลอดภัยพักค้างคืนก่อนตะวันลับเหลี่ยมเขาเื่ในวันพรุ่งนี้ค่อยมาคิดหลังจากนั้น
พื้นที่โล่งแห่งนั้นไม่ถือว่าไกลหลังวิ่งงกๆ เงิ่นๆ ออกมาจากป่าก็พบแล้ว ที่นั่นมีแม่น้ำค่อนข้างกว้างสายหนึ่งขณะเดินข้ามพงหญ้ามาก็ได้ยินเสียงน้ำไหล
ความปีติยินดีผุดวาบบนดวงหน้าของเซวียเสี่ยวหรั่นปู่ของเธอเคยสอนว่า หากหลงทางในป่าลึก ให้หาลำธารให้พบหลังจากนั้นค่อยเดินไปตามทิศทางน้ำ จะพบเบาะแสของผู้คนได้ไม่ช้าก็เร็วเพราะไม่ว่ายุคสมัยไหน มนุษย์ล้วนชอบตั้งรกรากอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำ
ท้องฟ้ามืดลงทุกขณะเซวียเสี่ยวหรั่นได้ยินกระทั่งเสียงร้องฮูกๆ ของนกเค้าแมว ในที่โล่งแจ้งท่ามกลางป่าเขามืดมิดน่าสะพรึงอย่างเห็นได้ชัดเธอเก็บความดีใจเสี้ยวนั้นลงทันควัน
มีเนินเขาเตี้ยๆอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำเท่าไรนัก ดูจากลักษณะภายนอกเห็นเป็เงาตะคุ่ม เซวียเสี่ยวหรั่นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจไปเสาะหาถ้ำหรือสถานที่หลบภัยสำหรับค้างแรมคืนนี้
หลังจากตัดสินใจได้แล้วก็ยกเท้าเดินไปทางนั้นถนนเลียบแม่น้ำค่อนข้างขรุขระ มีกรวดหินและพุ่มไม้สูงๆ ต่ำๆ กินพื้นที่บริเวณกว้างเซวียเสี่ยวหรั่นต้องเดินชิดขอบตลิ่ง คอยหลบเลี่ยงแอ่งน้ำและกอหญ้าชื้นแฉะะโข้ามสิ่งกีดขวางอย่างระมัดระวัง
"เอ๋?"
หลังจากะโพ้นแอ่งน้ำแห่งหนึ่งมาเซวียเสี่ยวหรั่นก็คล้ายเห็นวัตถุสีขาวต้องสงสัยลอยมาติดอยู่ริมตลิ่งครึ่งหนึ่งอยู่บนบกอีกครึ่งยังอยู่ในน้ำ
ดูเหมือนว่าจะเป็...คน?
ดวงตาของเซวียเสี่ยวหรั่นเบิกกว้างราวกับลูกกระพรวนทองแดงแต่หลังจากนั้นก็หรี่ตามองให้ชัด
ไม่ผิดเป็คนจริงๆ
ว่าแต่ตายแล้ว หรือยังมีชีวิตอยู่กันล่ะ ?
เซวียเสี่ยวหรั่นรู้สึกชาไปทั้งหนังศีรษะ กลืนน้ำลายระงับความตื่นเต้น
เวลานี้ท้องฟ้ามืดสลัวต้นไม้โดยรอบเริงระบำอยู่ท่ามกลางสายลมราตรี
"นี่...?"
เธอไม่กล้าเข้าใกล้จึงลองร้องเรียกเสียงเบาก่อน
"เฮ้... คุณน่ะ ยังมีชีวิตอยู่รึเปล่า"
เธอเพิ่มเสียงให้ดังขึ้นรู้สึกคล้ายได้ยินเสียงสะท้อนกลับมาจากรอบทิศสายลมราตรีพัดพาความหนาวเย็นมาต้องผิวกาย จนเซวียเสี่ยวหรั่นสั่นสะท้านไปทั้งตัว
แต่ยังคงไม่มีคนตอบกลับมา
เซวียเสี่ยวหรั่นมองอย่างตื่นกลัวล้วงเข้าไปในเป้หยิบกระป๋องบรรจุของเหลวสีแดงออกมานั่นเป็สเปรย์พริกไทยสำหรับป้องกันตัวของเธอเอง
ไม่ว่าจะเป็คนหรือผีหากถูกสเปรย์เผ็ดร้อนแบบนี้เป็ต้องน้ำหูน้ำตาไหลหนีกระเจิง
เซวียเสี่ยวหรั่นตั้งสติให้มั่นเปิดฝากระป๋อง ค่อยๆ เดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง
คนผู้นั้นสวมชุดตัวยาวสีขาวมีคราบเืจางๆ สองสามรอยอยู่บนชุดนั้น ใบหน้าถูกบดบังภายใต้เรือนผมยาวเปียกชื้น
เป็ผู้หญิง?
