“นายท่าน หรือนี่จะเป็...” พ่อบ้านเอ่ยปากอย่างสงสัย
เยี่ยอู๋เซิงทำเสียงฮึดฮัด หรี่ตาลงเล็กน้อย
“อีกสองเดือนหลังจากนี้จะเป็พิธีเสกสมรสของเฟิงเอ๋อร์กับองค์หญิง คนที่ลงมือวางยาพิษหยางในเวลานี้เหมือนฆ่าคนไม่ให้รู้ตัว อยากจะใส่ร้ายตระกูลเยี่ยว่าเป็พวกไร้คุณธรรม นอกจากพวกมัน คงไม่มีใครแล้ว”
“เดิมการแต่งงานในครั้งนี้ก็ทำให้พวกมันหวาดระแวงอยู่แล้ว อีกทั้งหลายปีมานี้พวกมันอยากให้ตระกูลเยี่ยย่อยยับ ข้าจึงระวังพวกเขามาตลอด แต่คิดไม่ถึงว่าพวกมันจะสบโอกาสจนได้ ทางหมอเทวดาหลอว่าอย่างไรบ้าง?”
“นายท่านวางใจได้ หมอเทวดาหลอบอกว่าจะไม่แพร่งพรายเื่นี้ ยิ่งตอนนี้คุณชายฟื้นแล้ว เื่แบบนี้หากพูดไปโดยไม่มีหลักฐาน ก็เหมือนเผยธาตุแท้ตัวเอง ทางพระราชวังเองก็น่าจะยังไม่รู้เื่นี้”
หลังจากได้ยิน เยี่ยอู๋เซิงก็พยักหน้า
“เ้าจงไปสั่งการ เื่ของเฟิงเอ๋อร์ในครั้งนี้ห้ามใครพูดออกไปแม้แต่คำเดียว ไม่เช่นนั้น ฆ่าไม่เว้น อีกอย่างอย่าให้สาวใช้หรือพวกแม่บ้านเข้าใกล้ที่นั่นเด็ดขาด”
ตอนนี้ทั้งตัวของเยี่ยอู๋เซิงเต็มไปด้วยความกดดัน เยี่ยเฟิงไม่สงสัยเลยสักนิด หากมีคนแพร่ข่าวเื่นี้ออกไป ท่านปู่คงไม่มีทางปรานีคนผู้นั้นแน่นอน
เขานอนอยู่บนเตียง อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอบอุ่นหัวใจ ชาติก่อนเขาก็มีท่านปู่อยู่คนหนึ่ง แต่เพื่อเรียนรู้ศาสตร์แห่งโอสถ ในตอนที่เขากลับไปทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมด เขาไม่ได้พบท่านปู่แม้แต่ครั้งสุดท้ายในชีวิตของท่าน นี่คือสิ่งที่เขาเสียใจมากที่สุด
หลังจากได้ยินพ่อบ้านพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาก็รีบจากไป
เยี่ยอู๋เซิงเดินมาข้างเตียง แววตาที่เขามองมายังเยี่ยเฟิงนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกโกรธที่เขาไม่เอาไหน ทว่ากลับมีความกังวลเจือปนอยู่ด้วย
สิ่งที่เขากังวลมากที่สุดคือหากองค์ฮ่องเต้รู้เื่นี้เข้า เช่นนั้นการแต่งงานระหว่างเยี่ยเฟิงกับองค์หญิงก็คง...
เพียงแต่เขาเองก็ไม่มีทางเลือกอื่น ตระกูลเยี่ยในตอนนี้มีเยี่ยเฟิงเป็ทายาทเพียงคนเดียว ต่อให้เยี่ยเฟิงจะทำตัวบัดซบขนาดไหน ถึงอย่างไรก็เป็หลานชายของเขา
แต่เมื่อนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ในใจของเขาเต็มไปด้วยโทสะ หากเื่นี้จัดการไม่ดี ไม่เพียงแต่การแต่งงานกับองค์หญิงต้องเป็โมฆะ แม้แต่ตระกูลเยี่ยก็ต้องตกเป็ขี้ปากของชาวบ้าน ถึงแม้คนอื่นหรือกระทั่งองค์ฮ่องเต้จะไม่สามารถเอาผิดตระกูลเยี่ยได้ แต่เมื่อตระกูลเยี่ยเกิดเื่เช่นนี้ขึ้น สุดท้ายก็ถือเป็ความอัปยศครั้งใหญ่อยู่ดี
“เฮ้อ เ้าหลานสารเลว เ้านี่มัน...”
