นกทะเลส่งเสียงดังราวกับเป็การบอกทิศทางของจ่าฝูงยามบินออกมาหาอาหารในยามเช้า แสงสีทองค่อยๆ ส่องแสงกระทบร่างบางที่นั่งเฝ้าอย่างรอคอยจะได้เห็น ริมฝีปากบางแย้มยิ้มยามเมื่อดวงอาทิตย์กลมโต ค่อยๆ เคลื่อนสูงขึ้นเรื่อยๆ อากาศตอนเช้าเย็นสบายจนน่านอน แต่นั่นกลับไม่ใช่ความคิดของหญิงสาว ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ชายหนุ่มมักจะคอยหาโอกาสตักตวงความสุขจากเธอเสมอ กว่าจะได้มีโอกาสหนีออกมานั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นแบบนี้แทบจะเป็ไปไม่ได้เลย
เสียงคลื่นซัดซากระทบฝั่ง ทำให้ร่างบางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ริมระเบียงเดินลงมาจากตัวบ้านอย่างว่องไว เมื่อสังเกตเห็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ วิ่งวุ่นกันเต็มหาดทรายสีขาว ธารธาราค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ๆ เมื่อเจอเป้าหมายที่้า แต่ยังไม่ทันที่จะได้ัักับลำตัวใสจนแทบจะกลืนไปกับหาดทราย ก็มีเสียงดังขัดจังหววะเสียก่อน จนเป้าหมายที่เธอเล็งไว้ วิ่งหนีหายไปลับตา
ธารธาราส่งสายตาไม่พอใจให้ชายหนุ่มที่เดินเข้ามาหา จนเ้าตัวได้แต่ทำหน้าเหรอหราไม่เข้าใจ แต่พอเหลือบเห็นฝูงปูลมที่กรูกันขึ้นมาจากรู ก็เดาสาเหตุได้ทันที
“งอนอะไรครับคุณผู้หญิง” มือหนายกขึ้นบีบแก้มเนียนอย่างหมันเขี้ยว ยังฉวยโอกาสก้มลงหอมแก้มหอมกรุ่น
“ออกไปไกลๆ เลยนะ” ธารธาราผลักร่างสูงที่คอยแต่จะเอาเปรียบเธออยู่ทุกนาทีให้ออกห่าง เตรียมจะเดินหนีไปอีกทาง
“งอนซะแล้ว ไอ้เราก็กะว่าจะพาขึ้นไปเที่ยวบนฝั่งสักหน่อย งั้นกลับไปนอนต่อดีกว่า พอมีแรงจะได้…” คนช่างแกล้งพูดขึ้นอย่างเสียดาย แถมยังหลิ่วตามองหญิงสาวอย่างมีความหมาย แล้วหมุนตัวเดินทอดน่องกลับเข้าบ้าน
“จะพาขึ้นฝั่งเหรอ” ธารธาราถามอย่างตื่นเต้น วิ่งมาเกาะแขนชายหนุ่มเขย่าไปมา ลืมโกรธคำพูดสองแง่สามง่ามที่เขาเพิ่งล้อเธอไปเลย
“เปลี่ยนใจแล้ว คามน์กลับไปนอนต่อดีกว่า” สายตาเ้าเล่ห์จ้องใบหน้าสวยที่เริ่มบูดบึ้งอีกครั้ง
“ไม่ไปก็ได้!!!” เสียงกระแทกกระทั้นพร้อมทั้งหันหลังหนี สองแขนเรียวเล็กยกขึ้นกอดอกหน้าเชิด อย่างที่ชายหนุ่มเห็นแล้วต้องรีบตามใจ แต่ยังไม่วายเก๊กฟอร์มเอาไว้
“อีกครึ่งชั่วโมงเรือจะมารับ ถ้าใครยังงอนอยู่ก็อด” ว่าแล้วก็เดินหนีเข้าบ้าน แต่ก็แทบจะล้มคะมำ เมื่อธารธาราวิ่งตามมาะโขี่หลังเขา เสียงหวานะโออกคำสั่งลั่นชายหาด
“เ้าม้าลามก วิ่งเร็วๆ เข้า”