เซวียเสี่ยวหรั่นค่อยรู้สึกเบาใจเดินเข้าไปใกล้อีกสองสามก้าว เอื้อมมือไปหยิบกิ่งไม้แห้งมาเขี่ยคนบนพื้นเบาๆ
ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองคงไม่ตายไปแล้วจริงๆ หรอกนะ
เซวียเสี่ยวหรั่นเริ่มขนลุกซู่
แต่พอพินิจอย่างละเอียดครู่หนึ่งพอเห็นว่าแผ่นหลังของคนผู้นั้นยังกระเพื่อมขึ้นลงอยู่ ก็พรูลมหายใจอย่างโล่งอกในป่ากว้างใหญ่ซ้ำยังวังเวงแบบนี้ หากมีใครสักคนอยู่เป็เพื่อนเธอคงรู้สึกสบายใจขึ้น
หลังจากโยนกิ่งไม้ในมือทิ้งเก็บกระป๋องสเปรย์กลับเข้าที่ก็ย่อตัวลงเอื้อมมือไปเลิกผมที่ปรกใบหน้าของคนคนนั้นออก
"แม่เ้า..."
ใบหน้าโชกเืดวงนั้นทำให้เซวียเสี่ยวหรั่นใจนล้มก้นจ้ำเบ้าแต่พอบั้นท้ายัักับความเปียกชื้นอันเย็นเฉียบ เธอก็ดีดตัวผึงขึ้นมาทันที
ถอยหลังกรูดออกไปหลายก้าวเพื่อตั้งหลักก่อนตบๆ หน้าอกเรียกขวัญที่หนีกระเจิงกลับมา
อื้อหือ...หากเจ้ [1] เป็โรคหัวใจก็คงจะหงายท้องไปแล้ว
นั่นเป็ผู้ชายหนวดเครารุงรังมีแต่าแเต็มหน้า ดูเหมือนว่าจะถูกเฆี่ยนด้วยแส้ แต่ละรอยล้วนฟกช้ำบวมแดงบางาแยังมีเืไหลอยู่ด้วยซ้ำ
โอ้์ใครกันนะ ช่างโหดร้ายทารุณ ถึงกับใช้แส้เฆี่ยนใบหน้าคนได้ลงคอ เซวียเสี่ยวหรั่นลูบๆแขนทั้งสองที่ผุดเป็ตุ่มหนังไก่เพราะความใไปทั้งแถบ
เมื่อครู่นี้เธอนั่งทับลงไปในแอ่งน้ำขังบั้นท้ายเย็นวาบ เซวียเสี่ยวหรั่นลอบด่าตัวเองในใจ
พอตั้งสติได้ค่อยเดินเข้าไปใกล้คนผู้นั้นอีกครั้ง เธอย่อตัวลง ยื่นมือออกไปตบๆหลังของเขาอย่างระมัดระวัง "นี่... คุณตื่นสิตื่นๆ ได้ยินฉันพูดไหม"
เขาเปียกโชกไปทั้งตัวร่างกายเหมือนไม่มีความอบอุ่นอยู่เลย ร้องเรียกอยู่ครู่ใหญ่ก็ไม่มีความเคลื่อนไหว
เซวียเสี่ยวหรั่นลังเลอยู่พักหนึ่งหากปล่อยให้เขาแช่อยู่ในน้ำต่อไปเกรงว่าคงไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ของวันพรุ่งนี้อีกแล้ว
เธอกัดฟันก้มลงไปจับหัวไหล่ทั้งสองข้างของเขาแล้วออกแรงพลิกเขาขึ้นมา
ต้องขอบคุณในความเ้าเนื้อของเธอดังนั้นถึงมีเรี่ยวแรงมากพอมิเช่นนั้นคงยกผู้ชายร่างใหญ่ขนาดนี้ไม่ขึ้น แม้ว่าเขาจะดูผอมมากอยู่ก็ตาม
ไม่ผิดผู้ชายคนนี้ตัวผอมมาก กระดูกหัวไหล่ของเขายังทิ่มมือของเธอเลย
หลังจับพลิกขึ้นมาแล้วเซวียเสี่ยวหรั่นถึงพบว่าเขายังกอดท่อนซุงยาว ความกว้างเท่าชามใบใหญ่ไว้ในอ้อมแขน
เขาคงจะอาศัยเกาะไม้ซุงลอยมาถึงตรงนี้กระมัง