เยี่ยอู๋เซิงยื่นมือแตะหน้าผากเยี่ยเฟิงอย่างเบามือ มือเขาสั่นเล็กน้อย เยี่ยเฟิงไม่รู้จะพูดสิ่งใด แต่ร่างกายเขากลับขยับหนีตามสัญชาตญาณคล้ายว่าก่อนหน้านี้เขาเคยโดนตบหน้ามานับครั้งไม่ถ้วน
เยี่ยอู๋เซิงไม่รู้ว่าคนตรงหน้าไม่ใช่หลานชายตัวเองแล้ว ก่อนหน้านี้ร่างกายเยี่ยเฟิงอ่อนแอมาก เป็ไปไม่ได้ที่จะแบกรับพิษหยางในปริมาณนั้นได้ ิญญาของเขาดับสูญไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงร่างที่ว่างเปล่าเท่านั้น ส่วนเย่เฟิงในชาติก่อนเกิดมาพร้อมพลังหยางที่เข้มข้น หากไม่ใช่เพราะเหตุผลนี้ ต่อให้เขาเกิดใหม่อีกครั้ง จิติญญาก็คงรับไม่ไหว
หลังจากเยี่ยเฟิงควบคุมร่างกาย ความพลุ่งพล่านในร่างกายก็สงบลงไม่น้อย ถึงแม้ร่างกายในตอนนี้จะยังคงร้อนเหมือนไฟแผดเผา ทว่าฤทธิ์ยาของพิษหยางเมื่อเทียบกับโอสถหยางที่คล้ายคลึงกับที่เยี่ยเฟิงเคยปรุง เขาจึงพอทนกับมันได้
“ท่านปู่...”
ขณะนี้เยี่ยเฟิงไม่ได้คิดอะไรมาก มองดูผู้เฒ่าที่ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยตรงหน้าผู้นี้ ทำให้ในใจเขารู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่ได้เป็มานาน ความรู้สึกเหมือนกับท่านปู่ในชาติก่อนกำลังแตะหน้าผากของเขา แม้ชายชราผู้นี้จะปากร้ายไปบ้าง เมื่อได้อ้าปากก็ก่นด่าไม่ไว้หน้า แต่เขาััได้ถึงความรักความเอ็นดูที่อยู่ในใจของชายชราผู้นี้
เมื่อได้ยินเยี่ยเฟิงเรียกเขาว่าท่านปู่ มือของเยี่ยอู๋เซิงสั่นเล็กน้อย ความโกรธเคืองบนใบหน้าสลายไปบ้าง ผ่านไปสักครู่เขาก็ถอนหายใจ
“เฮ้อ เ้าพักผ่อนเถอะ!”
เขาไม่ได้พูดสิ่งใดต่อ หลังจากลุกขึ้นยืนลังเลเล็กน้อย จึงเดินไปเลิกผ้าห่มใยไหมของเยี่ยเฟิงอีกครั้ง พร้อมทำสีหน้าหื่นกาม
“ไม่เสียทีที่เป็ลูกหลานตระกูลเยี่ย บางจุดแข็งแกร่งกว่าผู้อื่น” พูดจบก็หันไปถลึงตาใส่เยี่ยเฟิง
“เ้าจงวางใจพักรักษาตัวอยู่ที่นี่ให้ดี ห้ามไปไหนทั้งนั้น ต่อให้ตายก็ต้องทนเอาไว้ ไม่งั้นข้าจะตีจนเ้าตูดลายไปเลย”
พูดจบจึงได้เปิดประตูออกไป จากนั้นด้านนอกประตูมีเสียงกุกๆ กักๆ อยู่สักพัก คล้ายว่าประตูจะถูกลงกลอนจากด้านนอก
เยี่ยเฟิงหมดคำจะพูด ท่านปู่ของเขาคนนี้ดูเหมือนเป็คนตามใจตัวเอง หนำซ้ำอายุอานามขนาดนี้ยังดูเหมือนทะลึ่งตึงตังอีก
หลังจากรอบด้านอยู่ในความสงบ เยี่ยเฟิงถึงได้หันมาสนใจร่างกายตัวเอง ตอนนี้เืที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายยังรวดเร็วเหมือนเดิม ภายใต้ฤทธิ์ยาที่รุนแรงของพิษหยาง ทำให้เยี่ยเฟิงรู้สึกคอแห้งปากแห้ง