ธารธาราอยู่บนหลังร่างสูงหวีดร้องทุกครั้ง ที่คนตัวโตหมุนตัวไปรอบๆ แกล้งเหวี่ยงเธอจนเกือบจะตกจากหลังเขา ท่อนแขนเรียวเล็กเกาะคอไว้แน่น เสียงหัวเราะสดใสดังผสานกับเสียงทุ้มที่คอยแต่จะะโหยอกเย้า ธารธาราแอบมองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มด้วยแววตาหวาน จนคนถูกมองต้องหันมาหาอย่างรู้ทัน
“มองอะไรยะ คิดจะลวนลามทางสายตาใช่ไหม คนเข้ามีพ่อมีแม่นะ” คามินทร์ดัดเสียงจนเล็กแหลม หยอกหญิงสาวที่อยู่บนหลัง จนได้ยินเสียงหัวเราะคิกดังขึ้นไม่หยุด
“คามน์บ้าหยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ หน้าเกลียด”
“ทำไม ได้เขาสมใจแล้วก็มานึกรังเกียจทีหลังเหรอ” คามินทร์ยังคงเล่นต่อ ธารธาราที่หัวเราะจนท้องแข็งก็ได้แต่แจกรางวัลเป็ขนมตุ้บตั้บให้ชายหนุ่มเสียหลายที เพราะไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งเธอ
เรือสปีดโบ๊ทของรีสอร์ทในเครืออัครเมฆินทร์ เข้ามาจอดเทียบท่าบนเกาะส่วนตัว ใช้เวลาเพียงไม่นานทั้งคามินทร์กับธารธาราก็ได้ขึ้นมายืนบนฝั่งอย่างปลอดภัย ร่างสูงสมาร์ทสวมเสื้อยืดสีฟ้าอ่อน กางเกงขาสั้นสีขาวเดินควงคู่มากับร่างเล็กในชุดแม็กซี่เดรสสีฟ้าตัวยาว ที่เอาแต่ยืนมองร้านค้าเรียงรายยาวไปจนสุดขอบถนน ของฝากมากมายทั้งของกิน ของใช้ รวมไปถึงสินค้าพื้นเมืองถูกจัดวางไว้เต็มแผง
ธารธารารีบฉุดมือของชายหนุ่มเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ไปอย่างไม่รู้สึกเหนื่อย คามินทร์มองหญิงสาวที่พอเจอของถูกใจก็จะหันมาถามหรือไม่ก็อวดเข้าอย่างมีความสุข ธารธาราคนเก่าของเขากลับมาแล้ว รอยยิ้มสดใส เสียงหวานช่างออดอ้อน มันทำให้เขาคิดอยากจะกลับไปบอกเื่แต่งงานกับพ่อแม่ไวๆ
แต่ความคิดของเขาต้องสะดุดลง เมื่อรู้สึกถึงแรงกระตุกชายเสื้อ สายตาคมหันไปมองตามแรงนั่นก็พบหญิงสาวกำลังยืนส่งยิ้มประจบเขาอย่างเ้าเล่ห์ ท่าทางแบมืออย่างน่าสงสาร พร้อมทั้งเสียงหวานที่เอ่ยขอร้องน่าเอ็นดูเป็ที่สุด
“คามน์ ธาราอยากได้ตุ๊กตานั่น ซื้อให้หน่อยสิ”
รอยยิ้มแหยที่ส่งมาเป็ทัพหน้าทำให้ชายหนุ่มนึกสงสัย แต่เมื่อได้ฟังคำตอบกลับทำให้เขานึกอยากจะมะเหงกคนตรงหน้านัก ธารธาราแก้เผ็ดเขาด้วยการไม่หยิบกระเป๋าเงินติดตัวออกมาคือคำสารภาพของเ้าตัว คามินทร์ได้แต่ส่ายหัวไปมาหยิบธนบัตรสีเทาห้าใบส่งให้ ธารธาราวิ่งเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ไปทั่ว ก่อนจะหันมากวักมือหย็อยๆ ให้เขาเข้าไปหา เพียงไม่นานสองมือของเขาก็เต็มไปด้วยข้าวของมากมาย ที่แม่ตัวดีขยันซื้อ ขยันต่อเสียจนเขาเวียนหัว