ใบหน้าของชายหนุ่มเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวและรอยเฆี่ยนจากแส้นับไม่ถ้วนคอเสื้อแหวกออกครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นิับริเวณกว้างซึ่งเต็มไปด้วยแผลเป็มากมายไหปลาร้านูนขึ้นมาอย่างเด่นชัด ผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกมีแค่การกระเพื่อมของหน้าอกที่แสดงให้เห็นว่าคนคนนี้ยังมีชีวิตอยู่
ยากจะจินตนาการได้ว่าชายคนนี้เคยผ่านการถูกทรมานแบบไหนมาบ้างถึงตกอยู่ในสภาพอันน่าสยดสยองแบบนี้
เซวียเสี่ยวหรั่นใจเต้นตุ้มๆต่อมๆ คุกเข่าลงที่พื้นอย่างสองจิตสองใจ เนื้อตัวมีแต่รอยเฆี่ยนแบบนี้เขาคงไม่ใช่คนชั่วร้ายหรอกนะ ถ้าเกิดคนที่ช่วยกลายเป็คนเลวขึ้นมาไม่เท่ากับหาเื่ใส่ตัวหรอกหรือ
แต่เห็นคนตายแล้วไม่ช่วยเหลือก็ไม่ถูกต้องเหมือนกัน
ในหัวของเซวียเสี่ยวหรั่นตีกันวุ่นวายตัดสินใจไม่ได้
"ฮูกๆ" เสียงนกจากในป่าดังขึ้น เซวียเสี่ยวหรั่นซึ่งยังลังเลอยู่สะดุ้งเฮือกด้วยความใ
เธอเปล่งเสียง "เฮ้ย!" ใส่ตัวเองคนผอมแห้งมิหนำซ้ำยังาเ็สาหัสขนาดนี้ เธอจะกลัวอะไรนักหนาเขาจะฟื้นขึ้นมาได้รึเปล่านั่นก็เป็อีกเื่
ชั่วขณะนั้นก็ไม่ลังเลอีกต่อไปเธอเริ่มจากออกแรงดึงท่อนไม้ให้หลุดจากอ้อมแขนของเขาก่อน ชายหนุ่มยึดเอาไว้แน่นอาจเป็เพราะสัญชาตญาณการเอาตัวรอดอย่างแรงกล้าดังนั้นแม้สลบไปแล้วก็ยังคงกอดเอาไว้อย่างแ่า
หลังปรับท่าทางจนลงตัวแบกร่างเปียกโชกของเขาขึ้นหลังแล้วเซวียเสี่ยวหรั่นถึงตระหนักว่าชายคนนี้สูงเป็พิเศษ ขนาดแบกไว้บนหลังเท้าของเขายังลากอยู่ที่พื้น
ท่ามกลางแสงสลัวเซวียเสี่ยวหรั่นหรี่ตาเพ่งมองทางเดินโซซัดโซเซไปข้างหน้าเกือบทำคนบนหลังตกลงมาอยู่หลายหน
กว่าจะเดินมาถึงเชิงเขาไม่ง่ายเลยสักนิดเธอหายใจอย่างเหนื่อยหอบ แหงนหน้ามองไปโดยรอบ ูเามีแต่ความมืดสนิทเห็นไม่ชัดว่าพอจะมีที่ไหนให้พวกเขาพักผ่อนได้บ้าง
ภายใต้ความจนใจเธอก็เดินไปยังโขดหินขนาดใหญ่สองสามก้อนที่ตั้งอยู่บนเชิงเขาหาด้านที่เป็พื้นราบพอกำบังลมได้ แล้ววางชายคนนั้นลงอย่างระมัดระวัง
เนื้อตัวของเขาเย็นเฉียบแขนขาตกอย่างไร้กำลังวังชาดูเหมือนว่าจะมีเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ หากเขาเกิดตายขึ้นมาทั่วทั้งผืนป่าแห่งนี้จะเหลือเธอเพียงคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า
เธอรีบดึงเป้ออกหลังจากนั้นก็ถอดเสื้อแขนยาวคลุมบนตัวเขา