นี่เป็สิ่งที่ยุ่งยากพอสมควร หากเป็ชาติก่อน เยี่ยเฟิงคงจัดการพิษได้ด้วยตัวเองไปแล้ว ทว่าตอนนี้ร่างกายเขาอ่อนแอมาก พลังยุทธ์ก็อยู่ที่ระดับภพเปิดชีพจรขั้นสามเท่านั้น ต่อให้เขามีสมุนไพรก็ยากที่จะปรุงโอสถได้
การปรุงโอสถกับฝึกฝนพลังยุทธ์นั้นเชื่อมโยงถึงกัน อาจารย์ปรุงโอสถที่อยู่ในระดับสุดยอดนั้น ต่อให้พลังยุทธ์ของคนผู้นั้นจะไม่แข็งแกร่ง ทว่าก็ไม่ได้ด้อยนัก หากไม่มีพลังมากพอที่จะหลอมสมุนไพร คงเป็ไปไม่ได้ที่จะปรุงโอสถได้
“์ช่างเมตตาข้าเสียจริง ไม่ง่ายเลยที่ข้าจะได้กลับมาเกิดใหม่ แต่กลับต้องมารับความทรมานแทนเ้าคนดวงซวยนี่” ความทรมานจากพิษหยางน่ากลัวที่สุด ทำให้คนตายทั้งเป็ได้ เยี่ยเฟิงที่รู้สึกถึงความทรมานก็แทบจะสบถออกมา
เมื่อกินยาปลุกกำหนัดชนิดรุนแรงเกินขนาด แม้จะไม่ได้ปวดรวดร้าวไปถึงกระดูกเหมือนแผลจากอาวุธ ทว่ายากนักที่จะอดกลั้น เพราะร่างกาย้าระบายความร้อนจากภายในออกมา
แม้เยี่ยเฟิงจะพยายามอดกลั้นมาตลอด ทว่าความร้อนรุ่มจากภายในร่างกายกลับพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ร่างกายเหมือนกำลังจะะเิ แต่จู่ๆ จุดชี่ไห่ของเขาก็ะเืเบาๆ ความเย็นสบายเหมือนสายน้ำไหลออกมา จากนั้นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายผ่านเส้นเอ็นของเขา
“นี่มัน...”
เยี่ยเฟิงตกตะลึง แม้ขณะนี้เขาจะรู้สึกเบาสบายไปทั้งตัว ทว่าเขายังไม่ทันได้ััให้แน่ชัด ก็คิดได้ว่าร่างกายที่ก่อนหน้ายังร้อนดั่งไฟแผดเผา แต่วินาทีนี้ จุดชี่ไห่ของเขากลับเกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ตกลงนี่มันเกิดเื่ใดขึ้นกันแน่?
ด้วยระดับภพเปิดชีพจรขั้นสามของเยี่ยเฟิง เขาไม่สามารถมองเห็นร่างกายภายในได้ เยี่ยเฟิงไม่รู้ว่าจุดชี่ไห่ของเขาเกิดอะไรขึ้น
รู้สึกเพียงความเย็นสบายกำลังแผ่ซ่านไปทั่วตัว แต่สิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายยิ่งกว่านั้น คือพิษหยางที่รุนแรงภายในร่างกายกลับถูกกดทับเอาไว้เพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น
ขณะเดียวกัน เยี่ยเฟิงรู้สึกถึงแรงดึงดูดที่น่ากลัวสายหนึ่ง ิญญาของเขาเหมือนหลุดออกจากร่าง แล้วไปที่จุดชี่ไห่ภายในพริบตา
เขาเหมือนอยู่ในความฝัน เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหัน แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ภายในจุดชี่ไห่ของเขา รอบด้านมืดสลัว กลางอากาศกลับมีกลุ่มก้อนแสงส่องสว่างลอยตัวอยู่
เขาพยายามจ้องไปที่มัน แต่รู้สึกแสบตาทั้งสองข้าง แสงสว่างที่เจิดจ้านั่นเหมือนมีบางอย่างอยู่ภายใน มันดูเหมือน...
ดูเหมือนคัมภีร์โบราณฉบับหนึ่ง!