“ธารา เธอจะขนซื้อให้หมดทั้งตลาดนี่เลยเหรอ” เสียงเข้มเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวตั้งท่าจะกระโจนเข้าใส่แผงตุ๊กตาดินเผาที่ตั้งอยู่ด้านหน้า
“ก็มันน่าซื้อทั้งนั้นเลยนี่นา ขอซื้ออีกหน่อยนะ นะ” เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่ได้ว่าอะไร เ้าตัวก็ไม่รอช้าที่จะวิ่งเข้าแผงตุ๊กตาตรงหน้าสักเสี้ยววินาที
“ธารา พอเถอะ คามน์หิวแล้ว ไปหาอะไรกินดีกว่า” คามินทร์รีบท้วงเมื่อเห็นว่าร่างบางทำท่าจะเดินเข้าร้านของเล่นอีก คนถูกขัดใจใบหน้างอง้ำขึ้นมาทันตา ทำให้เขาอดที่จะหัวเราะไม่ได้ แต่ก่อนที่จะได้พากันไปหาอะไรลงท้อง ก็มีเสียงร้องเรียกมาจากด้านหลัง
“พี่คนสวย สนใจถ่ายรูปไหมฮะ พ่อผมถ่ายสวยนะ” เด็กผู้ชายอายุราว 7-8 ขวบ ยืนรอคำตอบด้วยความหวัง ธารธารามองไปยังแผงร้านเล็กๆ ริมหาด เห็นผู้ชายวัยกลางคนนั่งอยู่บนรถเข็น ในมือถือกล้องถ่ายรูปมองมาด้วยรอยยิ้ม “ถ่ายสวยหรือเปล่าล่ะ” คามินทร์แกล้งถามเด็กชายที่เอาแต่มองคนข้างตัวเขาอย่างไม่วางตา ไอ้เด็กนี่ออกลายั้แ่ตัวเท่ากำปั้น
“สวยสิฮะ พ่อผมน่ะเก่งที่สุดในโลกเลยนะจะบอกให้” เด็กชายรีบอวดอ้างฝีมือทันที ที่เห็นลูกค้าของเขาเริ่มสนใจ แถมยังสรรเสริญเยินยอพวกเขาชนิดที่งัดลูกเล่นออกมาได้อย่างแพรวพราว
“ถ่ายรูปกันนะคามน์ ธาราอยากถ่าย” ธารธาราหันมาเหมือนขอร้อง แต่มือเรียวบางกลับออกแรงถึงร่างสูงให้เดินตามโดยไม่รอฟังคำตอบ
“สวัสดีครับ” เสียงเอ่ยทักจากช่างภาพหนุ่มใหญ่ เมื่อเห็นว่าลูกค้าเดินเข้ามาใกล้
“รบกวนด้วยนะคะ” ธารธาราส่งยิ้มหวานทักทาย พร้อมทั้งมองไปยังอุปกรณ์ในการถ่ายภาพ ที่ดูเธอไม่แน่ใจว่ายังใช้การได้หรือเปล่าในมือใหญ่
“ถึงจะเก่าแต่ใช้การได้ดีเยี่ยมนะครับ” ช่างภาพหนุ่มใหญ่ เอ่ยบอกลูกค้าแสนสวยเมื่อเห็นเธอมองอุปกรณ์คู่ชีพเขาอย่างสงสัย “คุณสองคนเป็คู่ที่เหมาะกันมากเลยนะครับ ถ้ามีลูกคงจะหล่อเหมือนพ่อหรือไม่ก็สวยเหมือนแม่แน่ๆ” หนุ่มใหญ่เอ่ยชม เมื่อทันได้มองเห็นลูกค้าของตนอย่างชัดๆ
“เออ…แล้วเราต้องทำยังไงบ้างคะ” ธารธาราเสหาเื่เบี่ยงประเด็น เมื่อถูกมือหนาที่โอบเอวอยู่เอื้อมมือมาลูบหน้าท้องแบบราบของเธออย่างทะนุถนอม
“ก็เป็อย่างที่พวกคุณเป็ไงล่ะครับ ความสุข ที่เกิดจากความรัก จะแสดงออกมาเอง” อดีตช่างภาพใหญ่ บอกกล่าวสิ่งที่หญิงสาวสงสัย ก่อนจะปล่อยให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันตามลำพัง แล้วตามเก็บภาพไปเรื่อยๆ ช่างภาพคนเก่งมองรูปในมือแล้วยกยิ้มเมื่อนำภาพถ่ายของลูกค้ามาจัดการล้าง