ความหนาวเย็นหอบหนึ่งวาบผ่านเข้ามาเซวียเสี่ยวหรั่นพลันขนลุกซู่ แต่ก็ไม่สนใจอะไรมากนักเธอรีบรูดซิปเปิดกระเป๋าเป้ออกค้นหา ในนั้นมีกระเป๋ายาใบเล็กพกพายามเดินทางมียาแก้อักเสบ ยาลดกรดในกระเพาะอาหารยาแก้ปวดและยาลดไข้นอกจากนี้ยังมีทิงเจอร์ไอโอดีนที่เปิดขวดแล้ว ทั้งหมดนี้ล้วนเป็ยาที่ใช้เป็ประจำในโรงเรียนตอนออกมาจึงพกติดกระเป๋ามาด้วย
บางครั้งเธอกินเยอะเกินไปจนปวดท้องบางครั้งไม่ระวังโดนไอเย็นก็จะปวดรอบเดือนดังนั้นจึงเตรียมลดกรดกับยาแก้ปวดไว้เสมอ ส่วนยาลดไข้กับยาแก้อักเสบมีครั้งหนึ่งไข้ขึ้น เลยไปเบิกมาจากห้องพยาบาลที่โรงเรียนต่อมาหลังจากไข้ลดจึงไม่ได้กินต่อ เหลือทิ้งไว้มาจนบัดนี้ส่วนทิงเจอร์ไอโอดีนเธอเคยหกล้มหัวเข่าแตกเลยซื้อมา ใช้ไปแค่ไม่กี่ครั้ง
"มีาแต้องกินยาแก้อักเสบกับยาแก้ปวดก่อน"
เซวียเสี่ยวหรั่นค้นหากระเป๋าผ้าลายดอกใบเล็กนั่นคือกระเป๋ายาของเธอ จากนั้นก็ค้นยาแก้อักเสบกับยาแก้ปวดพร้อมกับน้ำแร่ที่เหลืออยู่ครึ่งขวดออกมา
เธอใช้กระเป๋าเป้หนุนศีรษะของชายคนนั้นก่อนลองป้อนน้ำให้เขาเล็กน้อย
"นี่ ได้ยินฉันพูดไหม ตื่นสิคุณ ตื่นๆ"
เซวียเสี่ยวหรั่นตบๆหัวไหล่ของเขาอย่างเบามือ แต่ไม่มีความเคลื่อนไหว
"คุณดื่มน้ำสักหน่อยนะ"
เธอรินน้ำใส่ฝาขวดเล็กน้อยเผื่อเขาดื่มไม่เข้าปาก เธอจะได้ไม่ต้องเปลืองน้ำมีแต่์เท่านั้นที่รู้ว่าพรุ่งนี้เธอต้องดื่มน้ำที่ยังไม่ผ่านการฆ่าเชื้อจากแม่น้ำหรือเปล่า
แม้อยากจะหลีกเลี่ยงาแบนใบหน้าของเขาแต่รอยเฆี่ยนลายพร้อยเ่าั้แทบจะกินพื้นที่ทั้งหมดมีที่ว่างให้วางมือเสียที่ไหน ภายใต้ความรู้สึกจนปัญญาจำต้องบีบปากของเขาให้เปิดออก แล้วเอาน้ำกรอกลงไป
รอครู่หนึ่งยังไม่เห็นมีความเคลื่อนไหว เธอจึงหยิบขวดน้ำขึ้นมาแล้วเทใส่ปากเขาอย่างระมัดระวัง
หลังตรวจสอบดูแล้วขณะพิจารณาอยู่ว่าจะยัดยาใส่ปากเข้าไปโดยตรงเลยดีหรือไม่เปลือกตาของชายผู้นั้นก็ดูเหมือนจะขยับ
เซวียเสี่ยวหรั่นดีใจจนออกนอกหน้า "นี่ คุณตื่นๆ ตื่นเร็วๆ เข้า"
เสียงของเธอดังขึ้นอย่างอดไม่ได้
ทันใดนั้นก็มีเสียงก้องสะท้อนกลับมาจากในป่าทำให้เธอผวาใกับเสียงของตัวเอง
เซวียเสี่ยวหรั่นกวาดมองความมืดรอบด้านอย่างตื่นกลัวจึงไม่ได้สังเกตเลยว่าเปลือกตาของชายที่นอนอยู่เปิดออกครึ่งหนึ่ง ดวงตาขยับน้อยๆ
"ใแทบตาย... อ๊ะ!"
น้ำเสียงชะงักกะทันหัน
คอของเซวียเสี่ยวหรั่นถูกคนบีบแรงเค้นอันหนักหน่วงส่งผลให้ใบหน้าของเธอแดงก่ำเป็สีโลหิต พูดอะไรไม่ออกสักคำ!
...
เชิงอรรถ
[1] หมายถึงพี่สาว