“นี่... หรือว่าจะเป็คัมภีร์จักรพรรดินั่น?” เยี่ยเฟิงตกตะลึง
ที่เขาต้องะโลงผาดับิญญา ที่เขาได้กลับชาติมาเกิดใหม่ ทุกอย่างเพราะคัมภีร์จักรพรรดิเป็ต้นเหตุ เขาไม่มีทางลืม ตอนนั้นเขาะโลงผาดับิญญาพร้อมกับคัมภีร์จักรพรรดิ แต่เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าหลังจากเขาเกิดใหม่ คัมภีร์จักรพรรดิกลับตามเขามาที่นี่ด้วย หนำซ้ำยังเข้าไปอยู่ที่จุดชี่ไห่ของเขา
ความจริง ก่อนหน้านี้เยี่ยเฟิงไม่ค่อยสนใจคัมภีร์จักรพรรดิมากนัก แรกเริ่มเขานึกว่านี่คือคัมภีร์โอสถที่อยู่ในตำนาน ตอนหลังถึงได้รู้ว่าคัมภีร์นั่นคือคัมภีร์จักรพรรดิ ชาติก่อนสิ่งที่เขาสนใจมีเพียงท่านปู่และอาจารย์อีกสองท่านเท่านั้น นอกเหนือจากนั้น สิ่งที่เขาสนใจมีเพียงการปรุงโอสถ อีกอย่างเขาไม่ค่อยรู้เื่เกี่ยวกับคัมภีร์จักรพรรดิมากนัก รู้เพียงว่านั่นคือการถ่ายทอดจากจักรพรรดิหยวนกู่
ในชาติก่อน จักรพรรดิสำหรับเยี่ยเฟิงห่างไกลเกินไป ไม่ใช่เื่ที่คนทั่วไปจะััได้
คำว่าจักรพรรดิ มีความตะลึงที่ยากจะจินตนาการได้ ในดินแดนอวิ๋นซวีก่อนหน้านี้ คำนี้ถูกเอ่ยถึงน้อยมาก เพราะห่างจากความเป็ปุถุชนอย่างสิ้นเชิง อีกอย่างคำที่เกี่ยวข้องกับจักรพรรดิล้วนเต็มไปด้วยความลึกลับที่มีสีสัน และแทบจะไม่มีคนรู้ด้วยซ้ำ ว่าผู้แข็งแกร่งในระดับภพจักรพรรดินั้นลึกลับมากขนาดไหน พวกเขาอยู่ในตำนานเท่านั้น และเป็ผู้พิชิตสูงส่งที่หลุดพ้นจากความเป็ปุถุชน
ตำนานเกี่ยวกับผู้ที่อยู่ในระดับภพจักรพรรดิเป็เื่ที่เล่าต่อกันมาอย่างยาวนาน
ตอนนั้นจักรพรรดิถือกำเนิดจากสุสาน ทำให้เยี่ยเฟิงตะลึงมากพอแล้ว ตอนหลังไม่คิดว่าคัมภีร์จักรพรรดิจะตกอยู่ในมือของตัวเอง
ขณะนี้กลุ่มแสงนั่นสั่นไหวเล็กน้อย คัมภีร์โบราณถูกเปิดออกที่จุดชี่ไห่ของเขาช้าๆ มันลอยอยู่กลางอากาศ มีแสงสว่างรายล้อมเจิดจ้าเรืองรอง
ชั่วขณะนั้นเขาเห็นชัดเจนว่านั่นคือคัมภีร์โบราณที่เขาได้มาตอนแรกจริงๆ เขาตกตะลึงอยู่ในใจ ขณะเดียวกันก็เกิดความสงสัยมากมายด้วยเช่นกัน
ชัดเจนแล้วว่าเื่ที่เขาสามารถกลับมาเกิดใหม่ต้องเกี่ยวข้องกับคัมภีร์จักรพรรดิโดยตรง
แม้กระดาษจะเริ่มเหลือง แต่กลับมีพลังหมุนเวียนอยู่ในนั้น ตอนนี้มันเปิดออกด้วยตัวเอง มีครรลองที่ประหลาด ทำให้เยี่ยเฟิงรู้สึกพิศวงแล้วพิศวงอีก
หลังจากคัมภีร์โบราณกางออก เยี่ยเฟิงก็ตกตะลึงอีกครั้ง มีคำสองคำประทับอยู่ในหัวของเขา...‘จักรพรรดิสูตร’
“นี่... เป็คัมภีร์จักรพรรดิโบราณจริงหรือ!”