นานแล้วั้แ่ภรรยาของเขาเสียไป เขาก็ไม่เคยถ่ายภาพใครแล้วรู้สึกว่าตัวเองได้รับความรักนั้นกลับมาด้วยเลย แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มสดใสของหญิงสาวกับดวงตาคมหวานซึ้งของชายหนุ่ม ต่างจ้องมองกันในอิริยาบถต่างๆ ทำให้เขาััได้ถึงความรักที่คนทั้งคู่มีให้กันนั้นมากมายเหลือเกิน
อาหารทะเลวางเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ แต่ไม่สามารถดึงดูดความสนใจของหญิงสาวที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะกว้างสักนิด ดวงตากลมโตเอาแต่จับจ้องรูปถ่ายหลายสิบใบที่อยู่ในมือ รอยยิ้มของธารธาราทำให้คนที่คิดจะดุต้องรีบกลืนถ้อยคำเ่าั้ลงทันที แต่ยังคงใช้โทนเสียงเข้มออกมาแทนที่
“ธาราเลิกดูรูปได้แล้ว เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมด” คามินทร์มองหญิงสาวที่เอาแต่สนใจรูปภาพ มากกว่าอาหารตรงหน้าทั้งๆ ที่เมนูเกือบทั้งโต๊ะเป็ของที่เธอสั่งเองกับมือ ร่างบางเหลือบตาขึ้นมองชายหนุ่ม กลับทำสิ่งตรงกันข้ามกับคำสั่งเขา
“ธาราชอบรูปนี้”
‘รูปนี้’ ของหญิงสาวที่ยื่นให้ชายหนุ่มดูคือรูปที่เขารั้งใบหน้าของเธอเข้ามาหอมอย่างหมันเขี้ยว เพราะธารธารามัวแต่เขินอายไม่ยอมลงมานั่งที่ตักเขาเสียที แถมยังกอดเ้าตุ๊กตาหมูในอ้อมแขนไม่ยอมวางอีกต่างหาก คามินทร์มองคนที่ส่งยิ้มให้เขา พร้อมกับมีคำถามที่เขาก็ไม่สามารถบอกตัวเองได้เหมือนกันว่าเพราะอะไร เขาถึงอยากให้สิ่งที่คิดเกิดขึ้นเร็วๆ
“ธารา!!!” เสียงทุ้มเอ่ยเรียก แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมาจนหญิงสาวต้องเงยหน้าขึ้นมอง “เมื่อไหร่จะท้อง” คำถามเรียบง่าย แต่ฝ่ายที่ถูกตั้งคำถามแทบเต้น เสียงหวานที่เคยออดอ้อนกลับส่งรอดไรฟันออกมาทั้งโกรธ ทั้งอาย มองไปรอบๆ โต๊ะ เห็นว่าไม่มีใครสนใจ ถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ปลานึ่งมะนาวที่กำลังเดือดอยู่นี่ เธอยกราดใส่หัวเขาได้เลยไหม
“คนบ้า หน้าไม่อาย”
……………………………………………………………………………………………………………………………………….
“คามน์! คามน์จริงๆ ด้วย”
Talk…. เอ้ยยยย คนเขากำลังหวานชื่น ใครมาขัดจังหวะ โมโหแล้ว โมโหแล้ว รีดคนไหน้าไม้หน้าสามบ้าง เตรียมให้พร้อม เข้าตอนที่ 9 แล้วเป็ยังไงบ้างคะ หวังว่าเพื่อนๆ จะยังรอลุ้นเหตุการณ์ชวนใจสั่นไปด้วยกันเรื่อยๆ นะคะ
*** ไรท์ขอฝากรีดเดอร์ผู้น่ารักที่แวะเวียนมาหาตาคามน์กับหนูธารา คอมเม้นต์ แนะนำ ติ ชม พูดคุยกัน เพื่อเป็ทั้งกำลังใจและไรท์จะได้นำความคิดเห็นไปพัฒนา ปรับปรุงงานเขียนของตัวเองให้ดีขึ้นต่อไป ขอบคุณค่ะ